< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

หงส์บรรณาการ

ธีมาศ
0.0
<
>
บทนำ เจ้าสาวตัวปลอม

****เรื่องนี้มีตัวละครต่อจากเรื่อง "ชายาผู้งดงาม" นะคะ แต่ไรท์จะพยายามเขียนให้อ่านแยกกันได้ค่ะ (ปล....ในเรื่องนี้เป็นเวลาหลังจากเล่มที่แล้วมาสิบสามปีนะคะ) ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่าาา ****

บทนำ เจ้าสาวตัวปลอม

ดวงตากลมโตค่อยๆเปิดขึ้น ภายหลังจากที่เจ้าตัวเหมือนตกอยู่ในความฝันอันยาวนาน...สติของเด็กสาวก็ค่อยๆคืนกลับมา

สิ่งแรกที่นางเห็น ก็คือโลกสีแดง มีผ้าสีแดงคลุมปิดใบหน้าของนางอยู่ ช่างน่ารำคาญนัก ทว่าพอจะยกมือดึงผ้าคลุมหน้าออก กลับถูกใครคนหนึ่งตีมือเผียะเข้ามาเต็มแรง!!

“ห้ามถอดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกเอง ผ้าคลุมหน้านี้ ต้องรอให้เจ้าบ่าวเป็นคนถอด!”

เสียงตวาดอย่างไม่พอใจ ดังมาจากหญิงสาวคนที่ตีมือของนาง คนถูกทั้งตีมือและตำหนิเสียงแข็ง หันไปมองหน้าอีกฝ่ายอย่างงุนงง

“เจ้า...หลงฉู่...เกิดอะไรขึ้นกับข้า...ข้าปวดหัวจังเลย...”

เด็กสาวปวดศีรษะเมื่อพยายามทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ นางยังคงงุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง จนอีกฝ่ายเอ่ยบอกอย่างเสียมิได้

“ก็ตามที่เราตกลงกันอย่างไรเล่า องค์หญิงของเราช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ระหว่างที่ทรงเดินทางมาเข้าพิธีแต่งงานที่เมืองเหิงโจว ที่นี่ก็คือจวนท่านแม่ทัพ สามีขององค์หญิงฝูซีหราน...นี่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของแคว้นฝูกับแคว้นเลี่ยง ดังนั้นเมื่อองค์หญิงของเราเกิดหายตัวไปกะทันหัน ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่น...นอกจากจะต้องให้เจ้า ช่วยเข้าพิธีแต่งงาน เป็นตัวแทนให้องค์หญิงของเราไปก่อน”

“อะไรนะ!!?” เจ้าสาวตัวแทนร้องเสียงหลง

ต่อให้จดจำอะไรในอดีตของตนเองมิได้ แต่นางก็ไม่มีทางยินยอม แต่งงานกับคนที่มิได้มีใจด้วยหรอก ไม่มีวัน!!

“องค์หญิงของเจ้าช่วยเหลือข้าเอาไว้กลางป่าก็จริง แต่ข้าไม่สามารถแต่งงานแทนคุณให้พวกเจ้าได้หรอก...ยิ่งเป็นสมรสพระราชทานด้วยแล้ว...ไม่ได้ละ ข้าจะต้องไป...โอ๊ย!!”

เด็กสาวคิดจะเผ่นหนีออกจากห้องหอ ทว่าสองขาของนางกลับไร้เรี่ยวแรง เมื่อลุกจากเตียงก็ล้มลงไปคว่ำอยู่กับพื้นห้อง ทั้งอ่อนแรงและล้าไปหมดทั้งร่าง ในหัวสมองก็สับสน มึนงงไปหมด!

“เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายข้า...หลงฉู่ เจ้าให้ข้ากินอะไร...?”

“ไม่ต้องห่วง ก็แค่ยากล่อมประสาทธรรมดา ผ่านพิธีแต่งงานไปแล้ว จะต้องเติมยาอีกสักหน่อย...แล้วพรุ่งนี้เช้าเจ้าก็จะดีขึ้น ผ่านคืนนี้ไป เจ้าก็คือองค์หญิงฝูซีหรานของพวกเรา หากไม่อยากตายก็จงทำตัวดีๆ เจ้าคงยังไม่รู้ ว่าท่านแม่ทัพสามีของเจ้าผู้นี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นบุรุษที่โหดเหี้ยม เย็นชา ไร้หัวใจ...หากเจ้าเผลอพูดอะไรไร้สาระให้เขาระคายหู เกรงว่าจะไม่มีทางรอดชีวิตต่อไปได้แน่...ทำตัวเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังที่ข้าแนะนำเถิด นี่เป็นหนทางเดียวที่คนเร่ร่อนอย่างเจ้า จะมีโอกาสได้เสวยสุข หากไม่รีบคว้าเอาไว้ ฟ้าดินจะลงโทษเจ้าแน่ๆ ฮึๆ”

“ไม่ อื้อ!!”

หลงฉู่ล้วงหยิบยาผงเข้ามา บังคับกรอกใส่ปากของอีกฝ่าย ไม่ต้องออกแรงมากมายอะไรก็สามารถบีบปากของนางให้รับยาเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

องค์หญิงตัวปลอม อ่อนล้า ไร้แม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะทรงกาย นางไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาดินเหนียว ที่หลงฉู่จะจัดการอย่างไรก็ย่อมได้ทั้งสิ้น

นางกำนัลสาวประคองร่างเล็กๆแสนบอบบางของอีกฝ่ายกลับไปบนเตียง จัดท่าให้นางนอนราบลงไป ผ้าคลุมหน้าและเครื่องประดับยังครบครัน มิไยที่คนถูกบังคับจะฝืนพยายามต่อต้าน แต่ถูกอีกฝ่ายผลักทีเดียว ก็ล้มลงไปนอนหอบหายใจแรง เหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง!

“อย่าดื้อรั้นอีกเลย ถือเสียว่าเจ้าได้ตอบแทนคุณองค์หญิงของเรา สวรรค์ส่งเจ้าที่หน้าตาคล้ายกับองค์หญิงของเรามาเพื่อสิ่งนี้...เจ้าก็ยอมรับชะตาเถิด” หลงฉู่กล่าวอย่างเยือกเย็น ไร้ความรู้สึกผิดแม้สักนิด

“ไม่ได้...ข้าแต่งงานกับคนอื่นไม่ได้ ข้าสัญญาเอาไว้กับ...กับ...ฮือ...”

นางนึกไม่ออก ทว่าน้ำตากลับไหลพรากลงมาไม่หยุด

นางรู้สึกว่าตนเอง “สัญญา” เอาไว้กับใครบางคน...เขาคนนั้นคือคนสำคัญ แต่นางกลับนึกไม่ออกว่าเขาคือใคร

อย่าว่าแต่นึกถึงเขาเลย ตอนนี้นางยังไม่ทราบ กระทั่งชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริงของตนเองด้วยซ้ำ!

องค์หญิงฝูซีหรานตั้งชื่อให้นางว่า เซินหลิน เป็นชื่อที่เด็กสาวไม่คุ้นเคยเลย นางจำเป็นต้องติดตามขบวนเสด็จขององค์หญิงฝูมา เพราะไม่มีทางเลือก นางไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับตนเองสักนิด ของที่ติดตัวก็ไม่มี ส่วนเสื้อผ้าเดิมของนางนั้น ก็สกปรก ขาดรุ่งริ่งแทบไม่เหลือสภาพ

ตามเนื้อตัวก็ล้วนเต็มไปด้วยบาดแผลถูกกิ่งไม้เกี่ยวทำร้าย แต่แผลพวกนั้นค่อยๆหายไปในระหว่างการเดินทางมาที่จวนแม่ทัพแห่งนี้

เซินหลินทราบแค่ว่า...องค์หญิงฝูซีหราน ทรงเดินทางเพื่อมาแต่งงานกับแม่ทัพตะวันตกของแคว้นเลี่ยง ผู้เป็นบุรุษในดวงใจของนาง องค์หญิงเฝ้าเพ้อฝันถึงเขามาตลอดทาง เซินหลินได้ยินพวกนางกำนัลแอบคุยกันเรื่องนี้

ว่ากันว่า ท่านแม่ทัพผู้นี้ เป็นบุรุษรูปงาม ทว่าโหดเหี้ยม เย็นชา ไม่เคยสนใจสตรีใดมาก่อนเลย นั่นเพราะว่า องค์หญิงเลี่ยงหมิงซี สตรีที่เขารักนั้น ได้เสียชีวิตไปที่ “หน้าผาเชิญเทพ” เมื่อสิบปีก่อน

ในตอนนั้น...แผ่นดินทั่วหล้าล้วนประสบภัยแล้งอย่างหนัก ทวยราษฏร์ล้วนทุกข์เข็ญ ทว่าหลังจากที่องค์หญิงเลี่ยงหมิงซีเสียชีวิตไป ฝนฟ้าก็กลับมาตกต้องตามฤดูกาล แผ่นดินกลับมาชุ่มชื่นอุดมสมบูรณ์...ชาวแคว้นเลี่ยงบางกลุ่มถึงขนาดเชื่อว่า นี่อาจจะเป็นเพราะองค์หญิงเลี่ยงหมิงซีไปเสียชีวิตที่ผาอัญเชิญ หน้าผาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับสวรรค์ได้นั่นเอง

นับตั้งแต่นั้น สิบปีผ่านมาแล้ว ทว่าอินถิงอี่ก็มิเคยแยแสสตรีใดเลย กระทั่งสองปีก่อน เขาจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพตะวันตกแทนที่ตำแหน่งของบิดาเขาซึ่งว่างลงมานานถึงสิบสี่ปี ว่ากันว่า...บรรดาขุนพลนายกองทั้งหลาย ต่างไม่มีใครกล้ายอมรับตำแหน่งแม่ทัพแทนแม่ทัพอินอู่ผู้หายสาบสูญไป ต่างพร้อมใจกัน ยกตำแหน่งนี้ให้ เมื่ออินถิงอี่ เป็นผู้ได้รับชัยชนะในงานประลองยุทธซึ่งทางวังหลวงจัดขึ้น เพื่อเฟ้นหานายทหารผู้มีความสามารถทั้งบุ๋นและบู้

ในตอนนั้นเอง องค์หญิงฝูซีหราน ได้เดินทางมาเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี ภายหลังจากที่แคว้นฝูและแคว้นเลี่ยง เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน

สิบสามปีก่อน องค์หญิงฝูเล่ออิง พี่สาวคนโตของนางได้เสด็จไปเมืองหลวงของแคว้นเลี่ยง เพื่อหวังจะได้แต่งงานกับองค์รัชทายาท แต่กลับต้องผิดหวัง เซซังกลับมาแคว้นฝูแทบไม่ทัน หนำซ้ำองค์รัชทายาทเลี่ยงสีชางยังส่งจดหมายมาทูลฮ่องเต้ฝูต้าเฉียน ว่าการตายของราชทูตฉีเค่อร์นั้น มีเพียงองค์หญิงฝูเล่ออิงกับองครักษ์ทั้งสองของนางเท่านั้นที่ทราบเรื่องดีที่สุด

เมื่อได้อ่านสาส์นจากเลี่ยงสีชางเช่นนั้น ฮ่องเต้แคว้นฝูจึงทรงสอบสวนองค์หญิงฝูเล่ออิงด้วยพระองค์เอง จนทราบความว่า องค์หญิงเป็นผู้ลงมือสังหารเสนาบดีฉีเค่อร์จริงๆ...ดังนั้นจึงทรงลงโทษฝูเล่ออิง ด้วยการสั่งคุมขังนางในตำหนักเย็นอยู่นานถึงสามปี หลังจากนั้น ยังทรงลดบทบาทขององค์หญิง เป็นการลงโทษที่นางกล้าหลอกลวงเบื้องสูง ทำให้แผนผูกสัมพันธไมตรีด้วยการแต่งงานกัน ระหว่างองค์ชายและองค์หญิงของทั้งสองแคว้นไม่อาจสำเร็จลงได้อย่างที่ฮ่องเต้ฝูต้าเฉียนต้องการ

หลังจากนั้น...การโจมตีกันไปมาระหว่างชายแดนตะวันตกจึงยังคงเกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าทางกองทัพแคว้นเลี่ยงจะไร้แม่ทัพอินอู่เป็นผู้นำ ทว่ารองแม่ทัพและลูกน้องของแม่ทัพอินอู่ต่างก็ยังคงปักหลักเฝ้าชายแดนอย่างแข็งขัน

ห้วงเวลาที่ชายแดนตะวันตกไร้แม่ทัพตัวจริง นับเป็นโอกาสอันดีต่อการโจมตี ทว่ากลับไม่ง่ายเลย ยิ่งเมื่อสองปีก่อน อินถิงอี่ บุตรชายของแม่ทัพอินอู่ ได้รับการแต่งตั้งเข้ามา เป็นแม่ทัพแทนบิดาของตนเองเต็มตัว ฮ่องเต้ฝูต้าเฉียนสบประมาทเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยังอายุไม่มาก ประสบการณ์ก็ยังน้อยนิด ทรงส่งกองทัพเข้าไปหวังตีฝ่าชายแดนแคว้นเลี่ยงเข้าไปให้จงได้ แต่กลับต้องตกพระทัยยิ่ง เพราะอินถิงอี่นั้น ตลบหลังกองทัพแคว้นฝู และได้สังหารรองแม่ทัพของพระองค์จนชื่อเสียงลือกระฉ่อนไปทั่ว

เรื่องนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับฮ่องเต้ฝูต้าเฉียนเป็นอันมาก การปะทะกันตามแนวชายแดน จึงหนักหน่วงขึ้นทุกที ครั้งล่าสุดอินถิงอี่แม่ทัพแคว้นเลี่ยง ถึงขั้นทำร้ายแม่ทัพฮุยเหอของแคว้นฝูบาดเจ็บสาหัส ฮ่องเต้ฝูต้าเฉียนทรงกริ้วยิ่งนัก แต่เสนาบดีฝ่ายขวาเห็นว่าหากสู้รบก็รังแต่จะยิ่งสูญเสีย เห็นควรที่จะสงบศึกระหว่างแคว้น ด้วยการร่วมเป็นพันธมิตรต่อกัน

ฮ่องเต้ฝูต้าเฉียนมีบุตรสาวมากมาย แต่ครั้งนี้ทรงตัดสินพระทัยส่งตัวองค์หญิงฝูซีหรานมาเพื่อขอเจริญสัมพันธไมตรีอีกครั้ง

นั่นเพราะว่าฝูซีหรานงดงามอ่อนหวาน มีไหวพริบที่สุดในบรรดาองค์หญิงทั้งหมด ทรงเชื่อมั่นว่านางจะไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังเหมือนเมื่อครั้งฝูเล่ออิง

ที่สำคัญ ในครานี้ เป้าหมายของฮ่องเต้ฝู มิได้อยู่ที่บรรดาเหล่าองค์ชายผู้เย่อหยิ่งจองหองของแคว้นเลี่ยงเหล่านั้นอีกแล้ว ทว่าเป็นอินถิงอี่แม่ทัพหนุ่มชื่อดังต่างหาก!

ทรงทราบมาว่า องค์หญิงเลี่ยงหมิงซีซึ่งเป็นรักแรกของอินถิงอี่นั้น มีโฉมหน้าที่งดงามน่าเอ็นดู ละม้ายคล้ายกันกับฝูซีหรานเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงจงใจเสนอตัวฝูซีหรานไปแต่งงานกับแม่ทัพหนุ่ม หน้าฉากก็เพื่อต้องการแสดงไมตรี แต่หลังฉากนั้น ก็มุ่งหวังจะได้อินถิงอี่เข้าเป็นพรรคพวก!

หากสามารถเปลี่ยนใจอินถิงอี่ให้มาสวามิภักดิ์ต่อแคว้นฝูได้ หนทางตีเข้าไปยึดเมืองหลวงของแคว้นเลี่ยงก็เห็นจะมิใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ดังนั้นองค์หญิงฝูซีหรานจึงถูกส่งตัวข้ามชายแดนมาเพื่อพบกับแม่ทัพอินถิงอี่ ตอนนั้น แม่ทัพหนุ่มถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวง ร่วมฉลองวันเกิดของท่านอ๋องน้อยเลี่ยงซาน พระนัดดาสุดรักสุดหวงของฮ่องเต้แคว้นเลี่ยงและฮองเฮา ในเวลานั้นเอง ฝูซีหรานจึงได้มีโอกาสพบหน้ากับอินถิงอี่

จากแต่แรกที่ไม่เคยต้องการจะแต่งงานกับเขาเลย นางกลับเปลี่ยนใจในทันที ทว่าเป็นอินถิงอี่เองที่ไม่เหลียวแลมิได้สนใจแม้แต่จะมองหน้านางเลยด้วยซ้ำ

เขาทให้นางเสียหน้า ผิดหวังอย่างรุนแรง...

องค์หญิงผู้ขึ้นชื่อว่าโฉมงามที่สุดในแคว้นฝูพลันเกิดทิฐิ ต้องการเอาชนะ ในเมื่อฮ่องเต้แคว้นเลี่ยงเองก็ยังเข้าข้างนาง ทรงเห็นดีด้วยที่จะให้นางได้แต่งงานกับเขา ดังนั้นแม้ว่าอินถิงอี่จะหนีกลับมาชายแดน องค์หญิงฝูซีหรานจึงมิได้ย่อท้อที่จะติดตามมาเพื่อเข้าพิธีแต่งงานกับเขา ตามรับสั่งของฮ่องเต้เลี่ยงโจว

อุตส่าห์ดั้นด้นติดตามมาเพื่อจะได้แต่งงานเป็นภรรยาของเขา...ทว่าจู่ๆองค์หญิงกลับหายตัวไป และเด็กสาวความจำเสื่อมอย่างเซินหลิน ซึ่งบังเอิญเหลือเกินที่ดันมีใบหน้าและอายุอานามที่ใกล้เคียงกับองค์หญิงฝูซีหรานเป็นอย่างยิ่ง กลับต้องมาเข้าพิธีแต่งงานแทน!

เซินหลินไม่แน่ใจนักว่าพิธีแต่งงานเป็นอย่างไร ราบรื่นดีหรือไม่ นั่นเพราะว่านางถูกหลงฉู่ หัวหน้านางกำนัลผู้ดูแลองค์หญิงฝูซีหราน หลอกมอมยา ทำให้มึนงง จับต้นชนปลายอันใดมิได้ อาการเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ตลอดเวลา

พอฤทธิ์ยาทำท่าจะสร่าง ก็กลับถูกหลงฉู่เติมเข้ามาอีกรอบ เซินหลินถึงกับหมุนคว้าง ทรงตัวมิได้ ต้องนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงนอนนุ่ม...

เตียงนี้ นุ่มนิ่มแสนสบายที่สุด นับตั้งแต่ที่นางฟื้นขึ้นมาแล้วความจำเสื่อม แต่ว่า...นี่เป็นเตียงในห้องหอระหว่างองค์หญิงฝูซีหรานและแม่ทัพอิน หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับนางไม่!!

“โอย...” เด็กสาวครางเสียงอ่อย แผ่วระโหย นางพยายามขยับตัวต้องการจะหนีลงจากเตียง ทว่ากลับเปล่าประโยชน์โดยแท้ โลกหมุนเป็นวงกลม ตาพร่าไปหมด

แอ๊ด!!

เสียงประตูถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ตามมาติดๆ ด้วยเสียงเท้าที่หนักแน่น มั่นคง ขนาดแค่เสียงก้าวเดินของอีกฝ่าย ก็ทำเอานางใจสั่นไปหมดแล้ว

ต้องรีบสารภาพความจริงกับท่านแม่ทัพ แล้วขอความช่วยเหลือจากท่าน...

“ท่านแม่ทัพ...ข้าน้อยมิใช่...”

“ข้าไม่มีวันยอมรับท่านเป็นภรรยา!!”

เขาตวาดกลับมา เสียงดุขึงอย่างน่ากลัว กลบเสียงแผ่วล้าอ่อนแรงของนางไปจนสิ้น

เด็กสาวพยายามเบิกตาโต เพื่อจะได้เห็นใบหน้าของท่านแม่ทัพให้ถนัด...เสียงห้าวของเขา เหตุใดนางจึงรู้สึกคุ้นเคยนัก...? 

พลันนั้น ดวงตาที่ฝ้าฟางเพราะฤทธิ์ยากล่อมประสาทของเด็กสาว ก็รับภาพของอีกฝ่ายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แม่ทัพอินถิงอี่สามีขององค์หญิงฝูซีหรานเป็นบุรุษร่างสูงโปร่ง ใบหน้าเรียวได้รูปคมสันดูนิ่งลึกอ่านยาก แต่ขณะเดียวกันในเวลานี้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นก็ดุเหลือประมาณ...

น่าแปลก...นางเห็นว่าเขาเองก็ชะงักงันไปเช่นกันเมื่อเห็นหน้านางถนัดตา หากนั่นก็แค่เพียงชั่วอึดใจ ถ้อยคำตัดรอนอย่างเย็นชายังคงดังตามมาอีก โดยมิได้สนใจว่าผู้รับฟังจะคิดอย่างไร

“ต่อให้นี่คือการแต่งงานพระราชทานของฮ่องเต้ แต่ข้าจะไม่มีวันแตะต้องท่าน ขอให้เราต่างคนต่างอยู่ หากไม่มีเหตุจำเป็นอันใด ท่านก็อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก ขอบอกตามตรง...ข้าไม่ต้องการเห็นหน้าท่าน!”

เขาเน้นย้ำ ไม่มีท่าทางจะพูดเล่น นั่นทำให้คนนอนฟังอยู่อดประหลาดใจมิได้

ก็ไหนพวกสาวใช้พูดกันว่า องค์หญิงฝูซีหรานทรงมีโฉมหน้าที่เหมือนกันกับคนรักคนแรกของท่านแม่ทัพอย่างไรเล่า เหตุใดเขาจึงกล่าวว่า “ไม่ต้องการเห็นหน้า”...หรือเขามิได้รักคนรักเก่าของเขาแล้ว?

คิดเช่นนั้นแล้ว เซินหลินก็รู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ดีแล้ว ที่เขาไม่สนใจ เรื่องระหว่างท่านแม่ทัพกับองค์หญิงฝู ก็ปล่อยพวกเขาจัดการกันไปเองเถิด ตอนนี้นางก็แค่รีบบอกความจริงกับเขา

“ท่านแม่ทัพ...ข้ามิใช่องค์หญิงฝู...ข้าถูกวางยาให้เข้ามาแทนนาง...ได้โปรดช่วยข้าด้วย...”

นางเข้าใจว่าตนเองเค้นพลังทั้งหมดเพื่อส่งเสียงขอความช่วยเหลือไปแล้ว ทว่าผลที่ได้มานั้นช่างน่าผิดหวัง เสียงของนางเบาหวิวดั่งปุยนุ่น...หนำซ้ำ ท่านแม่ทัพมิได้สนใจจะรับฟังอีกด้วย

“จะกล่าวอันใด เหตุใดจึงงึมงำอยู่แค่ในลำคอ ท่านต้องการพูดอะไรขอให้พูดมาเถิด ข้ารอฟังอยู่” อินถิงอี่หยุนยืนกอดอก นิ่งรอรับฟังอีกฝ่าย นางยังคงนอนหงายอยู่บนเตียง เอี้ยวใบหน้างดงามผุดผ่องหันมาเล็กน้อย ใช้ดวงตากลมโตที่ช่างดูใสบริสุทธิ์และงดงามอย่างยิ่ง จ้องมองตรงมาที่เขาอย่างอัดอั้น ลำบากใจ

เขาไม่เคยเห็นองค์หญิงฝูซีหรานเป็นเช่นนี้มาก่อน วันนี้ดูนางช่างผิดแผกไปจากที่เคยพบที่วังหลวง

แต่จะอย่างไรก็ช่าง เขาได้เคยปฏิเสธนางไปแล้ว แต่การที่นางยังดื้อรั้นจะเดินทางมาแต่งงานกับเขาให้ได้เช่นนี้ ก็เท่ากับว่านางเป็นหญิงสาวที่พูดไม่รู้ความ น่าโมโห และเขาจะแสดงให้นางได้กระจ่างแจ้งแก่ใจเอง ว่าคนไม่รักนั้น จะอย่างไรก็ไม่มีวันรัก ต่อให้นางงดงามปานเทพธิดา แต่อินถิงอี่ผู้นี้ ก็จะไม่มีวันแยแส!

“ข้า...ข้าถูกวางยา ข้ามิใช่องค์หญิงฝู...” เด็กสาวเค้นเสียง พยายามสุดชีวิตที่จะบอกอีกฝ่าย และเป็นที่น่าพอใจยิ่ง เพราะครานี้ แม่ทัพอินถิงอี่ได้ยินเสียงของนางแล้ว!

แต่ทว่า...

“ท่านจะเล่นอะไรกัน...ข้าไม่ว่างจะเล่นด้วยหรอกนะ ที่มานี่ก็แค่จะบอกให้เข้าใจ ต่อไปนี้เราก็ต่างคนต่างอยู่ ถ้าท่านไม่ชอบที่นี่ จะกลับแคว้นฝูของท่านไปเมื่อใดก็ย่อมได้ทุกเมื่อ”

บอกกับนางอย่างไร้เยื่อใยใดๆ แม้ผู้ถูกตัดรอนจะมิใช่องค์หญิงฝูซีหรานตัวจริง แต่เจ้าตัวก็ถึงกับอึ้งไปเช่นกัน

“ข้า...ข้ามิใช่...ท่านแม่ทัพ โปรดมองให้ดีสิ ข้ามิใช่องค์หญิงฝูจริงๆ หาได้ล้อเล่นอันใดกับท่านไม่...” นางพยายามเหลือเกินจะเค้นเสียงร้องบอกกับอีกฝ่ายให้ได้ ซึ่งแม่ทัพอินถิงอี่ที่หันหลังกำลังจะเดินจากไป ก็หันขวับกลับมาเช่นกัน ทว่ามิใช่ในแบบที่นางต้องการสักนิด!

“จะมองอย่างไรเจ้าก็คือองค์หญิงฝูซีหราน จะมิใช่ได้อย่างไร หรือเจ้าจะให้ข้ามองว่าเจ้าเป็นองค์หญิงเลี่ยงหมิงซีอย่างนั้นรึ!?”

“เอ๊ะ...” เซินหลินตาโต ชื่อ “เลี่ยงหมิงซี” ที่หลุดออกมาจากปากของอีกฝ่าย กระทบใจนางอย่างแรง!

...องค์หญิงเลี่ยงหมิงซี นางจำได้ว่านี่คือนามของคนรักเก่าเมื่อสิบปีก่อนของท่านแม่ทัพ แต่ว่า...

ไม่ทราบเพราะเหตุใด ผู้อื่นเอ่ยชื่อนี้นางก็ไม่รู้สึกอันใด แต่พอได้ยินแม่ทัพอินเอ่ยชื่อนี้ นางกลับสะดุดวูบ รู้สึกเย็นวูบวาบในหัวใจ

“ต่อให้ท่านหน้าเหมือนกับนางอย่างไร แต่ท่านก็มิใช่นาง เมื่อมิใช่ก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมอง” เขาเอ่ยต่อ หน้าดุเคร่งขรึมดุดัน หยุดจ้องมองนางอย่างเกรี้ยวกราด ไม่พอใจอยู่ครู่หนึ่ง จึงสะบัดหน้า ก้าวออกจากห้องหอไปอย่างรวดเร็ว

เด็กสาวยกมือเล็กๆที่แสนจะอ่อนแรงของนาง อยากร้องเรียกอีกฝ่ายเอาไว้ อย่าเพิ่งไปสิท่านแม่ทัพ โปรดมาเบิ่งตาดูก่อนเถิด นางมิใช่องค์หญิงฝูซีหรานผู้นั้นสักหน่อย...เหตุใดจึงไม่รับฟังกันบ้างเลย!!

ฝ่ามือเล็กๆหมดแรง วางลงแนบข้างลำตัว พร้อมกับดวงตากลมโตงดงามทว่าแสนเศร้าที่ค่อยๆหลุบปิดลง หยดน้ำตาร่วงพรูลงมาด้วยเจ้าตัวนั้นรู้สึกช่างเศร้าหม่นหมองเหลือเกิน...

นางเป็นใครกันแน่ เหตุใดนางจึงมีใบหน้าละม้ายคล้ายกันกับองค์หญิงฝูซีหรานด้วย ที่สำคัญ...เหตุใดหัวใจของนางจึงเจ็บปวดนัก เมื่อได้เห็นใบหน้าและน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด มีแต่ความชิงชังกันของแม่ทัพอินผู้นั้น!?

หัวใจของนางตอนนี้ มันเต้นแปลกๆนัก ไม่อาจสงบนิ่งลงได้แม้สักขณะเลย...เซินหลินไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน และอยากทราบเหลือเกิน ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่...

**************

********

*** เปิดเรื่องใหม่นะคะ เรื่องของถิงอี่กับหนูหมิงซี ภาคนี้จะมีแฟนตาซี ปาฏิหาริย์นิดหน่อยค่ะ ตอนแรกที่คิดเอาไว้คือดราม่ามากๆ แต่เขียนไปแล้วก็สงสารนางเอกค่ะ เลยกลับมาหวานๆ ไม่ม่ามากเท่าไหร่ค่ะ 

เนื่องจากเรื่องนี้มีความพิเศษกว่าเรื่องก่อนๆ เลยเขียนยากกว่าปกติหน่อย และยังไม่ได้รีไรท์นะคะ ดังนั้นอาจจะมีแปลกๆบ้าง ต้องขออภัยล่วงหน้าก่อนเลยค่ะ งือออออ 

ฝากติดตามด้วยค่าาาาา ขอบคุณรีดทุกท่านมากๆเลยนะคะ ^^

แล้วก็ฝากเรื่องก่อนด้วยค่ะ คริๆ