email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

[ 60 ] แมวสมองเสื่อม

ชื่อตอน : [ 60 ] แมวสมองเสื่อม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.5k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2564 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
[ 60 ] แมวสมองเสื่อม
แบบอักษร

แสนดีช่วยประคองร่างคุณยายออกจากห้องนอนด้วยความเคยชิน ถึงแม้จะทราบความจริงว่าคุณยายของเธอไม่ได้แก่ชราจนถึงขนาดเดินเองไม่ได้ก็เถอะ ทั้งสองหยุดมองศรุตกับหนูนาที่กำลังถกเถียงกันเสียงดัง 

“หนูนาจะเล่น มันน่ารักออกขนาดนี้ทำไมพี่หมอรุตต้องห้ามด้วยคะ”  

“ถ้าหนูนาอยากเล่นกับแมว ผมจะเรียกชาช่ามาให้”  

“ไม่เอา หนูนาอยากเล่นกับเจ้าตัวนี้ ให้หนูนาอุ้มนะคะ” หญิงสาวยื่นมือตรงไปหาลูกแมวน้อยสีดำที่นั่งทำหน้าน่ารักอยู่บนเบาะโซฟาข้างกายศรุต แต่เพียงชั่วพริบตาก็ถูกปัด กลิ้งเป็นลูกขนุนไปอยู่ตรงด้านหลังชายหนุ่ม 

“ห้ามอุ้มครับ”  

“ทำไมล่ะคะ แค่นี้ก็ต้องหวงกันด้วย”  

“ผมไม่ได้หวง ถ้าหนูนาจะเอาไม้เขี่ยและหรือเอาไปเตะเป็นลูกบอลผมก็ไม่ห้าม แต่ห้ามอุ้ม ห้ามหอมแมวตัวนี้เด็ดขาด เพราะมันไว้ใจไม่ได้! ”  

“มันเป็นแค่ลูกแมวเองนะคะ ทำไมพี่หมอรุตใจร้ายจัง”  

“เอาล่ะ พอเลยทั้งคู่ ไม่ต้องเถียงกัน หนูนามานั่งกับยาย เดี๋ยวยายจะแนะนำให้รู้จักพี่เขยของเจ้า” เมริซ่าตบลงบนเบาะโซฟาด้านซ้าย ซึ่งด้านขวามีแสนดีนั่งอยู่ก่อนแล้ว 

“พี่แสนดีแต่งงานแล้วหรือคะ ไหนคะพี่เขยของหนูนา” หญิงสาวมองหา ภายในห้องพักหรูก็มีแต่พี่หมอรุตของเธอเท่านั้นที่เป็นชายหนุ่ม ส่วนสองชีวิตที่กำลังเดินมาจากระเบียงด้านนอกก็เป็นแมวสีขาวกับสีดำ 

“ตรงหน้าของเจ้าอย่างไรเล่า”  

สิ่งที่เมริซ่าบอกทำให้นารินทร์มองด้วยความตกใจ 

“พี่หมอรุต?”  

“ไม่ใช่ ที่นั่งข้างเขาอย่างไรเล่า” เมริซ่าขยายความ 

“มีแต่ลูกแมวไม่ใช่หรือเจ้าคะ อย่าบอกนะว่าพี่เขยก็คือแมวตัวนี้” นารินทร์หันไปถามพี่สาวโดยตรง ซึ่งแสนดีก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม นารินทร์ก็ยิ่งตกใจหนักเข้าไปอีก ผู้คนในอาดีน่าพิเศษก็จริงแต่ยังไม่มีผู้ใดสมรสกับแมว 

“มีเรื่องวุ่นนิดหน่อยทำให้พี่เขยของเจ้าต้องติดอยู่ในร่างแมว ความจริงเขาเป็นมนุษย์ เป็นเพื่อนสนิทกับคู่ครองของเจ้านั่นแหละ”  

“สวัสดีครับ หนูนา” เสียงทุ้มอย่างบุรุษแต่ออกจากปากเล็กจิ้มลิ้มของลูกแมวที่มองอย่างไรก็ให้น่ารักและรู้สึกอยากอุ้มมาเล่น 

“ท่านยายเจ้าคะ ทำให้พี่หมอรุตเป็นแมวอย่างพี่เขยได้หรือไม่”  

“หนูนา!” ศรุตเรียกนารินทร์ดังกว่าระดับพูดคุยปกติเล็กน้อย แต่สีหน้าดุเข้มจนหญิงสาวต้องย่นคอหลบ  

“หนูนาแค่ล้อเล่นเอง พี่หมอรุตทำไมต้องดุด้วย”  

“ส่วนนี่ก็ชาช่า เป็นสัตว์เลี้ยงคู่กายของหนูนา” เมริซ่าชี้ไปที่แมวสีดำ 

“อ้อ...เราว่าจะถามก็ลืมไปเสียสนิท เพราะมัวแต่ดีใจที่ได้พบหลาน ชาช่าเจ้ามีลูกเล็กแล้วรึอย่างไร แข็งแรงดีหรือไม่ ทำไมเราเห็นเจ้าตัวเล็กเอาแต่ขี่หลังเจ้าแบบนี้ด้วยเล่า”  

“นายเท่าเห็นเจ้าตัวเล็กด้วยหรือเจ้าค่ะ” ชาช่าถาม 

“อ้าว...วิญญาณหรอกรึ” ครั้นมองเห็นแน่ชัด ลูกแมวตัวนั้นไม่มีเงา เมริซ่าจึงทราบความจริง 

“ค...คุณยาย แมวที่ไหนกันคะ” นารินทร์ถามเสียงสั่น เมื่อหันไปมองชาช่าที่นั่งขนาบข้างกายตนก็มีแค่ตัวเดียว เมริซ่าวาดมือไปที่เหนือร่างของชาช่า ฉับพลันลูกแมวน้อยก็ปรากฏให้ทุกคนได้เห็นพร้อมกัน 

“กรี๊ด! ” ร่างเล็กดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะพุ่งตรง กระโดดไปบนตักของศรุตที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงกันข้าม 

“แมวผี” นารินทร์เอามือปิดหน้าด้วยความกลัว  

“บ่าวลืมบอกนายท่าน เรื่องคุณหนูเป็นคนขี้กลัว โดยเฉพาะผีเจ้าค่ะ” ชาช่าถึงกับอุ้งเท้านวดหน้าผากตนเองด้วยความกลุ้ม ก็เลี้ยงหลอกผีมาตั้งแต่เล็กเวลาที่คุณหนูดื้อ เจ้านายจะกลัวมากก็คงต้องโทษที่ตนหลอกเก่ง 

“หนูนาเจ้าตัวนี้ไม่ใช่ผี เชื่อพี่สิ” แสนดีเองก็พอจะแยกออก ลูกแมวนี้เป็นเหมือนดวงจิตที่ล่องลอย แต่ดวงชะตายังไม่ถึงฆาต ซ้ำยังรู้สึกคุ้นหน้าลูกแมวที่อยู่บนหลังชาช่าอย่างบอกไม่ถูก 

“ลูกรัก...เจ้าไปเก็บลูกแมวตัวนี้ได้จากที่ไหน” พุดดิ้งกระโดดขึ้นมาบนโซฟา เพื่อสำรวจร่างลูกแมวน้อย 

“เหมือนยิ่ง! เหมือนเขยใหญ่เหลือเกินนายท่าน ต่างกันแค่สีดวงตาเท่านั้น เจ้าตัวนี้มีนัยน์ตาสีเทา ส่วนหลานเขยนายท่านเป็นสีฟ้า” พุดดิ้งหันไปบอกกับเมริซ่า 

“เจ้าชื่ออะไร” เมริซ่าเป็นฝ่ายถาม 

“ผมไม่รู้ครับ” ลูกแมวน้อยส่ายหัวไปมา 

“บ่าวเคยถามแล้วเจ้าค่ะ แต่ไม่ได้ความอันใด เจ้าตัวเล็กเป็นแมวที่ความจำเสื่อม ชาช่าเก็บได้แถวโรงพยาบาล จากนั้นก็เกาะติดชาช่าไม่ยอมไปไหน เพราะกลัวตัวเองจะหิว”  

 

ลูกแมวน้อยมองหน้าคนนั้นที คนนี้ที พอเห็นหญิงสาวที่นั่งฝั่งขวาของหญิงชรา ดวงตาแมวก็ทอประกายเจิดจ้าด้วยความดีใจ ก่อนจะกระโดดลงพื้นและวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมทั้งเอ่ยเรียก 

“พี่แสนดี~”  

“เจ้ารู้จักคุณหนูใหญ่ด้วยรึ” ชาช่าถามเจ้าตัวเล็ก 

“รู้สิครับ พี่สาวชอบเอานมไปให้ผมกินประจำ” ใบหน้าเล็กหันมาตอบด้วยความดีใจ ราวกับพบญาติที่จากกันไปนานแสนนาน 

“พี่แสนดีจำผมได้ไหม” ลูกแมวน้อยเข้ามาคลอเคลียที่ขา 

“เฮ้ย! ออกไปจากขาของแสนดีนะ” ครรชิตในร่างลูกแมวรีบมาห้าม ก่อนจะกอดรัดข้อเท้าเล็กของหญิงสาวด้วยความหวงแหน ส่วนขาหลังก็พยายามดันเจ้าลูกแมวอีกตัวให้ออกห่าง 

“ผมเอง ผมชื่ออะไรนะ อ้า...นึกไม่ออก”  

“ไปเลย ชิ้ว! เจ้าแมวสมองเสื่อมไปนั่งนึกไกลๆ” ครรชิตยังไม่วายไล่ ก่อนจะปีนขึ้นไปบนตักของนุ่มของแสนดี 

หญิงสาวพยายามนึก หน้าตาของอีกฝ่ายเหมือนกับแมวที่นั่งอยู่บนตักของเธอไม่มีผิด หากจะจำได้ ก็คงจำได้ที่เจ้าวิญญาณน้อยมีใบหน้าและรูปร่างเหมือนกันเท่านั้น 

“ผมโอ....”  

“ใช่แล้ว ผมชื่อโอ...โออะไรสักอย่างเนี่ยแหละ ที่พี่แสนดีตั้งชื่อให้ผม”  

“ช่วยผมนึกหน่อยสิครับ”  

“โอดิน” นารินทร์เมื่อเริ่มหายกลัว ก็เป็นฝ่ายช่วยก่อน 

“...” ลูกแมวน้อยส่ายหัว 

“โอลีฟ” ศรุตช่วยอีกแรง 

“พี่หมอรุต นั่นมันชื่อผู้หญิงนะคะ” นารินทร์ตีลงไปบนแขนของชายหนุ่มที่เธอนั่งอยู่บนตักเขา 

“โอมาน” ชาช่าช่วยนึก 

“ไม่ใช่ครับ”  

“โอเว่น” พุดดิ้งช่วยเดา 

“...” ศีรษะเล็กส่ายไปมา 

“โอเมก้า”  

“ให้โอเมก้า 3 เลยแล้วกัน ความจำปลาทองแบบนี้ น่าจะกินเข้าไปให้มากหน่อยนะ” ครรชิตช่วยออกความเห็น 

 

วิญญาณแมวน้อยหันขวับไปทางลูกแมวที่มีใบหน้าเหมือนกับตัวเองราวกับกำลังส่องกระจก ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงขู่ฟ่อ 

“ไม่ใช่! ผมแค่ความจำเสื่อม ผมไม่ได้สมองปลาทอง”  

“เกิดมาก็เพิ่งจะเจอแมวสมองเสื่อมนี่แหละ”  

ครรชิตในร่างแมวยังไม่วายแขวะเจ้าตัวเล็กที่กำลังทำใบหน้าน่ารักใส่ทุกคน ไอ้เจ้านี่มันร้าย! ถ้าหากทำหน้าแบบนี้บ่อยเข้า คะแนนนิยมของเขาอาจจะลดฮวบลงได้ แถมยังมาหน้าตาเหมือนกันอีก ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจ 

 

“อ้า...นึกไม่ออก โออะไรนะ” วิญญาณแมวน้อยบ่นพึมพำ 

“โอละเห่” ทุกสายตาจ้องมองมาที่คุณยาย 

“ทำไมพวกเจ้ามองยายแบบนั้นกันเล่า เจ้าตัวนี้อาจจะชื่อไทยก็ได้นี่ เพราะแสนดีเกิดและโตที่โลกมนุษย์”  

“พี่แสนดีจำไม่ได้เหรอครับ ที่เราเคยเล่นประทับรอยนิ้วมือกันบนรถสีดำที่จอดข้างบริษัท”  

ความจำที่เป็นเรื่องสนุกของเจ้าลูกแมวน้อยผุดขึ้น เมื่อได้เห็นพี่สาวที่เคยให้นมแพะกินเป็นประจำ ส่วนแสนดีก็เริ่มเอะใจกับคำพูดของอีกฝ่ายขึ้นมา รู้สึกคลับคล้ายคลับคลา โดยเฉพาะประโยคถัดมา ที่ทำเอาเธอรู้สึกเสียววาบไปที่กลางหลัง 

“พี่ยังบอกให้ผมละเลงให้ทั่วคันไปเลย เอาให้เลอะที่สุด แก้แค้นที่ทำให้ชุดทำงานของพี่แสนดีเปื้อน”  

“โอเลี้ยงหยุดพูด! ทีตอนนี้ ความจำดีขึ้นมาเชียวนะ” แสนดีดุ 

“ใช่…ใช่แล้ว โอเลี้ยง” ลูกแมวน้อยทวนชื่อด้วยความดีใจ 

“หึ! พี่ก็พอจะนึกออกเหมือนกันครับ”  

ส่วนลูกแมวน้อยอีกตัวที่นั่งบนตักของแสนดี ก็กำลังใช้อุ้งเท้าที่มีกรงเล็บยื่นออกมาสะกิดลงบนท่อนแขนของแสนดีพอให้รู้สึกเจ็บ พร้อมกับเงยหน้าขึ้น แยกเขี้ยวใส่หญิงสาว ในที่สุดครรชิตก็พบยัยเด็กมือบอนที่ทำชาโคลลูกรักของเขามอมแมมไปทั้งคัน 

“เรื่องมันนานแล้วเนอะพี่เคน พี่ก็ทำชุดหนูเปื้อนนะคะ เราหายกัน”  

“ไม่ต้องมาเนอะเลยครับ” ใครบางคนแอบเข่นเขี้ยวในใจ รอให้ถึงคืนนี้ก่อนเถอะ เขาจะทบต้นทบดอกจนกว่าจะเช้าเลย!  

“แต่เราก็ยังสงสัยอยู่ดี ทำไมแมวตัวนี้ถึงพูดคุยกับพวกเราได้ โดยปกติ จะมีแต่สัตว์เลี้ยงคู่กายของคนในตระกูล ซึ่งคนในตระกูลเดียวกันเท่านั้นถึงจะฟังออกและเข้าใจ”  

“เหมือนเช่นหมอรุต ฟังเจ้าชาช่ากับพุดดิ้งเข้าใจ ก็เพราะเป็นเขยของตระกูลเรา แต่เจ้าโอเลี้ยงนี่สิ ทำไมถึงได้พูดคุยกับพวกเราได้” เมริซ่าให้รู้สึกสงสัย 

“คุณยายครับ ถ้าหากแมวตัวนี้เป็นแมวที่อยู่ข้างบริษัท มันก็น่าจะเป็นแมวตัวเดียวกับที่ผมต้องการขับรถไปส่งในคืนวันที่เกิดอุบัติเหตุไม่ผิดแน่ วิญญาณที่พวกเราตามหา คือ เจ้าแมวสมองเสื่อมตัวนี้แหละครับ”  

“พุดดิ้งเจ้าวิ่งเข้าไปเอากระถางเสี่ยงคำทำนายให้เราหน่อย”  

 

ใช้เวลาชั่วประเดี๋ยว แมวขนปุยสีขาวก็แบกกระถางใบใหญ่พร้อมกับคาบกระเป๋าสานที่มีพวกใบไม้และดอกไม้แห้งหลากชนิดบรรจุอยู่ข้างใน ส่วนเมริซ่าก็ลูบบนหลังเล็กของแมวที่ชื่อโอเลี้ยง จนได้เส้นขนมาจำนวนหนึ่ง นำมันโยนใส่ไปในกระถาง จากนั้นก็ยื่นมือมาที่หลานเขยในร่างแมว ก่อนจะดึงเส้นขนจากตัวลูกแมวออกไปอย่างเร็วและแรง 

“โอ๊ย! คุณยายผมเจ็บนะครับ”  

“จะร้องไปไย เราแค่จะเอาเส้นขนมาทำนายว่าร่างที่เจ้าอาศัยอยู่เป็นของเจ้าโอเลี้ยงหรือไม่” เมริซ่าบอกเหตุผลที่ต้องดึงขนแมวออกไป แต่ครรชิตที่อยู่ในร่างแมวรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม  

ความจริงแค่ลูบเส้นขน มันก็ติดมือแล้ว ทำไมเขาต้องโดนกลั่นแกล้งอยู่คนเดียว ถ้าจะโกรธเรื่องที่เขามีอะไรกับแสนดีก่อนแต่งงาน ครรชิตก็พอเข้าใจ แต่ไม่เข้าใจตรงที่ไอ้หมอรุตก็ทำกับหลานสาวคนเล็กเหมือนกัน ทำไมคุณยายไม่แกล้งหลานเขยอีกคนบ้าง 

“แสนดีครับ” ลูกแมวน้อยเงยหน้าด้วยใบหน้าที่อ้อนสุดฤทธิ์ เพื่อมองหญิงสาวผู้เป็นที่พึ่ง 

“โอ๋ๆ ไม่เจ็บนะคะ หนูนวดให้”  

“แค่นี้ก็เจ็บ ไม่ได้เรื่องเลย” เสียงเล็กของลูกแมวบางตัวดังขึ้น ซ้ำยังเน้นที่คำสุดท้ายด้วยหางเสียงชนิดสูงเสียดฟ้า ส่วนดวงตาสีเทาก็ช่างเจ้าเล่ห์ร้ายไม่หยอก จนครรชิตรู้สึกได้  

‘คืนร่างได้เมื่อไร พ่อจะเอาไปปล่อยวัดเป็นตัวแรกเลยคอยดู ไอ้เจ้าแมวสมองเสื่อม ไอ้โอเมก้าทรี!’ ชายหนุ่มในร่างแมวขบฟันไปมาจนดังกรอดในขณะที่คิดในใจ ส่วนคู่อริตัวใหม่ของครรชิตก็ปีนขึ้นไปนอนเล่นบนหลังของชาช่า มองลูกแมวที่มีใบหน้าเหมือนกับตน ราวกับจะถามว่า  

อยากมีเรื่องเหรอ! ก่อนจะแลบลิ้นเล็กสีชมพูออกมาให้ครรชิตเห็น 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว