< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

เขาหลง

อินทรปรัสถา
0.0
<
>
เรื่องเล่าจากผู้เฒ่า ตอน พรานปลา

พรานปลา

ฝนตกรินๆตลอดทั้งคืน รุ่งเช้ามาอากาศกำลังเย็นสบายใครต่อใครหลายคนกำลังหลับอย่างมีความสุข แต่ที่ท้ายหมู่บ้าน มีครอบครัวหนึ่ง ซึ่งแยกตัวมาปลูกบ้านอยู่ไกลจากครอบครัวอื่นจนติดป่าท้ายหมู่บ้าน กำลังสาละวนเตรียมตัวทำกับข้าวกันอย่างขมักเขม้น

“ตามี” แกเป็นถือว่าเป็นพรานล่าปลาตัวฉกาจคนหนึ่งในหมู่บ้าน ไม่ว่าแดดจะออกฝนจะตกฟ้าจะร้อง ถ้าแกได้ออกจากบ้านไป ขากลับแกต้องกลับมาพร้อมกับปลาตัวใหญ่ๆทุกครั้ง แม้จำนวนไม่มากมายแต่ปลาทุกตัวที่แกได้มามีขนาดตัวใหญ่ๆน้องๆเด็กน้อยแรกเกิดเลย วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ตามีกับนางสมผู้เป็นภรรยากำลังสาละวนกับปลาช่อนตัวเขืองขนาดไม่ต่ำกว่า 2-3 กิโลจำนวน 2 ตัว ตามีแกกำลังขูดเกล็ดและผ่าท้องควักใส้ปลาออกมากองใว้ ส่วนนางสมก็มีก็ช่วยสามีตัดปลาช่อนเป็นวงๆขนาดพอดีเลือดปลาแดงฉาดเต็มบริเวณที่สองคนนั่งชำแหละปลามองไกลๆไม่ผิดกับเลือดมนุษย์

ย้อนกลับไปก่อนหน้าวันนี้ 3 วัน ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตอำเภอ นายอิ๊ดกับนางแต๊น 2 สามีภรรยากำลังตื่นเต้นด้วยความดีอกดีใจที่ได้เจอหน้าลูกรัก ที่กำลังจะลืมตามาดูโลกหลังประคบประหมท้องมานานถึง 9 เดือน ทั้งสองเพิ่งจะมีลูกด้วยกันเป็นคนแรก เลยตื่นเต้นทำตัวไม่ถูกได้แต่ประคบประหมลูกรักอย่างดีตามคำสั่งของหมอ ทั้งสองคนได้ลูกสาวที่สุขภาพไม่ค่อยดีนัก เด็กต้องเข้าตู้อบนานกว่า 2 วันถึงได้ออกมาแต่ก็ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์และพยาบาลอย่างใกล้ชิด จนถึงวันที่ 3 หลังการคลอดเด็กน้อยมีอาการตัวซีด หน้าเกร็ง แล้วก็หยุดหายใจและแน่นิ่งไปในที่สุด สร้างความตกใจให้กับแพทย์พยาบาลและนายอิ๊ดนางแต๊น จนนางแต๊นร้องไม่เป็นภาษาและสลบไปตรงเตียงต่อหน้าแพทย์และพยาบาลที่กำลังหาทางช่วยเหลือเด็กน้อยอย่างเต็มความสามารถ

ที่หมู่บ้าน ตาอ้วน ชายชราวัย 65 ปีได้รับข่าวเศร้าจากคนในหมู่บ้านถึงเรื่องราวการเสียชีวิตของเด็กแรกเกิด ที่หมอยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดเกี่ยวกับอาการตายอย่างผิดปกติของเด็กทารกน้อย ในเช้าวันนั้นแกจึงเดินไปหยิบมีดจากหิ้งพระออกมาแล้วพนมมือบริกรรมคาถาบางอย่างจากนั้นจึงเป่าใสมีดก่อนจะเน็บไว้ที่เอวแล้วลงจากเรือนออกไปทางท้ายหมู่บ้าน

ที่ท้ายหมู่บ้านตามีและนางสมกำลังสาละวนช่วยกันชำแหละปลาช่อนและตัดปลาช่อนเป็นชิ้นพอเหมาะเพื่อลงหม้อ ตามีเป็นคนหาปลาเก่งแต่ไม่ชอบสุงสิงกับคนอื่น ไม่ว่าคนในชุมชนจะทำอะไรหรืองานบุญอะไรก็ตามยิ่งมีงานที่วัดแกยิ่งจะไม่เข้าใกล้เลย นานๆตามีจะเข้าหมู่บ้านสักครั้งเพื่อเอาปลามาขายหรือหาเครื่องใช้ตามจำเป็น ซึ่งปลาที่แกเอามาขายจะมีแต่ตัวเล็กส่วนตัวใหญ่แกจะเก็บไว้กินเองใครขอซื้อแกก็ไม่แบ่งขายแม้นว่าจะให้ราคาสูงมากขนาดไหนก็ตาม

เมื่อตาอ้วน เดินมาถึงบ้านตามี ท้ายหมู่บ้าน แกก็ร้องถามทักทายตามประสาคนรุ่นเดียวกัน

“เฮ้ย ตามี แกอยู่หรือเปล่า ฉันแวะมาหา มีเรื่องจะให้แกช่วยหน่อย”

ตามีหยุดชะงัก พร้อมกับบ่นพึมพำในลำคอ ก่อนจะร้องตอบออกไป

“ใครวะ มาเรียกกูแต่เช้ามืด มีอะไร กูไม่ว่างคุยด้วยมึงกลับไปกูจะกินข้าว” 

ตาอ้วนกับตามี 2 คนนี้มีอายุเท่ากันบวชเรียนมาด้วยกันตั้งแต่สมัยยังเด็กต่างก็ชื่นชอบศึกษาวิชาอาคมด้วยกันทั้งคู่ ต่างคนต่างมีดีคนละสาย พอเวลาผ่านไปต่างก็แยกย้ายไปคนละที่คนละทาง จนทั้งคู่อายุ 30 กว่าจึงกลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้งในเวลาไล่เรียงกัน ตามีได้เมียมาจากที่อื่น มาปักหลักทำมาหากินที่บ้านเกิดจนถึงปัจจุบัน ส่วนตาอ้วนภรรยาเสียชีวิตจากการคลอดลูกคนที่ 3 แกเลยครองตัวเป็นโสดปฏิบัติธรรมมาจนถึงทุกวันนี้โดยไม่ยอมมีภรรยาใหม่ ซึ่งตรงข้ามกับตามีและนางสมแม้นทั้งคู่อายุล่วงวัยป่านนี้แล้วก็ไม่มีลูกหลานแม้แต่คนเดียว

อ้าวเฮ้ย ไอ้นี้มึงไล่กูกลับเลยรึ ตาอ้วนตอบกลับไป

กูนึกว่าใคร มึงเองรึไอ้อ้วน กูกำลังทำปลาอยู่ไมอยากคุยกับมึงมึงกลับไปก่อนนะ ตามีตอบออกไป

ชั่วจังหวะหนึ่งของการสนทนา ลมก็พัดเปลี่ยนทิศกะทันหัน ตาอ้วนสัมผัสอะไรบางอย่างได้

“กลิ่นคาวเลือด” ตาอ้วนพึมพำในลำคอ พร้อมกับเดินไปยังต้นกำเนิดเสียงและกลิ่น และสิ่งที่ตาอ้วนมองเห็นเมื่อไปถึงก็คือสภาพปลาชะโดตัวใหญ่ขนาดโคนขาเด็กน้อย ถูกตัดเป็นปล้องๆใส่ในถาดขนาดใหญ่ แต่ตาอ้วนแกเป็นคนมีวิชาอาคมในตัวสิ่งที่แกเห็น 2 ผัวเมียกำลังชำแหละคือชิ้นส่วนร่างเด็กน้อยแรกเกิดที่ถูกชำแหละออกมา 

ไอ้มี!!! นี้มึงกินเด็กอีกแล้วใช่มัย มึงใช้วิชาบังตากับกูไม่ได้หรอก