email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 25 ฮ่องเต้

ชื่อตอน : บทที่ 25 ฮ่องเต้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2564 16:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 25 ฮ่องเต้
แบบอักษร

บทที่ 25

 

ฮ่องเต้

 

 

 

 

 

....ฝั่งองค์ชายสาม

 

ฟิลิกซ์ในร่างองค์ชายสามยืนมองไปทางผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ทองบ่งบอกได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้านั้นสูงส่งมากเพียงใด อาภรณ์ที่ฝ่าบาทสวมใส่เป็นสีแดงสดปักผ้าด้วยด้ายทองคำลวดลายมังกรที่บ่งบอกความสูงศักดิ์และยิ่งใหญ่กว่าคนใต้ล้า แต่สายตาที่ทอดมองไปขององค์ชายกลับไม่ความรู้สึกชื่นชมหรือยกย่องบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย

 

ฮ่องเต้'หยาง หมิงเซียน'ที่มีพระพักตร์คล้ายคลึงกับบิดาเมื่อชาติที่แล้ว เพียงแต่ชาตินี้ใบหน้าของผู้ให้กำเนิดดูเด็กลงราวๆ 30 ปี หรือคล้ายๆกับคนวัยกลางคนอยู่ ทั้งที่อายุที่แท้จริงแล้วก็มิใช่น้อยๆ

 

การคัดเลือกรัชทายาทคืออีกราวๆ 2 เดือน ข้างหน้า ที่จัดขึ้นก็เพราะฝ่าบาทอยากสละตำแหน่งเพื่อหลีกหนีความวุ่ยวาย และทิ้งภาระให้สายเลือดตัวเองเป็นผู้สืบทอด ที่รู้เพราะบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าหลุดเอ่ยออกมาขณะที่กำลังโน้มน้าวให้ตนศึกษาการดูแลราษฎรโดยคาดหวังให้เขาเป็นรัชทายาทคนถัดไปของราชวงศ์ แน่นอนว่า'เขาปฏิเสธ'

 

"มาแล้วหรือ"

 

"ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"

 

"พวกเจ้าออกไปก่อน"

 

"พ่ะย่ะค่ะ"เหล่านางกำนัลขันทีและพวกเหล่าทหารที่มาเข้าเฝ้าพากันล่าถอยออกไปหลังจากที่ฝ่าบาทตรัสออกมาเช่นนั้น ทำให้ห้องโถงที่กว้างใหญ่ดูว้าเหว่และโล่งขึ้นกว่าเดิม ห้องนี้เป็นห้องที่เอาไว้นัดรวมเหล่าขุนนางให้มาโต้เถียงกันเลยไม่ได้มีอันใดมากนักนอกจากพรมสีแดงที่ทอดยาวจนถึงบัลลังก์ทอง

 

ทางด้านหลังของผู้ที่นั่งอยู่มีภาพแกะสลักเป็นรูปมังกรตัวยาวสีทองอลังการอร่ามเรืองแสง ออกมา บนเพดานก็มีรูปแกะสลักเช่นกัน

 

"เป็นเช่นไร ได้มองความเป็นอยู่ของราษฎรของเราบ้างหรือไม่"

 

"พ่ะย่ะค่ะ"

 

"แล้วคิดอยากเปลี่ยนมาดูแลเรื่องนี้หรือไม่"

 

"กระหม่อมไม่ได้ต้องการเป็นใหญ่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าหน้าที่นี้เหมาะสำหรับองค์ชาย ใหญ่"

 

เทียนโจวเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและคิดจะยกหน้าที่นี้ให้กับพี่ชายคนโตของตนในชาตินี้  ถึงแม้ชาตินี้จะไม่ค่อยรู้อะไรมากแต่ก็ทำให้รู้ได้อย่างหนึ่งคือ ครอบครัวของเขาชาติก่อน หน้าเหมือนคนชาตินี้ แต่มีอย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนคือพ่อเขาชาตินี้เมียเยอะเหลือเกิน ลูกก็เยอะตามมาด้วย ไม่รู้ว่าจะขยันไปไหน

 

ชาติก่อนเขามีพี่น้องรวมๆแล้ว 4 คน ซึ่งมีพี่ชายใหญ่ 1 เขาคือลูกคนที่ 2 คนที่ 3 เป็นผู้หญิง คนที่ 4 คือผู้ชาย ส่วนชาตินี้มีอยู่ทั้งหมด 7 คน แม่หรือฮองเฮาผู้ให้กำเนิดหน้าเหมือนแม่ในชาติก่อน องค์ชายใหญ่หรือ'หยาง หมิงโจว'คือโอรสของฮองเฮาและพระพักตร์คล้ายๆกันกับพี่ในชาติก่อน คนที่ 2 คือองค์หญิง'เยว่ชิง'เป็นพระธิดาของนางพระสนมขั้นซูเฟย

 

ส่วนคนที่ 3 ก็คือเขาเป็นโอรสของฮองเฮา คนที่ 4 คือองค์ชาย'เฟยเทียน'เป็นโอรสของพระมเหสีขั้นกุ้ยเฟยรองจากฮองเฮา คนที่ 5 คือองค์ชาย'จิวหลิง'เป็นโอรสของพระสนมเอกซิวหรง คนที่ 6 คือองค์หญิง'หลิ่งจู'ที่หน้าเหมือนน้องของเขาประสูติจากฮองเฮา คนที่ 7 คือองค์ชาย'ลี่หมิง'ประสูติจากสนมชั้นล่างขั้นยวี่หนี่

 

เขาคิดว่าคนที่เข้ามาส่งจดหมายท้าทายอำนาจมืดนั้นเป็นขององค์ชายเฟยเทียน เพราะตลอดหนึ่งเดือนนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไรอีกฝ่ายก็มักจะมองด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ทั้งตอนที่เขาปฏิเสธที่จะไม่ไปเรียน เฟยเทียนก็จะเข้ามาและว่าร้ายใส่ ช่างทำอะไรสิ้นคิดจริงๆ เป็นถึงโอรสของพระมเหสีแต่กลับทำตัวคล้ายคนจองหองตลอดเวลา

 

และที่รู้ว่าเขากับฮาร์ดรักกันก็คงเพราะให้คนตามมาแอบส่อง แล้วก็ให้คนนอกส่งเข้ามาสินะ แต่เรื่องนี้ยังตัดสินฟันธงอะไรไม่ได้ คงต้องรออีกสักหน่อย อีกสองเดือนก่อนการแข่งขันจะมีงานเลี้ยง ในช่วงนั้นก็คงจะรู้เอง แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นคงต้องคอยจัดการพวกมดหลวกที่คอยจะเข้าส่องขอจุดอ่อนของเขา

 

"อะไรที่ทำให้เจ้าคิดเช่นนั้น เพราะเด็กคนนั่นบอกแก่เจ้าหรือ"

 

"มิใช่ พ่ะย่ะค่ะ"

 

"เทียนโจวเด็กคนนั้นถึงแม้จะเป็นเกอ แต่ก็ไม่เหมาะสมกับเจ้าเลยแม้แต่น้อย"

 

"กระหม่อมไม่เคยเลือกคนผิดอย่าได้มาดูถูกคนของกระหม่อม"

 

ฟิลิกซ์จ้องพระพักตร์ของผู้ที่อยู่บนบัลลังก์ตาไม่กระพริบ ไม่ว่าชาติไหนคนตรงหน้าก็มักจะพูดจาดูถูกคนของเขา ทั้งยังจ้องจะเล่นงานตลอด เป็นเพราะฮาร์ดมีทายาทให้ไม่ได้ เลยคิดที่จะทำลายความรักของพวกเราสองคน แม้หลังๆจะเริ่มยอมรับได้ แต่ก็ไม่วายส่งพวกผู้หญิงเข้ามาเกาะแกะหรือไม่ก็ลักลอบให้มาอยู่บนเตียง

 

"เจ้านั้นมีอะไรดีนอกจากเป็นบุรูษเจ้าน้ำตา ข่าวลือที่เจ้าเอาเด็กขี้แยนั่นมาเป็นว่าที่พระชายา ไม่นานก็คงจะสะพรั่งไปทั่ววังหลวง ชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าก็จะลดทอนและหันมาทำร้ายเจ้าเอง"

 

"กระหม่อมไม่สนใจ หากว่าฝ่าบาททรงไม่พอพระทัยหรือนึกรำคาญกระหม่อมก็พร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตกันสองคนนอกเมืองหลวง และไม่กลับมาที่นี่อีก"

 

"เจ้าคิดว่าจะรอดพ้นเงื้อมมือของพวกขุนนางหรือชาวบ้านหรือ"

 

"หึ....หากใครมายุ่ง กระหม่อมจะฆ่าทิ้งไม่ ละเว้น แม้ฝ่าบาทจะลงโทษ กระหม่อมก็จะไม่คิดจะปล่อยไปหรอกพ่ะย่ค่ะ"

 

เทียนโจวแสยะยิ้มก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมหากมีพวกขุนนางหรือขันทีที่อยู่ในห้องโถง คงได้มีคนตัวสั่นระริกและร้องขอไม่ให้เขาทำแบบที่เคยทำอย่างแน่นอน 

 

"เฮ้อ...ข้าจะให้โอกาสเจ้าเด็กขี้แยนั้นพิสูจน์ตัวเองก็แล้วกัน เจ้าไปได้"

 

"พ่ะย่ะค่ะ"ฟิลิกซ์ก้มหัวให้คนที่อยู่บนบัลลังก์ เล็กน้อยก่อนจะหันหลังเพื่อเดินออกไปทางประตูแต่กลับได้ยินพระสุรเสียงจากฝ่าบาทที่เหมือนเป็นการขู่ให้เขารับตำแหน่งนี้เสียให้ได้

 

"ถ้าเจ้ารับตำแหน่งนี้ดีๆ ข้าอาจจะไม่ทำร้ายเจ้าเด็กคนนั้น"

 

"หากแตะต้องแม้ปลายผิว กระหม่อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อโค่นล้มอำนาจ และจะให้ขอทานมารับตำแหน่งนี้แทน"

 

ฟิลิกซ์หันไปเอ่ยเล็กน้อย ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นั้นไม่กล้าแตะต้องตนอย่างแน่นอนเขาหันไปมองแวบหนึ่งก่อนจะเดินออกไป

 

โดยมีฝ่าบาทที่ถอนหายใจอยู่บนบัลลังก์อย่างเหนื่อยหน่าย เพราะเป็นบุตรที่เคยเชื่อฟังและทรงโปรดมากที่สุด ไม่รู้เหตุใดจึงเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้ หากเป็นคนอื่นคงต้องโทษประหารไปเสียแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

....ฝั่งเลี่ยงหรู

 

"เจ้าเป็นใคร?"

 

"ข้าต้องถามเจ้ามากกว่าว่าเจ้าเป็นใคร"

 

เลี่ยงหรูมองนางคุณหนูตรงหน้าที่ทำท่าดื้อรั้นมาขวางทางเดินไม่ให้เขาไปต่อ นางมีสิทธิ์อะไรในการเข้ามาในตำหนักนี้กัน แถมยังมาขวางทางไว้อีก หรือว่าจะเป็นเมียเก็บของฟิลิกซ์ แค่เห็นหน้าแล้วรู้สึกหงุดหงิดแล้ว เขาละเกลียดคนประเภทนี้ที่สุดเลย ไม่อยากเข้าไปยุ่งเพราะน่ารำคาญ

 

"นี้เจ้า! ไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร ยังไม่ยอมก้มหัวให้ข้าอีก"

 

"เด็กเอาแต่ใจเช่นนี้จะให้ก้มหัวให้ก็กระไรอยู่ ถ้าไม่มีธุระอะไรก็รีบออกไปเสียที"

 

"เอ่อ...คุณชาย คนนี้คือแม่นางเหมยหลี่ เป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีฝั่งซ้ายขอรับ"

 

ขันทีที่มากับเขาด้วยเข้ามากระซิบเบาๆ ก่อนจะล้าถอยออกไป เลี่ยงหรูมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดที่นางใส่เป็นสีชมพูอ่อนลวดลายดอกไม้สีขาว ใบหน้าดูสวย แต่ออกไปทางอ่อนหวานเครื่องประดับดูราคาแพง นิสัยดูเอาแต่ใจสุดๆ เห็นแล้ว หงุดหงิดจริงๆ!

 

"หึ...ถ้ารู้แล้วก็รีบก้มหัวให้ข้าซะ"

 

นางที่เห็นขันทีเข้ามากระซิบกระซาบข้างหูก็น่าจะเดาได้ว่าพูดถึงเรื่องอะไร ถึงได้ยืนเชิดหน้ายิ้มเหยียดกันขนาดนี้ นึกว่าจะเป็นคุณหนูคุณนางธรรมดาแต่ดันเป็นลูกคนใหญ่คนโตซะด้วย แต่นิสัยนี้น่ารำคาญชะมัด

 

"ถ้าให้เดาเจ้าคงเป็นคนรับใช้คนใหม่ของตำหนักองค์ชายสาม ถ้ายังอยากรับใช้ข้าที่เป็นถึงว่าที่พระชายาก็ต้องรู้จักเจียมตัวเสียบ้าง"

 

เลี่ยงหรูขมวดคิ้วมุ่นทบทวนสิ่งที่นางเอ่ยอีกครั้งพร้อมกับมองหน้านางตาไม่กระพริบ นี้หรือว่าที่พระชายาทำตัวอย่างกับเด็กป.3 เขาไม่ควรลดตัวไปเถียงกับเด็กแบบนี้ดีกว่า เดินทางมาตั้งไกลรู้สึกหิวข้าวชะมัด 

 

เลี่ยงหรูไม่สนใจคำพูดของนางเลยแม้แต่น้อยก่อนจะเดินผ่านหน้านางไปอย่างไม่ใยดี...

 

"ข้าบอกให้ก้มหัวให้ข้าเช่นไรเล่า!"

 

"อย่ามาจับ....สกปรก!"

 

"เจ้ากล้าว่าข้าหรือ!"

 

แม่นางเหมยหลี่ถลึงตาใส่พร้อมกับจับแขนไม่ปล่อย เห็นทีจะต้องให้คนพาออกไปเสียแล้ว เมียเก็บของฟิลิกซ์คนนี้นี่น่าตีจริงๆ ถึงจะยังไม่รู้ว่าใช่ว่าที่พระชายาจริงรึเปล่า แต่มันน่าหงุดหงิดแทบอยากตบหน้าแรงๆให้หายบ้าสักที คนยิ่งหิวๆข้าวอยู่ หิวจนแสบท้องไปแล้วเนี่ย! สักทีดีไหมห่ะ!?

 

"ปล่อย"

 

"ข้าไม่ปล่อย ลี่เหมิงจับตัวคนชั้นต่ำคนนี้เอาไว้ ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้คนที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเช่นนี้อยู่ในตำหนักเด็ดขาด!"

 

"อาจิ้ง"

 

"หลบไป! ไม่งั้นข้าก็จะไม่ละเว้นเจ้าด้วย"

 

อานจิ้งผลักนางให้ถอยห่างพร้อมกับดึงตัวคนรับใช้นางออกไปจากเขาด้วย แค่เดินเข้ามาในตำหนักก็วุ่ยวายขึ้นทันที ถ้าหากเขาอยู่นานกว่านี้คงมีเรื่องให้น่าปวดหัวไม่รู้จบแน่ๆ ดูจากนางกำนัลที่เข้ามาขวางประตูไม่ให้เขาเข้าไปข้างในนี้สิ ดูท่าคงจะมั่นใจน่าดูว่าแม่นางตัวปลอมจะได้เป็นพระชายา 

 

เขามองหน้าพวกนางกำนัลที่มาขวางเอาไว้ จดจำใบหน้าทั้งหมด เพื่อที่ว่าอีกไม่นานจะได้ไล่ออก เพราะหูเบาเกินไปฟังความข้างเดียวแถมยังเป็นความเท็จแบบนี้ เก็บไว้กับตัวไม่นานก็จะเป็นภัยต่อตัวเองเสียเปล่า

 

"พวกเจ้ามาขวางข้าทำไม ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วหรือ"

 

"พวกข้ารับฟังคำสั่งขององค์ชายกับว่าที่พระชายาที่อยู่ด้านหลังเท่านั้นเจ้าค่ะ"

 

"ก็ดี...หากองค์ชายมาถึงจะได้บอกให้ไล่ออกแล้วหาคนใหม่มาแทน"

 

พวกนางกำนัลทำท่าลังเลขึ้นมาทันทีที่เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปมองนางที่อ้างตนว่าเป็น'ว่าที่พระชายาขององค์ชายสาม' นางทำท่าแสยะยิ้มแล้วกอดอก ท่าทางอวดดีเหมือนมั่นใจมากว่าองค์ชายจะเข้าข้างตัวเอง และคิดว่าตัวเองชนะ

 

"ข้าเป็นถึงบุตรสาวของท่านเสนาบดีฝั่งซ้าย และอีกอย่างท่านพ่อของข้าก็ไปทูลขอแก่ฝ่าบาทแล้วว่า จะทรงให้ข้ากับองค์ชายสามได้อภิเษกสมรสกัน"

 

"แล้วไง?"

 

"เพราะฉะนั้นข้าจึงได้เป็นว่าที่พระชายาเช่นไรเล่า"

 

เลี่ยงหรูเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะจ้องแม่นางตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ถ้านางอยากเป็นขนาดนั้นละก็ ให้นางเป็นไปเลย แล้วพอเขาทำให้ครอบครัวของนางล่มจมเมื่อไหร่ จะดูสิว่าฟิลิกซ์จะยื่นมือไปช่วยนางไหม ถ้ายื่นหรือเห็นใจเมื่อไหร่ละก็ จะไล่ให้ไปตายทั้งคู่ ถ้าผัวมันจะเลว

 

"ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับเจ้า ส่วนเจ้าไปเตรียมสำรับให้ข้า ข้าหิวแล้วไม่มีเวลามาเถียงเรื่องไร้สาระ"

 

"เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะให้คนขององค์ชายไปทำให้ ถ้าอยากกินก็ไปทำเอง"

 

"เดี๋ยวข้าน้อยจะไปทำให้เดี๋ยวนี้ขอรับ โปรดไปรอที่ห้องรับแขกด้านในได้เลย"

 

ขันทีที่มากับเขาก้มหัวให้อย่างนอบน้อมก่อนจะส่งสายตาดุๆไปให้นางกำนัลที่ยืนขวางทางอยู่ แล้วเดินไปเบิกทางให้อย่างรู้งาน เพราะเห็นความสำคัญและรู้ว่าใครตัวจริงใครตัวปลอม หลังจากที่เดินทางด้วยกันกับองค์ชายมาร่วมอาทิตย์

 

เลี่ยงหรูเดินเข้าไปด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์อะไรทั้งนั้น เพราะอาการหิวที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดจนแทบจะพลั้งมือฆ่าใครบางคนโดยไม่รู้ตัว แถมตอนนี้ก็ต้องมานั่งรออีก คาดว่าเส้นความอดทนจะขาดในไม่ช้า หากอาหารยังไม่ตกถึงท้องภายใน 5 นาที ได้มีดุเจ้าของตำหนักนี้ไปสามวันเจ็ดวันแน่ๆ

 

"ข้าบอกว่าเจ้าไม่มีสิทธิ์เช่นไรเหล่า!"

 

"เหตุใดจึงไม่สิทธิ์"เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากข้างหลังของแม่นางที่ขัดขวางไม่ให้เขาเข้าตำหนักขององค์ชายอยู่นาน จนทำเอานางรู้สึกขนลุกขนพองอยู่ไม่น้อย

 

"อะ...องค์ชายเพคะ"

 

"หลีกไป เกะกะ"น้ำเสียงเย็นชานั้นมองต่ำลงมายังคนที่ถือดีมาห้ามภรรยาของเขาไม่ให้เข้าไป

 

นางทำท่าเลิ่กลั่กแล้วหลีกทางให้ทันที สายตานางทั้งตกใจและดีใจ ที่ดีใจเพราะนางมาหาองค์ชายสามทุกวันแต่กลับไม่ค่อยได้เจอตัวนัก นี้เป็นครั้งที่สองที่นางเจอ ความหล่อเหลา สง่างามกว่าใครๆที่นางเคยพบ ยิ่งใกล้ถึงเพียงนี้นางยิ่งรู้สึกอยากได้มาเป็นของตน...

 

"โกรธเพราะหิวเหรอ?"

 

"อย่ายุ่ง!"เลี่ยงหรูปัดมือสามีออกจากศีรษะเพราะความรู้สึกหงุดหงิด พอหิวแล้วไม่ชอบให้ใครมาจับ ยิ่งมีคดีติดตัวอย่าหวังเลยว่าจะคุยด้วยเกินสองบรรทัด

 

"เจ้าบังอาจ!"

 

"ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามาออกไป!"

 

"แต่องค์ชายเพคะ..."นางเรียกองค์ชายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ใบหน้าเริ่มแสดงท่าทางน่าสงสารไม่ว่าใครเห็นก็ต้องนึกเอ็นดู แต่ไม่ใช่สำหรับคนทั้งสองที่นั่งอยู่ด้วยกันแล้วไม่ได้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

 

คนหนึ่งใบหน้าบูดบึ้งขับไสคนที่เข้ามาใหม่ด้วยท่าทางเย็นชา สายตาไม่ได้คิดที่จะสนใจคนที่นั่งข้างๆเลยแม้แต่น้อย ส่วนอีกคนก็พยายามจะเข้าหาแต่โดนปัดไม้ปัดมือจนดูน่าสงสารไปแบบงงๆ 

 

"องค์ชายเพคะ...หม่อมฉันมาทำราชการแทนท่านพ่อ หากเป็นเช่นนี้แล้วยังจะไล่หม่อมฉันอีกหรือเพคะ"นางที่แทบเป็นธาตุอากาศเอ่ยขึ้นก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับองค์ชายอีก

 

"วันหลังค่อยคุย วันนี้จะอยู่กับฟูเหรินของข้า"

 

"....."

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...........

 

โดนแน่ๆ นี้เพิ่งมาถึงนะเนี่ย ลูกคงปวดหัวน่าดูเลย😂

 

รักรี้ดทุกโค้นนน~😍

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว