facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 : จุดจบของความรัก…โรงเรียนประถม Path 2

ชื่อตอน : บทที่ 4 : จุดจบของความรัก…โรงเรียนประถม Path 2

คำค้น : เพื่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2564 09:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 : จุดจบของความรัก…โรงเรียนประถม Path 2
แบบอักษร

บทที่ 4 : จุดจบของความรัก…โรงเรียนประถม Path 2 

  

“ประกาศ! ประกาศ! นักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ท่านใดที่ได้ทำการส่งเกรดยื่นขอโควตาโรงเรียนอ่างทอง โปรดมาเช็คสิทธิ์ของท่านค่ะ” เสียงประกาศตามสายดังลั่นไปทั่วลานสนามเด็กเล่นในช่วงพักกลางวัน ผมและเพื่อนชะนีน้อยที่กำลังกระโดดยางบ้าน เมื่อได้ยินเสียงตามสายก็วิ่งกุลีกุจอไปที่ห้องแนะแนวทันที 

กระดานตั้งสูงเด่น เรียวนิ้วไล่กรีดดูตามรายชื่อที่ประกาศผลนับสิบๆใบ ราวร้อยๆคน “ไม่ผ่านเหรอมึง หน้าเครียดเชียว” ฝนที่ฉีกยิ้มไม่หุบเอ่ยถามผมที่หารายชื่อจนรอบที่สามก็ไม่เจอ ไม่จริง ทำไมไม่มีละ 

“เปล่า! ของอาร์มนะ” 

“เราติดรอบโควตา”  

“ไม่รู้เหรอ?”  

“…” 

“อาร์มต้องย้ายกลับไปอยู่กับพ่อที่ชลบุรีนะ” คำตอบของฝนดังก้องวนเวียนไปทั่วโสตประสาท ผมรู้สึกใจหายฉับพลัน ทำไมมันไม่เคยบอกผมสักนิด 

เห้ออออ สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นอาคารเรียนไปหามัน 

ให้ตาย! ผมเหนื่อยหอบแทบตาย แต่ยังได้ไม่ได้เมื่อภาพตรงหน้าเห็นอาร์มนั่งจับมือถือแขนกับอย่างกระหนุงกระหนิงกับลูกตาล เด็กห้อง 6/4 ที่มันเคยบอกว่าชอบ คงไม่ดีถ้าผมจะเข้าไปขัดจังหวะ เลยได้แต่เดินคอตกเข้าไปนั่งพักจิบน้ำเย็นๆที่พกใส่กระบอกเก็บความเย็นมาที่โต๊ะเรียน กินน้ำจนหมดขวดจิตใจก็ไม่มีวี่แววหงบลงเลยสักนิด 

“อาร์มเข้าห้องเรียนก่อนนะ บ๊ายบายยยย” หูนี่กระดิกริกๆ รีบทำจิตใจให้สงบนั่งลงตรงรอมันเดินกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะ นิ้วมือเคาะลงที่เฟรนด์ชิพเป็นจังหวะๆ 

“กูบอกลูกตาลแล้วเว้ยมึง เขาก็แอบชอบกูอยู่เหมือนกัน ต้องขอบคุณมึงเลยนะ ที่ทำให้กูกล้าพูด ไม่งั้นคงไม่ได้คุยกัน” 

สัด! เหมือนสะดุดขั้นบันไดจากชั้นสี่กลิ้งลงไปชั้นหนึ่ง แล้วสักวันหนึ่งกูจะกล้าพอ กล้าพอที่จะบอกชอบมึงนะอาร์ม 

“เขียนให้อัยย์หน่อยได้มั้ย” ผมยืนสมุดเล่มดำให้โต๊ะข้างๆ พร้อมปากกาเมจิกหลากสี 

“ได้เลย เพื่อนรักของอาร์มทั้งคน เขียนว่าไรดีน้าาาา…อย่าพึ่งดูสิ! วันจันทร์หน้าอาร์มจะเอามาให้นะ” 

น้ำเสียงสดใส แววตาเป็นประกาย รอยยิ้มจริงใจและไม่คิดเกินไปกว่าคำว่า…เพื่อนสนิท 

          

“มึงคิดจะบอกกูเมื่อไหร่?” สูดลมหายใจเข้าจนปอดขยายเต็มที่ ก่อนจะพ้นคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจริงจัง 

“…” นัยย์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นมองจ้อง ไม่กระพริบ 

“มึงไม่ส่งเกรดยื่นโควตา มึงจะกลับไปเรียนต่อต่างจังหวัด” เสียงเรียบโทรเดียวแต่เจือไปด้วยความโกรธ และน้อยใจเข้าถามชายตรงหน้า 

“ที่ไม่บอกเพราะโดเรมี่สำคัญกับอาร์มไง กูอยากอยู่กับมึงให้นานที่สุดก่อนจากกัน…มันไม่ง่ายเลยนะสำหรับกาจากลา” ผมเหมือนโดนนวมนิ่มๆซัดใส่หน้าจังๆ ก็เพราะมึงเป็นแบบนี้ไง เสียงแบบนี้ไง ออดอ้อนจนกูโกรธต่อไม่ลง เป็นต้องใจอ่อนให้มึงทุกที 

ใช่! มันไม่ง่ายเลยสำหรับการจากลา กูเองก็ใจหายไม่แพ้มึงเลยรู้มั้ย 

“แต่มึงพึ่งกลับมาไม่ใช่เหรอ” 

“ความตั้งใจแรกจะย้ายกลับมาอยู่กับแม่ แม่กูเป็นคุณครูอยู่โรงเรียนวัดรุ้ง…แต่แม่ทำเรื่องขอย้ายกลับไปที่ชลบุรีได้ พ่อกูเป็นทหารเรืออยู่ที่นั่น แม่เลยตัดสินใจให้ไปต่อมัธยมที่นั่นด้วยกัน” 

“จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเสียทีนะมึง กูไม่รู้ว่าจะมีเวลาอยู่กับมึงอีกนานแค่ไหน แต่กูขอให้มึงโชคดีนะ มึงก็คือเพื่อนที่กูรักมากที่สุดคนหนึ่ง” แสยะยิ้มทั้งน้ำตาที่เอ่อปริ่มขอบตา พอได้ฟังเหตุผลจากลมปากของมัน ก็เข้าใจได้ ผมเข้าใจดีเวลาที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมันมีความสุขแค่ไหน 

“กูก็รักมึงงงงงง เพื่อนตัวกลมของผม…อนาคตมันไม่แน่นอนไม่แน่อาร์มอาจจะได้กลับมาต่อมัธยมปลายที่อ่างทองก็ได้” มันเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ เอาหน้าเล็กเข้ามาถูขยี้ที่หน้าท้อง 

“กูจะรอ…” เสียงสั่นเครือเปรยๆตอบ 

ขอร้องไห้ตรงนี้ได้ไหม แต่ต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสผมจะตัดใจจากมันให้ได้ ลดระดับใจให้เหลือแค่สถานะเพื่อนสนิท 

. 

. 

“แม่! หนูมีอะไรจะให้ดูด้วยยยยยยย” ปกติถ้าพ่อไม่ว่างคนที่จะมาคอยรับส่งก็จะเป็นแม่แทน ทันทีที่กระโดดขึ้นรถใหญ่ได้สำเร็จ รถออกตัวปุ๊บก็รีบบอกข่าวดีให้แม่ฟังทันที 

“หนูติดรอบโควตาด้วยละ” ผมยิ้มแฉ่ง 

“เก่งมาก ลองโทรไปบอกพ่อสิ! ปานนี้คงทานข้าวอยู่พอดี” ผมคว้าหยิบโทรศัพท์จากช่องเล็กภายในรถที่แม่มักจะวางโทรศัพท์ไว้ iPhone 4 เลื่อนหน้าจอถูไถ กดเข้าแอพพลิเคชั่น Skype ต่อสายตรงหาพ่อที่อยู่ประเทศญี่ปุ่น… 

“ว่าไงครับคนดี กลับบ้านยัง” ปลายสายเอ่ยขึ้นเมื่อกล้องหน้าโทรศัพท์จับติดใบหน้าผม 

“กำลังนั่งรถกลับจ้า พ่อๆหนูมีอะไรให้ดูด้วย” ผมไม่รอช้าที่จะเอาใบประกาศผลรอบโควตายื่นให้พ่อดูผ่านกล้องหน้าที่คิดว่าชัดที่สุดในยุคนี้ “ถ้าเห็นไม่ชัดเดี๋ยวหนูส่งเฟสบุกให้พ่อดู” 

“คร้าบๆ พ่อเชื่อว่าลูกพ่อเก่งอยู่แล้ว” 

“อย่าลืมของขวัญหนูนะ หนูจะรอ” 

“ไม่ลืมๆ สัญญาไว้แล้ว เป็นเด็กดีกับแม่นะอัยย์ เดี๋ยวพ่อไปทำงานต่อก่อน” ผมยังไม่ทันตอบปลายสายที่ดูรีบเร่งก็ชิงตัดสายวางไปก่อน 

“งั้นวันนี้เราไปกินข้าวนอกบ้านกันดีมั้ยเด็กๆ” สองมือจับพวกมาลัยแน่น ก่อนใบหน้าสวยๆจะก้มลงเอ่ยถามผมและน้อง 

“เจ้าเฮย์จิอยากกินอะไร”  

“ไม่รู้ อะไรก็ได้...ร้านซูชิก็ได้ พี่อัยย์อยากกินอะไรล่ะ” มันตอบกวนๆ ประโยคถามไปเพื่อจะเอาคำตอบแต่มันเล่นถามผมกลับอีก 

  

“ตามนั้นเลยแม่” ก็ดีเหมือนกันที่เจ้าน้องตัวแสบมันอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นร้านดังในห้างสรรพสินค้าใกล้ๆบ้าน เราจะได้ไปร้านหนังสือด้วย. 

. 

สำหรับเด็กนักเรียนอย่างผมที่สนใจเรื่องเรียนเป็นเรื่องรอง สนใจสิ่งที่ชอบและสนใจเป็นงานหลัก ช่วงเวลาวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ชั่งเป็นช่วงเวลาที่แสนจะมีความสุขที่สุด ได้อ่านนิยายจนดึกดื่นได้โดยที่แม่ไม่ว่า ได้ตื่นมาดูการ์ตูนในช่องเก้า 

ดูเหมือนว่านักเรียนชั้นประถมปีสุดท้ายจะได้ปิดเทอมเร็วกว่าน้องๆชั้นอื่น คงจะเผื่อเวลาให้ไปเตรียมตัวสอบเข้า หรือเรียนในระดับมัธยม ซึ่งผมผ่านรอบโควตาก็เดินถือใบไปยื่นในวันรายงานตัวสวยๆ เหลือแค่ไปสอบวันจันทร์นี้เป็นวันสุดท้ายและก็ปิดเทอม 

. 

. 

“ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำข้อค่ะ เด็กๆ” ผมเหลือบซ้ายมองขวา ไม่ได้จะลอกข้อสอบเพื่อนนะ…แต่อาร์มยังไม่มาสอบเลย 

“ครูครับ เจษนิพิฐยังไม่มาสอบเลยครับ” 

“อ่อ…พอดีเพื่อนต้องเดินทางต่างจังหวัดต่อ เขาได้มาทำข้อสอบเมื่อวันหยุดที่ผ่านมาแล้วจะ ถ้าหายข้อสงสัยแล้วก็ลงมือทำข้อสอบได้” 

สายตาจ้องมองที่กระดาษคำตอบลายตาราง ก่อนที่จะมองเส้นหลายๆเส้นรวมกันไปหมด หัวสมองชาไปหมด เหมือนเข้าสู่พื้นที่ไร้สัญญาณโทรศัพท์ คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อน ผมค่อยๆหลับตาและตั้งสมาธิใหม่ เพื่อทำข้อสอบชุดนี้ให้เสร็จทันเวลาที่กำหนด 

. 

. 

กริ๊งงงงงงงงงงงงง 

“เวลาในการทำข้อสอบวิชาสุดท้ายหมดลงแล้วค่ะ ปิดเทอมแล้วจ้า!” สิ้นคำของคุณครูคุมสอบภายในห้องก็ดังอุกไปด้วยเสียงเพื่อนๆในห้องโวยวายดีใจยกใหญ่ รวบปากกา ดินสอไม้ ยางลบ ไม้บรรทัดลงกระเป๋า เตรียมตัวกลับบ้าน 

“ฝน เฟรนด์ชิพที่ให้เราเอาไปเขียนเสร็จแล้วนะ” ผมยื่นสมุดเล่มดำที่ลักษณะเหมือนกับของผมให้คืนกลับสู่เจ้าของ 

“ขอบคุณนะอัยย์ ขอให้โชคดีนะกับชีวิตมัธยมต้น” เธอรับเฟรนด์ชิพคืนและยิ้มกว้างอย่างมีความสุข 

“ปวเรศ ไปพบครูที่โต๊ะด้วย” ครูสาวเดินตรงเข้ามาหาผม ก่อนจะเรียกผมให้เข้าไปหาที่โต๊ะคุณครูที่ปรึกษา ร้อยวันพันปีไม่เคยเรียกไปพบเลย ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไร 

ลิ้นชักโต๊ะเหล็กเลื่อนออก ดวงตาผมเบิกโพลง “เจษนิพิฐเขาฝากทิ้งไว้ให้เธอ”  

ผมกลั้นน้ำตาที่เอ่อปริ่มไว้ 

“ขอบคุณครับคุณครู” ยกมือพนมขอบคุณ หยิบรับสมุดไว้ รวบกระเป๋าเป้ขึ้นบ่าและออกตัววิ่งลงบันไดไปยังชั้นล่างทันที 

หาที่เหมาะๆตรงโต๊ะม้าหินหน้าตึก นั่งเปิดอ่านเฟรนด์ชิบที่ให้อาร์มเขียน 

คิดว่ามึงลืมไปแล้วเสียอีก 

“ขอโทษที่ไปโดยไม่ได้บอกลากันก่อน”  

“เจอกันครั้งหน้าเอาพุงมาให้กูฟัดด้วยนะ แม่โดเรมีของอาร์ม” น้ำตาไหลเปาะหยดลงกระดาษสีขาวแสบตา หมึกสีดำค่อยๆไหลเยิ้มนิดๆ ผมรีบควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับทันที ลายมืออาร์มยังคงสวยงามเหมือนเคย ตัวบรรจงหวัดสวย ความเป็นผู้ชายเขียนอะเนอะมีแต่สีขาวดำ ไร้สีสดใสเหมือนเวลาให้เพื่อนผู้หญิงเขียน มันแทรกเบอร์โทรศัพท์ เฟสบุ๊ก ที่อยู่บ้านเลขที่ และข้อมูลส่วนตัวไว้พอประมาณ 

ยังดีที่มึงทิ้งช่องทางการติดต่อไว้ให้กูบ้าง 

“ร้องไห้ทำไม?” เด็กเนิร์ดหรี่ตามองผมอย่างไม่สบอารมณ์ 

“ไม่มีไร แม่มาแล้วเหรอ?” เสียงสั่นเครือเอ่ยถามย้ำไปที่ไอ้เด็กตัวแสบ สองมือยกขึ้นปาดถูคราบน้ำตาที่ไหลอาบร่องแก้ม 

“ยัง เฮย์จิหิวขนม จะชวนไปซื้อของในวัด” ที่นี่ชื่อโรงเรียนวัดอ่างทอง ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนวัด แต่สวัสดิการและสื่อการเรียนการสอน สภาพโรงเรียน เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดอ่างทอง หน้าโรงเรียนตรงข้ามกับทางม้าลายมีลานหน้าวัดประจำจังหวัดที่เอาไว้ให้เหล่ามาค้าพ่อค้ามาขายของกินและของเล่น วันนี้น้องชายตัวแสบมาตามผมถึงตึกเรียน ก็คงไม่พ้นให้ผมไปซื้อของเล่นให้มันเป็นแน่ 

“ไปสิ!” 

“อย่าบอกแม่นะ” 

“ซื้อการ์ดไพ่คำศัพท์ดาวน์เคราะห์ให้ก่อนแล้วจะคิดดูในเรื่องที่ขอ” มันต่อรองระหว่างทาง ไอ้น้องบ้า! 

“เออๆ” 

“แฟนเหรอ?” 

“…” 

“ไม่บอกก็ไม่เป็นไร อย่าให้เสียการเรียนนะ เฮย์จิไม่อยากให้พ่อกับแม่เครียดเรื่องเกรดพี่” สัดเอ๋ยยย สรุปใครเป็นน้องและใครเป็นพี่กันฟร๊ะ! ดูมันพูดเข้าแต่ละคำแก่แดดจริงๆ 

“คร้าบบบบคุณน้องชาย จะเอาไรก็รีบๆเลือกเลยใกล้เวลาแม่มารับแล้ว มีงบร้อยเดียวนะบอกก่อน” ผมกอดอกยืนรอเจ้าน้องชายลงไปคุ้ยแย่งของเล่นที่คนเอามากองขายกับพื้น เด็กๆแย่งกันตาเป็นมันประหนึ่งกับของแจกฟรีตอนน้ำท่วม 

บอกมีงบร้อยเดียว โดยไปเก้าสิบเก้าบาท การ์ดไพ่ดาวเคราะห์อะไรราคาแพงจัง 

          

ชีวิตของปวเรศต้องแต่คำว่า เก๋! เท่านั้น เรื่องรักๆใครๆคงจะเร็วเกินไปสำหรับชีวิตผม เรื่องแอบชอบเพื่อนในห้องเอาไปเล่าให้ใครฟังคงจะโดนหาว่าแก่แดด แค่เป็นตุ๊ดก็โดนมองติดลบไปครึ่งหนึ่งแล้ว  

ตั้งแต่กลับบ้านมาก็นอนขลุกตัวอยู่แต่ในผ้าห่ม คิดเรื่องราวไปมาในหัวสมอง จู่ๆคำพูดของไอ้เฮย์จิก็ผุดขึ้นมา ‘เฮย์จิไม่อยากให้พ่อกับแม่เครียดเรื่องเกรดพี่’ พ่อกับแม่เครียดเรื่องเกรดเราขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมถึงไม่เคยพูดกับเราเลย “ขึ้นมัธยมต้นแล้วนะอัยย์ ต้องตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้” 

. 

. 

. 

1 คอมเมต์ 1 ล้านกำลังใจ 

ความคิดเห็น