ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักที่หลายคนว่าดี ไม่ได้มีกันทุกคน

ชื่อตอน : รักที่หลายคนว่าดี ไม่ได้มีกันทุกคน

คำค้น : กลรัก กลรัรกรุ่นพี่ กลรักวีมาร์ค Love Mechanics ดราม่า วาย มหาลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 501.6k

ความคิดเห็น : 201

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2560 23:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักที่หลายคนว่าดี ไม่ได้มีกันทุกคน
แบบอักษร

-2-

รักที่หลายคนว่าดี ไม่ได้มีกันทุกคน

[Mark Masa]

          “ไง ตื่นแล้วเหรอมึง” เสียงทักทายที่หน้าห้องทำให้ผมต้องมองไปยังตรงนั้นทั้งๆ ที่เพิ่งลืมตาเมื่อกี้ ความปวดร้าวแล่นไปทั่วทั้งร่างเมื่อผมเริ่มขยับ ยิ่งช่วงล่างยิ่งเจ็บเหมือนมันจะฉีกออกจากตัวผมจริงๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนฉายขึ้นในหัวเหมือนภาพยนตร์สักฉาก

          ผมมีอะไรกับมัน…

          และผม…เป็นคนถูกทำ

          ผมมองไปยังคนที่ยืนพิงประตูอยู่ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย โกรธผู้ชายคนนั้นที่ยืนยิ้มเยาะผมอย่างมีความสุข โกรธตัวเองที่เมื่อคืนเมาและควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ โกรธพี่บาร์…ที่ไม่ชอบผม

          “ดีนี่ ตื่นมาไม่โวยวาย แสดงว่าจำเรื่องเมื่อคืนได้” มันว่าแล้วค่อยๆ เดินมาหาผมที่ยังนอนอยู่ ผมปรายตามองมันครั้งหนึ่งก่อนจะเสสายตาไปทางอื่น

          พอเห็นหน้ามันแล้วเรื่องเมื่อคืนก็ไหลมาไม่หยุด เสียงร้องที่แสนเจ็บปวด น้ำตาที่เลอะใบหน้า เสียงหัวเราะกับคำถากถาง และสุดท้ายสีหน้าที่มีความสุขของมัน

          หลังจากที่มันทำเสร็จ มันก็ปล่อยให้ผมทำต่อเอง ปล่อยให้ผมทำความสะอาดเองทั้งๆ ที่แรงหายใจผมแทบจะไม่มีด้วยซ้ำ ผมหลับหลังจากที่ปลดปล่อยตัวเองและคว้านทำความสะอาดลวกๆ แบบไม่รู้ว่ามันสะอาดดีแค่ไหน รู้แค่ว่าเหนื่อยและง่วงเกินกว่าจะถ่างตาได้ ไม่รู้ว่าเมื่อคืนมันนอนที่นี่หรือว่าไปนอนที่ห้องไหน เพราะถ้าให้เดานี่คงเป็นบ้านมัน ผมจำได้รางๆ ว่ามันเป็นคนลากผมออกจากร้านเหล้าแล้วพาผมมาที่นี่

          “ตื่นแล้วก็ลุกไปกินข้าว” วีว่าแล้วนั่งลงที่ปลายเตียง มองผมที่ยังนอนนิ่ง ๆ ด้วยสายตาดุ ๆ ก่อนที่มันจะพูดซ้ำอีกที “กูบอกนี่ไม่ได้ยิน?”

          “ได้…ยิน” แทบจะร้องไห้อีกรอบในตอนเช้า เสียงของผมมันแทบจะไม่เหลือ เปล่งออกมาเป็นคำได้อย่างยากลำบาก

          “อ้าวเฮ้ย! ทำไมเสียงเป็นอย่างนั้นวะ” มันบ่นกับตัวเองเบาๆ แต่เพราะระยะที่ไม่ห่างกันมากทำให้ผมได้ยินด้วย “ลุกแล้วไปกินข้าว กูจะพาไปหาหมอ” คิดจะมาเป็นคนดีอะไรตอนนี้ เมื่อคืนมันบอกเองว่าผมควรจะเจอคนเลวๆ แบบมันมากกว่าคนดีๆ อย่างพี่บาร์

          “ไม่เป็นไร…” ผมบอกเบาๆ แล้วเลี่ยงที่จะสบตามัน มองหน้ามันแล้วรู้สึกสมเพชตัวเอง ผมยอมรับได้เต็มปากว่าผมชอบผู้ชายและผมไม่เคยสนใจผู้หญิง แต่ผมไม่เคยเป็นฝ่ายถูกกระทำมาก่อน ตั้งแต่มัธยมที่ผมเริ่มมีแฟน แฟนผมจะตัวเล็กน่ารัก น่าทะนุถนอม เหมาะแก่การดูแล ทุกครั้งที่ผมมีเซ็กส์กับแฟนผมจะเป็นคนทำและนั่นทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมากกว่าถูกทำ แต่เมื่อคืนมันไม่ใช่

          ถ้ามันบอกว่ามันชอบผู้หญิงและไม่เคยทำกับผู้ชายผมก็ไม่เคยทำกับผู้ชายแบบนี้เหมือนกัน

          “จะตายห่าอยู่แล้วยังมาเล่นตัว ไหนกูดูสิ”

          เพี้ยะ!

          “อ้าวไอ้นี่! คนอุตส่าห์จะช่วย” มันว่าผมเสียงแข็งทันทีที่ผมปัดมือมันออกจากหน้าผาก สบถกับตัวเองอะไรของมันไม่รู้สองสามคำแล้วจ้องมาที่ผม “งั้นลุกไปอาบน้ำ แล้วมากินข้าว”

          “บอกว่าไม่กิน…” ผมตอบมัน

          “ไม่กินห่าอะไร เวรเอ๊ย! เดี๋ยวกูไปหาน้ำมาให้ รำคาญเสียงมึงจริงๆ  เลย” ก็เพราะมึงไหมล่ะ? ถ้าจะโทษใครสักคนก็ต้องเป็นมันนั่นแหละ แม้ว่าความคิดตอนนั้นของผมมันจะเลวร้าย แต่ผมก็ยังไม่ได้ทำจริงๆ สักหน่อย

     “จะมาทำตัวเป็นคนดีอะไรตอนนี้ จะอ้วก” ผมว่าแล้วค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง แม้มันจะยากลำบากเกินไปสำหรับผม แต่ผมจะไม่ขอร้องหรืออ้อนวอนให้มันช่วยเด็ดขาด

          “กูเห็นสภาพมึงแล้ว กูแค่กลัวมึงมาตายในบ้านกู อย่าคิดว่ากูจะเป็นห่วงหรือเป็นคนดีอะไรเลย” มันตอบกลับมานิ่งๆ

          “กูก็ไม่เคยคิดว่ามึงจะเป็นคนดีหรอก ก็แค่เหี้ย…โอ๊ย!” ผมร้องเสียงหลงเมื่อมันตรงเข้ามาบีบแก้มผมแรงๆ

          “ปากดีแต่เช้าแบบนี้ อยากโดนกูอีกเหรอ” มันว่าช้าๆ แล้วไล่สายตามองผมเรื่อยๆ

          “ถ้าครั้งนี้กูยอมให้มึงทำอีกกูก็ควายแล้วล่ะ” ผมตอบก่อนจะกัดฟันลุกไปห้องน้ำ

          “ซ้อมร้องเสียงควายไว้เลยก็ได้นะ เมื่อคืนที่ร้องมันยังไม่เท่าไหร่” มันว่าตามหลังผมมา

          “ไอ้สัส!” ผมหันกลับไปด่ามันก่อนจะเดินเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ

          การเข้าห้องน้ำหลังจากที่เพิ่งโดนมานี่มันลำบากมากเลยนะครับ ทั้งเจ็บทั้งปวด ยิ่งเมื่อคืนมันไม่ปรานีผมสักนิด ไม่มีการเล้าโลมหรือเตรียมความพร้อมใด ๆ ให้ ที่มันให้มามีแต่ความเจ็บปวดและทรมานเท่านั้น

          พอตื่นมาเจอหน้ามันผมก็ไม่แปลกใจเลยที่มันยังยิ้มเยาะผมอยู่ คงสะใจอยู่ไม่น้อยสินะที่เห็นผมเป็นแบบนี้ ที่ผมไม่โวยวายเป็นเพราะว่าถ้าคิดดีๆ แล้วความผิดส่วนหนึ่งมันก็เป็นของผม ผมผิดเองที่ไม่มีสติ ผมผิดเองที่อ่อนแอ ผมผิดเองที่ชอบพี่บาร์มากเกินไปจนคิดจะทำอะไรเลว ๆ แบบนั้น

          แต่ผมผิดมากจนสมควรจะได้รับความเจ็บปวดขนาดนี้เลยเหรอ?

          ผมเดินออกจากห้องน้ำด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่มันโยนมาให้ มันไม่ได้อยู่นห้องแล้วแต่มีเสื้อผ้าอีกชุดวางไว้ที่เตียง ส่วนชุดผมเมื่อวานผมไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน ผมมองไปตรงที่วางของข้างเตียงมีชามข้าวต้มกับน้ำเปล่าวางไว้ในถาด ถัดจากนั้นเป็นถุงยาเล็กๆ วางอยู่

          ถ้าจะเลวทำไมไม่เลวให้สุดล่ะ

          ผมใส่ชุดแล้วนั่งกินข้าวต้มเงียบๆ อยู่บนห้องของมัน ไม่นานประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงของเจ้าของห้อง มันเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอะไรสักอย่างในมือ

          “มึงกินอะไรอยู่?” มันถามแล้วพยักเพยิดหน้ามาที่ชามข้าวต้ม

          “ข้าวต้มกุ้ง” ผมตอบมันกลับไปสั้น ๆ งงนิดหน่อยที่มันถามก็ไม่ใช่มันเหรอที่เอามาให้ผม

          “เอามาจากไหน?”

          “ก็มันวางอยู่นี่…มึงไม่ได้เอามาให้กูเหรอ?” ผมชี้บอกตำแหน่งแล้วถามกลับ มันทำหน้าสงสัยเล็กน้อยก่อนเดินเข้ามาดูข้าวต้มในชามของผม

          “ช่างมันเถอะ” มันว่าแล้ววางอีกถาดไว้ข้างกัน ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นไม้ กินข้าวต้มบนโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆ ที่มันเพิ่งกางออกมา

          “ลงมากินข้างล่าง อย่ากินบนเตียงกู” มันว่า มองผมเหมือนไม่พอใจเล็กน้อยและผมก็มองตอบกลับไปแบบนั้นเช่นกัน จะให้ผมไปนั่งพื้นไม้ได้ยังไง มันไม่รู้เหรอว่ากว่าจะนั่งตรงๆ ได้นี่มันเจ็บแค่ไหน

          “กูจะนั่งนี่”

          “เรื่องมากอะไรของมึงอีก ห้องก็ห้องกู ข้าวก็ข้าวบ้านกู กูแค่บอกให้ลงมานั่งนี่ จะตายรึไง?” มันว่าออกมายาวๆ แล้วมองผมแบบไม่พอใจสุดๆ

          “เออ! จะตาย” ผมตอบมันแล้ววางชามข้าวต้มไว้ในถาด ไม่กินแม่ง

          “ประชดกู?” มันว่าแล้วเลิกคิ้วมองผม

          “มึงสำคัญจนกูต้องคิดหาเรื่องทำประชดมึงเลยเหรอ?” ผมก็ว่ากลับไปเช่นกัน

          “อย่างน้อยก็ผัวมึง” มันวางชามข้าวต้มลงแล้วพูดออกมาช้าๆ

          “ได้กูแค่ครั้งเดียวอย่ามาทำเหมือนกูเป็นผู้หญิง” ผมว่าแล้วจ้องตามัน

          “เอาอีกสักครั้งไหมล่ะ?” มันลุกขึ้นแล้วเดินมาหาผมที่เตียง “จะได้รู้ว่าคนที่อ้าขาให้เขาเอา เขาเรียกว่าเมีย” มือหนาเกลี่ยแก้มผมเบาๆ จนผมต้องถอยหน้าหนี

          “โอ๊ย!” ผมร้องเมื่อมันบีบแก้มผมแรงๆ จนหน้ายู่เข้าหากัน

          “จะได้ครั้งเดียวหรือสิบครั้ง กูก็ได้มึงแล้ว แล้วกูก็หวังว่ามึงจะไม่ไปคิดเลวๆ แบบเมื่อคืนกับใครอีก ถ้ากูรู้คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่ามึงจะเป็นยังไง…” มันว่าแล้วคลายแรงบีบช้า “แต่ก็อย่างว่า…เป็นเมียคนอื่นแล้วคงไม่กล้าไปเป็นผัวใครหรอก” มันว่าให้เลือดผมได้ขึ้นมากองรวมกันอยู่ที่หน้า ที่ผมโกรธเพราะมันคือเรื่องจริง ผมจะไปเอากับใครแบบเดิมได้ยังไง มันคงจะซ้อนทับภาพตัวเองที่โดนมันทำ

          “…” ผมเงียบและจ้องหน้ามันตรงๆ เมื่อมันผละออกจากผม

          “อีกอย่างที่สำคัญ…มึงห้ามยุ่งกับไอ้บาร์แล้วก็ไอ้กัณฐ์อีก” ผมตวัดสายตามองมัน มันเป็นใคร? เป็นแค่เพื่อนพี่บาร์แล้วมีสิทธิ์อะไรมาห้ามผม

          “ถ้ากูทำล่ะ?”

          “เมื่อคืนกูบอกไปแล้ว ถ้ามึงยุ่งกับเพื่อนกูอีก ต่อให้มึงอยู่ส่วนไหนของโลกกูก็จะลากมึงมาลงโทษให้ได้” มันคิดว่าตัวเองสร้างโลกเหรอ ถึงจะมากำหนดว่าความคิดใครถูกใครผิด มันเป็นใครทำไมถึงลงโทษคนนั้นคนนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เลวไม่ต่างกัน มันมีแฟนอยู่แล้ว คนเขารู้ทั้งมหา’ลัย รักกันปานจะกลืนกิน แล้วแม่งจะมาดิ้นอะไรกับแค่เรื่องเพื่อนของตัวเอง

          พี่บาร์ยังไม่ว่าอะไรผมสักคำ

          “อีกอย่างนะมาร์ค…” เมื่อผมไม่ตอบมันก็เริ่มพูดต่อ “กูเกิดก่อนมึง กูเป็นรุ่นพี่มึง มึงควรจะเคารพกูให้มากกว่านี้”

          “กูจะเคารพคนที่กูคิดว่าน่าเคารพ” ผมตอบกลับไป “แต่มึงไม่ใช่”

          “ไอ้!...”

          “วี…”  ผมกับมันหันไปทางประตูพร้อมกัน ผู้ชายอีกคนที่หน้าตาคล้ายไอ้คนที่บีบแก้มผมอยู่ยืนอยู่ตรงนั้น อาจจะเป็นพี่หรือน้องก็ได้ และผมก็ไม่เคยเห็นเขามาก่อน หน้าตาคม ดวงตาเรียวเหมือนจะดุแต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกกลัว

          “อะไร” วีหันไปหาผู้ชายคนนั้นแล้วตวัดตามองดุๆ

          “พ่อบอกให้ลงไปช่วยดูรถด้วย วันนี้วันหยุดคนมาเยอะ” ผู้ชายคนนั้นพูด

          “เออ…” วีว่าแล้วหันมาทางผม

          “จะไม่แนะนำรุ่นน้องมึงให้กูรู้จักหน่อยเหรอ?” ผู้ชายคนนั้นว่าแล้วเดินเข้ามาในห้อง เขาจ้องผมด้วยสายตาแพรวพราว มุมปากสวยวาดยิ้มหนึ่งครั้งเมื่อหยุดสายตาที่คอผม

          “มันชื่อมาร์ค…ส่วนนี่พี่กู ยู” วีแนะนำผมกับพี่มัน พี่ยูยิ้มให้ผมอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถาม

          “ข้าวต้มอร่อยไหม?”

          “อ่ะ…เอ่อ…” ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมผมถึงตอบพี่ยูไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะสายตาคมกริบที่มองมาแบบแปลความหมายไม่ได้นั่น หรือเพราะรอยยิ้มเหมือนจะรู้ทันของพี่มัน

          “แล้วก็อย่าลืมกินยาล่ะ มันมียาแก้อักเสบด้วยกินจนหมดนะ” ไม่รู้ว่าทำไมหน้าผมต้องร้อนตอนที่พี่มันบอกอย่างนั้น ทั้งโกรธไอ้วี ทั้งอายพี่ยู ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้ว

          “มึงจะออกไปตอนไหนยู” วีมันว่าให้พี่มันดุๆ สองคนนั้นหันกลับไปจ้องกัน และแค่หนึ่งครั้งที่ผมเห็นพี่ยูกระตุกยิ้มให้วี

          “พี่ไปนะ…น้องมาร์ค” พี่ยูหันกลับมามองแล้วยิ้มให้ผม ผมก็ได้แต่ผงกหัวตอบรับ

          “หึ!...” เสียงหัวเราะในลำคอจากคนข้างๆ ทำให้ผมหันไปมองมัน วีมันก็มองมาที่ผมอยู่แล้ว แต่สายตามันเต็มไปด้วยความดูถูก “พวกชอบพวกเดียวกันนี่แม่ง…ดูกันออกเนอะ…มีรหัสลับอะไรหรือเปล่าวะ แล้วที่มันยิ้มให้มึงเมื่อกี้หมายความว่าไงเหรอ? ชวนกันไปต่อ?”

          “ไอ้เหี้ย! กูไม่ใช่คนที่จะเอากับใครก็ได้เหมือนมึง” ผมตะโกนด่ามันทันทีที่มันพูดจบ ผมไม่รู้หรอกว่าที่พี่ยูมองมามันคืออะไร แต่ที่ผมรู้คือพี่เขาก็ไม่ได้เลวร้ายและดูเป็นมิตรดีกว่าไอ้วีด้วยซ้ำ

          “เมื่อคืนมึงก็เอากับกูได้ โดยที่มึงไม่ได้เลือก”

          “มึงบังคับกู ไอ้สัส!”

          “จะบังคับหรือไม่บังคับ เมื่อคืน…กูก็ได้มึงแล้ว และกูมีความสุขดี” มันก้มลงมาให้หน้ามันตรงกับหน้าผม ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ ผมเม้มปากก่อนจะช้อนตาขึ้นมองมัน ทั้งสมเพชตัวเอง ทั้งโกรธมัน ความรู้สึกผมในตอนนี้มันเกินจะบรรยายได้จริงๆ

          “มึงต้องการอะไร” ผมหลับตาลงแล้วถามมันช้าๆ

          “หึ! กูเคยบอกมึงแล้ว…เลิกยุ่งกับเพื่อนกู เลิกยุ่งกับไอ้กัณฐ์” มันบอกผมช้า ๆ แล้วมองหน้าผมตรง ๆ อยากเถียงอยากถามว่ามันมีสิทธ์อะไรมาสั่งผม แต่มันกลับไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พูด “มึงไม่ต้องถามเหตุผลหรอก ง่ายๆ คือพวกมันชอบกันไม่ได้ชอบมึง ถ้ามึงยังดันทุรังต่อ กูกับมึงจะไม่จบแค่ที่เตียงแน่” มันว่าต่อและขู่ผมไปในตัว

          “กูจะไม่ยุ่งกับพี่บาร์อีก…” ผมตอบมันกลับไป ผมมาคิด ๆ ดูแล้ว ถ้าผมมีหวังสักนิดผก็จะทำต่ออยู่หรอก แต่นี่ไม่มีหวังอะไรเลย พี่เขาไม่เคยให้ความหวัง แถมยังพูดเสียงดังชัด ๆ ว่าชอบกัณฐ์ ไม่ได้ชอบผม

          “ดี…อย่าแม้แต่จะมีความคิดแบบเมื่อคืนอีกนะมึง”  มันว่า “แล้วกับกูนี่พูดเพราะๆ ไม่ได้เลยเหรอ ให้เกียรติกูสักนิด กูเป็นพี่มึง”

          “ทำตัวให้สมกับเป็นพี่ก่อนค่อยมาบอกกู” ผมบอกมันไปแล้วสบตามันอย่างท้าทาย เรื่องอย่างนี้มันอยู่ที่คนครับ ถ้าผมนับถือจริงอายุน้อยกว่าผมก็ไหว้ได้ แต่กับมันนี่เกินกว่าอะไรทั้งหมดจริง      ๆ

          “ไอ้มาร์ค…” มันเรียกชื่อผมเสียงต่ำ เหมือนจะขยับเข้ามาหา แต่แม่มันเรียกให้ไปดูลูกค้าก่อน

          “มึงมันก็มีดีแค่สั่ง” ผมว่ามัน

          “ใครว่ากูมีดีแค่สั่ง อย่างอื่น…กูก็ดี” มันบอกผมแล้วมองลงไปที่กลางลำตัวมันก่อนจะตวัดสายตาไล่มองผมตั้งแต่ลำคอลงไปเรื่อย ๆ “อย่าลืมล่ะว่ากูเป็นพี่มึง แต่ถ้ามึงไม่อยากเป็นน้อง จะมาเป็นมะ…”

          “เออ ๆ พี่ก็พี่!” ผมว่าก่อนที่มันจะพูดอะไรน่าอายออกมา

          “แล้วเรื่องเมื่อคืนของเรา…” มันเว้นวรรคนิดหน่อยก่อนจะพูดกับผมต่อ “อย่าบอกใครล่ะ เดี๋ยวเมียกูรู้”

          หลังจากที่ตกลงกันกับไอ้รุ่นพี่นั่นเสร็จมันก็มาส่งผมที่หอ ผมแปลกใจนิดหน่อยที่มันไม่กลับบ้านแต่กลับเดินตามผมมา หันกลับไปถามมันบอกว่านี่หอแฟนมัน

          หน้าไม่อาย…

          เมื่อคืนทำร้ายผมจะเป็นจะตาย พอมาตอนนี้เดินยิ้มขึ้นไปหาแฟนเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หน้าไม่อายจริงๆ ผมแยกกับมันตรงชั้นสี่ หอผมมีทั้งหมดแปดชั้นไม่แยกชายหญิง หออยู่ในระดับที่ดีมาก ผมเป็นคนกรุงเทพฯ ที่สอบแอดมิดชันเพื่อเข้าเรียนต่างจังหวัด ผมอยากเรียนคณะที่ผมชอบนั่นคือ วิศวกรรมศาสตร์ แม้ว่ามันจะทำให้ผมมีปัญหากับพ่อแต่ผมก็เลือกที่จะเรียนมัน ตอนผมทะเลาะกับพ่อก็มีแม่คอยปลอบ พ่อผมอยากให้ผมเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ขณะที่ผมอยากทำมันเป็นแค่งานอดิเรก พ่อผมเกลียดการทำงานเกี่ยวกับรถ ขณะที่ผมอยากทำเป็นอาชีพ ผมเลยเลือกที่จะมาเรียนที่นี่ ที่ที่ไกลจากบ้าน ที่ที่ผมคาดหวังจะเจอชีวิตที่เรียบง่ายและสวยงาม

          แต่วันนี้ของผมมันไม่สวยงามเลยจริงๆ

          ผมหยิบโทรศัพท์กดเข้าแอปพลิเคชันยอดฮิตที่เล่นอยู่เป็นประจำตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม สเตตัสแรกที่ผมเจอบนฟีดข่าวทำเอาผมอยากปาโทรศัพท์ทิ้ง รูปมือเล็กที่กุมมือเรียวเอาไว้หลวมๆ ไม่เห็นหน้าใครแต่ก็รู้ได้ว่านั่นคือกัณฐ์กับพี่บาร์  อีกรูปเป็นรูปพี่บาร์ที่ยกมือขึ้นแนบแก้มกัณฐ์ ผมไม่รู้ว่าพี่บาร์ทำหน้าอย่างไรเพราะพี่เขาหันหลังให้กล้อง แต่สายตาที่กัณฐ์มองไปที่พี่เขามันเต็มไปด้วยความรัก คล้ายกับเวลาที่ผมมองพี่บาร์ แต่ก็ต่าง…

          ต่างกันตรงที่เขารักกันไง ไม่ได้รักผม

          Dew dely

          1 hr

          หวานหยดหย้อยมดตัวเล็กตัวน้อยถอยแทบไม่ทัน น้องหมอกัณฐ์ควงพี่บาร์เดินห้าง ประเด็นอยู่ที่นางจับมือกันแล้วถ่ายรูปโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยนะจ๊ะ คนทำคือพี่บาร์ค้า~ ถือเป็นรูปแรกของพี่บาร์เลยไหม? ถือเป็นการเปิดตัวเปิดใจเปิดสถานะเลยหรือเปล่า เอ๊ะ*!ยังไง สายสืบเจ้มาเจออีกทีที่ลานจอดรถ นางจับแก้มกันจ้า~ คือมีออร่าความแฟนถือแขนจับมือมาก แต่นางยังไม่ยอมรับไง  บาร์บอกขอดูใจอีกนิด (อันนี้วงในกระซิบมา) ดูเลยจ้า~ จะดูใจหรือจะไล้หน้าอกก็เอาเถอะ ฉันเลิกหวังที่จะเอาน้องกันมาเป็นผะอั๋วแล้วล่ะจ้ะ ถ้านางจะชัดเจนขนาดนี้**#Tossara***

          6012 likes 1214 comments

          จำนวนยอดไลค์ที่ถล่มทลายกับคอมเมนต์แสดงความยินดียาวเหยียดไม่ได้ทำให้ใจผมกระตุกเท่ากับการตอบคอมเมนต์ของพี่บาร์ที่ตอบเพื่อน

          ตีตี้ไม่ตีแต่เหล็ก***:*** ต้องขอบคุณความเผือกของสายสืบนะคะ เขาไปอยู่ซอกหลืบรถก็ยังถ่ายมาได้

          Bar Sarawut***:* กูอยากรู้ว่ามันเป็นใครจะเอาไม้หน้าสามฟาดแม่ม

          Nnorthh***:***ไอ้บาร์ ชอบทำร้ายร่างกายคนอื่นตลอด เขินก็เขินไปคนเดียวดิ

          Pin pinna***:*** จริงมึง กูอยากรู้ว่าหมอทนได้ไง    

          Tossakan***:*** ชอบ

          Pandora***:*** ชอบอะไรคะๆๆๆ

          Tossakan***: ชอบความรุนแรงครับBar Sarawut***

          pVnn***:*** แล่วๆๆๆๆ มาแล้ววววว

          Pond pawee***:*** มีการจีบกันในคอมเมนต์

          Nanana***:*** *อย่างงี้ก็ได้เหรอ?*Tossakan

          Tossakan***:*** บอกเจ้าตัวไปแล้ว จะบอกใครที่ไหนก็ได้

          Bar Sarawut***:* แต่มึงบอกที่นี่ไม่ได้!!

          Tossakan***: ทำไมครับBar Sarawut***

          Bar Sarawut***:*** กูเขิน

          กูเขินคำเดียวสั้นๆ แต่มันคงทำให้ผมเจ็บไปอีกนานเลยล่ะครับ

          ผมล้มตัวลงบนที่นอนและหลับตาลงช้าๆ เหนื่อยเกินกว่าจะลุกขึ้นนั่งหรือรับรู้อะไรได้อีก ผมเจ็บ…เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ  ถ้าเป็นแบบนี้ผมจะดันทุรังต่อก็คงไม่ได้จริงๆ เห็นข่าวคราวพี่เขาแล้วพี่เขามีความสุขดี ผมก็คงต้องชอบอยู่ตรงนี้เงียบๆ คอยมองดูเขาเวลาเขามีความสุขแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถ้ามีโอกาสผมก็อยากไปขอโทษที่เคยคิดจะทำเรื่องเลวร้ายกับพี่เขา เผื่อว่าคำขอโทษมันจะส่งผลให้ผมไม่ต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้อีก

          ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหลังจากที่คุยกับตัวเองอยู่สักพัก กดเบอร์ที่จำได้แม่นแล้วฟังเสียงรอสายไม่นานปลายสายก็กดรับ

          “แม่ครับ…”

          [ว่าไงครับคนเก่ง] แม่เป็นคนที่คอยปลอบตอนที่ผมทะเลาะกับพ่อ แม่เป็นคนที่คอยเตือนสติผมตอนที่ผมอยากจะทำอะไรบ้าๆ แม่เป็นคนที่ส่งเงินมาให้ผมใช้แม้ว่าท่านจะไม่ค่อยเห็นด้วยที่ผมจะเรียนที่นี่ก็ตาม

          แม่เป็นคนที่ไม่อยากเห็นผมเสียใจ

          “คิดถึงแม่นะครับ” ผมพูดกับโทรศัพท์แล้วยิ้มกับตัวเอง ไม่รู้ทำไมถึงต้องโทรหาแม่ รู้แค่ว่าถ้าโทรหาคนคนนี้เขาจะไม่ทำร้ายผมแน่นอน

          [อะไรเนี่ย….โทรมาบอกคิดถงคิดถึง เป็นอะไรหรือเปล่า] เสียงหวานถาม

          “เปล่าครับ”

          [เสียงแปลกๆ นะมาสะ] มาสะเป็นชื่อจริงของผมที่ย่าเป็นคนตั้งให้และที่บ้านก็ชอบเรียกผมแบบนี้ มันเป็นภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึง ความฉลาด พ่อผมเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเพราะย่าผมเป็นคนญี่ปุ่น แต่ปู่เป็นคนไทย ดังนั้นผมจึงเป็นลูกเสี้ยว ส่วนแม่ผมเป็นไทยแท้ ผมใช้นามสกุลไทยแต่ใช้ชื่อญี่ปุ่น ส่วนชื่อเล่นอาเป็นคนตั้งให้

          “ผมคิดถึงแม่มากไง” ผมตอบกลับไป

          [คิดถึงก็มาหาแม่สิลูก]

          “เปิดเทอมยังไม่ถึงสองเดือนเลยนะครับ”

          [ก็มาสะบอกว่าคิดถึงแม่นี่ครับ]

          “ก็เลยโทรหานี่ไง”

          [ถ้าอย่างนั้น…ว่างๆ ก็กลับมาบ้านนะคะ เดี๋ยวแม่โอนค่าเครื่องให้เอง แม่คิดถึงลูกจริงๆ นะ] ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่โทรหาแม่ แค่ท่านบอกว่าคิดถึงผมก็รู้สึกอยากร้องไห้ ผมไม่ค่อยเป็นอย่างนี้บ่อยหรอก แต่ตอนนี้ผมอยากกอดแม่จริงๆ

          “ครับ”

          อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลลงมา…

          ว่ากันว่าเวลาอ่อนแอเราจะคิดถึงบ้าน

          ผมหลับตาลงช้า ๆ อีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เดินไปหยิบเอาบุหรี่ที่โต๊ะอ่านหนังสือ ผมเป็นคนที่ชอบสูบบุหรี่ ด้วยความที่หลาย ๆ อย่างมันสะสมและเพิ่มพูนจนหาทางระบายไม่ได้ การมองควันสีขาว ๆ ที่ถูกพ่นขึ้นไปบนฟ้าจึงเป็นสิ่งที่ผมทำเวลาเครียด ผมเดินออกไปตรงระเบียงสูดอากาศสบาย ๆ ยามบ่ายแก่ ๆ แล้วทอดสายตามองไปเรื่อย ๆ หัวผมกำลังโล่งและนั่นก็ดีเพราะผมก็ไม่อยากคิดอะไรตอนนี้

          “วีคะ ถ้าเอาพลูด่างแขวนไว้ตรงนี้มันจะโดนแสงพอดีไหมอ่ะ” เสียงหวานจากข้างห้องไม่ได้ทำให้ผมสนใจเท่ากับชื่อในบทสนทนา ผมหันกลับไปมองเห็นผู้หญิงหุ่นสวยเหมือนกับหน้าตา เอียงซ้ายเอียงขวามองต้นพลูด่างในมือ

          “ไหน…ขอวีดูหน่อย” โลกมันกลมเกินไปหรือมหา’ลัยมันเล็กกันนะ ไอ้ผู้ชายที่เดินออกมาซ้อนแผ่นหลังสวยเอื้อมมือไปจับต้นพลูด่างนั่นมันคือไอ้คนเดียวกันกับคนที่ผมไม่อยากเจอ “ตรงนี้ก็น่าจะพอดีแหละ” พี่มันบอกกับแฟนอย่างนั้นก่อนจะแขวนพลูด่างไว้ข้างผนัง

          “สวยจังเลยวี พลอยจะเลี้ยงมันให้ดีเลย…” ผู้หญิงคนนั้นว่าแล้วหันกลับไปยิ้มหวานให้พี่วี กลายเป็นเธออยู่ในอ้อมกอดแกร่งนั่น

          “ดีเลย…ดูแลให้ดีเหมือนกับความรักของเรานะครับ” เสียงหล่อว่าพร้อมกับหน้าหล่อๆ ที่โน้มไปแนบกับหน้าผากสวย

          จุ๊บ!

          พี่ผู้หญิงเงยหน้าขึ้นจูบปากรูปกระจับ ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ

          “พลอยจะดูแลให้ดีทั้งต้นไม้ที่พลอยรัก ทั้งความรัก และคนรักของพลอยเลยค่ะ” เธอว่าเสียงออดอ้อนจนไอ้พี่วีมันยิ้มกว้างให้

          “พูดเอาใจเก่งจัง” พี่วีว่าแล้วช้อนคางสวยขึ้นมาก่อนจะจูบที่ปากอวบอิ่มอีกทีเบาๆ แล้วผละออก

          “อื้อออ อายไหมล่ะ” เสียงหวานว่ากระเง้ากระงอดพลางดันอกแกร่งออกห่าง

          “มากกว่าจูบก็เคยแล้วไหมล่ะบางที” ไอ้พี่วีมันก็พูดหยอกให้แฟนได้เขินเล่น ถ้าจะถามว่าผมรู้สึกยังไงกับภาพตรงหน้า…ตอบได้เลยว่ารังเกียจ หึ…ปากบอกไม่เคยเอากับผู้ชายแต่เมื่อคืนก็ทำกับผม ปากบอกรักแฟนอ้อนแฟนทั้ง ๆ ที่เมื่อเช้าเพิ่งบอกว่าผมเป็นเมียมัน

          ผู้ชายคนนี้น่ารังเกียจจริง ๆ

          “เหม็นบุหรี่อ่ะวี” คนสวยนอ้อมกอดแกร่งว่าพลางบิดตัวออกแล้วหันไปมองพลูด่าง

          “วันนี้วียังไม่ได้ดูดสักตัวเลยนะ”

          “แต่พลอยได้กลิ่นอ่ะ…โอ๊ะ!...” เธอหมุนตัวไปรอบ ๆ ก่อนจะทำเสียงตกใจเมื่อหันมาเจอผมที่อยู่ห้องข้าง ๆ อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมาอยู่ข้างห้องพวกมัน รู้แค่ว่าชั้นถัดจากผมลงไปเป็นห้องพี่บาร์ แต่ผมไม่เคยรู้ว่านี่จะเป็นห้องของแฟนพี่วี

          “ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจขัด” ผมบอกขอโทษส่ง ๆ พร้อมกับยกมือให้

          “ไม่เป็นไรค่ะ แค่อย่ามาสูบใกล้พลูด่างพลอยก็พอ” เธอว่าพร้อมกับส่งสายตาหวานมาให้ผม ผมมองไปที่ไอ้พี่วีทันเห็นสายตาแปลก ๆ มันครู่หนึ่งแต่ก็แค่ครู่เดียวนั่นแหละ มันก็ยิ้มหล่อๆ แล้วเดินมาโอบเอวแฟนมันก่อนจะโน้มลงไปพูดกับเธอ

          “รุ่นน้องที่คณะวีเอง”

          “อ้าว! คนกันเองนี่ พี่ชื่อพลอยยินดีที่ได้รู้จักนะ” เธอเดินมาตรงรั้วกั้นระเบียงพร้อมกับยื่นมือมาหาผม

          “มาร์คครับ” ผมก็ตอบพร้อมกับจับมือเธอตอบ

          “นานไปแล้วครับคนสวย วีหวงนะ” มันว่าแล้วจับมือเธอออกจากมือผม ผมแอบเบ้หน้าน้อย ๆ กับคำพูดนั้น ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผมไม่สนใจผู้หญิงก็ยังจะหวง คงจะรักกันปานจะกลืนกิน

          “อะไรกันเล่า…แค่ทักทาย” เธอหันไปพูดกับพี่วีแล้วหันกลับมายิ้มให้ผม “อย่าลืมที่พี่ขอนะคะน้องมาร์ค อย่าให้ควันมาทำร้ายน้องพลูด่างของพี่นะ” เสียงหวานว่ากับผมพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้อีกที ยิ้มเธอสวย ยิ่งประดับอยู่บนหน้าสวย ๆ นั่นยิ่งสวย

          แต่ผมไม่ได้ชอบผู้หญิงสวย ๆ

          “ก็แล้วแต่ลมมันจะพัดไปนั่นแหละครับ แต่ผมจะพยายามไม่ไปใกล้ก็แล้วกัน” ผมว่ากับเธอแล้วแอบมองไปที่ไอ้พี่วี มันก็แค่มองผมนิ่ง ๆ แล้วพูดออกมาช้า ๆ

          “ก็ดี…อย่างน้อยยังพยายามที่จะไม่ทำลายความรักของคนอื่น”

          “ผมจะพยายามจนสุดความสามารถนั่นแหละครับ” ผมมองหน้ามันนิดหน่อยก่อนจะตอบกลับไป ไม่รู้ว่าที่มันพูดน่ะหมายถึงใคร แต่ยังไงผมจะอวยพรให้คนที่มีความรักทุกคนแล้วกัน

          “ขอให้รักกันนาน ๆ นะครับ”

#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น