email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 74

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 84

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2563 23:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 74
แบบอักษร

“ฮัลโหล...ว่าไงแตน ยังไม่นอนอีกเหรอ? “

“ยังค่ะผุกอง ข่อยโทรฯ มาหาเจ่า ข่อยอยากฮู้ว่าคุณผุพัน กับคุณนาย เผิ่นว่าจังได๋แน เรื่องของเฮา” หญิงสาวถามน้ำเสียงประหม่าเล็ก ๆ เพราะคิดว่าคำถามของตัวเองนั้นออกจะลุกล้ำมากไปอยู่สักหน่อย แต่ถึงอย่างไร มันก็เกี่ยวพันมาถึงเธอด้วย เพราะฉะนั้นเธอควรที่จะมีสิทธิ์ถามได้ เธอคิดเช่นนั้น

“ถ้าหากว่าฉันบอกว่า ท่านไม่มีปัญหาอะไร มันก็คงจะเป็นการโกหก แต่ถึงแม้ว่าท่านก็เห็นต่างอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้ว ท่านก็ยังคงเป็นพ่อและแม่ที่ต้องการเห็นลูก ๆ ของท่านมีความสุขอยู่เสมอนั่นแหละ แล้วเธอล่ะแตนคิดว่าอย่างไร ฉันขอโทษที่ไม่ได้ปรึกษากับเธอก่อน แล้วนำเรื่องนี้ไปบอกกับท่าน แต่เพราะตอนนั้นมันสุดวิสัยจริง ๆ คุณแม่อยากให้ฉันกับพี่ต้องแต่งงานเสียที พยายามที่จะหาคนที่เหมาะสมมาให้ แต่ฉันได้ปฏิเสธไป เพราะถ้าหากว่าฉันจะแต่งงาน คนที่ฉันจะแต่งด้วย ก็มีเพียงแต่เธอเท่านั้น คนอื่นฉันไม่ต้องการ”

“ผุกอง!”

“ฉันพูดจริง ๆ นะแตนเธอไม่เชื่อที่ฉันพูดหรือ?”

“ชะ เชื่อค่ะ” แตนยิ้มทั้งน้ำตาเธอกำผ้าเช็ดหน้า ที่เขาเคยให้เธอไว้ถึงสองผืน ในสองครั้งสองคราที่อยู่ในมือด้วยความรู้สึกตื้นตันใจอย่างที่สุด

“ถ้าเชื่อฉัน ก็แต่งงานกับฉันนะแตน ฉันสัญญาว่าจะดูแลเธออย่างดีที่สุด ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน เธอก็จะอยู่ที่นั่น อยู่เคียงข้างกับฉันตลอดไป”

“คะ ค่า ฮึก..ฮืออออ ฮึก ๆ ๆฮืออออ ๆ ๆ ๆ” สุดที่จะกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไป แตนถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจและซาบซึ้งใจอย่างที่สุด ทำให้ก้องเกียรติตกใจจนร้องถามกลับมา

“อะ อ้าว! แตน ๆ ๆ เป็นอะไรอ่ะ! แตน ร้องให้ทำไมกันห๊ะ! แตน” ขณะเดียวกัน เตี้ยกับสน แล้วก็ต่อ ต่างก็พากันวิ่งเข้ามาดูแตนในห้อง กันอย่างร้อนรนเช่นกัน เมื่อได้ยินเสียงร้องให้ของแตนดังออกไปถึงข้างนอกนั่น

“อีแตน / แตน /เอื้อยแตน เจ่าเป็นอิหยัง” ทั้งสามเสียงถามขึ้นเกือบจะพร้อมกันด้วยความตกใจ

“ฮึก ๆ ๆ บอได่เป็นอิหยังดอก ฮึก ๆ”

“เอ้า! ขั่นบอได่เป็นอิหยังล่ะไห่เฮ็ดหยังสั่น ขี่เข็บแมงงอดตอดสั่นเบาะ! เฮือนเฮากะแฮงฮกยุ ใส ๆ มะไห่แม่เบิ่ง ๆ กันน่ะ” เตี้ยเข้าไปลื้อค้นดูที่นอนหมอนมุ้งของลูกสาวด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่พบอะไร

“บอมีอิหยังตอดข่อบดอก ฮึก ๆ”

“ขั่นบอมีอิหยังตอดแล่วเจ่าไห่เฮ็ดหยังหั่น” ต่อถามกลับงง ๆ

“กู ๆ ๆ ผุกองเผิ่นขอกูแต่งงาน กูกะเลย..” คำตอบของเด็กสาวทำเอาทุกคนนั้นถึงกับอึ้งไปตาม ๆ กัน รวมทั้งก้องเกียรติที่อยู่ในสายด้วยอีกคน ชายหนุ่มถึงกับหลุดขำหัวเราะออกมา ส่วนสนกับเตี้ย แล้วก็ต่อนั้น ต่างก็พากันส่ายหน้าล่าถอยกันออกจากห้องของแตนไปทีละคน ด้วยความรู้สึกทั้งขำทั้งขันไปพร้อม ๆ กัน

“แตน ๆ ฮัลโหล..แตน ยังฟังสายอยู่รึเปล่าน่ะแตน”

“อะ เอ่อ..ฟังยุค่าผุกอง”

“เป็นอะไรเหรอจ๊ะ เด็กน้อย ดีใจขนาดนั้นเชียว”

“-“

“ดีใจจังที่แตนรักฉันมากขนาดนี้ ฮึ้ยยยย...รักที่สุดเล๊ย! แหม..อยากจะอยู่ด้วยใกล้ ๆ ตรงนั้นจังฮ่ะ ๆ ๆ ๆ”

๑..๑

*-*

“เอาล่ะ ๆ ฉันไม่กวนแล้วนะ นอนพักเถอะ ฉันเองก็จะพักแล้วเหมือนกัน”

“ค่า..”

“ฝันดีนะจ๊ะ..คนดี ^^ “

“ค่า..ฝันดีค่าผุกอง “-“ เมื่อวางสายลง แตนก็หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยคู่นั้น ขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนอยู่ที่แก้มทั้งสองข้าง พร้อมกับคิดเอาเองไปว่า ชายคนรักนั้น กำลังซับน้ำตาให้กับเธออยู่ ด้วยความรักและซาบซึ้งใจ

เมื่อก้องเกียรติกับแตน ได้ตัดสินใจที่จะร่วมทางเดินเดียวกันแล้ว ดังนั้น ก่อนวันที่นายเถกิงศักดิ์กับคุณพวงเพชรจะกลับกรุงเทพ ก้องเกียรติจึงได้พาพ่อกับแม่ของเขาไปหาสนกับเตี้ยอีกครั้ง เพื่อพูดคุยกันถึงเรื่องของหนุ่มสาวทั้งสอง ด้วยความเกรงใจ สนกับเตี้ยจึงให้แล้วแต่ทางฝ่ายคุณเถกิงศักดิ์กับคุณพวงเพชรจะเห็นสมควร ในเรื่องการจัดงานต่าง ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณพวงเพชรนั้นพอใจอยู่มาก ที่เห็นทางฝ่ายผู้หญิงให้เกียรติกับตนมากเช่นนั้น เมื่อกลับไปถึงกรุงเทพ คุณพวงเพชรก็จัดการไปหาวันมงคลให้กับลูกชายคนเล็กของตนทันที และฤกษ์ที่ได้นั้น ก็คืออีกประมาณสองเดือนกว่า ๆ นับจากบัดนั้นมา เมื่อเป็นเช่นนี้สนซึ่งได้ไปทำเรื่องขอกู้ยืมเงินจากธนาคารเอาไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ก็ได้นำเงินส่วนนั้น มารวมกันกับเงินเก็บที่มีอยู่แล้วพอสมควร มาสร้างบ้านหลังใหม่ทันที โดยก้องเกียรตินั้นเป็นผู้พาไปปรึกษาเรื่องนี้กับร้านขายวัสดุก่อสร้างที่เขาคุ้นเคยกันดี ที่อยู่ในตัวจังหวัด ร้านวัสดุก่อสร้างจึงได้แนะนำช่างรับเหมาฝีมือดีให้ จากนั้นการรื้อบ้านหลังเก่าลงเพื่อทำบ้านหลังใหม่ในที่ดินเดิมก็ได้เริ่มขึ้น โดยที่สนนั้นได้ทำเพิงเล็ก ๆ ขึ้นไว้พักชั่วคราวที่ข้าง ๆ ต้นขนุนนั้นในระหว่างการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ด้วย

และจากการที่ได้ช่างที่เป็นผู้รับเหมาที่เชื่อถือได้ ประกอบกับมีทุนในการก่อสร้างที่ได้จัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว การก่อสร้างบ้านหลังใหม่ของแตนและครอบครัวก็ได้เสร็จสิ้นลงในเวลาเพียงสองเดือนกว่า ๆเท่านั้น ซึ่งนั้นก็เท่ากับว่าเสร็จก่อนงานมงคลของแตนกับก้องเกียรติเพียงแค่สองอาทิตย์เท่านั้นเอง โดยมีแพลนกันว่า งานแต่งงานของก้องเกียรติกับแตนนั้น จะจัดขึ้นแบบเรียบง่าย ที่บ้านของเจ้าสาวตามความต้องการของคู่บ่าวสาวทั้งสองคน แต่จะมีการจ้างโต๊ะจีนมาจากในจังหวัดให้มาจัดงานเลี้ยงให้ ที่สนามที่เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านในตอนเย็นด้วย โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้นั้น ทางเจ้าบ่าวจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งส่วนนี้นั้นไม่เกี่ยวกับค่าสินสอดทองหมั้น ที่จะให้กับเจ้าสาวอีกส่วนหนึ่งต่างหากด้วย เย็นวันหนึ่งหลังจากที่แตนเสร็จจากงานบ้านงานเรือนแล้ว เธอจึงได้ชวนน้อยไปหาไผ่กับเพื่อน ๆ ที่โรงสีของไผ่ ที่อยู่ทางหลังบ้านป้าปุ้ย เพราะพักนี้พอตกเย็นไผ่กับเลื่อนแล้วก็ปื๊ด มักจะจับกลุ่มกันนั่งเล่นอยู่ตรงบริเวณนั้นอยู่บ่อยครั้ง

ที่แคร่ไต้ต้นมะขามข้างโรงสี ไผ่กับเพื่อน ๆ ของเขาจับกลุ่มกันนั่งเล่นอยู่ตรงนั้นตามความคาดหมาย

“มาอิหยังสู อีแตน” ปื๊ดถามขึ้นทันที ที่แตนกับน้อยเดินเข้ามาถึง

“เอาการ์ดมาไห่พวกสูนั่นล่ะ” แตนบอก พร้อมกับยื่นการ์ดแต่งงานสามใบให้กับสามหนุ่ม ไผ่มองการ์ดเชิญในมือเพื่อนสาว เขายิ้มออกมาเล็กน้อย พร้อมกับยื่นมือออกไปรับ มาถือไว้ เลื่อนเห็นท่าทางของเพื่อนก็คิดว่า บางทีไผ่อาจจะอยากคุยอะไรบางอย่างเป็นการส่วนตัวกับแตนก็เป็นได้ จึงชวนน้อยกับปื๊ดเดินออกมาจากตรงนั้น พร้อมกับหันไปบอกกับไผ่ว่า

“กูเมือเฮือนจักคราวก่อนเด้อไผ่ เดี๋ยวมา” ไผ่พยักหน้ารับเนือย ๆ รู้ดีว่าเพื่อนรักนั้น จงใจเปิดทางให้ตนได้ล่ำลากับแตนเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากที่พวกเพื่อน ๆ คล้อยหลังไปไผ่ก็ถามเพื่อนสาวขึ้นว่า

“สิแต่งกันล่ะติ..?”

“อื้อ..ไปนำเด้อ” แตนบอกเสียงเบา รู้สึกสงสารเพื่อนจับใจ เพราะตั้งแต่วันที่เขาได้สารภาพรักกับเธอในวันนั้นแล้ว ไผ่ก็มักจะคอยหลบหน้าเธอมาโดยตลอด แม้แต่เวลาที่ไปรับข้าวเปลือกมาสี ก็ยังไม่ยอมลงจากรถมาทักทายกับเธอด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่ก็มองเห็นกันอยู่

“อื้อ..”

“ไผ่..?”

“หือ..?”

“กูขอโทษเด้อ ถิมื้อนั่นเว่านำมึงบอม่วน มึงยาเคียดให่กูเด้อ” แตนพูดน้ำเสียงสั้นเล็กน้อย

“กูบ่เคียดดอก สิเคียดเฮ็ดอิหยังเรื่องซำนั่นนึง”

“บอเคียดคึบอเห็นเว่านำกูสั่น”

“กะบ่มีอิหยังสิเว่าเนาะ ล่ะแต่งกันแล่ว สิไปยุใสหั่น สิย้ายไปยูนำเผิ่นผุ่นเบาะ”

“กะเว่ากันวาสิไปยูบ้านพักของราชการยุในเมืองนั่นแหล่ว”

“ติ๊! ขอไห่มึงโชคดีเด้อแตน กูดีใจนำถิมึงได่ดี”

“ไผ่..!”

“กูมักมึงอิหลี ล่ะกูกะอยากให่มึงได่ดี มีอนาคตถิดีคึกัน”

“มึงคึบอมักอีแพงสั่น มันมักมึงหลายเด้”

“บอ! กูบอได่มักมัน มึงคึบอมักกูสั่น กูกะมักมึงหลายคึกันนั่นตั่ว..”

“บักปอบมึง!”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“กูสิเมือก่อนเด้อสั่น ยะลืมไปซอยงานเด้อ ขอบใจถิมึงเคยซอยกูมาหลายอย่าง กูสิจำมึงไว้ตลอดไปเด้อเซียว”

“อื้อ...”

“กูไปหาอีน้อยยุบ้านบักเลื่อนก่อนเด้อสั่น”

“อื้อ..” พูดจบแตนก็เดินจากไป ไผ่มองตามหลังเพื่อนสาวไปด้วยความอาลัยรัก

“กูกะบ่ฮู้คึกันวายามได๋ กูจังสิลืมมึงได่อีแตน หวังว่าชาติหน่า ถ่าได่เกิดมาพ้อกันอีก มึงสิมักกูคึจังถิกูมักมึงเด้อ” ไผ่รำพึงออกมาสีหน้าเศร้าหมอง ก่อนที่จะเอนกายลงกับแคร่ไม่ไผ่แล้วหลับตาลงเพื่อกล้ำกลืนความเจ็บช้ำลงภายในใจตน

หลายปีผ่านไป ณ. ที่บ้านของพ.ต.อ.เถกิงศักดิ์ นามไกร นายตำรวจเกษียณราชการวัยชรากับคุณนายพวงเพชรผู้เป็นภรรยา วันนี้มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันแต่เช้า เช่นทุกวันที่ผ่านมา

“น้องกันต์ทานดี ๆ สิลูกเวลาทานอาหารห้ามเล่นนะ รีบทานรีบเสร็จเดี่ยวไม่ทันโรงเรียนเข้านะจ๊ะ” แตนบอกกับลูกชายวัยสามขวบที่ตอนนี้อยู่อนุบาลสองแล้ว ขณะที่มือข้างหนึ่งก็อุ้มลูกสาววัยขวบกว่าเอาไว้แนบอก

“มา มะ ๆ ๆ น้องก้อยมาหาย่ามาลูก แม่ของหนูจะได้จัดการกับเจ้าพี่ชายจอมซนของหนูได้ มาเร็ว..มา มะ.. คนเก่งของย่า” คุณพวงเพชรเข้ามาช่วยลูกสะใภ้ดูแลหลาน ก่อนจะพาเดินออกไปหาคุณปู่ ที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน ไม่นานจากนั้นเสียงหัวเราะดังเอิ๊กอ๊าก จากทั้งคุณปู่คุณย่า แล้วก็หลานสาว ก็ดังเข้ามาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ ก้องเกียรติเดินยิ้มลงมาจากบนบ้านตรงเข้ามาหอมแก้มภรรยาเสียงดังฟ๊อดใหญ่ ก่อนเดินตรงไปนั่งลงข้าง ๆ กับลูกชายตัวน้อย

“ไงไอ้เสือน้อย อร่อยไหมลูก ข้าวต้มกุ้งของคุณแม่” เขาถามลูกชายพร้อมกับหันไปยิ้มหวานให้กับภรรยา ที่กำลังยกชามข้าวต้มหอมกรุ่นมาวางให้

“ขอบใจจ๊ะ ทานด้วยกันไหมแตน” เขาเอ่ยปากชวน

“คุณทานก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวแตนกลับมาทานทีหลังได้ ขอจัดการกับเจ้าตัวแสบนี่ก่อน” ภรรยาตอบยิ้มหวาน

“หูย! หอมมั๊กมากกกกก..น้องกันต์จ๋าทานอะไรอยู่เอ่ย” ต้องตาที่เดินลงมาจากชั้นบนถามหลานรัก

“ข้าวต้มครับป้าต้อง”

“เดี๋ยวแตนตักให้ค่ะพี่ต้อง” แตนรีบบอก พร้อมกับลุกขึ้น แต่ต้องตากับบอกว่า

“ไม่ต้อง ๆ จ๊ะแตน ให้แหวนยกมาให้พี่ก็ได้ ดูแลลูกเถอะจ้า แหวนตักข้าวต้มมาจ้า” ต้องตารีบเบรกน้องสะใภ้เอาไว้ แล้วหันไปสั่งแหวนเด็กรับใช้แทน

“ค่ะคุณต้อง” แหวนรับคำแล้วเดินเข้าครัวไป

“โอ้โห้!วันนี้น้องกันต์ของป้าต้อง หล่อม๊ากกกกมากเลย อร่อยมั้ยลูก ทานเยอะ ๆ นะจะได้โตเป็นหนุ่มไวไว อึ๊ยยยย.. หมั่นเขี้ยวจังเลยฮ่ะ ๆ ๆ ๆ” ต้องตาหยอกหลานชายด้วยความรักใคร่เอ็นดู

“พี่ต้องเย็นนี้อย่ากลับค่ำมากนะครับเดี๋ยวโดยคุณแม่งอนเอา ไม่รู้ด้วยนะ” ก้องเกียรติบอกกับพี่สาวขณะตักข้าวต้มใส่ปาก

“รู้แล้วจ้า วันเกิดคุณนายทั้งที ถ้ากลับค่ำได้โดนบ่นไปอีกเป็นเดือนแน่ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ” ต้องตาว่าอย่างนั้น เพราะว่าเย็นวันนี้ ทุกคนจะออกไปทานข้าวข้างนอกกัน เพราะเป็นวันเกิดของคุณพวงเพชรนั่นเอง หลังน้องกันต์ทานข้าวต้มเสร็จ แตนก็จัดการดูความเรียบร้อยให้กับลูกชายอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาคุณพวงเพชรที่ระเบียงหน้าบ้าน

“คุณแม่คะ หนูจะออกไปส่งน้องกันต์แล้วนะคะ เดี๋ยวจะรีบกลับมาค่ะ” เธอบอกกับแม่สามีเช่นนั้น

“ไปเถอะจ๊ะ เดี๋ยวแม่กับพ่อจะช่วยดูน้องก้อยให้เองนะไม่ต้องห่วง”

“ค่ะคุณแม่” พูดจบแตนก็เดินเข้ามาหาสามีที่กำลังยืนรออยู่กับลูกชายอยู่ที่หน้าบ้าน

“บ๊าย บาย จ้าน้องกันต์ป้าต้องไปก่อนน๊า” ต้องตาเอ่ยเสียงใส ก่อนที่จะขึ้นรถของตนแล้วขับออกไปก่อน ก้องเกียรติจุ๊บที่แก้มของภรรยา กับลูกชายคนล่ะที

“พ่อไปทำงานก่อนนะคร้าบน้องกันต์ ผมไปนะแตน”

“ค่ะ..ขับรถดี ๆ นะคะ บ๊าย บายค่ะ” ก้องเกียรติขึ้นรถออกไปอีกคน โดยมีแตนกับน้องกันต์ออกเป็นคันสุดท้าย คุณพวงเพชรนั่งมองลูก ๆ แยกย้ายกันออกไปทำงานทีละคน ทีละคนด้วยสีหน้าอิ่มเอิบใจ ถึงแม้ว่าต้องตานั้นจะยังไม่คิดเรื่องแต่งงานเพราะหวงชีวิตที่อิสระมากกว่า แต่เพียงเท่านี้ ก็มีความสุขมากพอแล้วสำหรับชีวิตในบั้นปลายของท่าน

“ดิฉันมีความสุขเหลือเกินค่ะคุณ เราโชคดีที่มีลูกที่ดีอย่างต้องตากับก้องเกียรติ แล้วก็มีลูกสะใภ้ที่น่ารักอย่างแตน”

“ผมก็เหมือนกัน ลูกชายของเรานี่ตาถึงจริง ๆ เลือกภรรยาได้ดีไม่มีที่ติเลยสักนิด ผมภูมิใจกับเขามากเลย”

“ฉันก็เช่นกันค่ะ” สองสามีภรรยายิ้มให้กันอย่างมีความสุข กับความสุขสมบูรณ์ในชีวิตครอบครัว ในบั้นปลายของชีวิต..

ความคิดเห็น