email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 18 ความเป็นพี่ชาย

ชื่อตอน : บทที่ 18 ความเป็นพี่ชาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ค. 2564 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 ความเป็นพี่ชาย
แบบอักษร

บทที่ 18

 

ความเป็นพี่ชาย

 

...ฟิลิกซ์

 

 

 

 

 

ยามจื่อ ( ประมาณ 23.00 –00.59 น.)

 

"งื้อ~หนาว ฮือ~ฟิลิกซ์"ฮาร์ดละเมอพูดออกมา ทั้งร่างกายยังสั่นระริกอยู่ในอ้อมอกของเขา เมื่อตอนช่วงเย็นๆ ก็ให้ยาลดไข้กินอีกรอบ แต่เหมือนว่าฮาร์ดจะแอบคายมันทิ้ง ตอนนี้เลยต้องมานอนตัวสั่นเป็นจ้าวเข้าเพราะไม่ได้กินยา

 

"เฮ้อ~ เด็กดื้อ"

 

ฟิลิกซ์พูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนบ่นๆ เล็กน้อยพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาจนถึงคอของคนตัวเล็กกว่า ฮาร์ดหลับตาปริ่มใบหน้าแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ ตัวก็ร้อนจี๋พอเอามือไปทาบก็เหมือนโดนไฟ ลวก ทั้งที่ตอนช่วงบ่ายกลับตัวอุ่นๆเหมือนมีไข้อ่อนๆ ไม่นึกว่ามันจะเป็นหนักกว่าเดิม

 

"รอนี้ก่อน เดี๋ยวฉันมา"

 

หมับ..."ฮึก....ฟิลิกซ์~หนาว..."

 

"รู้แล้ว ฉันไปแป๊บเดียว"

 

ฮาร์ดคว้าแขนเขาไว้ทันทีที่รู้สึกว่าเขาลุกขึ้น มือบางนั้นจับเอาไว้แน่น ทั้งที่ดวงตาทั้งสองยังปิดสนิท แต่หากตนไม่ไปหาผ้าเช็ดตัว หรืออะไรที่ทำให้ไข้มันลด มันคงไม่ดีเสียเท่าไหร่เพราะจะทำเอาไข้ขึ้นสูงไปมากกว่าเดิม ฟิลิกซ์ค่อยๆดึงมือของคนตัวเล็กกว่าออก ก่อนจะรีบเดินออกไปด้านนอกหวังหากาละมังกับผ้าเช็ดตัวมาให้

 

"พวกเจ้า ออกมา"

 

ฟิลิกซ์ที่สัมผัสได้ว่ามีคนอยู่คิดว่าน่าจะเป็นคนของตนเลยเรียกออกมา ไม่นานหนักชายชุดดำสองคนก็ออกมาคุกเข่าต่อหน้าเขา คนหนึ่งคือหัวหน้าองครักษ์เงาประจำตัวที่ทำหน้าที่ในตอนกลางคืน ส่วนอีกคนคือ หัวหน้าองครักษ์ที่คอยดูแลในตอนกลางวัน หรือก็คือ'เลี่ยงหวง' ไม่รู้ทำไมถึงได้มาเฝ้าเขาในยามวิกาลเช่นนี้ หรือเป็นเพราะห่วงน้อง? แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อน เพราะสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือทำให้ไข้ของฮาร์ดลดลง

 

"เจ้าไปเตรียมกาละมังใส่น้ำและเอาผ้าเช็ดตัวมาให้ข้า"

 

"ส่วนเจ้า....ไปต้มยาแก้ลดไข้มา"ฟิลิกซ์มองไปที่เลี่ยงหวง

 

"พ่ะย่ะค่ะ"ทั้งสองคนตอบรับและแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน เขายืนมองเล็กน้อยก่อนจะหันไปหาคนป่วยที่นอนจับไข้ละเมอพูดเรียกชื่อเขาไม่หยุด ชาติก่อนเขากับอีกฝ่ายค่อนข้างจะตัวติดกันพอสมควร เวลามีใครคนหนึ่งไม่สบายก็ต้องดูแลกันเองแบบนี้ ครั้งนี้ก็เหมือนกับทุกที

 

พอเห็นแบบนี้แล้วก็คิดถึงเรื่องเก่าๆอยู่เหมือนกัน  ฮาร์ดโลกก่อนไม่ใช่คนอ่อนแอหรือยอมใครง่ายๆ ช่วง 3 ปีแรกตอนที่ยังไม่ได้คบกันอีกคนป่วย ฮาร์ดไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ได้เลย ทั้งยังเอาแต่จ้องมองด้วยสายตาที่ไม่ยินยอม คนที่จะเข้าใกล้ได้ตอนป่วยก็มีหมอ บอดี้การ์ดคนสนิทของเขา? และมือขวาของเขา? ตนเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงสนิทกับคนอื่นแต่ไม่ใช่ตนในช่วงนั้น

 

แต่พอผ่านช่วงนั้นประมาณ 2 ปี ฮาร์ดก็ป่วยตอนนั้นอีกคนยอมให้เขาเข้าใกล้ และทำตัวเป็นเด็กอายุ 10 ขวบ ไม่รู้ว่าตนคิดไปเองไหม แต่ท่าทางออดอ้อน กับความซุ่มซ่ามทุกย่างก้าวนั้นเป็นอะไรที่อดคิดไม่ได้จริงๆว่าอีกฝ่ายเป็นเด็ก แถมพอซุ่มซ่ามแล้วก็จะขอโทษพร้อมน้ำตา ถ้าถามว่ามันเป็นยังไง พรุ่งนี้เช้าคงจะรู้เองแหละ

 

"นี้ยาพ่ะย่ะค่ะ"เลี่ยงหวงยื่นยาที่ต้มเสร็จใหม่ๆมาให้ตนที่นั่งอยู่ข้างเตียงของคนป่วย ที่จริง ก็อยากจะขึ้นไปนอนด้วย แต่ต้องรอให้ยาที่ต้มเสร็จมาถึงก่อน

 

"น้องของกระหม่อมไม่สบาย ถ้าจะให้นอนอยู่บนเตียงขององค์ชาย เกรงว่าจะไม่ดีนัก ให้กระหม่อมพาไปอีกห้องเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

 

"ไม่ต้อง ข้าเต็มใจ"

 

องค์ชายสามเอ่ยตอบกับพี่ชายของเลี่ยงหรูด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไร้อารมณ์ ซึ่งมันแตกต่างกับตอนที่พูดอยู่กับเลี่ยงหรูโดยสิ้นเชิง ฟิลิกซ์ค่อยๆขึ้นไปนั่งบนเตียงเดียวกันกับฮาร์ด ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวขึ้นมานั่ง แล้วดึงศีรษะของฮาร์ดมาพิงที่ไหล่ ตัวของอีกคนยังคงร้อนเป็นไฟ ใบหน้ายังคงแดงก่ำ เหงื่อไหลโทรมทั้งร่างกาย ทำเอาคนที่มองดูอยู่อดเป็นห่วงเสียไม่ได้

 

"องค์ชาย ให้กระหม่อม-"

 

"เลี่ยงหรู ตื่นขึ้นมากินยาก่อน"

 

ฟิลิกซ์ไม่ได้สนใจคำพูดของเลี่ยงหวงก่อนจะ เขย่าตัวเบาๆให้ฮาร์ดรู้สึกตัวขึ้นมากินยา คนที่อยู่ ในอ้อมกอดรู้สึกตัวขึ้นมาพร้อมกับสายตาที่เม่อลอย ลมหายใจร้อนๆหายใจแรงขึ้นมาเล็กน้อย แล้วเงยหน้ามองคนปลุก ฟิลิกซ์คิดว่าต่อให้ป้อนยายังไงอีกคนก็คงคายออกมาเหมือนเดิม จึงเอายานั้นอมไว้ในปาก แล้วจับปายคางของคนป่วยขึ้น

 

ฟิลิกซ์กลั้นใจเมื่อรับรู้ได้ถึงรสชาติของยาและกลิ่นของมัน ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปบนอวัยวะเดียวกันกับเลี่ยงหรู โดยไม่สนใจสายตาขององครักษ์ทั้งสองที่เข้ามารับใช้เพื่อรอคำสั่ง หัวหน้าองครักษ์เงารีบหันหน้าหนีเมื่อเจอภาพมิบังควร

 

ส่วนหัวหน้าองครักษ์ที่เป็นพี่ชายของคนป่วยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจของคนเป็นพี่คล้ายกำลังแหลกสลาย มือทั้งสองกำเข้าหากันแน่นด้วยความอดกลั้น ถึงกระนั้นขาทั้งสองก็แทบจะทรุดลงไปกับพื้น เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าคือผู้ใด ความรู้สึกนี้ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ มันทั้งตกใจ โกรธจัด หวาดกลัว

 

ตนเป็นพี่ชายที่ทะนุทะนอมน้องเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่รักน้องมาก เอาใจใส่เป็นอย่างดี ไม่นึกเลยว่าตอนนี้ตนกลับกำลังเห็นภาพที่น้องชายกำลังถูกบุรุษที่ตนถือว่าเป็นคนอันตรายจุมพิต หากเป็นบุรุษอื่น ตนคงลอบฆ่าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เพราะเป็นองค์ชายเขาเลยทำได้เพียงมองตาไม่พริบ ด้วยอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

"อือ..."

 

ฟิลิกซ์ผละออกเมื่อฮาร์ดกินยาจนหมด คนตัวเล็กกว่าเหม่อมองหน้าเขาสักพัก ก่อนจะซบหน้าลงบนอกของตนแล้วหลับไปอีกรอบ ฟิลิกซ์เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองคนที่เพ่งจิตสังหารออกมาอย่างไม่รู้ตัว และเพิ่งนึกได้ว่าพี่ชายของเจ้าตัวอยู่ที่นี่ด้วย คงจะรู้สึกโกรธกระมั้ง ที่เห็นว่าน้องชายของตนกำลังโดนจูบ

 

"เจ้ายังไม่ไปอีกหรือ?"ฟิลิกซ์ขมวดคิ้วหันไปถามด้วยน้ำเสียงคล้ายกับว่าหาเรื่องเล็กน้อย แต่ไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางว่าตกใจเลยแม้แต่น้อย มือหนาค่อยๆวางคนป่วยลงนอนเมื่อกินยาเสร็จ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวกับถังน้ำที่วางอยู่ข้างๆ จากนั้นก็นำมันมาเช็ดที่แขนของฮาร์ดอย่างแผ่วเบา ไม่ได้สนใจคนที่อยู่ต่อเลยแม้แต่น้อย

 

"กระหม่อม..."เลี่ยงหวงกำลังเอ่ยอะไรบางอย่าง ร่างกายสั่นเทาเหมือนหวาดกลัว ก่อนจะถูกสหายที่เป็นหัวหน้าองครักษ์เงาฉุดดึงให้ออกไปรอข้างนอก สายตาของเลี่ยงหวงยังคงจับจ้องไปยังบุรุษสองคนที่คนหนึ่งกำลังเช็ดตัวให้

 

ฟิลิกซ์ไม่ได้สนใจอะไรและไม่คิดจะอธิบายให้ใครฟัง ทำเพียงแต่เช็ดตัวให้ภรรยาที่หลับปุ๋ยลงไปอีกรอบก็เท่านั้น เมื่อเช็ดตัวเสร็จก็เอามือมาวางไว้ที่หน้าผาก รอให้ถึงอีกสองชั่วโมงโดยประมาณจึงจะลุกขึ้นมาเช็ดตัวให้อีกรอบ คงจะต้องทำแบบนี้ไปถึงเช้า เพราะกลัวว่าไข้จะไม่ลดลงสักที

 

 

 

ฝั่งของพี่ชาย...

 

"เจ้าทำเช่นนั้นทำไม?"สหายที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันอย่าง'อาซุย'เอ่ยออกมาเมื่อได้อยู่ด้วยกัน 2 คน อาซุยเป็นบุตรของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แต่ไม่อยากตามรอยเป็นขุนนางบัณฑิตเช่นบิดาเลยผันตัวมาเป็นทหาร แต่ตอนนี้ได้เป็นถึงหัวหน้าองครักษ์เงาในสังกัดขององค์ชายสาม ถึงต้นตระกูลหลักจะไม่เห็นดีเห็นงามด้วยก็ตาม

 

"ข้าทำอันใด?"

 

เลี่ยงหวงขมวดคิ้วมองหน้าสหายอย่างไม่เข้าใจ ตนก็แค่จ้องมององค์ชายด้วยความไม่เข้าใจก็เท่านั้น  แล้วก็รอคำสั่งจากองค์ชายตามหน้าที่ ตนไม่ได้ทำอันใดผิด

 

"เจ้าส่งจิตสังหารออกมา ทั้งยังมองไปที่องค์ชาย เจ้าเป็นอันใดของเจ้า เสียสติไปแล้วหรือ"

 

"ข้า!...อึก  ข้าแค่เผลอไปเท่านั้น ไม่ได้ต้องการที่จะคิดร้ายต่อพระองค์"เลี่ยงหวงขึ้นเสียงเล็กน้อย ก่อนจะเบาเสียงลงเมื่อคิดได้ว่าตนเผลอทำไปจริงๆ จึงทำเพียงเสมองไปทางอื่น ไม่กล้ามองหน้าสหายของตน

 

"เฮ้อ~เจ้านี้มันจริงๆ เลย ข้าก็เข้าใจอยู่หรอกว่าเจ้าหวงน้องชาย แต่ลองคิดดูดีๆสิ เรื่องที่ผ่านมา บางทีแล้วน้องเจ้าเองก็อาจจะชอบพอองค์ชายด้วยก็ได้นะ และองค์ชายเองก็เหมือนจะทรงมีพระทัยให้กับน้องของเจ้าด้วย"

 

ซุยเฝิงพยายามอธิบายให้คนเป็นพี่ชายฟังเพื่อให้ใจเย็นและมีสติมากขึ้น ก่อนที่จะคิดจะทำอันใดแปลกๆ โดยไม่คำนึงถึงชีวิตของตนเอง เมื่อกี้ตนคิดว่าหากไม่ใช่เลี่ยงหวงที่ทำเช่นนั้นกับองค์ชาย คนๆนั้นคงต้องกลายเป็นศพไปแล้วแน่ๆ เพราะเลี่ยงหวงอยู่กับองค์ชายมาหลายปี พระองค์เลยให้อภัยโดยง่ายกระมั้ง

 

เลี่ยงหวงก้มหน้าอย่างสำนึกผิดก่อนจะคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในหัว ถึงตนจะไม่เข้าใจ อะไรเลย แต่ดูจากท่าทางและความเป็นห่วงเป็นใยขององค์ชาย บางทีท่านอาจจะทรงมีพระทัยให้กับน้องชายของตนจริงๆก็ได้ แต่มันก็ไม่ควรพัฒนาไปโดยเร็วเช่นนี้ ตนเลยไม่เข้าใจว่ามันเป็น ความรัก หรือความหลงเพียงชั่วคราวเท่านั้น

 

ในฐานะของคนเป็นพี่ชายแล้ว ก็อยากให้น้องชายได้เจอกับคนที่ดี รักและอยู่กับน้องตนตลอดไป หากว่าเลี่ยงหรูมีใจให้กับองค์ชายตนก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่เมื่อคิดถึงความปลอดภัยแล้ว แม้ตนจะเป็นองครักษ์ประจำตัวองค์ชายและได้ใกล้ชิดเสมอ แต่เหตุร้ายมักเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา ตนมิอาจไว้วางใจได้ น้องชายของตนตอนนี้แม้จะแปลกไปกว่าทุกที แต่ว่าเลี่ยงหรู ก็ยังเป็น เลี่ยงหรูคนเดิม

 

"ข้าเข้าใจ เจ้าก็แค่หวงน้องชาย"ซุยเฝิงเอามือตบบ่าของเลี่ยงหวงทีหนึ่ง ก่อนจะเดินจากไปให้สหายได้อยู่กับความคิดของตนเองสักพัก 

 

 

 

 

 

 

 

เช้าสายๆวันต่อมา

 

"อือ~"เลี่ยงหรูลืมตาขึ้นมา แล้วกะพริบตาถี่เพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรเย็นๆอยู่หน้าผาก คาดว่าคงถูกเปลี่ยนเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งยังมีแขนหนักๆของใครบางคนพาดอยู่ที่อก ผ้าห่มก็ห่มให้ถึงคอ ทำเอารู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวกเล็กน้อย

 

"ไข้ลดลงแล้ว เดี๋ยวกินข้าวเสร็จค่อยกินยาต่อ"

 

ฟิลิกซ์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนป่วยลืมตาขึ้นมา ก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวออก แล้ววางมือลงบนหน้าผากเพื่อวัดไข้ พอรู้แล้วจึงลุกออกจากที่นอนแล้วเดินออกไปเพื่อจะไปเตรียมสำรับให้ ที่จริงเขาก็อยากให้พวกคนรับใช้ทำ แต่กลัวไม่ถูกปากคนไข้

 

ตุบ!....ฟิลิกซ์หันควับกลับไปมองเมื่อมีเสียงดังมาจากด้านหลัง เมื่อตนเดินมาถึงประตูและกำลังจะเปิดประตูเพื่อไปทำอาหาร แต่ก็ต้องถอนหายใจไร้เสียงออกมา เมื่อหันไปเห็นเด็กดื้อ กำลังนั่งอยู่กับพื้นพร้อมกับผ้าห่มที่ตกลงลงมา ฮาร์ดทำท่าน้ำตาคลอเหมือนกำลังจะร้องไห้ เขาคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ จึงเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วประคับประคองให้ลุกขึ้นไปนั่งดีๆบนเตียง

 

"ฮึก...ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ขามันไปเกี่ยวกับผ้าห่มแล้วล้มลงไปเอง...จริงๆนะ"

 

"โอ๋ๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะ"

 

"ฉะ...ฉันแค่ไม่อยากเป็นภาระ เลยจะเดินไปล้างหน้าเอง แต่...ฮึก"

 

ฟิลิกซ์ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อคาดการไว้แล้วว่าคนป่วยจะต้องมีท่าทางแบบนี้ จึงทำท่าลูบหัวให้อย่างนึกเอ็นดู แล้วเดินไปเอากะละมังที่ใส่น้ำ กับของที่เตรียมเอาไว้ทำกิจธุระต่างๆ มาวางที่โต๊ะใกล้กับเตียงนอน แล้วจัดการเอาแจกันออกไปให้ไกล เพราะเวลาป่วยของฮาร์ดมักจะกลายร่างเป็นเด็ก 10 ขวบ เวลาทำอะไรจะซุ่มซ่ามเป็นพิเศษ แล้วก็น้ำตาคลอง่ายแต่จะไม่ร้องไห้ 

 

"เดี๋ยวมานะ"

 

"อืม...."

 

ฟิลิกซ์เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจะไม่ลุกขึ้นอีกจึงเดินไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารเอง โดยครั้งนี้เขาทำข้าวต้ม แล้วเดินไปต้มยาในครัว ครั้งนี้ฮาร์ดต้องกินยาห้ามครรภ์อีกรอบ เพราะเมื่อวานคายออกมาหมด ในวันที่ไปซื้อเขาได้ถามหมอยามาแล้วว่ายาห้ามครรภ์ต้องกินวันไหนบ้าง หมอยาบอกว่าให้กิน 3 วัน ครั้ง จนกว่าจะกินครบ 1 อาทิตย์

 

เพราะฉะนั้นคงต้องกินเรื่อยๆ ถึงแม้ตนจะรู้สึกอยากเทยาพวกนี้ทิ้ง เพราะอยากมีลูกมาก แต่ต้องรอให้ฮาร์ดพร้อมมากกว่านี้เขาเลยต้องตามใจ รอให้ถึงเวลาที่คนตัวเล็กกว่าพร้อมก่อน

 

 

 

 

 

หลังจากที่ทำกับข้าวเสร็จฟิลิกซ์ก็ให้นางกำนัลถือข้าวต้มตามเขาเข้ามาในห้อง ก่อนจะพบใครบางคนที่เข้ามาโดยไม่รับอนุญาตจากเขา คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปม มองไปทางคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ มือนั้นดึงมือของฮาร์ดเอาไว้ราวกับยั่วให้ตนโมโห

 

"องค์ชาย กระหม่อมขออภัยที่กระหม่อมเข้ามาโดยมิได้รับอนุญาต แต่กระหม่อมตั้งใจจะให้น้องของกระหม่อมไปรักษาที่จวนของท่านพ่อ"

 

"พี่หวง...คือข้า"

 

เลี่ยงหวงทำใจกล้าหาญขึ้นมาเมื่อคิดเรื่องความปลอดภัยของน้องชายทั้งคืน และตัดสินใจแล้วว่าหากองค์ชายของตนมิได้รักน้องของตน ตนก็จะพาหนีไป แต่ในเมื่อถูกจับได้ก่อนตนก็จะหาเหตุผลมาอ้าง หวังว่าองค์ชายจะเข้าใจ

 

เลี่ยงหวงปล่อยมือที่จับน้องชายก่อนจะคุกเข่าขอประทานอภัยกับองค์ชายสาม ฟิลิกซ์ปล่อยอายสังหารออกมาเล็กน้อย แต่นั้นก็มากที่จะทำให้นางกำนัลที่ตามมาข้างหลังสั่นเทาจนเกือบทำให้สำรับที่เตรียมหล่นลงพื้น ฟิลิกซ์เหลือบมองด้วยหางตาก่อนจะค่อยๆทำใจเย็นแล้วไล่ให้พวกนางวางสำรับแล้วออกไป 

 

เขามองหน้าของเลี่ยงหวงที่ทำแววตาจริงจัง และทำเหมือนจะสู้หากตนไม่ยินยอม นั้นเป็นสายตาที่ตนเดาได้ไม่ยากนัก เพราะที่ผ่านมาก็แสดงออกได้อย่างชัดเจนแล้วว่า'หวงน้องชาย'มากแค่ไหน พอเห็นภาพเมื่อคืนนี้ก็คงทำใจยอมรับไม่ได้หรอกกระมั้ง

 

"เลี่ยงหวง ข้าจะบอกอันใดให้นะ ข้ากับน้องของเจ้ามีใจให้กัน เพราะฉะนั้นอย่าได้กีดกันอีก ครั้งนี้ข้าถือว่าให้อภัย เพราะเลี่ยงหรูก็แล้วกัน"

 

"แต่-"

 

"เจ้าจะไม่เชื่อก็แล้วต่อเจ้า แต่ก่อนจะกลับเมืองหลวงข้าจะไปสู่ขอน้องเจ้ากับบิดามารดาของเจ้าเอง"

 

ฟิลิกซ์เอ่ยออกมาไม่ดังมาก แต่ฟังดูแล้วหนักแน่น สายตาคู่คมดั่งพญาเหยี่ยวฉายแววจริงจังไม่ได้ล้อเล่นแม้เพียงหนึ่งคำ เลี่ยงหวงจ้องมองสายตาคู่นั้นสายตานั้นก่อนจะมองดูเลี่ยงหรูอย่างลังเลใจ เลี่ยงหรูจ้องมองพี่ชายก่อนจะพยักหน้าแทนคำพูด ทำเอาคนเป็นพี่ถึงกับถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง หากว่าน้องตนรับรักองค์ชายมีหรือตนจะกีดกันความสุขของคนเป็นน้อง

 

"พระองค์ทรงให้สัญญากับกระหม่อมเรื่องหนึ่งได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

 

"อืม"

 

"ห้ามทิ้งเลี่ยงหรูไว้คนเดียว ห้ามทำให้เลี่ยงหรูเสียใจ แล้วก็ได้โปรดถนอมน้องชายของกระหม่อมได้รึเปล่าพ่ะย่ะค่ะ"

 

"หึ....เรื่องที่บอกว่าอย่าทิ้งน้องเจ้าไว้คงต้องบอกเจ้าตัวเองดีกว่า ว่าห้ามทิ้งไว้ข้าคนเดียว"

 

ฟิลิกซ์เอ่ยออกไปแบบนั้นก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วคว้ามือของเลี่ยงหรูออกมาจากมือของพี่ชาย แล้วจึงประคับประคองให้ไปนั่งที่ตรงที่นั่งที่จัดวางไว้ เลี่ยงหวงจ้องมองอยู่แบบนั้นสักพักก่อนจะยอมแพ้แล้วถอยออกมาข้างนอก เพราะเห็นว่าการอยู่ข้างในนั้นก็เหมืินตนไร้ตัวตนไปเสียแล้ว

 

พอพ้นประตูแล้วเดินหนีออกมาก็ดันพบกับคนที่มาใหม่ ที่เหมือนกำลังจะเดินไปในทางที่ตนจากมา เลยหยุดเดินแล้วทำหน้าไม่ค่อยเข้าใจมาทำไมจึงมาที่นี่

 

"เอ่อ...พี่ใหญ่ เป็นอันใดหรือขอรับ"

 

"ว้าว~เพิ่งเคยได้เห็นคุณชายเลี่ยงหวงใกล้ถึงเพียงนี้ ท่านตัวสูงมากเลยนะ สูงกว่าพวกข้าทั้งสองคนเลย วันก่อนข้าไม่ได้สังเกตเห็นเลย ขะ...ข้าขอจับมือหน่อยได้หรือไม่"

 

เลี่ยงหวงมองหน้าทั้งสองคนที่ยืนจ้องหน้าตนอย่างไม่วางตา โดยเฉพาะเด็กที่ชื่อว่าฮุ่ยหลิ่ง ครั้งก่อนเจอตนไม่ได้ทำท่าสนใจนักเลยไม่ได้สำรวจใบหน้าให้ชัดเจน อีกฝ่ายเป็นคนหน้าสวย มองตนตาเป็นประกาย ก่อนจะยื่นมือมาจับมือของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำเอาถอนหายใจออกมาอีกรอบ

 

"พวกเจ้ามาทำอันใดที่นี่กัน"

 

"ข้าเอาชุดกับขนมที่ท่านพ่อ ฮูหยิน แล้วก็ท่านแม่ของข้าเอามาฝาก เห็นว่าท่านกับเลี่ยงหรูอยู่ที่นี่เลยฝากมาเยอะแยะเลยขอรับ ว่าแต่ทำไมเลี่ยงหรูถึงต้องมาอยู่ที่นี่ละขอรับ"

 

"ส่วนข้ามาเพราะท่านอาจารย์ฝากให้มาดูอาการ เพราะได้ข่าวจากคูณชายว่าเลี่ยงหรูป่วยน่ะขอรับ แล้วก็มาบอกเรื่องการสอบด้วย"

 

"งั้นหรือ"

 

เลี่ยงหวงมองหน้าเด็กที่อายุน้อยกว่าตนที่มาที่นี่เพื่อหวังจะมาหาเลี่ยงหรู ตนเองก็ไม่ได้ว่าอะไรและไม่รู้จะห้ามทำไม ดีเสียอีกจะได้ถือเป็นการขัดขว้างไม่ให้ทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกัน ถึงตนจะพยายามทำใจว่าทั้งสองคนรักกัน แต่พอนึกถึงใบหน้าที่ยิ้มร่าเริงเมื่อเจอตน พร้อมกับความขี้อ้อนที่เคยได้รีบในอดีตกำลังจะหายไป ตนก็รู้สึกเจ็บแปล็บที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก

 

"เอาเป็นว่าพวกเจ้ารอตรงนี้ก่อน เดี๋ยวข้าเคาะประตูขออนุญาตองค์ชาย"

 

"ทำไมต้องขอละขอรับ ในเมื่อตอนนี้เลี่ยงหรูก็อยู่ข้างในแล้ว"ฮุ่ยหลิ่ง

 

"เพราะเลี่ยงหรูอยู่กับองค์ชายไง"

 

"องค์ชายช่างลำเอียงยิ่งนัก แต่ข้าไม่สนหรอก!"ฮุ่ยหลิ่ง

 

ปึก!....."เลี่ยง!...หรู"ฮุ่ยหลิ่งเดินเข้าไปเปิดประตูอย่างถือวิสาสะหวังจะเข้าไปคุยกับเลี่ยงหรูให้รู้เรื่อง แต่ดันเจอภาพที่ชวนให้อึ้งจนพูดไม่ออกภาพนั้นคือชายคนที่โตกว่ากำลังจับที่ศีรษะของคนตัวเล็กกว่าพร้อมกับโน้มตัวลงไปบดจูบอย่าง แนบชิด ส่วนคนตัวเล็กกว่าอย่างเลี่ยงหรูกำลังหลับตาปี๋มือทั้งสองกำลังดันอกแกร่งให้ถอยออกไป ใบหน้าดูกำลังทรมานกับการโดนจูบ 

 

ทั้งสามคนที่เห็นภาพนั้นต่างพากันยื่นนิ่งคล้ายกับโดนแช่แข๋งไว้จนขยับตัวไม่ได้ เลี่ยงหวงที่เห็นแบบนั้นก็แผ่ไอสังหารออกมาจนซุยเฝิงรู้สึกได้ก่อนจะรีบวิ่งสี่คูณร้อยมาจากห้องของตนเองเพื่อมาห้ามใครบางคนที่กำลังคิดหาเรื่องตาย เลี่ยงหวงกำดาบที่แนบไว้ข้างเอวก่อนจะโดนใครไม่รู้สับคอจนสลบ

 

ปึก!!....ซุยเฝิงคว้าคนที่คิดหาเรื่องใส่ตัวเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงไปนอนกับพื้น ก่อนจะปิดประตูให้สัญญาณมือพาเด็กสองคนที่ยื่นตัวแข็งออกให้ห่างจากจุดอันตราย เมื่อมาถึงที่ปลอดภัยทั้งสองก็เหมือนได้ฟื้นคืนสติ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึงที่เห็นภาพที่บาดตาเอามากๆ

 

"มะ..เมื่อกี้ข้าเห็นเลี่ยงหรูกำลังถูกบุรุษคนหนึ่ง จะ..จะ จุมพิต"

 

"คะ...คนๆนั้นไม่ใช่องค์ชายใช่ไหมขอรับ!"

 

"ใช่...คนๆนั้น คือองค์ชายสาม"ซุยเฝิง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

..........

 

#saveพี่ชายเลี่ยงหรู 🤣

 

โอย....นางฟิวขาดไปแล้วทุกโค้นนน5555 น่าสงสาร ไอ้ต้าว~ดีนะคุณพี่ซุย มาช่วยทันไม่งั้นคงโดนอีพี่สวด😆

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว