กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่12 หนีไม่พ้น1

ชื่อตอน : ตอนที่12 หนีไม่พ้น1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 587

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2560 16:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่12 หนีไม่พ้น1
แบบอักษร

​หนีไม่พ้น


ที่บ้านกิจจาอนภัทรกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้าน​สายตาคมทอดมองต้นไม้ใบหน้าดอกไม้นานาพันธุ์ที่จัดวางอย่างสวยงามร่มรื่น ชีวิตตั้งแต่วัยเด็กเขาเติบโตจากบ้านหลังนี้

เรือนขาว...

บ้านไม้หลังเล็กๆที่บิดาสร้างให้เพื่อตัดปัญหาการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างเขากับแม่ใหญ่แม้จะไม่ค่อยได้อยู่เพราะเขาไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่อายุ16กลับมาเมืองไทยก็ย้ายตัวเองไปคุมสัมปทานรังนกใช้ชีวิตอยู่บนเกาะเป็นนายหัวของคนงานหลายสิบชีวิต

แต่อนภัทรก็เรียกเรือนขาวอย่างเต็มปากได้ว่านี่คือบ้านของเขา


มือหนาหยิบซองสีขาวที่ไปขอมาจากบิดาออกมาเปิดดูบัตรการกุศลที่ถูกส่งมาที่บ้านเขาทุกปีแต่ครั้งนี้มันดูจะพิเศษกว่าที่ผ่านมา

แผนการณ์ร้ายๆผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็วเขาปล่อยให้ทุกอย่างมันปรกติสุขมานานเกินไปแล้วถึงเวลาแห่งการทบทวนความหลังกันเสียที 

และครั้งนี้มันคงผ่านไปไม่ได้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนสนิทอย่างภูวริศให้เข้ามาช่วย

บ้านอมรศักดา

"สวัสดีค่ะพี่ต้น" เสียงใสๆของเอมอรกล่าวทักทายชายหนุ่มมาดขรึมที่เป็นเพื่อนรักของสามีอย่างเป็นกันเอง

"พี่ซื้อของมาฝาก...บำรุงหลาน" อนภัทรส่งของให้แม่บ้านของเอมอรก่อนจะหันไปมองท้องที่ยื่นโย้ออกมาจนดูอึดอัดอุ้ยอ้าย   "กี่เดือนแล้ว...ใกล้คลอดรึยัง" 

"ใกล้แล้วค่ะ...นี่ก็แปดเดือนนิดๆ" เอมอรลูบท้องตัวเองพลางยิ้มบางๆ

"ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย"

"เอมก็ไม่รู้ค่ะ...คือเราตกลงกันว่าจะลุ้นเพศลูกเอง"

"ความคิดไอ้ภูสินะ" อนภัทรยิ้มบางๆเขารู้ดีว่าเพื่อนเขามันเป็นคนแบบไหน

"ค่ะ" เอมอรยิ้ม   "พี่ต้นรอสักครู่นะคะเดี๋ยวพี่ภูก็ลงมา"

"ครับ" อนภัทรเดินมานั่งจิบน้ำที่คนรับใช้นำมาเสิร์ฟ

ตั้งแต่เขาออกจากเกาะมาใช้ชีวิตในเมืองอนภัทรก็มีโอกาสได้เจอภูวริศและเอมอรบ้างเป็นครั้งคราวทำให้ตัวเขารู้สึกสนิทสนมคุ้นเคยกับเอมอรมากยิ่งขึ้น เธอเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยอ่อนหวานละมุนละไมต่างจากผู้หญิงสมัยนี้โดยสิ้นเชิง

"ไงมึง" ภูวริศทักทายเพื่อนทันทีที่เจอหน้าและหันไปประคองภรรยาอย่างห่วงใย   "น้องเอมขึ้นไปพักดีกว่านะคะพี่มีธุระสำคัญจะคุยกับไอ้ต้นมัน"

"ค่ะ" เอมอรยิ้มให้สามี

"พี่ไปส่งนะคะ" ภูวริศประคองภรรยาหายไปปล่อยให้อนภัทรนั่งรออยู่เพียงลำพัง

"ไง...มาหากูถึงบ้านนี่มีเรื่องอะไรวะ" ภูวริศเข้าประเด็นทันทีที่เดินเข้ามาในห้องรับแขก

"งานกาล่าที่โรงแรมมึงน่ะ" อนภัทรบอกสั้นๆ

"มึง...จะทำอะไร?" ภูวริศเริ่มไม่สบายใจที่ได้ยินว่าเรื่องนี้มันจะเกิดขึ้นในโรงแรมของเขา

"แค่ทำตามที่กูบอกก็พอ..." อนภัทรเปิดปากเล่าในสิ่งที่เขาต้องการให้ภูวริศช่วยเหลือแบบสั้นๆกระชับ

"มึงต้องการแค่นั้นจริงๆนะ" ภูวริศไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่อนภัทรร้องขอสักเท่าไหร่

"เออ...มึงทำแค่นั้นแหล่ะที่เหลือเป็นหน้าที่กูเอง"

"แน่นะไอ้ต้น...มึงห้ามเปลี่ยนแผนนะ!" ภูวริศย้ำเพื่อความมั่นใจเพราะรู้ดีถึงนิสัยที่เอาแน่เอานอนอยู่กับร่องกับรอยไม่ค่อยได้ของเพื่อน ทุกอย่างเปลี่ยนไปเสมอถ้ามันเป็นเรื่องของการแก้แค้น

"มึงจะไม่เดือดร้อนไอ้ภู...กูสัญญา" อนภัทรยืนยัน

"เออ...งั้นก็ตามนี้" ภูวริศตกลงที่จะช่วย

"ออกไปดื่มกันมั้ย" 

"เมียกูท้อง!"

"แล้วไง?" อนภัทรไม่เข้าใจ

"คนไม่มีเมียอย่างมึงน่ะไม่เข้าใจกูหรอก...เอาเป็นว่ากูติดมึงไว้ก่อนลูกกูคลอดเมื่อไหร่ค่อยมาฉลองกัน" ภูวริศตบไหล่เพื่อนเบาๆ

"งั้นกูกลับล่ะ"

"ไม่อยู่กินข้าวเย็นก่อนวะ"

"คนมีเมียอย่างมึง...ไม่เข้าใจคนโสดแบบกูหรอก...กูไปล่ะ" อนภัทรย้อนแล้วก็เดินออกไป


โรงแรมโอเชี่ยน

งานกาล่าดินเนอร์การกุศลซึ่งจัดโดยภริยาท่านผู้ว่าฯจังหวัดถูกจัดขึ้นที่ห้องแกรนด์ของโรงแรมโอเชี่ยน บรรดาคุณนายไฮซ้อต่างประโคมเครื่องประดับและชุดหรูออกมาเดินเฉิดฉายแข่งกันเพราะนี่ถือเป็นงานใหญ่ของบรรดาคนรวย

ถ้าไม่รวยจริงก็จะไม่ได้ถูกเชิญให้ร่วมกันซื้อบัตรเข้างานแม้ราคาหน้าบัตรจะแค่สองพันแต่บรรดาไฮซ้อทั้งหลายก็หน้าใหญ่กวักจ่ายกันหลักหมื่นหลักแสนตามแต่ความต้องการที่จะอวดร่ำอวดรวยจนมันกลายเป็นธรรมเนียมไปเสียแล้ว

คิดซะว่าอวดรวยแล้วได้บุญก็แล้วกัน...

อนภัทรในชุดสูทเรียบหรูราคาแพงเดินเข้ามาในงานแบบเบื่อหน่ายเขาไม่เคยชอบงานสังคมใส่หน้ากากจอมปลอมนี้เลยสักนิดแต่เพราะงานนี้มันเป็นโอกาสสำคัญโอกาสเดียวชายหนุ่มถึงต้องปั้นหน้าฝืนใจมาร่วมงาน

วันนี้เขาดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าจนบรรดาสาวๆในงานให้ความสนใจซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่สนใจใครทั้งสิ้น อนภัทรเดินตรงเข้าไปทักทายเจ้าของงานซึ่งสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

​"สวัสดีครับอาผา" อนภัทรเรียกบุษบาภริยาท่านผู้ว่าเหมือนที่เคยเรียกตั้งแต่วัยเด็ก

"ตาต้น..." บุษบาสีหน้าประหลาดใจแต่ก็โผเข้ามากอดอนภัทรไว้อย่างยินดี ไม่มีใครเรียกเธอว่าผา...นอกจากก้องเกียรติที่เป็นพี่สายรหัสของเธอและเขาก็ดันสอนลูกให้เรียกชื่อเธอในแบบเดียวกัน   "ไม่เจอตั้งนานนะเรา...หล่อซะจนอาจำแทบไม่ได้เลย" บุษบายิ้ม

"ขอบคุณครับ"

"แล้วนี่...เฮียก้องล่ะ"

"พ่อไม่มาครับส่งผมมาแทน"

"สบายดีนะ...คิดถึงจังเลยลูก..." บุษบาจ้องอนภัทรไม่วางตา เธอดีใจที่ได้เจอหลานชายจริงๆเพราะใบหน้าของอนภัทรนั้นช่างเหมือนกับอัปสรไม่มีผิด พอเห็นหน้าหลานชายก็พลอยทำให้บุษบานึกถึงเพื่อนรักที่จากไป

เธอเป็นแม่สื่อที่ทำให้อัปสรเพื่อนรักได้พบกับก้องเกียรติรุ่นพี่ที่คณะของเธอ...และก็เป็นเพราะเธอที่ทำให้อัปสรต้องมาพบกับจุดจบที่น่าสงสารเช่นนี้

เรื่องราวในอดีตมันซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะกลับไปแก้ไขอะไรได้เพราะความปากมากของเธอเอง แต่ตอนนี้อนภัทรโตแล้วเขาควรจะได้รู้อะไรบางอย่างจากปากที่เคยพลั้งผิดของเธอ

"ไว้คราวหน้าผมจะไปหาที่จวนนะครับ...ผมขอตัวไปทักทายเพื่อนก่อน" อนภัทรยิ้มบางๆแล้วก็เดินออกมา

บุษบามองอนภัทรด้วยความรู้สึกที่หลากหลายในใจ


แสงแฟลชสว่างวูบวาบอยู่หน้างานเป็นการบ่งบอกว่าคนดังคนสำคัญได้เดินทางมาถึงแล้ว อนภัทรเองก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กๆที่จะได้เจอเช่นกัน

​ตอนนี้แก้วกันยากลายเป็นดาวเด่นในแวดวงสังคมด้วยความสวยเก๋ทันสมัยและมั่นใจในตัวเองของเธอ ทุกงานที่ไปเธอจะเรียกแสงแฟลชได้เป็นอย่างดีจากแฟชั่นเรียบหรูดูแพงที่เธอชอบสวมใส่

หญิงสาวเดินควงแขนบิดาเข้ามาในงานพร้อมกับยกมือไหว้ทักทายทุกคนที่ดูจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี

"จบอังกฤษทำงานก็เก่งแถมยังสวยอีห...มึงว่ามะ" ภูวริศพูดลอยๆเดินเข้ามายืนประกบเพื่อนรักที่จ้องแก้วกันยาประดุจราชสีห์ที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ

"สวยแต่รูปน่ะสิ" อนภัทรย้อน

"ตอนนี้เธอกลายเป็นคนดังของจังหวัดมึงจะทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีๆ" ภูวริศเติอนสติ

อนภัทรนึกเสียดายที่ปล่อยให้เวลาผ่านมานานเกินไปจนดูเหมือนว่าจะไม่เหลือแววตาแห่งความเศร้าหมองเจ็บแวดของเธอแล้ว

แต่เพราะตอนนั้นเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าเธอได้บอกเล่าอะไรเกี่ยวกับตัวเขาให้สุธีฟังหรือเปล่าอนภัทรจึงต้องสืบให้แน่ใจเพื่อความปลอดภัยของลูกน้องและครอบครัวของเขาเอง

เรื่องนี้มันเป็นความแค้นระหว่างเขากับสุธีเท่านั้นจะต้องไม่มีใครเดือดร้อนเพราะความแค้นของเขานอกจากแก้วกันยาเพียวคนเดียว

ยังถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่แก้วกันยาไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับเธอให้ใครฟังเธอโกหกที่บ้านว่าประสบอุบัติเหตุและโกหกบิดาว่าถูกจับไปเรียกค่าไถ่นั่นคือสิ่งที่เขาสืบรู้มา

ในเมื่อสุธีไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อนมันก็ง่ายกับการที่เขาจะเข้าใกล้แก้วกันยาอีกครั้งในเมื่อบ้านนี้มันชอบใส่หน้ากากจอมปลอมเขาก็จะใส่หน้ากากจอมปลอมเข้ามาเช่นกัน

คุณลุงสุธีคงจะจำหลานต้นไม่ได้สินะ...

"ตามกูมา..." อนภัทรออกเดินตรงไปหาสุธีและแก้วกันยาโดยมีภูวริศเดินตามแบบหวั่นๆในใจ




ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว