email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 คุณชายขี้แย

ชื่อตอน : บทที่ 3 คุณชายขี้แย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2564 16:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 คุณชายขี้แย
แบบอักษร

บทที่ 3

 

คุณชายขี้แย

 

.....หลังจากกินข้าวกินปลาเสร็จผมก็ต้องเดินทางไปเรียน ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ผมก็ยังเป็นคนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย ตอนกินข้าวกับครอบครัวก็เป็นที่ เงียบงันไม่มีใครคุยกันยกเว้นผมกับท่านแม่ ส่วนท่านพ่อของร่างเดิมนั้นเหมือนจะค่อนข้างเกรงอกเกรงใจสองแม่ลูกที่นั่งอยู่แถวๆปลายโต๊ะ บางครั้งก็คุยกับผมบ้าง บางครั้งก็หันไปคุยกับสองแม่ลูกนั้นบ้าง ถึงบทสนทนาจะน้อยไปหน่อยก็เถอะนะ

 

แต่อย่างน้อยผมก็ได้รู้ชื่อของทั้งสองมาเรียบร้อยแล้ว คนที่เป็นแม่ของเจ้าหนุ่มคนนั้นชื่อ'ฟาง เหนียง' ส่วนน้องต่างแม่ของผมชื่อ 'เลี่ยงจิน' เอาจริงผมรู้สึกน้อยใจขึ้นมานิดหน่อยที่ชื่อของน้องชายต่างแม่มันรู้สึกแมนกว่า ความหมายของชื่อก็ดีกว่า นี่พ่อของผมรักลูกเมียน้อยมากกว่าเมียหลวงรึไงกัน แต่อย่างว่าแหละนะ...ก็น้องต่างแม่ออกจะดูเข้มๆซะขนาดนั้น แถมยังดูจะแข็งแรงกว่าผมอีกด้วย

 

หน้าตาก็ดูดีแต่ดูนิสัยเสียไปหน่อยก็เถอะ เพราะตอนนั่งกินข้าวน้องต่างแม่ก็จะชอบจ้องมองเหมือนหาเรื่องตลอดเวลา อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่ได้พูด หน้าตาเหมือนคนเจ้าอารมณ์อยู่ไม่น้อย คงเพราะกำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นด้วยมั้งนั้น

 

"เลี่ยงหรู"

 

"หืม?"

 

"....เจ้าจะไปทำไมอีก ในเมื่อตัวเองก็เป็นคนโง่อยู่แล้วแท้ๆ แล้วอีกอย่างต่อให้เรียนไปยังไง เจ้าก็ไม่ได้ไปด้วยอยู่ดี"

 

"ห๊า?"

 

ฮาร์ดหันหน้าไปมองคนที่เรียกตนไว้ทั้งยังพูดบั่นทอนจิตใจตั้งแต่ก้าวออกจากจวน ไม่นึกเลยว่าน้องต่างแม่คนนี้จะจะพูดจาโหดร้ายได้ขนาดนี้ เห็นหน้าตาก็ออกจะน่ารักแท้ๆแต่ด่าทีนี้ก็เจ็บเหมือนกันแฮะ เจ้าเด็กนี้! ถึงส่วนสูงผมจะเตี้ยกว่าแต่ไม่ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้สักหน่อย แต่ยังไงก็ช่างมันเถอะ คำพูดแบบนี้อย่างกับเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเลย 

 

"คุณชายรอง...โปรดอย่าได้เอ่ยเช่นนั้นอีกเลยนะเจ้าคะ ถึงแม้คุณชายของบ่าวจะเป็นคนขี้แยแต่ก็หาไร้ความสำคัญไม่"

 

"เจ้ามันก็แค่บ่าวไพร่บังอาจมาสั่งสอนข้างั้นรึ!"

 

เลี่ยงจินหันไปมองเสี่ยวเหมยอย่างโกรธเคืองที่เห็นนางโต้ตอบออกไปเช่นนั้น แต่ผมหันไปมองนางพร้อมกับสายตาที่ชื่นชม เธอช่างเป็นเพื่อนสาวที่ดีอะไรแบบนี้ ไม่เกรงกลัวว่าตัวเองจะถูกต่อว่าหรือดูถูกแต่กลับเลือกปกป้องผู้เป็นนายงั้นสินะ ช่างเป็นคนดีจริงๆ โลกนี้เริ่มดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อย พระเจ้าให้เขามารออยู่ในร่างของคนอื่นก่อนไปที่ปรโลกอย่างนั้นสินะ ถ้าอย่างนั้นเขาควรทำความดี ช่วยเหลือร่างนี้ให้ไม่ถูกรังแกดีกว่า

 

"เลี่ยงจินข้าเองก็เห็นด้วยกับคำของนางนะ ต่อให้ข้าอ่อนแอหรือขี้แย ข้าก็ไม่ได้โง่จนให้บ่าวไพร่สั่งสอนเช่นนี้"

 

"เจ้า!"

 

"ทำไมหรือ ข้าพูดอันใดผิดหรือว่าที่ข้าพูดไปมันถูกต้อง เจ้าจึงได้ร้อนตัวเช่นนี้"

 

"หึ! ข้าพูดเพราะแค่ไม่อยากเห็นเจ้าขี้แยวิ่งมาหลบหลังข้าเสียหรอก"

 

เลี่ยงจินทำท่าจะชี้หน้าด่า ก่อนจะบ่นพึมพำให้เขาได้ยินแล้วทำหน้าหงุดหงิดใส่ แต่เขายิ้มรับราวกับรอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรต่อ เผื่อว่าจะได้ด่ากลับคืนแบบไม่ถนอมน้ำใจอะไรทั้งนั้น แต่เหมือนว่าอีกคนจะยอมถอยห่างแต่โดยดี ช่างน่าแปลกใจจริงๆ  คนโบราณนี้ดูท่าทางเข้าใจยากกันทุกคน แม้แต่เสี่ยวเหมยเองก็เหมือนกัน ทั้งที่ตอนแรกนางดูเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่ตอนนี้นางดูเหมือนปีศาจจิ้งจอกในร่างคนที่ดูเจ้าเล่ห์นิดๆ ช่างดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อย

 

"ไปกันเถอะเจ้าค่ะ"

 

"อืม"

 

เสี่ยวเหมยเรียกเขาพร้อมกับเปิดประตูรถม้าให้เหมือนเชื้อเชิญให้เขาเดินเข้าไปในรถ ผมพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินเข้าไปเงียบๆ รถม้าคันนี้ดูเหมือนจะเป็นรถม้าที่ไม่ได้หรูหราอะไรมาก ขนาด ปานกลางพอให้ได้นั่งกันถึงสอง-สามคน  แต่ผมกลับได้นั่งคนเดียวข้างใน

 

"เสี่ยวเหมยทำไมถึงให้ข้านั่งคนเดียวล่ะ"

 

"มิได้เจ้าค่ะ บ่าวเป็นบ่าวจะไปนั่งกับคุณชายได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ"

 

"แล้วเจ้าจะนั่งที่ใดเล่า"

 

"บ่าวจะนั่งกับคนบังคับม้า หากอยากได้อะไรเพิ่มก็เรียกบ่าวได้เลยนะเจ้าค่ะ"

 

เลี่ยงหรูมองเสี่ยวเหมยอย่างถอนหายใจเพราะคิดว่าถ้าได้นั่งด้วยกันก็จะถามอะไรที่อยากรู้ได้อีกเยอะเลย แต่เพราะเสี่ยวเหมยจ้องตาผมเหมือนจะไม่ยอมทำเอาผมต้องยอมจำนนแต่โดยดี ถึงในใจจะไม่ยอมก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็สามารถถามคำถามที่ผมอยากรู้ได้

 

หลังจากที่เราคุยกันเสร็จรถม้าก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าจวนของตระกูลซือ ซึ่งเป็นตระกูลที่ผมอยู่ในตอนนี้ ข้อมูลที่ผมได้ถึงจะมีไม่มากแต่ก็พอทำให้ประติประต่อเรื่องราวได้เป็นอย่างดี ผมมี ชื่อว่า'ซือ เลี่ยงหรู' อายุ 20 ปี กำลังเรียนอยู่ เป็นคนขี้แย แถมยังเป็นคุณชายของตระกูลนี้อีกด้วย มีแม่แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ชื่อ พ่อเองก็เช่นกันมีพี่น้องต่างแม่ 1 คน ด้านชื่อเสียงอันนี้ผมยังไม่รู้ แต่คิดว่าทุกคนคงตั้งฉายาให้ว่าคุณชายขี้แยแน่ๆ

 

"เสี่ยวเหมย"

 

"เจ้าคะ?"

 

"ข้ามีพี่น้องกี่คนหรือ"

 

"ทำไมจึงถามเช่นนั้นล่ะเจ้าคะ"

 

"เมื่อคืนข้ารู้สึกปวดหัวมาก จู่ๆก็นึกอะไรไม่ออกเลยน่ะสิ เหมือนกับว่าข้าลืมไปหมดทุกอย่างเลย ข้าก็เลยอยากทบทวนความทรงจำเสียหน่อย"

 

ผมเลือกที่จะโกหกนางไปเพราะผมไม่รู้จริงๆว่าควรจะทำอะไรต่อดี ในเมื่อที่ผ่านมามีเรื่องให้ทำตั้งมากมาย แต่ไม่รู้อะไรเลย ผมเลยคิดว่าตอนนี้ควรจะแกล้งนางไปว่าตัวเองความจำเสื่อมอะไรแบบนั้น ถึงผมจะคิดว่าควรทำไปตั้งแต่แรกแล้วก็เถอะนะ

 

"คุณชาย....จำอะไรไม่ได้เลยเหรอเจ้าคะ"

 

"ก็....จำได้นิดหน่อย"

 

"เรื่องนี้มันใหญ่มากเลยนะเจ้าคะ! แบบนี้บ่าวควรรีบแจ้งฮูหยินให้เร็วที่สุด!"

 

"ใจเย็นก่อนเสี่ยวเหมย ข้าแค่ความทรงจำเลือนลาง เจ้าอย่าได้กังวลอันใดไปเลย"

 

"แต่...คุณชาย"

 

เสี่ยวเหมยที่นั่งอยู่นอกรถม้าทำเสียงราวกับกำลังตกใจเอามากๆ แต่ผมไม่รู้ว่านางกำลังทำหน้ายังไงอยู่กันแน่ ผมนั่งอยู่ในรถม้าเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร พยายามไม่กระโตกกระตากทำตัวให้ดูน่าสงสัยไปกันใหญ่

 

"อย่าบอกใคร...ข้าไม่ได้เป็นอันใด"

 

ฮาร์ดเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นเฉียบทำเอาคนฟังรู้สึกเย็นๆ ไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไรอีก ส่วนคนที่นั่งอยู่ในรถม้าทอดมองออกไปข้างนอกแล้วถามคำถามต่อไป เรื่อยๆ

 

"เสี่ยวเหมย...ตอบคำถามของข้า"

 

"เจ้าค่ะ....คุณชายมีพี่น้องอยู่สามคน ต่างมารดาอยู่หนึ่งคนคือ คุณชายเลี่ยงจิน ส่วนคุณชายใหญ่ได้ไปทำงานเป็นทหารองครักษ์ส่วนพระองค์ให้กับองค์ชายผู้หนึ่งอยู่เจ้าค่ะ"

 

"พี่ชายแท้ๆของข้าหรือ"

 

"ใช่แล้วเจ้าค่ะ....คุณชายใหญ่มีนามว่า 'เลี่ยงหวง' "

 

เสี่ยวเหมยว่าก่อนที่ในใจจะเริ่มรู้สึกน้อยใจขึ้นมาอีกครา เพราะผมเป็นคนเดียวที่ชื่อหวานเหลือเกิน นี่ผมไม่ใช่ผู้หญิงนะเฟ้ย! แล้วพี่ใหญ่ที่ว่านี่คือใคร ทำไมถึงได้ไปรับใช้องค์ชายได้ แต่ เรื่องนั้นก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะเท่าที่ สังเกตจวนของผมก็ใหญ่อยู่พอสมควร ทั่งที่พ่อก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นอาชีพ หรืออาจจะมี คิดว่าอาจจะเป็นเพราะแบบนี้ถึงได้มีบ้านมีที่อยู่ ต้องขอบคุณพี่ใหญ่ซะแล้ว

 

"นี่เสี่ยวเหมย ข้าอายุ 20 ปี ทำไมจึงต้องไปเรียนด้วยเล่า ไม่ใช่ว่าตอนนี้ข้าต้องไปออกเรือนหรือ"

 

"ก็เป็นเพราะว่าต้องเตรียมตัวไปสอบเป็นขุนนางหรือทหารรับใช้น่ะสิเจ้าคะ เมื่อคุณชายอายุครบ 21 หนาว คุณชายก็จะต้องเดินทางไปที่เมืองหลวงเพื่อที่จะต้องเข้ารับแบบทดสอบเพื่อจะได้ถวายการรับใช้ฮ่องเต้องค์ถัดไป ซึ่งปีหน้าเป็นปีที่จะจัดขึ้นครั้งแรกด้วยพระประสงค์ของฝ่าบาท  พระองค์ทรงจัดตั้งหาคนที่แข็งแกร่งฉลาดหลักแหลมมาร่วมงานโดยให้แต่ละเมืองของแคว้นส่งตัวแทนเข้าร่วมงานนี้ คนที่จะถูกรับเลือกมีเพียง 10 คนเท่านั้น จึงจะมีโอกาสเป็นขุนนางใน ราชวงศ์ถัดไป งานนี้ยังจัดขึ้นเพื่อหารัชทายาทอย่างแท้จริงด้วยนะเจ้าคะ เพราะหากองค์ชายคนใดคนหนึ่งสามารถชนะทุกคนในการแข่งขัน องค์ชายพระองค์นั้นก็จะถูกแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาทคนต่อไปโดยไม่มีเงื่อนไข"

 

"เป็นเช่นนี้นี่เอง"

 

เลี่ยงหรูที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเข้าใจในทันที อย่างน้อยก็ไม่มีอะไรให้น่าห่วงก็แค่ทำตัวไม่ให้เด่นมาก แต่ถ้าเป็นฟิลิกซ์จะทำตัวแบบไหนกันนะ อีกฝ่ายอาจจะตามหาเขาอยู่ก็ได้ แต่จะไปหาที่ไหนกันละ โลกนี้มันกว่าใหญ่มากเลยนะ ถ้าให้ไปหาทั่วทุกมุมโลกผมก็ทำไม่ไหวหรอก เดี๋ยวนะถ้าเกิดว่างานนี้ต้องตามหาคนที่มีความสามารถ แล้วก็ฉลาดหลักแหลม งั้นงานนี้ก็เหมาะมากๆเลยที่จะตามหาตัวของฟิลิกซ์ไม่ใช่รึไง

 

งั้นคราวนี้คงต้องใช้ดวงซะแล้วล่ะ รอก่อนนะฟิลิกซ์ ฉันจะต้องได้เจอนายในงานแน่นอน หวังว่านายจะคิดเหมือนกับที่ฉันคิดในตอนนี้ ถ้าหากว่าชาตินี้เราคู่กัน ก็หวังว่าจะเจอกันในเร็วๆนี้

 

"เสี่ยวเหมย เหลืออีกกี่วันหรือในการคัดตัว"

 

"อีก 5 เดือนเจ้าค่ะ"

 

"เจ้าว่าข้าจะได้ไปไหม"

 

"เอ่อ....คือ....บ่าวขออภัยที่บ่าวต้องเอ่ยเช่นนี้นะเจ้าค่ะ คุณชายเป็นเกอ มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่ได้ไป แล้วอีกอย่างเมื่อเดือนก่อนที่มีการสอบ คุณชายได้อันดับท้ายสุด"

 

"งั้นหรือ...."

 

ฮาร์ดนั่งนิ่งใช้ความคิดเล็กน้อยไม่นึกเลยว่าร่างเดิมจะเป็นคนแบบนี้ แต่ก็ไม่เป็นไรมันยังไม่สายที่จะแสดงความสามารถของตนเองให้คนอื่นได้ประจักษ์ แต่ที่ผมไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่งคือ'เกอ' มันคืออะไร เป็นเกองั้นหรือ เกอที่หมายถึงเกย์รึเปล่านะ ไม่เห็นเข้าใจเลย

 

"เสี่ยวเหมย.....เกอคืออะไร"

 

"ห่ะ? คุณชายลืมแม้กระทั่งว่าตนเองเป็นเกอเชียวหรือเจ้าคะ! นี้มันไม่ใช่แค่เลือนลางแล้วนะเจ้าคะ"

 

"ใจเย็นน้า...ข้ากำลังทบทวนตัวเองอยู่"

 

"คุณชาย!"

 

"เจ้าก็อย่าเสียงดังไป คนขับรถม้าตกใจเสียงเจ้าหมดแล้ว"

 

เขาว่าออกไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยคล้ายกับคนที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเขา ส่วนเสี่ยวเหมยก็เหมือนคนที่กำลังสติแตกเพราะกลัวว่าคุณชาย ของตนเองจะเป็นอะไรไป ไม่รู้ว่าเพราะคุณชายถูกพวกนั้นรังแกจนเป็นเรื่องขึ้นมาเช่นนี้ หรือว่าอาจจะเสียใจมากจนไม่อยากจำอะไรเลย นางรู้สึกเป็นกังวลมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อกำลังรับรู้ว่านายของตนกำลังลืมทุกสิ่งทุกอย่าง

 

"เฮ้อ~ เกอก็คือชายที่ตั้งครรภ์ได้อย่างไรเล่า เจ้าค่ะ หากเป็นเช่นนี้แล้ว คุณชายเองก็ต้องระวังตัวเอาไว้ให้มากๆ"

 

"......."

 

ฮาร์ดที่ได้ยินเสี่ยวเหมยว่าออกมาแบบนั้นก็เหมือนตัวเองกำลังวิญญาณออกจากร่างไปอีกรอบ ไม่นึกเลยว่าพระเจ้าจะเอ็นดูจนมอบพรวิเศษให้เขาท้องได้แบบนี้  แต่นี้ไม่เท่ากับว่าชาตินี้เขาจะต้องโดนฟิลิกซ์รังแกอีกแล้วเหรอ! นี้ท่านเอ็นดูข้าจริงๆใช่ไหมพระเจ้า! ทำไมชาตินี้มันถึงได้ดูลึกลับซับซ้อนมากขนาดนี้!

 

 

 

 

 

 

 

"คุณชาย ถึงแล้วเจ้าค่ะ"

 

ผัวะ! ฮาร์ดในร่างเลี่ยงหรูก้าวเท้าลงมาจากรถมาช้าๆอย่างสง่างามก่อนที่จะมีหินก้อนหนึ่งลอยมาโดนที่หัวของตัวเอง นี่มันช่างเป็นการต้อนรับที่เยี่ยมยอดเลยจริงๆ มาเรียนวันแรก ไม่สิ!เกิดใหม่วันแรกก็เจอดีเลย มันช่างเป็นอะไรที่สุดยอดมากจริงๆ นี้หรือว่าเขาเกิดใหม่เพื่อมาชดใช้กรรมที่ทำเอาไว้กันนะ

 

"อึก..."

 

"อ้าวๆ นี่มันคุณชายขี้แยนี้ว๋า โทษทีนะที่ข้าเผลอโยนหินไปทางนั้น แต่ไม่นึกว่าจะแม่นถึงกับโดนหัวเจ้าขนาดนี้ ว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า"

 

"นั่นสินะ คุณชายเจียงเยี่ยมยอดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า"

 

เสียงหัวเราะเยาะซะใจเมื่ออีกฝ่ายสามารถทำให้เขาเป็นแผลได้ ไม่นึกเลยว่ามันจะรู้สึกแย่ขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่เลี่ยงหรูคนก่อนไม่คิดอยากจะมาเรียนที่นี่ เพราะมันมีแต่คนหัวเราะเยาะ ขนาดเรายังไม่ได้ทำอะไรให้เขา เขาก็เข้ามาหาเรื่องเรา แต่ไม่เป็นไรครั้งนี้ข้าจะชดใช้ให้ ไม่ต้องห่วงนะเลี่ยงหรูถึงแม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหนก็เถอะ

 

คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันเมินเฉยแล้วหัวเราะเยาะราวกับว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ฮาร์ดกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างไม่เป็นมิตร เมื่อกี้ประมาณเกินไปเลยหลบไม่ทันหินที่ปามาเพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาแกล้งในที่สาธารณะขนาดนี้

 

"คุณชาย ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ.."เสี่ยวเหมยเข้ามาจับที่หน้าผากของเขาพร้อมกับถามคำถามอย่างนึกเป็นห่วง นางเองก็คงอยากจะโอ๋เขา

 

"ถอยออกไป"

 

"อุ๊บ! ดูนั้นสิ! ไอ้คุณชายขี้แยนั้นไม่ร้องไห้ แถมยังทำสายตาหาเรื่องมาทางพวกเราเสียแล้ว"

 

"โอ้ย~ข้ากลัวจังเลยคุณชายเจียง ฮ่าฮ่าฮ่า"

 

ตึก...ตึก เสียงฝีเท้าของฮาร์ดเดินเข้าไปใกล้มือทั้งสองกำเข้าหากันแน่น สายตาจ้องมองเขม็งไปหาเล่าคุณชายทั้งสามที่พากันทำหน้าตาเยาะเย้ย คล้ายกับว่าไม่หวาดกลัวสิ่งใด ทำให้เลี่ยงหรูกำมัดแน่นกว่าเดิม รู้สึกหงุดหงิดจนแทบทนไม่ได้ เดาว่าถ้ามีปืนอยู่ในมือจะไม่ลังเลที่จะฆ่าพวกเด็กเปรตนี้ แต่ด้วยความมีโทสะจึงไม่ได้สังเกตถึงพลัง บางอย่างที่ค่อยๆไหลเวียนไปทั่วร่าง สร้างกลิ่นอายสังหารผ่านสายตาและท่าทางของตนเอง รังสีอำมหิตเริ่มแผ่ออกมารอบๆตัวของฮาร์ด 

 

ก่อนที่ฮาร์ดจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของคนทั้งสาม ทั้งสามคนพากันขำไม่ออกรู้สึกตัวอ่อนปวกเปียก ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกว่าคนตรงหน้าเริ่มไม่ปลอดภัย จึงเกิดความรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น ราวกับลูกนกที่ตกน้ำ

 

"....จะ  เจ้า-"

 

"เฮือก!"

 

"นะ...นี้มันอะไรกัน"

 

ทั้งสามคนเริ่มเอ่ยออกมาทีละคนก่อนที่ฮาร์ดจะปล่อยรังสีอำมหิตออกมามากกว่าเดิม จนคนทั้งสามเริ่มทรงตัวไม่อยู่ ฮาร์ดที่ไม่ได้รู้ตัวอะไรคิดว่าพวกมันคงกลัวที่เขามีท่าทางแบบนี้ จะว่าไปชาติก่อนเขาก็ทำแบบนี้และมันก็มักจะมีผลลัพธ์เหมือนกันเสมอ ฮาร์ดจ้องตาทั้งสามไม่ปล่อย จนทั้งสามรู้สึกตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว  รังสีอำมหิตแผ่กระจายไปทั่วบริเวณลานเดินทางเข้า ทำให้คนที่กำลังเดินทางมาหรือเพิ่งมาถึง ยังรู้สึกได้ ทำเอาทุกคนถอยห่างและมองไปที่ฮาร์ดด้วยสายตาที่สั่นระริก

 

"เป็นอะไรไป...ทำไมไม่หัวเราะเยาะข้าอีกเล่า เสียงของพวกเจ้าทำให้ข้ารู้สึกคิดถึงตอนที่กำลังจะฆ่าใครบางคน"

 

"จะ....เจ้าเคยฆ่าคนงั้นหรือ"

 

"เปล่า...พวกเจ้าจะเป็นคนแรกที่จะทำให้ข้าได้ลิ้มรสว่าการฆ่าคนว่ามันรู้สึกเช่นไร"

 

เลี่ยงหรูค่อยๆแสยะยิ้มออกมาราวกับโรคจิตที่กำลังคิดทรมานเยื่อที่จับมาได้ แววตาที่มองทั้งสามราวกับคนที่กำลังเล่นสนุก และเหมือนคนที่ต้องการจะฆ่าจริงๆ ทั้งสามคนจ้องมองด้วยแววตาที่สั่นระริก รู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังกลายเป็นเยื่อ ที่ถูกทรมานเจียนตายแต่ถึงอย่างนั้นก็คิดได้ว่าอีกฝ่ายพูดมันก็แค่คำขู่เพราะอีกฝ่ายเป็นแค่เกอ คงไม่มีทางทำอะไรพวกตนได้

 

"นะ...แน่จริงก็ลองดูสิ"

 

"ดี"

 

ฟุบ!"อั่ก!!...คะ"ชายที่เอ่ยประโยคนั้นออกมาถูกจับบีบคออย่างแรง แม้จะขัดขืนแต่สายตาของเลี่ยงหรูมันทำให้ตนนั้นไร้แรงต่อต้าน มือทั้งมองของคุณชายคนนั้นพยายามดึงออกแต่เพราะแรงของเลี่ยงหรูตอนนี้มีมากกว่าจึงทำให้มันแทบจะไร้ผล เวลาผ่านไปสักพักก่อนที่ชายคนนั้นจะเริ่มขาดอากาศหายใจและหมดสติไป

 

เลี่ยงหรูมองคนที่อยู่ข้างหลังของชายที่โดนบีบคอจนสลบ ทั้งสองตัวสั่นระริกก้าวขาไม่ออกจนเมื่อเห็นว่สเลี่ยงหรูมองมาทางตนก็รู้สึกได้ถึงของเหลวที่ไหลออกมาอยู่ใต้หว่างขา ก่อนที่จะทำท่าสติแตกวิ่งกะเจิงไปคนละทิศคนละทาง

 

"อะไรกัน...ข้ารอพวกเจ้าอยู่นะ! จะรีบวิ่งไปไหน"

 

"อ๊ากกก ปีศาจ!! ฮือ"ผู้ชายหนึ่งในสามตะโกนออกมาแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต ผมมองด้วยท่าทางขบขัน เพราะยังไงซะ เด็กน้อยก็คือเด็กน้อยวันยังค่ำ ถ้าไม่เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน้ำตาหรอก

 

ผมมองพวกนั้นจนสุดหนทางก่อนจะหันไปเห็นเสี่ยวเหมยที่นั่งคุกเข่าอยู่กับที่ พร้อมกับมีเล่าคุณหนูคุณชายที่มองดูอยู่ห่างๆ ผมมองไปรอบๆด้วยสายตาที่เรียบเฉย จนคนเล่านั้นรีบทำท่าหันหน้าหนีไปทันที  เขาไม่ได้พูดอะไรก่อนจะเดินไปพยุงตัวของเสี่ยวเหมยให้ลุกขึ้นยืนแล้วนำทางไปหาอาจารย์หรือไม่ก็ห้องเรียนสักห้อง

 

"คะ...คุณชายทำได้อย่างไรกันเจ้าคะ"

 

"ทำอันใด?"

 

"ก็คุณชายปล่อยจิตสังหารได้ ปกติแล้วหากใครที่ไม่เคยฆ่าคนจะไม่ปล่อยจิตสังหารออกมาเช่นนั้นหรอกนะเจ้าคะ"

 

"เหรอ....ข้าทำแบบนั้นเหรอ?"

 

เลี่ยงหรูทำท่างงงวยเพราะเขาไม่รู้ว่าการปล่อยจิตสังหารคืออะไร แล้วเมื่อกี้เขาทำอย่างนั้นเหรอ ไม่เห็นจะเข้าใจอะไรเลยแฮะ แต่ถ้าถามผู้รู้ก็คงจะได้คำตอบ ไม่ช้าก็เร็วนี้ละมั้ง แล้วที่บอกว่าถ้าไม่ฆ่าคนก็คงปล่อยออกมาไม่ได้ ก็นะ....ผมไม่ใช่ฆาตรกรแต่เป็นคนที่ต้องป้องกันตัวเอง หากไม่ฆ่าก็โดนฆ่า นั้นคือโลกที่เขาเคยอยู่ แต่ในโลกนี้เขาไม่รู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

..............

 

มีความแต่งเพลินๆ ไม่นึกว่าจะได้เยอะขนาดนี้555 ด้วยความที่กลัวเนื้อเรื่องไม่เดิน ด้วยความที่ไรท์ด้นสดอาจจะมีคำผิดเยอะนะคะ ต้องขออภัยด้วย 

 

น้องโหดเกิ๊น รับมิด้ายยꉂ(ˊᗜˋ*)♡

 

พรุ่งนี้เจอกันงับ~( ✧Д✧) YES!!

 

รักรี้ดทุกโค้นน˙˚ʚ(´◡`)ɞ˚˙

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว