facebook-icon Twitter-icon

สวัสดีทุกคนที่ติดตามงานของYukiCoCoนะคะ ติดตามกันเยอะๆนะคะ มาคอมเมนต์กันได้เพื่อคุยกับไรท์นะคะ

สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ ตอนที่ 37 อดีตที่หนีไม่ได้

ชื่อตอน : สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ ตอนที่ 37 อดีตที่หนีไม่ได้

คำค้น : สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ, โพรทาเลีย, คีย์, เพอร์ซีย์, ค่ายฮาล์บลัด, ตอนที่37

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2564 16:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ ตอนที่ 37 อดีตที่หนีไม่ได้
แบบอักษร

ตอนที่ 37 อดีตที่หนีไม่ได้ 

ฟูกอันอ่อนนุ่มอย่างกับใยนุ่ม ทำให้เหล่าเด็กๆ ที่นั่งดูโทรทัศน์จนผล็อยหลับกันไปจนถึงเช้าวันถัดไป เหล่าพี่น้องทั้ง 8 ได้มานอนรวมกันโดยที่ไม่รู้อะไรกันเลย โพรทาเลียนอนกอดลูกสาวอย่างสบายใจ เธอรู้สึกปลอดภัยมากๆ จนตอนที่นั่งดูหนังก็หลับไป ทุกวันเธอก็ระแวงนูอัสอยู่แล้ว พอปีศาจตนนั้นไม่อยู่แล้ว เธอก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง พอได้ทำตัวสบายๆ มันทำให้เธอหลับอย่างเด็กน้อยไปเลย

 

เมื่อยามเช้ามาถึงเหล่าผู้ใหญ่แห่งบ้านแจ็กสันก็ต้องตื่นกัน เพอร์ซีย์ตื่นขึ้นมาก็มองภรรยาที่ตื่นมาพร้อมเขา ทั้งสองลงไปข้างล่างเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันใหม่ ทั้งสองเดินไปยังห้องนั่งเล่นที่เด็กๆ กำลังนอนกัน พวกเขามองเด็กๆ ที่หลับอย่างสบายกัน แอนนาเบ็ธซบไหล่ของเพอร์ซีย์ พวกเขามองภาพตรงหน้าก็แอบหุบยิ้มไม่ได้เลย

 

“เหมือนมีลูกเพิ่มขึ้นเลยนะ” แอนนาเบ็ธเลยพูดขึ้นมา

“ใช่ ถึงเมื่อคืนจะทะเลาะกันเรื่องๆ เดิมๆ แค่ดูทีวีกัน แต่ดีที่คีย์ตักเตือนและก็...”  

 

เพอร์ซีย์หยุดพูดไปแป๊บหนึ่ง เขาเกิดนึกถึงเรื่องในอดีตที่ลูกๆ เขาก็เคยทะเลาะกันแบบนี้ แต่ตอนนั้นเลิกทะเลาะกันได้ไง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนั้นคนที่ห้ามพี่น้องทะเลาะกันก็คือลูกสาวคนที่ 4 โพรทาเลียที่ห้ามทุกคนแล้วแก้ปัญหาเหมือนที่คีย์ทำไม่มีผิด เพอร์ซีย์รู้สึกแปลกใจขึ้นมาทันที

 

“แล้วก็อะไรเหรอ?” แอนนาเบ็ธถามอีกฝ่ายอย่างสงสัย

“อ๊ะ...แล้วก็แก้ปัญหาได้ดีเลยนะ” เพอร์ซีย์ตอบคำถามของภรรยา ก่อนที่เขาจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ “เฮ้ออออออ”  

เพอร์ซีย์เดินออกไปนั่งที่เก้าอี้ที่อยู่ในห้องอาหาร แอนนาเบ็ธเห็นสามีถอนหายใจเหมือนกำลังมีเรื่องในใจอยู่ เธอเลยเดินตามอีกฝ่ายไปทันที เธอเข้าไปใกล้ๆ เขา แล้วแตะไหล่ทั้งสองข้างของอีกฝ่ายเบาๆ

“มีเรื่องกลุ้มใจอะไรหรือคะ ถึงได้ถอนหายใจแบบนั้นนะ”  

“อ๊ะ...ไม่มีอะไรนะ...” เพอร์ซีย์มองภรรยาของตน แล้วตอบปฏิเสธออกไปทันที

แอนนาเบ็ธสงสัยทันทีว่าสามีของเธอทำไมทำตัวเหมือนคนไม่มีเรื่องกลุ้มใจ แต่ใบหน้าของเขาแสดงออกมาก่อนแล้ว เธอเดินตรงไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะยืนด้านข้างของเขาแล้วจ้องมองเขา

“ปากบอกไม่มี แต่ใบหน้าของนายแสดงออกอย่างชัดเจนเลยนะ เพอร์ซีย์”  

เพอร์ซีย์ได้ยินประโยคของภรรยา เขาถึงกับยิ้มอ่อนๆ และขำในลำคอ “ฉันหลอกเธอไม่ได้เลยสินะ”  

“ใช่ และให้ฉันทายนายกำลังกังวลใจเรื่องโพรทาเลียที่ออกไปนอกค่ายนั้น”  

“ถูกต้อง...” เพอร์ซีย์ทำสีหน้าเศร้าหมองขึ้นมา “ทำไมนะ แอนนี่ เราเลี้ยงแกมาดี ดีมากๆ จริงๆ ไม่เคยให้ขาดอะไร แต่แกกำลังทำให้ตัวเองแย่ลง ฉันสั่งคนตามหา แต่ก็ไม่เจอตัวเลย ทำไมแกต้องออกนอกค่ายไป แกยังต้องการอะไรอีก”  

เพอร์ซีย์ลุกขึ้นออกจากเก้าอี้ แล้วไปยืนที่หน้าตาที่มองออกไปเห็นบ้านหลังอื่นๆ

“ลูกอาจจะแค่ต้องการการผจญภัยในชีวิตก็ได้นะ เพอร์ซีย์ เหมือนพวกเราในวัยเด็กไงล่ะ!”  

เขาหันหน้ามามองภรรยาพร้อมกับยกมือขึ้นชี้มาทางภรรยาของเขา

“อย่าเปรียบเหมือนพวกเรา แอนนี่” เขาวางมือลงแล้วหันไปทางหน้าต่างอีกครั้ง "การผจญภัยไม่ได้สนุกเลย มีแต่การเสี่ยงตาย พวกเราเกือบตายมากี่ครั้งแล้วล่ะ ฉันอยากให้เธอกลับมา...แต่...ฉันก็ทำไม่ได้" 

แอนนาเบ็ธเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับกอดเขาจากด้านหลัง “เราทำดีที่สุดแล้ว เพอร์ซีย์ นายเลิกทำตัวเองเถอะนะ ถึงเวลาที่เราจะปล่อยเด็กคนนั้นได้แล้วล่ะนะ”

“จริงของเธอ ฉันควรยกเลิกการค้นหาเด็กคนนั้น แล้วรอเวลาเธออยากกลับมาก็พอ...”  

แอนนาเบ็ธซบหลังของอีกฝ่าย มือของเธอที่กอดเขาอยู่เกิดสั่นขึ้นมาพร้อมกับพูดบางอย่างออกมา “พวกเรา...เสียเด็กคนนั้นไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม?”  

เพอร์ซีย์ได้ยินแบบนั้น เขานำมือของเธอออกจากตัวเขา แล้วเขาก็หันไปหาเธอพร้อมกับมองใบหน้าของภรรยาที่มีน้ำตาไหลออกมา เขาเช็ดน้ำตานั้นออกจากใบหน้าอันงดงามของเธอ

“ถึงเสียไปเรายังต้องค้ำจุนลูกๆ ที่เหลือต่อ แอนนี่”  

 

แอนนาเบ็ธหลับตาลงน้ำตาก็ยิ่งไหลออกมา เธอโผเข้ากอดอีกฝ่าย น้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลออกมา หลังกำแพงหนาเหล่าสายเลือดของพวกเขาทั้ง 7 กำลังแอบยืนฟังสิ่งที่พ่อแม่ฟัง บางคนจุกกับคำพูดของพ่อแม่ที่กำลังเสียใจกับเพียงคนเดียวที่พวกเขารักมากๆ โฟกัสหันไปมองอีกคนที่เดินออกจากตรงนั้นไปทำเป็นเหมือนไม่สนใจ เรื่องของครอบครัวอื่น แต่ภายในใจลึกของเธอนั้นกับรู้สึกจุกที่พ่อแม่ต้องมาเสียน้ำตาให้แก่คนที่ไม่ใช่ตนเองแบบนั้น

 

โฟกัสเดินตามอีกฝ่ายมา พอเจออีกฝ่ายเธอก็หันมองซ้ายมองขวา ก่อนจะพูดบางอย่าง “พี่ค่ะ...หนูว่าพี่ควรบอกพ่อแม่ดีกว่าไหมว่าพี่เป็น…”  

“ไม่! โฟกัส พี่จะยังไม่บอก!”  

“ทำไมล่ะ พี่ก็ได้ยินพ่อแม่เสียงใจ เพราะสิ่งที่นูอัสทำ ถ้าพี่รักพ่อแม่พี่ต้องบอกพวกท่านนะ”  

“โฟกัส...” โพรทาเลียเรียกชื่ออีกฝ่ายทำให้อีกฝ่ายพูดไป เธอค่อยๆ หันไปมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่เริ่มแดงก่ำ “พี่ไม่บอกพวกท่าน เพราะพี่รักพวกท่านไงล่ะ ถ้าบอกไปอันตรายจะเพิ่มขึ้นอีก พี่ไม่อยากให้พวกท่านมาเดือดร้อน”  

“พี่ค่ะ...”  

“พี่จะบอกแน่ๆ พี่สัญญา” โพรทาเลียพูดจบก็เดินต่อไป เธอเดินไปห้องน้ำทันที

 

ความรู้สึกลึกๆ ของโพรทาเลียมันเจ็บปวดไปหมด เธอไม่อยากให้พ่อแม่มาเดือดร้อนกับเรื่องนี้จริงๆนั่นล่ะ แค่พี่น้องที่มารู้เรื่องนี้ก็ลำบากแล้ว และเธอไม่รู้ว่าพวกนูอัสจะทำอะไรอีก ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไร แต่อีกไม่นานแน่ๆ ก็จะมีเรื่องเข้ามาแน่ๆ เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อม โพรทาเลียมาถึงห้องน้ำ เธอมองใบหน้าของตัวเอง ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับตบไปที่หน้าของตัวเองทันที

 

“มาสู้กันนูอัสว่าใครจะรอดให้ศึกครั้งนี้กัน!!” 

 

ภายใต้ความรู้สึกกลัวที่กำลังจะฮึดสู้กับเหล่าอสูรนั้น ภายนอกค่ายนั้น สถานที่สำหรับเหยื่อล่อให้มนุษย์เข้ามา ผู้คนเข้ามากันเป็นพันกว่าคนที่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้กัน โลตัส คาสิโน่ เหล่ามนุษย์กำลังหลงระเริงกับสิ่งตรงหน้า ภายในคาสิโน่นั้นส่วนลึกเข้าไปก็มีจุดที่มนุษย์เข้ามาไม่ได้ ก็ได้มีเหล่าอสูรอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ เหมือนเป็นคาสิโน่ของเหล่าอสุรกาย ในเหล่าพวกนั้นก็มีโต๊ะหนึ่งกำลังนั่งโกรธอย่างไม่พอใจ ก่อนจะทำให้แก้วบนโต๊ะแตกไปทันที

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!! ยัยโพรทาเลีย!!”  

เหล่าอสูรต่างหันมามองอสูรสาวผมงูทันที ก่อนจะมีพนักงานเข้ามาเก็บแก้วที่เธอทำแตก แล้วมีคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาเธอ เอมีรูปลักษณ์คล้ายกับมนุษย์ ก่อนจะมองอีกฝ่ายมีใบหน้านั้นมีผ้าพันแผลพันเอาไว้

“อย่าเอาความโกรธมาพังร้านของข้าจะได้ไหม? นูอัส”  

“หุบปากเน่าๆ ของเจ้าซะ ไอ้นางพรายเจ้าเล่ห์!!”  

“โอ้ เจ็บจัง เจ้าไม่มีคำดีๆ กว่านี้หรือไง ยัยอสรพิษ”  

นูอัสหันไปจ้องมองอีกฝ่ายทันที “อยากตายหรือไง! ?”  

“ก็มาสิ!!”  

 

ทั้งสองคนประจันหน้ากันทันที ทำเอาเหล่าอสูรตนอื่นๆ ต่างพากันหลบจากตรงนั้นกัน ก่อนจะมีชายหนุ่มที่มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์เดินตรงมาทางนั้น แต่ผิวกายของเขาเป็นสีเขียว เครื่องแต่งกายอันมิดชิด เดินตรงมาพร้อมกับปัดมือลงบนโต๊ะตรงหน้าทั้งสองทันที ทั้งสองมองดาบตรงหน้าของตนก่อนจะหันไปหาชายคนนั้น

 

“นี่เจ้า!! อย่ามาพังข้าวของของคนอื่นสิ!!”  

“ขอโทษทีนะ” ชายคนนั้นพูดขึ้นมาทันที ก่อนจะหันไปหานูอัส “นายท่านเรียกเจ้าให้กลับไป!”  

“!!” นูอัสถึงกับหน้าซีดทันที เธอเงยหน้ามองชายตรงหน้า “เจ้าว่าไงนะ! ?”  

“นายท่านเรียกเจ้าให้กลับไป!!”  

“ไม่! ไม่! ข้าไม่อยากกลับ ได้โปรด!!” นูอัสเข้าไปหาชายตรงนั้นพร้อมกับจับชายเสื้อของอีกฝ่าย “ได้โปรดให้โอกาสข้าอีกครั้ง ข้าจะเข้าไปข้างในนั้นแล้วจัดการแจ็กสันทันที”  

“งั้นเจ้าก็ไปบอกกับนายท่านเอาเองละกัน!” ชายหนุ่มจ้องมองอีกฝ่ายที่มีสีหน้าหวาดกลัว เขาดึงชายเสื้อของตนเองก่อนจะเดินออกไป

นูอัสถึงกับหวาดกลัวว่าตนเองจะกลับไปแล้วจะโดนอะไรมั้ง “เพราะแก! เพราะแก โพรทาเลีย แจ็กสันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!”  

 

โพรทาเลียเข้าห้องน้ำเสร็จ เธอก็ฮัดเช้ยแรงๆ ออกมากหนึ่งครั้ง เธอยกมือขึ้นมาขยี้จมูกเบาๆ เธอมองซ้ายมองขวาว่าอากาศแถวนี้มันแปรปรวนเหรอ หรือว่า ใครนินทาเธอกัน เธอส่ายหน้าเดินออกมาตามทาง เธอมองรอบๆ ทางเดินที่น่าคุ้นเคย บ้านนี้ถูกออกแบบคล้ายกับบ้านในนิวยอร์กไม่มีผิด พอเธอเดินมาถึงห้องอาหาร ก็ไม่เห็นทุกคนที่แอบอยู่ตรงนี้กัน เธอมองไปที่ห้องนั่งเล่นทุกคนกำลังเตรียมตัวเก็บที่นอนกันอยู่ เธออยากไปช่วยแต่เธอก็แอบมองพ่อแม่ของเธอก่อนไปช่วย เธอยื่นหน้าเข้าไปมองพวกท่านทั้งสองคน แม่กำลังทำกับข้าวอย่างขยัน ส่วนพ่อกำลังอ่านหนังสือพิมพ์พร้อมกับจิบกาแฟไปเรื่อยๆ เธอจับจ้องมองพวกท่านอย่างเป็นห่วง

 

เพอร์ซีย์ที่มองหนังสือพิมพ์อยู่นั้นก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองเขาอยู่ เขาเงยหน้ามองหาคนที่จ้องมองก็เห็นคีย์มองเขาอยู่

“อ้าว? คีย์ เข้ามาสิ มารอทานข้าวกัน”  

“อ๊ะ!” โพรทาเลียตกใจสะดุ้งเมื่อพ่อเรียกเธอ เธอค่อยๆ ออกมาช้าๆ “แหะๆ เอ่อ...จะดีเหรอครับ ที่มารบกวนอาหารเช้าแบบนี้นะครับ?”  

“ดีแล้วจ้ะ ทานกันอีกมื้อนะ คีย์” แอนนาเบ็ธหันมายิ้มให้คีย์อย่างแจ่มใส

เมื่อมองคนเป็นแม่ยิ้มอย่างร่าเริง ทำให้โพรทาเลียไม่กล้าปฏิเสธ “คะ...ครับ...”  

 

ทั้งสองคนต่างทำสิ่งที่ตัวเองทำต่อ โพรทาเลียมองทั้งสองคนอีกครั้ง เธอไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วแบบนี้ จากที่เมื่อกี้พวกเขายังแสดงความรู้สึกต่อกันอยู่เลย ต่อหน้าลูกๆ พ่อแม่ก็ต้องเข้มแข็งและร่าเริงเข้าไว้ หลายปีที่พ่อแม่ทำแบบนี้ เธอนับถือพวกท่านจริงๆ โพรทาเลียกำหมัดแน่นรอบๆ ตัวเธอเริ่มมีออร่าบางอย่างขึ้นมา

 

“หนูนับถือ...พ่อแม่จริงๆ ...”  

“เอ๋?” เพอร์ซีย์ได้ยินสิ่งที่คีย์พูด เขามองเด็กชายที่มองเขาด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความเศร้าใจ “คีย์ เธอพูดอะไรออกมา?”  

แอนนาเบ็ธได้ยินสามีของตนพูดอะไรกับเด็กชาย ทำให้เธอทั้งสองคนมีอะไรกัน

“ทำไมมันลำบากใจแบบนี้กัน ความทุกข์ที่ตัวเองแบกรับ” โพรทาเลียยกมือขึ้นมาช้าๆ เธอเห็นมือของเธอที่มีสีแดงๆ เลอะที่มือของตนเอง “ทำไมรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้กัน อยากบอก อยากบอกว่าเราเป็นใครกัน แต่...แต่...ก็กลัว...กลัวแซเทิร์นมาทำร้ายพ่อแม่อีก!!”  

“คีย์!!”  

 

เสียงของเพอร์ซีย์ดังไปทั่วทั้งบ้าน ทำให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านต่างพากันมองหน้ากัน แล้ววิ่งตรงไปที่ห้องอาหารกันอย่างเร็ว ลิซ่าได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อโพรทาเลีย เธอเลยรีบอุ้มคาเร็นน่าแล้วก็รีบตามทุกคนไป เมื่อทุกคนมาถึงภาพตรงหน้าก็ทำให้พวกเขาถึงกับตกใจ เมื่อรอบกายของคีย์มีแสงสีเขียวและสีทองออกมา พร้อมกับพวกที่คล้ายๆ ธัญพืช อย่าง ข้าว บาร์เลย์ ฯลฯ หรืออะไรอีกมากมาย กำลังขึ้นรอบๆ ตัวของคีย์ โฟกัสเห็นแบบนั้น เธอถึงกับคิดเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวของเธอ

 

“พี่ค่ะ!!” โฟกัสหันไปหาโอราอุสทันที

โอราอุสได้ยินน้องสาวเรียก เขาได้สติก็รีบเข้าไปหาโพรทาเลียทันที

“คีย์! ได้สติเร็วเข้า พลังของนายกำลังทำให้รอบๆ เปลี่ยนไปนะ!!”  

 

โพรทาเลียไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายพูด ปากของเธอเอาแต่ขยับพูดไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจรอบข้าง พอโอราอุสจะเข้าไปพวกธัญพืชพวกนั้นก็ขึ้นมาสูงจนปิดทางไม่ให้โอราอุสเข้าไป โอราอุสหยิบดาบของเขาออกมา เขาฟันไปที่ธัญพืชพวกนั้นทันที แต่มันก็ขึ้นมาเรื่อยๆ พวกพี่น้องคนอื่นๆ ก็เห็นแบบนั้น พวกเขาจะอ้อนไปอีกทาง แต่ต้นพวกนั้นก็ขึ้นสูงขึ้นมา ทำให้สงสัยเลยว่านี้มันเรื่องอะไรกัน

 

“ต้นพวกนี้มันอะไรเนี่ย!!” เอเดอร์ถามขึ้นมาอย่างสงสัยทันที

“ออกไปจากพี่คีย์ของพวกเรานะ!!” เรน่ากับคาเร็นน่าใช้มีดสั้นตัดธัญพืชพวกนั้นทันที

เพอร์ซีย์มองพวกเด็กที่กำลังช่วยคีย์กันอยู่ เขาไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี แต่เห็นเด็กพยายามควรเด็กชาย เขาก็ต้องการจะช่วยเหมือนกัน เขาหยิบปากกาออกมา กดให้มันออกมาเป็นดาบยาวในทันที

“เด็กๆ ออกไปจากตรงนั้น เดียวพ่อจัดการเอง!”  

“พ่อ!!” ทุกคนต่างมองพ่อ พวกเขายอมหลบทางให้แก่ผู้เป็นพ่อทันที

“เพอร์ซีย์ ระวังเฟอร์นิเจอร์นะ!!” แอนนาเบ็ธที่กำลังคลำทางอยู่ได้ตะโกนออกมา

“มันใช่เวลามาห่วงเฟอร์นิเจอร์ไหมเนี่ย!!”  

 

เพอร์ซีย์ยกดาบขึ้นฟันไปที่พวกธัญพืชพวกนั้นทันที เมื่อมันขาดเป็นสองท่อน ทำให้ทุกคนเห็นคีย์ที่อยู่ในนั้น โฟกัสเห็นพี่สาว เธอเห็นใบหน้าของพี่สาวที่มีน้ำตาไหลออกมา ภายใต้น้ำตานั้นความรู้สึกของโพรทาเลียกำลังเอ่อล้นออกมา ความรู้สึกที่ไม่ต้องกลับไปที่แบบนั้นอีก ความรู้สึกที่ต้องการใครสักคนเข้ามาเข้าใจเรื่องของเธอ โฟกัสเห็นพี่สาวเป็นแบบนั้น เธอรีบวิ่งเข้าไปหาพี่สาวทันที

 

“พี่คีย์!!”  

“ไม่เอา...ไม่เอาแล้ว...ไม่เอาไม่อยากกลับไปที่นั่น!!”  

 

พอสิ้นเสียงของโพรทาเลีย ตัวเธอซุกลงไปกับพื้น รอบๆ ข้างทั้งหมดกลายเป็นสีดำไปหมด เหลือแค่ตัวพวกเขาที่ยังเห็นในความมืดนั้น ทุกคนต่างมองกันว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมรอบๆ ข้างกลายเป็นสีดำไปหมด โฟกัสไม่ได้มองใครเลยนอกจากพี่สาว เธอมองพี่สาวที่ซุกไปกับพื้น เธอรีบวิ่งตรงไปหาเธอ พอเข้ามาใกล้เธอดันตัวพี่สาวก็เห็นว่าดวงตาของอีกฝ่ายเหมือนหลุดออกไป เหลือแค่ร่างกายที่ว่างเปล่า โฟกัสเห็นแบบนั้นก็รู้สึกตื่นกลัวก่อนจะเรียกอีกฝ่าย

 

“พี่ค่ะ!!”  

ทุกคนที่กำลังกังวลกับสิ่งรอบข้างของตนเองอยู่นั้น ตัวของโพรทาเลียนั้นได้ตกไปสู่จิตใจอันลึกที่สุดของเธอ รอบข้างเป็นสีดำไปหมดเหมือนกับภายนอกนั้น โพรทาเลียอยู่ในสภาพที่กำลังนอนอยู่ที่พื้น ความรู้สึกที่ไม่อยากหลับกำลังทำให้เธอได้สติแล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ สายตาของเธอที่พร่ามัวกำลังค่อยๆ กระจ่างขึ้นเรื่องๆ เธอเห็นแต่รอบกายมีแต่ความมืด เธอสะดุ้งลุกขึ้นมา รอบๆ ต้วเธอไม่มีใครเลย เมื่อกี้เธอยังคุยกับพ่อแม่อยู่เลยแท้ๆ พอพยุงสติได้ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ เธอมองรอบๆ ที่ไม่มีอะไรเลย เธอสงสัยว่าที่นี้มันที่ไหนกัน

 

“นี่ฉัน...โดนผ่านมาที่โลกแห่งจิตใจอีกแล้วเหรอ?”  

“ที่นี้ไม่ใช่ที่ที่เจ้าคิด!!”  

โพรทาเลียถึงกับสะดุ้ง เธอหันไปมองทันทีว่าเสียงนั้นมาจากไหน เธอไม่เห็นใคร เธอยิ่งมองรอบๆ กว่าเดิม ก่อนจะตะโกนออกไปทันที

“ใครนะ!! เจ้าเป็นใคร!! ออกมาเดียวนี้นะ!!”  

“ข้าเป็นใครนะเหรอ? หึ ข้าต่างหากที่ควรถามเจ้าว่าเจ้าคือใคร?” เสียงนั้นเริ่มดังขึ้นมาเรื่อยๆ เธอหันไปจุดหนึ่งผนังสีดำก็ถูกเปิดออกแล้ว ทำให้เห็นบุคคลแปลกหน้าที่ใส่ฮู้ดคลุมหัวเอาไว้ เขาใส่ฮู้ดสีขาวผสมน้ำตาล “เจ้าเป็นใครกันแน่ คีย์ วันเดอร์เลอร์" 

สีหน้าของโพรทาเลียมองด้วยความแปลกใจว่าคนตรงหน้าเป็นใครแล้วทำไมเขาถึงเรียกเธอว่า คีย์ วันเดอร์เลอร์ กันคำถามหลายอย่างกำลังเข้ามาในหัวของเธอเต็มไปหมด

 

ระหว่างที่โพรทาเลียกำลังตื่นตระหนกกับสิ่งตรงหน้า ภายนอกนั้นกำลังแตกตื่นกับสิ่งที่เปลี่ยนไปรอบกาย โฟกัสกำลังมือพี่สาวที่กำลังกุมหัวของตัวเองอยู่ เธออยากให้พี่สาวได้สติ พอแกะมือออกตัวของโพรทาเลียก็ล้มลงมาที่โฟกัส เธอรับได้ทันและประคองอีกฝ่ายทันที ให้นอนลงที่ตักของเธอ

 

“พี่คีย์ พี่ตื่นสิ!!” โฟกัสห่วงพี่สาวมากๆ โดยไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย

คนอื่นๆ ต่างมองรอบๆ ข้างที่เป็นสีดำไป แต่ตัวพวกเขานั้นก็ยังเห็นตัวเองอยู่ บางคนก็ยังสงสัยว่าที่นี้มืดแต่ก็ยังเห็นตัวเอง เบเดอร์เริ่มไม่ชอบใจกับความมืดนี้แบบสุดๆ

 

“ใครก็ได้ช่วยบอกที่ว่าตอนนี้เราอยู่ไหนกัน อยู่ที่นี้นานๆ ไปทำให้ผมรู้สึกเครียดนะเนี่ย!!” เบเดอร์ตะโกนด้วยความหงุดหงิดมากๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าตนอยู่ไหน

“ใจเย็นๆ น่า เบเดอร์ ทุกคนก็กังวลเหมือนกัน” โอราอุสพูดออกไปทันที ตัวเขาระวังในการเดิน ก่อนจะชนกับบางอย่าง เขายกมือขึ้นสัมผัสก่อนจะรู้ได้ว่ามันคือกำแพง "พี่ว่าเรายังอยู่ในบ้าน ที่มีความมืดล้อมรอบสิ่งของทุกอย่างไว้นะ" 

“ห๊า!” เบเดอร์รู้สึกงงเลยว่านี่มันเกิดขึ้นจากคนที่สลบอยู่นี้ “เพราะคีย์แท้ๆ ใครกันที่ทำให้หมอนี้เป็นแบบนี้กัน!!”  

“เลิกโทษใครสักทีพี่!!” โฟกัสหันไปตะคอกเบเดอร์ทันที

เบเดอร์ตกใจที่น้องสาวที่ไม่เคยทะเลาะหรือตะคอกใส่เขา กับขึ้นเสียงอย่างแรงกับเขา

“โฟกัส…” เบเดอร์ถึงกับนิ่งไปเลย

“คีย์ เขาก็คงไม่ได้ตั้งใจเหมือนกันนั้นล่ะ ถ้าคนเราตั้งใจคงไม่สลบแบบนี้หรอกนะ!! พี่ไม่รู้อะไรช่วยหุบปากไปเถอะ!!”  

เบเดอร์ถึงกับหน้าซีดทันที เอเดอร์ต้องเข้ามาปลอบใจทันที “สมแล้วพี่ อยากใช้อารมณ์ไม่คิด น้องสาวเลยต้องดุเข้าให้”  

โฟกัสหันไปมองพี่สาวของเธอทันที เธอเป็นห่วงมากๆ ว่าพี่จะเป็นอะไรไปไหม

“พี่...ตื่นสิ...”  

ลิซ่าพาคาเร็นน่ามาหาโพรทาเลียที่นอนอยู่บนตักของโฟกัสทันที พอเธอเห็นสภาพของโพรทาเลีย เธอก็อึ้งไปเลยที่เห็นเธอเหมือนคนสติร่องรอยไปแล้ว คาเร็นน่าเข้ามาใกล้ๆ แม่ของตนอย่างเป็นห่วง

“แม่...ค่ะ...” คาเร็นน่ายื่นมือไปแตะใบหน้าของผู้เป็นแม่ “ตื่นสิ...ตื่นมา...คุยกับคาเร็นน่า...”  

 

คาเร็นน่าพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา เธอกลัวว่าแม่ของตนจะเป็นอะไรไปและไม่ตื่นขึ้นมา น้ำตาของคาเร็นน่าค่อยๆ ไหลลงมาตกลงสู่ใบหน้าของโพรทาเลีย ก่อนที่รอบๆ จะเปลี่ยนไป รอบๆ เปลี่ยนไปเป็นสถานที่ที่พวกบ้านแจ็กสันรู้จัก รอบๆ มีตึกมากมายที่เป็นย่านการค้า พวกเขาอยู่บนทางเดิน

 

“ที่นี้มัน...” มาร์โคเหมือนเคยเห็นสถานที่แห่งนี้

“หรือว่า...” โอราอุสเห็นสถานที่นี้เขาจำได้เลยว่ามันคือที่ไหน

 

มีเสียงของเด็กดังออกมา ทุกคนหันไปตามทาง พวกเขาก็เห็นภาพที่พวกเขาไม่นึกว่าจะได้เห็น ภาพของพวกเขาเมื่อ 9 ปีก่อน โฟกัสเห็นภาพนี้ เธอจับได้ภาพในความทรงจำของพี่สาว เธอไม่นึกว่าจะได้เห็นอีก แค่ครั้งเดียวเธอก็เจ็บปวดมากๆ อยู่แล้วกลับมาเห็นอีกครั้ง ภาพของทุกคนกำลังเดินตามทางเดิน ภาพพวกนั้นทะลุพาพวกเขาไป เพอร์ซีย์งุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

“นี่มันพวกเราเหมือนก่อนทำไมกัน?” เพอร์ซีย์มองอย่างสงสัยว่าทำไม

“ฉันก็ไม่รู้...” แอนนาเบ็ธเดินจนมาอยู่ข้างๆ กับเพอร์ซีย์ เธอยังกำลังปรับตัวกับภาพตรงหน้าว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี้กันและมีภาพสถานการณ์เมื่อหลายปีก่อนเข้ามา

โฟกัสกำลังมองเธอไม่อยากให้พ่อแม่เห็นพ่อแม่เห็นเลยจริงๆ เธอประคองพี่สาวลงนอนกับพื้น แล้วลุกขึ้นไปหาพ่อแม่ “พ่อค่ะ แม่ค่ะ ได้โปรดปิดตาด้วยค่ะ!!”  

เพอร์ซีย์กับแอนนาเบ็ธมองลูกสาวอย่างสงสัยว่าทำไมถึงอยากให้เข้า

“ทำไมกันล่ะ โฟกัสนี้ก็ความทรงจำของพวกเรานี้?”  

“จริงด้วยนะ ลูกแม่”  

“แต่ว่า!!” น้ำตาของโฟกัสเริ่มไหลออกมา

“โฟกัส!!” เสียงเรียกโฟกัสดังขึ้นมา ทุกคนต่างหันไปมองโอราอุสที่เรียกน้องสาวของเขา

“พี่...” โฟกัสหันไปมองพี่ชาย น้ำตายังไหลออกมาตลอด

“เรื่องมาขนาดนี้แล้ว ปล่อยให้พ่อแม่และคนที่เหลือรู้เรื่องนี้ไปดีกว่า เพราะยังไงเราก็ไม่สามารถหยุดภาพพวกนี้ได้นะ”  

โอราอุสหันไปมองทุกคน โฟกัสได้ยินแบบนั้น เธอถึงกับร้องไห้ออกมา ถึงจะเคยบอกพี่ให้บอกพ่อแม่เรื่องความจริงทุกอย่าง แต่เมื่อนึกถึงความจริงพ่อแม่จะเสียใจแค่ไหน

“พวกลูกๆ พูดถึงเรื่องอะไรกัน?” เพอร์ซีย์ถามด้วยความสงสัย

“เรื่องเกี่ยวกับโพรทาเลีย...” เสียงของลิซ่าดังขึ้น เพอร์ซีย์หันไปหาเธอทันที รูปลักษณ์ของเธอเปลี่ยนไปเป็นสาวผมสีน้ำเงิน

“เรื่องของโพรทาเลีย?”  

 

สถานที่ก็เปลี่ยนไปอยู่หน้าร้านหนังสือข้างๆ ร้านไอศกรีม ทุกคนเห็นโพรทาเลียยังดูหน้าร้านหนังสืออยู่ ทุกคนต่างหยุดดูก่อนจะเข้าไปข้างในร้านไอศกรีมกันทันทีแล้วเหลือแค่โพรทาเลียเธอเรียกครอบครัว แค่ไม่มีคนตอบเด็กน้อยหันไปก็เจอกับเด็กอื่นที่ทำให้เธอตื่นตกใจ

 

ทุกคนที่เห็นภาพเหตุการณ์นี้ต่างตกใจที่เห็นเด็กอีกคนที่โผล่มา

“นี่มันอะไรกัน?” เบเดอร์มองอย่างตกใจ

“โพรทาเลีย...มีสองคน!!” แอนนาเบ็ธมองอย่างตกใจ

 

จบตอนที่ 37 โปรดติดตามตอนที่ 38 ต่อไป 

ความคิดเห็น