ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สิ่งที่ควรจดจำ

ชื่อตอน : สิ่งที่ควรจดจำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 81.5k

ความคิดเห็น : 81

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2563 13:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สิ่งที่ควรจดจำ
แบบอักษร

  

  

  

ตอนที่ 26 

สิ่งที่ควรจดจำ 

[Mark Masa] 

  

  

  

ผมมองน้ำที่กรวดลงขันอย่างนิ่งเงียบ

ตอนนี้ไม่ขออะไรนอกจากความสงบในจิตใจผม ช่วงเวลายังไม่ถึงปีแต่กลับหลายเรื่องราวเหลือเกิน สิ่งที่ต้องเผชิญตอนนี้มันช่างยากเย็นเหลือเกิน ไม่สามารถเรียกอะไรคืนกลับมาได้แม้จะอยากทำแบบนั้นมากแค่ไหน ตอนนี้ก็ทำได้เพียงอธิษฐานให้เขาไปดี และภาวนาให้ตัวเองดีขึ้นเร็วๆ

“ไปกันเถอะ” โชคดีที่ผมมีคนอยู่ข้างๆ ในเวลาที่ผมเสียใจแบบนี้มันดีมากๆ ที่พี่วีอยู่ข้างผม 

“ยังไม่เห็นหน้าเขาเลย แต่ผมคิดถึงเขาแล้ว” ผมบอกกับพี่วี

“เก็บเขาไว้ในใจแล้วใช้ชีวิตแทนเขา ไม่ต้องลืมแต่จำเรื่องดีๆ นะ” พี่วีบอก

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลย จะมีเรื่องดีอะไรให้จำ” ผมบอก

“ครั้งหนึ่งมึงเคยช่วยชีวิตเขา มึงทำดีมากๆ แล้วมาร์ค” พี่วีบอกกับผม

“อื้อ” ผมบอกกลับในลำคอ

“เก่งมากๆ แล้ว” พี่วีบอกแล้วยิ้มให้ผม ผมเลยส่งยิ้มกลับไป

ผมไม่ได้โกรธพี่พลอยหรือพี่ต้นแล้ว เมื่อตอนเช้าที่ผมพูดไปผมคิดแบบนั้นจริงๆ เอาลูกกลับมาไม่ได้หรอก และทุกคนต้องรับผิดชอบด้วยการสำนึกในความผิดที่ทำต่อสิ่งมีชีวิตเล็กๆ นั่น แต่ผมไม่จมอยู่กับความเสียใจนั้นเพราะผมมีคนที่อยู่ข้างๆ คนที่ปลอบเวลาผมร้องไห้ คนที่คอยเป็นห่วงผม คนที่คอยเตือนคอยสอนผม และคนที่รักผม ไม่ใช่แค่พี่วี แต่ยังมีพ่อแม่ ทั้งบ้านผมและบ้านพี่วี ทั้งเพื่อนผมและเพื่อนพี่วี พวกเขาเป็นกำลังใจให้ผม และพี่วีเป็นคนเตือนสติผม

‘อยู่กับปัจจุบันนะ’ พระบอกมาแบบนี้ แต่ผมรู้สึกว่ามันยากพอสมควร ผมรู้ว่าผมทำได้ ผมต้องทำให้ได้ แต่มันก็ยาก แต่พอพี่วีบอกว่า ‘อยู่ตรงนี้นะ อยู่กับกู’ ผมก็รู้สึกถึงจุดหมายของผมในตอนนั้น

ปัจจุบันที่พระท่านว่าก็คือพี่วี

เราเดินออกไปให้อาหารปลา ตามด้วยซื้อหัวอาหารให้นก มันควรจะดูแปลกตาที่พี่วีมาทำอะไรแบบนี้ แต่ไม่เลย...พี่วีท่ามกลางนกสีเทาพวกนั้นมันโคตรเข้ากันเลย เสื้อสีขาวที่พี่เขาใส่มันทำให้พี่เขาดูสว่างท่ามกลางเเสดงแดดยามเที่ยง พลอยทำให้เสื้อสีเทาของผมสว่างขึ้นเหมือนกันตอนที่ผมยืนอยู่ใกล้ๆ

แชะ!

“หืม?” ผมหันไปมองที่มาของเสียง แม่ของพี่วีเป็นคนถ่ายรูปเราสองคนไว้ตอนที่พวกท่านเดินเข้ามาหา

“สวยมากเลยลูก” แม่ท่านบอกแล้วยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดู

เป็นรูปของพี่วีกับผมที่ไม่ได้ตัวติดกัน มีระยะห่างระหว่างเรา และมีนกเหล่านี้กั้นระหว่างเรา ภาพที่พี่วีอยู่กับนกเหล่านั้นมันดูเหมือนเขาสบายใจ และสายตาผมที่มองพี่วีก็เต็มไปด้วยความสบายใจ

“ไหนใครสวย” พี่วีว่าแล้วเดินเข้ามาดูรูปกับแม่

“สวยไหมล่ะ?” ถามหลังจากที่พี่วีชะโงกหน้าดูแล้ว

“สวย” พี่วีบอกแล้วส่งรูปนั้นเข้าโทรศัพท์ตัวเอง

“อือ นกสวย” ผมบอกเมื่อพี่วีดูเสร็จ

“หึ มึงสวย” พี่วีว่า

“สวยอะไรล่ะ ดูหน้าผมก่อน” ผมบอก ก็หน้าผมมันไม่ได้สวยแบบนั้นจริงๆ

“ตามึงสวย เวลามึงมองแบบนี้แล้วโคตรสวย” พี่วีว่าแล้วมองสบตาผม แล้วผมก็สบตาพี่วีกลับ

“พ่อกับแม่ไม่ต้องอยู่นี่แล้วมั้ง” แม่ว่า

“อยู่ก็เป็นก้างอะแม่ ไม่ได้เป็นพ่อเป็นแม่มันหรอก” พ่อว่า แล้วเดินมาหาแม่

“อะไรกันเนี่ย ในวัดยังจะว่าผมอีกเหรอ?” พี่วีหันไปทำหน้าตาไม่พอใจใส่พ่อ

“มันก็ควรว่าไหม? มาจีบอะไรกันในวัด” พ่อผมบอก

“ผมไม่ได้จีบ” พี่วีแก้

“จีบ!!” แล้วพวกเราทั้งสี่คนก็ต้องชะงักกับคำพูดของพ่อ พ่อของผมกับพ่อของพี่วีที่พูดพร้อมกัน

“เรื่องอื่นไม่เห็นลงรอยกันแบบนี้” พี่วีบ่นเบาๆ แล้วส่ายหน้าไปมา แล้วแม่ก็หัวเราะออกมา ส่วนผมก็ยิ้มให้กับเรื่องราวของวันนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ดีทั้งหมด แต่มันก็มีเรื่องที่ดีมากๆ ให้ผมจดจำ

“กลับกันเถอะลูก” แม่ผมบอก

“อือ เดี๋ยววีไปส่งพ่อกับแม่ที่สนามบินด้วยนะ” แม่พี่วีว่า

“เดี๋ยวไปส่งพร้อมกันเลยก็ได้ค่ะ”

“ไม่ค่ะ พอดีมีเรื่องจะคุยกับตาวีนิดหน่อย ยังไงฝากลูกมาร์คกับพวกคุณก่อนนะคะ ตาวีคงไม่ได้ส่ง” แม่พี่วีว่า

“ฟงฝากอะไร ลูกผม” พ่อผมบอก

“ลูกผมเหมือนกัน” พ่อพี่วีพูด

“แล้วกูล่ะวะ ใครพ่อกู” พี่วีก้มลงกระซิบถามผม

“โดนทิ้ง” ผมว่า

“ใจร้าย”

“ไอ้วี!”

“ครับพ่อ! ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ” พี่วีบอกแล้วผละออกจากผม

“ให้ไว เดี๋ยวกูตัดพ่อตัดลูกจริงๆ” พ่อเขาบอก

“เออๆ ไปแล้วพ่อ” พี่วีว่าแล้วหมุนตัวออกจากผม ก่อนที่จะเดินไปหาพ่อนิ้วเรียวของเขาก็สะกิดที่นิ้วผม ตาสวยของเขามองมาที่ผมด้วยความอ่อนโยน และผมก็ยิ้มตาม

“พ่อกับแม่เดินทางปลอดภัยนะครับ” ผมบอก

“อือ เราก็รีบกลับไปเรียน” พ่อพี่วีว่า

“ไว้มาเยี่ยมทางนี้ใหม่นะคะ” แม่ผมบอก

“ครั้งหน้าขอมาเป็นงานอื่นนะคะ” แม่พี่วีว่า

“มาอีกทีก็เอาขันหมากมาด้วยเลย”

“พ่อ…” ผมหันไปหาพ่อของผมแล้วมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ พี่วีเองก็เช่นกัน พี่เขาค้างไปแล้วด้วยซ้ำ

“วี กลับบ้าน” พ่อของพี่วีเรียก

“พ่อ เดี๋ยวก่อนผมคุยก่อน” พี่วีบอกแล้วจะเดินมาหาพ่อผม แต่พ่อพี่วีจับไล่พี่วีไว้ก่อน

“วีกลับ กูจะพาไปขายที่ดินปู่มึงมาแต่งลูกสะใภ้”

พี่วีกับพ่อไม่ได้ทำอย่างนั้นจริงๆ หรอก ถ้าทำแบบนั้นจริงๆ ผมคงไม่ยอมแน่ๆ ก็จะให้พี่วีมาทำอะไรแบบนั้นมันมากเกินไป สำหรับผมแล้วไม่ต้องแต่งก็ได้ ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องแต่งงานอยู่แล้ว แค่ทุกคนรับรู้ พ่อแม่ยอมรับแค่นั้นก็ดีมากแล้วสำหรับผม ไม่ต้องมีงานใหญ่โตหรือมีพิธีอะไรสักอย่างก็ได้

แล้วผมก็คิดว่าพ่อผมพูดเล่น

แต่ผมคิดว่าพ่อพี่วีเอาจริง

“สบายใจขึ้นแล้วใช่ไหมคะ” แม่ถามผม

“ครับ ขอบคุณพ่อกับแม่มากนะครับ ทุกอย่างเลย” ผมบอก ขอบคุณตั้งแต่ช่วยผมดูแลพี่พลอย ขอบคุณที่เข้าใจและยอมรับในการตัดสินใจของผมในตอนนั้น แม้ว่าตอนนี้มันจะไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจก็ตาม

“มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาขอบคุณเลย” พ่อตอบ

“นี่พ่อกับแม่นะลูก ยังไงก็อยู่กับลูกเสมอ” แม่บอกแล้วลูบหัวผมเบาๆ

“แม่ครับ…”

“ตอนนี้ไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่มันสร้างใหม่ได้” พ่อบอกกับผม แล้วมือหนาของท่านก็วางลงที่หลังผมอีกที

“ไม่เอาแล้ว” ผมบอก

“ถ้าอยากได้ก็อุ้มบงอุ้มบุญหรือทำอะไรก็ได้” พ่อว่า

“ให้ลูกทำใจก่อนเถอะค่ะคุณ” แม่ผมว่า

“อืม…” พ่อว่า ผมเลยหันไปยิ้มให้ท่าน

ผมไม่เคยคิดว่าท่านจะอ่อนโยนได้ขนาดนี้ แต่ตอนนี้มือของท่านที่ลูบหลังผมอยู่มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นได้มากๆ มันอบอุ่นถึงแตกต่างจากพี่วี แต่ผมก็รู้สึกดีและสบายใจขึ้นไม่ต่างกัน แล้วยิ่งได้รับความอ่อนโยนและความนุ่มนวลของแม่ก็ทำให้ความเสียใจของผมผ่อนคลายลง

“แล้วนี่มาสะของแม่จะกลับไปเรียนวันไหนคะ” แม่ถาม

“อีกสองสามวันนี่แหละครับ ขาดมานานแล้ว” ผมตอบ

“อย่าให้มีปัญหา แต่ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนไป” ผมมองสบตาพ่ออีกครั้ง ผมรับรู้ว่าท่านเป็นคนอ่อนโยน เพียงแค่ไม่คิดว่าท่านจะอ่อนโยนได้มากขนาดนี้ พี่วีบอกผมเสมอว่าท่านรักผมไม่ต่างจากพี่วี เป็นห่วงและหวงผมไม่แพ้ใคร แต่ผมไม่คิดว่ามันจะมากมายขนาดนี้ ที่ผ่านมาพ่อไม่แสดงออก แต่พอพ่อแสดงออกแล้วมันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆ ที่มีครอบครัวที่ดีขนาดนี้ แล้วแค่นี้ผมก็น่าจะพอใจแล้ว

“ผมไหวครับ” ผมตอบกลับ

“อือ ไหวก็ไป ไม่ไหวก็อย่าฝืนไป” พ่อบอกอีกครั้งแล้วผมก็พยักหน้ารับ

“แม่เป็นห่วงจัง พักสักเทอมดีไหมลูก” แม่ถาม

“มันไม่ขนาดนั้นหรอกคุณหญิง” พ่อว่า

“คุณไม่ห่วงลูกเลยเหรอคะ” ผมเริ่มหันมองพวกท่านทั้งสองเมื่อเกิดการถกเถียงกันเพราะผม

“แม่ครับ...”

“เพราะห่วงไงเลยอยากให้เข้มแข็งขึ้น รู้ว่าลูกเสียใจแต่ลูกก็ต้องฝึกอยู่กับมัน แล้วลูกก็จะโตขึ้น ลูกต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ลูกเลือกแล้วลูกจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้น” พ่อหันมาบอกกับผม

“แต่ลูกยังเด็ก...” แม่ว่า

“เด็กอะไร เขาจะมาขออยู่แล้ว” พ่อแล้ว

“พ่อครับ” แล้วผมก็ต้องเขินกับสายตาล้อเลียนของพ่อ

“หรือไม่จริง?” พ่อเลิกคิ้วถาม

“คุณก็ไปล้อลูก” แม่ว่า

“มาขอผมก็ไม่ให้หรอกนะ ผมหลอกให้มาเฉยๆ” พ่อบอก

“อ้าว...ยังไงคะคุณเนี่ย เกิดทางนัันจริงจังขึ้นมาจะทำยังไงคะ”

“ก็รอดูว่าจะจริงจังจริงไหม”

“ผมไม่ได้อยากได้แบบนั้นนะครับ” ผมบอกพ่อกลับ

“ไม่อยากได้ยังไง”

“ไม่อยากแต่ง...”

“ให้มาขอไม่ได้ให้มาแต่ง” พ่อว่าแล้ววางมือลงบนหัวผมแล้วขยี้เบาๆ

“ผมว่า ผมขอคุณพ่อไปแล้วนะครับ” พี่วีเดินเข้ามาแล้วบอกกับพ่อของผม คนหล่อเดินเข้ามาขนาบข้างผม พร้อมกับยื่นแขนยาวๆ มาคล้องคอผม

“ไม่นับ” พ่อว่า

“อ้าว!”

“แล้วแขนอะ อย่าเยอะ” พ่อบอกแล้วปัดแขนพี่วีออก

“คุณก็ ไปพักกันเถอะลูก อีกสักหน่อยค่อยลงมากินข้าว” แม่บอกกับพวกเรา แล้วผมก็พยักหน้ารับ

“แม่จะทำหรือให้ป้าทำ” ผมถาม

“ลูกอยากกินฝีมือแม่เหรอ” แม่ถามผมกลับ

“ใช่...”

“งั้นแม่จะทำค่ะ” แม่ว่าแล้วลูกหัวผมอีกครั้ง

“อือ งั้นไปพักกันไป พ่อกับแม่กลับโอเคใช่ไหม” พ่อผมหันไปถามพี่วี

“ใช่ครับ ตอนนี้น่าจะเข้าเกทแล้ว” พี่วีบอก

“นายไม่ได้ส่งจนเครื่องเทคเหรอ?” พ่อหันกลับไปถาม

“ไม่ครับ”

“ไม่ห่วงพ่อกับแม่เลย?”

“ห่วงเมียมากกว่า” พี่วีว่าแล้ววางแขนบนไหล่ผมอีกครั้ง

“วิวิศน์!”

“ปะ...ไปนอน” พี่วีบอกแล้วคล้องคอผมออกไป ปล่อยให้พ่อมองตามตาเขียว พี่วีกับพ่อก็เป็นแบบนี้ ดูเหมือนจะไม่ลงรอยกัน ดูเหมือนจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันไปแล้ว แต่พวกเขาก็รักกัน ผมคิดแบบนั้นแหละ คิดว่าพ่อก็รักพี่วีเหมือนที่รักผม เพราะพี่วีทำให้ผมกับพ่อเข้าใจกันมากขึ้น พี่ซีทำให้ครอบครัวของเรากลายเป็นครอบครัวจริงๆ

“กูกลับไปส่งที่มอนะ” พี่วีบอก หลังจากเข้าที่ห้องแล้ว

“ได้เหรอ?” ผมถามกลับ

“ได้สิ”

“แล้วงานพี่ล่ะ” ผมถามกลับ ถึงแม้พี่วีจะทำงานมาหลายเดือน อยู่ในตำแหน่งที่หยุดงานได้ หรือทำงานนอกออฟฟิศได้ แต่บ่อยและนานขนาดนี้มันจะได้ได้ยังไง

“กูลาแล้ว”

“ลาพักร้อนหรือลาออกเนี่ย” ผมถามกลับ

“ถ้าลาออกแล้วมึงไม่ว่า กูก็ลา”

“ตลก”

“จะเขียนเมล์ไปลาวันนี้เลย” พี่วีว่าแล้วเดินไปที่คอมพิวเตอร์ของผม

“แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาขอผม” ผมทำเป็นถาม แล้วหน้าหล่อก็หันมาหรี่ตามอง

“ใครเคยบอกว่าจะหนีตามกู” พี่วีว่าแล้วเดินเข้ามาหาผม

“ไม่มี” ผมบอกกลับแล้วเดินถอยหลัง

“หืม?”

“อย่าเข้ามานะ” ผมว่าแล้วชี้หน้าเขา

“จะเข้า” พี่วีบอกแล้วเดินเข้ามาอีก

“พี่วี!”

“ไหน ใครไม่ได้พูด”

“อ๊ะ!” แล้วผมก็ต้องหยุดเพราะพี่วีเกี่ยวเอวผมเข้าไปหาเขาได้สำเร็จ

“ใคร”

“ไม่มี~” ผมว่าแล้วย่นคอหนีหน้าหล่อๆ ที่กำลังซุกเข้ามา

“พูด”"

“ไม่...อื้อ~”

พี่วีจูบผม

ผมหนีแล้วแต่มันไม่สำเร็จ ถ้าเป็นคนคนนี้ต่อให้หนียังไงก็หนีไม่พ้น หลบยังไงก็โดนเขาอยู่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องร่างกาย แต่เป็นเรื่องของหัวใจด้วย ยอมแพ้เขาแล้ว แพ้ที่ไม่ได้หมายถึงสูญเสีย แต่เป็นการยอมแพ้เพื่อที่ทำให้ได้มา ยอมแพ้พี่วีเพื่อนที่จะได้พี่วีมา

“อืมมม” พี่วีขยับเอียงคอ แล้วผมก็ขยับตาม ปากสวยขยับไม่หยุด หนักเบาตามอารมณ์ของเขา ส่วนผมก็เชิดหน้ายินยอมแล้วปล่อยอารมณ์ตามพี่วีไป ปล่อยให้เขาจูบปลอบ ปล่อยให้เขาเอาใจในแบบของเขาเอง

“พี่…อื้อ~” พี่วีแค่ปล่อยผมออกมาให้หายใจ พี่เขาปล่อยแค่ไม่กี่วินาทีปากสวยก็ประกบลงมาอีก ผมทำได้แค่ดันอกเขาไว้เบาๆ และปล่อยให้พี่เขาจูบต่อไป ลิ้นชื้นแทรกเข้ามาหาผมก่อนจะเกี่ยวเอาลิ้นผมเข้าไปหาเขาเหมือนทุกที ผมเองที่เหมือนอไม่อยากทำในครั้งแรกก็อ่อนโอนตามยามที่พี่วีแตะลิ้นเบาๆ ที่ฟันของผม 

“อืมมม” เราจูบกันนานมาก นานจนผมแทบจะละลายลงตรงนี้ มันหวาน หวานเหมือนทุกครั้งที่เคยจูบ แต่อบอุ่นมากกว่าทุกครั้งที่ได้สัมผัส 

“พี่วี…” ผมเรียกพี่วีเบาๆ หลังจากที่เป็นคนขยับออกเอง คนหล่อปรือตามองผมทั้งๆ ที่ยังหอบหายใจอยู่

“ไม่ได้เหรอวะ” พี่วีว่า มือสวยแนบเข้าที่แก้มของผม และสายตาอ่อนโยนนั้นกำลังอ้อน

“มัน…” ผมยังไม่อยากทำตอนนี้ นั่นคือสายตาที่ผมสื่อกลับไป แล้วมันเป็นโชคดีของผมมากๆ ที่พี่วีเข้าใจ

“รัก” พี่วีบอกแล้วค่อยๆ ขยับเข้ามาหา มือหนายังกอดที่เอวผมแล้วปากสวยก็กดจูบลงตรงหน้าผากผม มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเผชิญมาในช่วงเวลาหลายเดือนนี้ มันรู้สึกดีกว่าตอนที่ทะเลาะกันแล้วปรับความเข้าใจกันได้ แค่พี่วีจูบหน้าผาก ผมครั้งนี้ก็รู้สึกดีมากกว่าทุกจูบรวมกันแล้ว

“ผมก็รักพี่” ผมบอก สอดมือเข้าไปกอดเขาเข้ามาหาแล้วซบลงกับไหล่ของพี่วี

กี่ครั้งแล้วที่ผมบอกว่าเขาคือที่พักพิง มันคือความจริงที่เขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของผม ผมรักพี่วีมาก มากกว่าใครทั้งหมดเลยก็ว่าได้ เพราะพี่วีทำให้ผมหลายอย่าง เยียวยาผมในหลายๆ ความรู้สึก หลายคนอาจจะบอกว่าเขาโชคดี แต่ไม่ใช่เลย…คนที่โชคดีคือผม ผมที่มีพี่เขาอยู่ด้วยในทุกวันนี้

“รักกูให้มากๆ”

“แน่นอน” ผมบอกแล้วเขย่งตัวขึ้นไปจูบปลายคางเขาเบาๆ

“หึ…”

“โกรธไหม? ที่ไม่ทำ” ผมถามอย่างเป็นกังวล

“ไม่…” พี่วีบอกแล้ววางมือที่หัวของผม “กูชอบเวลาที่มึงสบายใจ ดังนั้นทำในแบบที่มึงสบายใจ” 

“ตามใจผมเหรอ?” 

“อือ…”

“งั้นขออีกจูบ”

“อืมมม” พี่วีทาบริมฝีปากลงมาที่ปาก

“อื้มมม” ผมขยับปากตามจังหวะของพี่วีอีกครั้ง เนิบช้าแต่ชัดเจนในทุกความรู้สึก มือสวยค่อยๆ ดึงเอวผมเข้าไปชิดอีกครั้ง แล้วหน้าหล่อก็กดลงมาจนชิด

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“มา…วิวิศน์!”

“เฮ้ย!”

“พ่อ!” 

“เคาะแล้วต้องรอคนเปิดสิครับ” พี่วีหันไปบอกพ่อที่ยืนค้างอยู่หน้าห้อง 

“มันใช่ไหม? มันใช่เวลามาจูบลูกชายฉันไหม” พ่อถาม แล้วตาคมของพ่อก็มองมาที่ผม ทำให้ผมต้องเม้มปากเน้น ความรู้สึกเมื่อกี้ยังติดอยู่ที่ริมฝีปากอยู่เลย

“ก็…มัน…”

“มันไม่ใช่เวลา!” พ่อว่าออกมาเมื่อพี่วีอ้ำอึ้ง

“พ่อ…มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามออกไป

“ไม่มีมาไม่ได้?” พ่อเลิกคิ้วถามกลับ

“ไม่ใช่…เหมือนเมื่อกี้พ่อจะพูดอะไร” ผมบอกออกไปเบาๆ แทบจะยืนชิดหลังพี่วีอยู่แล้วเพราะกลัวสายตาดุๆ ของพ่อ

“ไปช่วยแม่ทำกับข้าว” พ่อบอกแค่นั้นพร้อมกับตาดุๆ ที่มองมาไม่หยุด

“แต่แม่บอกให้เราพักนะครับ”

“แต่พวกนายไม่ได้พัก!” พ่อตอบพี่วีกลับมาทันที แล้วผมก็แอบยิ้มขำ

“ขำอะไร” พี่วีถามเสียงดุ

“จะดุผมทั้งพ่อทั้งพี่เลยเหรอ?” ผมทำหน้าอ้อนทั้งสองคน พ่อผมชะงักไปส่วนพี่วียิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

“ไม่ใช่พี่แล้วนะ เป็นผะ…”

“วิวิศน์!” พ่อเสียงดังใส่ พี่วีเลยยิ้มอย่างพอใจแล้วพยักหน้า

“ไปครับ ไปทำกับข้าวช่วยแม่กัน” พี่วีบอกแล้วขยับมือมาจับแขนผม

“ไปห้องครัวไม่ถูกหรือไง” พ่อว่าตอนที่เราเดินไปถึงหน้าประตู

“ถูกครับ แต่อยากจับมือมะ…เอ๊ย แฟน จับมือแฟน” พี่วีบอก

“นายมันชักจะกวนโมโหเกินไปแล้วนะ” พ่อบอกแล้วมองหน้าพี่วี

“ถึงผมจะกวนคุณพ่อเล่นๆ แต่ผมรักลูกชายพ่อจริงๆ นะครับ” พี่วีบอกแล้วสบตากับพ่อ ผมไม่รู้ว่าพี่วีสบตาพ่อยังไง แต่พ่อมองพี่วีนิ่ง พวกเขาสบตากันอยู่สักพักพร้อมๆ กับแรงบีบข้อมือผมที่มากขึ้น

“อือ” พ่อบอกแค่นี้แล้วขยับหลบให้เราได้เดินออกไปข้างนอก

ผมไม่รู้ว่าพ่อกับพี่วีสื่อสารอะไรกัน เพราะพ่อเงียบและพี่วีก็เงียบ หลังจากที่จ้องตากันพ่อก็พูดออกมาแค่นั้นและพี่วีก็เพียงแค่พยักหน้ารับ อย่าบอกว่ามันเป็นเรื่องของผู้ชาย เพราะผมก็ผู้ชายและผมก็ควรรู้ ในเมื่อผมคิดว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผม

“เมื่อกี้คุยอะไรกับพ่อเหรอ?” ผมถามพี่วีตอนที่เรากำลังเดินลงบันได

“หืม? คุยอะไร”

“เมื่อกี้” ผมถาม

“เมื่อกี้มึงก็อยู่ถามกูเพื่อ?” พี่วีถามต่อ

“ผมไม่ได้รู้เรื่องด้วยไหม?” ผมว่ากลับ

“อ้าว! มึงก็ได้ยิน”

“ที่มองหน้ากัน” ผมบอกแล้วดึงแขนพี่วีไว้ก่อนจะเดินลงข้างล่าง

“กูแค่หาเรื่องพ่อมึง” พี่วีว่า

“พี่วี~”

“โอเค เขาแค่มองหน้ากู” 

“…”

“แบบว่า ให้ดูแลมึงดีๆ เขาเป็นห่วงมึง”

“จริงเหรอ...” ผมเงียบไป แล้วค่อยๆ ปล่อยมือออกจากแขนพี่วี ผมทำให้ทุกคนเป็นห่วงมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ผมรู้สึกไม่ดีที่ตัวเองเป็นแบบนี้ แต่ผมกลับรู้สึกดีที่มีคนเป็นห่วง โดยเฉพาะพ่อ แล้วมันยิ่งดีไปอีกที่ท่านฝากผมไว้กับพี่วี นั่นหมายความว่าท่านไว้ใจพี่วี ไว้ใจคนของผม และมั่นใจในสิ่งที่ผมเลือกไม่ต่างจากผม

“อือ แต่กูไม่เข้าใจว่าทำไมต้องฝาก ในเมื่อถึงเขาไม่ฝากกูก็ดูแลของกูดีอยู่แล้ว”

“จริงดิ?” ผมถามกลับแบบกวนๆ แล้วพี่วีก็หันมาขมวดคิ้วให้ผม

“ไม่จริงตรงไหน” พี่เขาว่ากลับ

“ต้องให้ทวนด้วยเหรอว่าตรงไหน?”

“เออ ไม่ต้องแล้ว” 

“คิดได้แล้ว?”

“ไม่เอา ไม่ใช่มึงกูไม่จำ” พี่วีบอกก่อนจะพาผมเดินลงไปข้างล่าง แล้วคำว่าไม่จำกับการกระทำของเขามันทำให้ผมต้องเดินยิ้มตามหลังเขาแบบนี้ ก็มันหมายความว่าเรื่องราวพวกนั้นมันไม่น่าจดจำ ถ้าไม่ใช่ผมพี่วีจะไม่จำ

“พี่วี”

“หืม?”

“จะไม่จำจริงเหรอ?” ผมถาม

“กูจำได้แค่ตอนนั้นมึงรักกูมากๆ แค่นี้แหละ ตอนนี้ก็เหมือนกัน มึงแค่จำว่ามึงรู้สึกดีแค่ไหนที่มันเป็นแบบนี้ มันรู้สึกดีได้มากเท่าไหร่ก็จำเอาเท่านั้น ถ้ามันไม่มีสักอย่างที่ทำให้มึงรู้สึกดีเลย มึงก็ไม่ต้องจำ” พี่วีบอกแล้วมองตาผม

มันก็แค่นั้น

แค่นั้นอย่างที่พี่วีว่าจริงๆ พอคิดดูดีๆ แล้วเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้มันก็มีมาก อย่างน้อยก็ความตั้งใจของผมกับเสียงหัวใจของเด็กคนนั้นที่มันทำให้หัวใจของผมพองโตไปอีกแบบ มันทำให้ผมรู้สึกเต็มอิ่มทั้งๆ ที่ไม่ได้กินอะไรเลย เขาทำให้ผมอยากดีขึ้น และตอนนี้เด็กคนนั้นที่จากผมไปไกลแสนไกลเขาทำให้ผมอยากเป็นคนมีชีวิตชีวา สดใส สวยงาม และเป็นที่รักของใครอีกหลายๆ คน ไม่ใช่เพื่อตัวผมเองคนเดียว แต่เพื่อเขาด้วย เพื่ออีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่สอนอีกความรู้สึกหนึ่งให้กับผม แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่อยู่ตรงนี้ แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อเขามันจะไม่หายไป 

 

 

#กลรักรุ่นพี่2 

23/12/2020 

มาแล้วค่ะ มาแล้ว ขอโทษที่ให้รอนาน ตอนนี้มีหลายๆ โปรเจคที่แป้งกำลังทำ เดี๋ยวจะค่อยๆ ทยอยปล่อยออกมานะคะ รบกวนติดตามและสนับสนุนด้วยนะ สำหรับตอนนี้น้องมาสะน่าทะนุถนอน ส่วนพ่อวีกับพี่ตาก็ตามนั้นแหละค่า เป็นแป้งนี่เก็บมาสะยัดตู้แล้ว ไม่ปล่อยมาให้ได้ยืนจูบแบบนี้หรอก แต่ยังไงความดีของพี่เขาก็พอที่จะเอามาขอน้องได้แหละเนอะ 

 

Twitter : @pflhzt 

Facebook : faddist 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว