secret of love

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2563 02:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1
แบบอักษร

1 

ย้อนกลับไปเมื่อวาน...

“ไม่อ่ะแม่! ตะวันขี้เกียจไป แม่อยากไป...แม่ก็ไปคนเดียวสิ! ตะวันไม่ว่างตะวันจะเต้นติ๊กต็อก วันนี้ตะวันมีนัดกับแฟนคลับว่าจะลงติ๊กต็อก แม่ดูสิ...ตะวันเต้นพลิ้วมั้ย? ตื๊ด ตึด ตื่อ ตื่อ ดื๊อ ดื่อ ดื๊อ ดื่อ ดื๊อ ดึ๊ด ตึ๊ด ดึ๊ด ตื่อ” ไม่พูดเปล่ามาพร้อมท่าเต้นโยกย้ายตามสไตล์เจ้าพ่อติ๊กต็อกอย่างผม วงการติ๊กต็อกต้องสะเทือนเพราะผมพลัดตกเก้าอี้เสียงดังไปหน่อยมันเลยสะเทือน แป่ว

“หยุดนอกเรื่องเลยนะ...ไอ้ลูกคนนี้หนิ แกจะตามใจแม่สักครั้งไม่ได้หรือไง แกเข้าใจมั๊ยว่าแม่อยากมีหลาน!!!! แล้วแม่หมอก็บอกกับแม่แล้วว่าหลานแม่อยากมาเกิดแล้ว ไม่รู้แหละแกต้องไปหาแม่หมอกับแม่เดี๋ยวนี้!”

“ไม่ไปอ่ะ...ตะวันไม่ไป ตะวันรู้ว่าแม่อยากมีหลาน แต่ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ แม่ไม่รู้ได้ยังไงอ่า...ว่าตะวันอยากมีผัวแบบหล่อๆ แซ่บๆ ซึ่งถ้าตะวันอยากมีผัวแสดงว่าตะวันต้องเป็นเมีย ถ้าตะวันเป็นเมียซึ่งโพซิชั่นตรงนี้มันควรจะเป็นของผู้หญิงใช่ป้ะ? แต่เนี่ย...แม่ดูสารร่างของตะวันสิทั้งหล่อทั้งเซ็กส์แอพเพียลสูงขนาดนี้มีแต่ผู้ชายมาหมายปองต้องตาอ่ะ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ตะวันจะเป็นผู้หญิงยิงเรือ และอีกอย่างแม่หยุดคิดไปเลยว่าตะวันจะกลับไปชอบผู้หญิงอ่ะแม่ โนเวครับคุณหญิงแม่ แม่เก็ทที่ตะวันพูดป้ะ?”

“เออ...แม่เก็ท จิ๊! แต่...แม่หมอทักมา แล้วแม่ก็เชื่อแม่หมอๆ บอกว่าเนื้อคู่แกอ่ะเป็นผู้หญิง ลองหน่อยเถอะนะ...เผื่อแกอาจจะเปลี่ยนใจขึ้นมาสักกะนิดก็ได้และทีนี้หลานแม่จะได้มาเร็วๆ ไง ไม่รู้หละ...ยังไงวันนี้แกก็ต้องไปหาแม่หมอกับแม่ ถ้าแกไม่ไปฉันตัดแกออกจากกองมรดกแน่ ดูปากอรุณีนะคะ ถ้าไม่ไป ซี้ ม่อง เท่ง แน่ๆ” นี่แม่จะให้ผมไปหาแม่หมอหรือจะให้ผมไปดูตัวกับเหล่าลูกเพื่อนๆ กันแน่

“โถ่แม่...เรื่องหลานเดี๋ยวตะวันไปจ้างให้ใครอุ้มบุญให้ก็ได้ถ้าแม่อยากมีหลานอ่ะ แต่แม่...ตะวันไม่มีทางไปดูดวงกับแม่เด็ดขาดและตะวันก็ไม่มีวันกลับไปชอบผู้หญิงได้อีกแล้วแน่ๆ ตะวันอยากมีผัวววววว ยูโน๊ว? ไออยากมีผัวน่ะมัมมี่” เมื่อก่อนก่อนที่ผมจะรู้ว่าชอบผู้ชาย ผมก็เคยคบผู้หญิงมาและเคยลองมีอะไรกัน ผลปรากฏว่ามันร่วงอ่ะมันไม่รุ่ง มันไม่ใช่สไตล์ผม ในเมื่อเป็นผัวไม่ได้ก็ต้องเป็นเมียสิมันถึงจะเจริญ

“เออ...แม่รู้ แต่เผื่อแกอยากลองเปลี่ยนใจไง แล้วแกดูสิผัวแกแต่ละคนที่แกหาได้อ่ะทำฉันปวดประสาทขนาดไหน คนหนึ่งทรงโจรยกพวกเข้ามายกเค้าบ้าน อีกคนหนึ่งก็นึกว่าพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิดเดินแม่งอยู่ได้จงกลม โอ้ย...แค่คิดชีวิตก็เปลี่ยน แม่ปวดหัวจะตายแล้วเดี๋ยวต้องไปเทคยาพาราที่เวียนนาแน่ๆ ไม่รู้แหละยังไงแกก็ต้องไปกับแม่” ไปเทคยาที่เวียนนา? อันนี้ไม่ใช่ละ เม้าท์แม่ได้มั้ยนะพี่จี้ พูดได้สิแอนนา งั้นจัดไป...ที่จะไปเทคยาพาราที่เวียนนานี่จะไปเที่ยวกันตามประสาท่านชายกับคุณนายน่ะสิไม่ว่า แล้วที่ให้ลูกนั่งหน้าสลอนอยู่บ้านคนเดียวอีกตามเคย

“ไม่!! ยังไงตะวันก็ไม่ไปเด็ดขาด” ผมยังคงค้านแม่หัวชนฝา

“แกไปกับแม่หน่อยไม่ได้หรอ แกไม่รักแม่แล้วหรอ ตามใจแม่หน่อยไม่ได้หรอT^T มัมมี่โซแซดนะลูกชาย กระซิกๆๆ ฮือๆๆ” เอ้า...ดึงดราม่าเฉยเลยแม่กู แต่แม่แซดได้ปลอมเลยครับ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผมได้เชื้ออ๊องจากใครมา แม่เป็นเหตุสังเกตได้

“โห...แม่อ่ะเลิกปลอม พ่อช่วยตะวันด้วยยยย” ร้องขอชีวิตจากแม่ไม่ได้ ก็ต้องหาตัวช่วยสิ

“ตามใจแม่เขาไปเถอะ พ่อยังไม่อยากตายตอนนี้ แกไม่เคยได้ยินเหรอผัวคือช้างเท้าหน้า แต่เมียอ่ะช้างแมมมอธ” พ่อไม่ช่วยแล้วเลิกซ้ำเติมลูกด้วยครับท่านรอง ดูก็รู้นะครับว่าบ้านนี้ใครใหญ่ ถ้าผมกับพ่อมีปากมีเสียงขึ้นมาก็จะโดนก้านมะยมหน้าบ้านฟาดเข้าให้ ก้านมะยมในตำนาน

“เดี๋ยวจะโดนทั้งพ่อทั้งลูก”

“พ่ออ่า..ไม่ช่วยแล้วอย่าซ้ำเติมสิ เชอะ>>-^-<<”

สุดท้ายผมก็โดนแม่ลากมาดูดวงจนได้ คนที่พยายามชักแม่น้ำอเมซอนมาโน้มน้าวใจให้ผมไปดูดวงอยู่เนี่ยคือ คุณหญิง อรุณี ภรรยาสุดที่รักสุดสวาทขาดใจดิ้นของท่านรองผู้กำกับสน.XXX ชื่อท่านรองสุชาติ ซึ่งก็คือคุณพ่อที่เคารพรักของผมเองนั่นแหละ แม่ของผมเนี่ยเป็นคนชอบดูดวงม๊ากกกกและเป็นสายมูตัวจริง ไม่ว่าจะสุดล่าฟ้าเขียวสะเทินบกลงทะเล ที่ไหนว่าศักดิ์สิทธิ์แม่ผมไปหมด ถ้าดาดวอังคารมีสำนักทรงนะผมว่าแม่ผมซื้อจรวดขึ้นนั่งไปดาวอังคารแน่ๆ นี่ผมก็ไม่รู้นะว่าชาติที่แล้วแม่ผมเกิดเป็นเจ้าแม่กวนอิมรึเปล่าทั้งเนื้อทั้งตัวเครื่องรางของขลังเต็มตัวไปหม๊ด ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรคุณหญิงท่านจะต้องมีฤกษ์งามยามดีทุกอย่าง ไม่ว่าหมาจะออกลูกหรือไส้เดือนจะผสมพันธุ์กันก็ต้องมีฤกษ์ที่ดี ผมล่ะง๊งงง งงมาก...แม้แต่ตอนเจอพ่อของผม แม่บอกว่าเป็นเพราะพระตรีมูรติที่นางไปบนบานไว้ว่าให้เจอเนื้อคู่ในสามวันเจ็ดวัน ซึ่งก็คือไปไหว้ขอผัวนั่นแหละทำให้แม่ได้เจอพ่อ พอผมมาถามพ่อๆ ก็บอกว่าพ่อไปเจอแม่ได้ก็เพราะแม่โดนจับไพ่จ้าแล้วก็เจอกันหลังจากที่แม่บนไว้สามเดือน ผมบอกเลยแม่ผมโคตรบ้งเลยอ่ะ ฮ่าๆๆๆ ส่วนเรื่องผู้หญิงพ่อกับแม่ผมล้มเลิกความคิดว่าผมจะมีเมียไปนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าแม่หมอเจ้าประจำไปทำอีท่าไหน แม่ถึงกลับมาพูดถึงเรื่องผู้หญิงอีก งง!! ดูท่าแล้วเจอหน้าอินังแม่หมอจะต้องเจอเจ้าพ่อติ๊กต็อกรำถวายถอนหงอกให้สักหน่อยแล้ว ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าพ่อกับแม่ผมเนี่ยเป็นคนหัวสมัยใหม่มาก ไม่ซีเรียสว่าผมจะเป็นเพศไหน แต่ก็นะ...ท่านทั้งสองก็มีหวังเล็กๆ แหละว่าผมจะกลับไปชอบผู้หญิงซึ่งมันเป็นไปไม่ได้แล้วแหละ ผมเสียเอกราชให้ผู้ชายไปนานแล้วและจิตใต้สำนึกอันดำมืดของผมก็ไม่มีเลยสักนิดที่คิดจะหวนกลับไปชอบผู้หญิงได้ แต่ที่คุณนายท่านซีเรียสอย่างหนักหน่วงเข้าขั้นรุนแรงก็คือเรื่องทายาท ซึ่งท่านอยากมีหลานและผมก็เป็นลูกชายคนเดียว แต่เราก็คุยกันแล้วว่าเราจะหาวิธีอื่นกันในการหาทายาทสืบสกุล แต่ต้องเป็นเพราะนังหมอผีคู่อริของผมแน่ๆ ที่พูดเรื่องผู้หญิงให้แม่ผมมีความหวังขึ้นมา เดี๋ยวเจอกันนังแม่มด!!!! แกจะต้องโดนล่าแม่มด...ฉันจะฉาบแก!!!

-------------------- 

สำนักทรง XX

ตอนนี้ผมกับแม่ยืนอยู่หน้าสำนักทรงชื่อดังแห่งหนึ่งย่าน XXX ที่มีเสาไฟฟ้าสูงชะลูดเหมือนเสาเปรต ที่ๆ แม่ผมเป็นลูกค้า VIP เจ้าประจำของที่นี่ ไม่ใช่ลูกค้าสิต้องเรียกว่าลูกศิษย์ ผมกับแม่เดินเข้าข้างใน ทุกคนที่ทำกิจกรรมต่างๆ ก็รีบวิ่งกุลีกุจอเข้ามาปรนนิบัติพัดวีพวกเราเป็นการใหญ่ จะไม่ให้พวกเขามาสนใจได้ไงล่ะแม่ผมดันสวมมงพร้อมสายสะพายมาด้วย ผมนี่ร้องกรี๊ดเลย!! ตอนถามว่าทำไมต้องสวมมงพร้อมสายสะพายด้วย รู้มั๊ยแม่ผมตอบว่าไง...แม่ตอบว่า มงต้องลงแม่แล้วเพราะแม่กำลังจะมีลูกสะใภ้ ผมถึงกับเอาขาก่ายหน้าผาก ผมได้แต่พนมมือขอพรให้แม่หยุดละเมอเถ๊อะ แต่เรื่องเล่นใหญ่รัชดาลัยผมกับแม่กินกันไม่ลงหรอกครับ บอกเลยอย่าหาทำ ไม่งั้นศรีธัญญาถามหาแน่ๆ หรือไม่ก็จักรวาลไปทางไหน ไปให้สุดแล้วหยุดที่เป็นบ้า

“แม่เดินเข้าก่อนเลย เดี๋ยวตะวันตามเข้าไป ตะวันขอไปฉี่แป๊บนึงนะครับ”

“ไม่ได้!!! แกต้องเข้าไปพร้อมกับแม่ เดี๋ยวแกจะชิ่งแล้วก็ทิ้งแม่ หยุดคิดเลยนะปวดฉี่ก็อั้นไว้” โห...รู้ทันตัลหล๊อดดดด แต่เดี๋ยวก่อนไม่ได้จะชิ่งแต่ปวดฉี่จริงๆ ตอนนี้ร่างกายพร้อมปะทะกับนังแม่หมอมากเว่อร์ ผมไม่มีทางตกเป็นทาสของนังหมอผีนั่นหรอก มันยังเร็วไปสิบชาตินังแม่หมอที่มาเล่นกับคนอย่างตะวัน คนชั่วทุกศักราช

“แม่...นี่ลูกเองนี่ลูกไงไม่ต้องระแวงขนาดนั้นก็ได้ ปวดฉี่จริงๆ รออยู่ตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวมา” หลังจากนั้นผมก็เดินมาเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องถามทางหรอกว่าไปทางไหนเพราะโดนลากมาบ่อยจนเหมือนบ้านหลังที่สองตัวเองไปละ ผมน่ะไม่ค่อยหลงทางหรอกส่วนมากจะหลงตัวเอง

หลังจากที่เสร็จภารกิจในห้องน้ำ ผมก็เดินออกมาจากห้องน้ำมาหาแม่ที่ยืนรออยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน คือไม่ขยับเขยื้อนไปไหนจริงๆ คุณนายลงทุนยืนรอกลางแดดไม่เข้าไปหลบในที่ร่มเลย บางทีผมก็สงสัยนี่แม่ผมซื่อหรือผมไม่เข้าใจตรรกะของท่านกันแน่ นี่เล่นไม่เข้าไปหลบข้างในร่มขนาดนี้เป็นหนักเหมือนกันนะแม่ผมเนี่ย

“นี่แม่...ทำไมไม่เข้าไปหลบในร่มก่อนมันร้อนเห็นมั้ยเนี่ย”

“ก็แกบอกว่าให้รออยู่ตรงนี้แม่ผิดตรงไหน เดี๋ยวพอแม่เดินไปไหนแล้วแกหาแม่ไม่เจอแกก็ว่าแม่อีก ตกลงแกจะเอายังไง”

“ทีไอ้เรื่องแบบนี้ล่ะเชื่อฟังผมดีจริงจริ๊งงง แล้วผมเคยว่าเหรอว่าไม่ให้แม่เข้าไปหลบในที่ร่มน่ะ”

“เออๆ...หยุดพูดมากเหม็นน้ำลาย เข้าข้างในกันได้แล้ว” ก็ดูสิไม่ให้ผมบ่นได้ยังไง ดูสิ...นางก็เป็นซะแบบนี้อ่ะ

เราสองคนแม่ลูกเดินพลางเถียงกันไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนปากไม่นิ่งทั้งคู่จนมาถึงประตูบานหนึ่ง จู่ๆ ประตูนั้นก็เปิดออกโดยคนที่หลังประตูก็ไม่มีใครมาเปิด เอ...บรรยากาศไม่เหมือนอย่างที่เคย ทำไมขนลุกแปลกๆ วะ ที่นี่ปกติแค่เดินเข้ามาจะมีแสงสีแดงๆ ส่องตลอดโถงทางเดิน ข้างในทำให้ผมนึกถึงศาลเจ้า แต่วันนี้ที่นี่ไม่เหมือนเดิมระหว่างที่เดินเข้ามาในห้องนี้มันมืดๆ มองเข้าไปเห็นแค่โต๊ะกับเก้าอี้ชุดหนึ่ง บริเวณรอบๆ ห้องผมมองเห็นได้แค่รางๆ เท่านั้น หรือว่าเขาเปลี่ยนบรรยากาศให้เหมือนห้องดับจิต จากศาลเจ้าเป็นห้องดับจิต คอนเซปคือดือนะเนี่ย ดีแล้วแหละเปลี่ยนธีมบ้างจะได้ไม่จำเจ แฟนคลับอย่างแม่ผมจะได้จรรโลงใจบ้าง แต่ผมเนี่ยไม่ค่อยจรรโลงใจเพราะมันวังเวงพิกล

“แม่พาผมมาแกงป้ะเนี่ย ไหนล่ะแม่หมอ...ปกติก็ต้องนั่งรอต้อนรับอยู่แล้วไม่ใช่หรอ” ผิดปกติ...ผมบอกเลยแม่อาจจะแกงผมก็ได้

“แกจะบ้าหรอ แม่จะหลอกแกมาทำไมแม่หมออาจจะกำลังมาก็ได้ แกก็รู้จักรอคนอื่นบ้างก็ได้ เข้าใจมั้ยคำว่า wait a minute รอหน่อยๆ น่ะ” เอ้า...ผิดอีกกู นี่เกิดเป็นกูนี่ผิดตลอดเลยใช่มั๊ยเนี่ย เหนื่อยใจกับแม่จริงๆ แล้วผมกับแม่ก็นั่งรออยู่ประมาณยี่สิบนาทีก็ยังไม่มีใครมา

“ผมขี้เกียจรอแล้ว ออกไปเดินเล่นรับลมข้างนอกนะแม่” ไม่รอให้แม่บ่นผมก็ลุกขึ้นหันตัวเดินออกมาจากตรงนั้น แม่แกงกูแน่ๆ ปกติไม่เคยต้องรอนานขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่ปล่อยให้ลูกค้ารอนานขนาดนี้เสียดุลทางธุรกิจหมด แต่ผมว่าจริงๆ แล้วแม่อ่ะแกงผม แกงผมหม้อใหญ่เลยแหละ

“ไม่มีใครหลอกเจ้าทั้งนั้นแหละ” ผมยังเดินได้ไม่ถึงสามก้าวเสียงใครคนหนึ่งก็ทักขึ้น ผมหันกลับไปในทิศทางเดิมเพราะรู้ว่าไม่ใช่เสียงของแม่ผมแน่ๆ แต่ว่า...มาได้ไงอ่ะ! ไม่ได้ยินเสียงเดินเลยอ่ะ ตีนผีป้ะเนี่ย เอ้ย...ไม่ใช่เท้าเบาไปมั้ยหรือว่าหายตัวมา!!! เฮือกกก OMG /(OoO)\ ผมเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วนั่งลงที่เดิม นี่ไม่ใช่แม่หมอที่ผมเคยเจอนี่นา คนนี้ดูทางท่าแบบหมอผีแบบในหนังในละครเลยอ่ะ แตกต่างจากคนก่อนหน้านี้ลิบลับเลยล่ะ เธอสวมชุดสีดำทั้งชุด เริ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าคือดำหมด ผ้าโพกหัวสีดำ ผ้าคลุมปิดบังใบหน้าสีดำ ชุดดำ แม้แต่ลิปสติกที่เธอทาก็ยังเป็นสีดำ ผมมองไปที่ปลายเล็บก็ยังทาเล็บไปสีดำหรือว่าเป็นขี้เล็บวะ(?) สุดท้ายก็ปะทะกับแม่หมอไม่ได้เพราะไม่ใช่คนเดียวกับที่เป่าหูแม่ผมมา ว้า...เซ็งเลย แต่สรุปนางเป็นคนหรือผีเนี่ยถามจริงเสียงก็เย็นๆ แต่งตัวก็ประหลาดหรือผมเข้าไปถึงแฟชั่นกันนะ

“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ ไม่ต้องฉงนไป ถึงเวลาเจ้าก็รู้เองนั่นแหละว่าเราเป็นใครหรือเป็นอะไร” ระหว่างที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยแม่หมอก็พูดขึ้น อะไร...นี่อ่านความคิดกูออกด้วยหรือเนี่ย ไม่ได้การณ์แล้วพื้นที่นี้ไม่ใช่เซฟโซนอีกต่อไป แต่เดี๋ยวก๊อนน...รู้ความคิดกูได้ง๊ายยยย ไม่ด๊ายยย

“เรารู้ความคิดเจ้าได้ยังไงไม่สำคัญหรอก เจ้ารู้แค่ว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะได้พบกับ เนื้อคู่ ของเจ้าก็เพียงพอ” อาร๊ายยย ตลกร้ายนะแม่หมอ ใครมันจะไปรู้ได้ว่าคนไหนเป็นเนื้อคู่ แล้วนี่กูอยู่ยุคไหนวะ ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่านี่คือความฝันไม่ใช่ความจริง

“แน่นอนว่าเรารู้...เจ้าไม่จำเป็นต้องเชื่อเราในทันทีหรอก ออกจากที่นี่ไปเดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เองว่าใครคือเนื้อคู่ของเจ้า”

“แม่หมอเป็นเทวดาหรอถึงหยั่งรู้ได้น่ะ” ผมถามออกไปอย่างยียวนแต่ในใจก็หวั่นๆ แต่ตะวันซะอย่างกลัวแต่จะไม่แสดงความกลัวออกมาแต่แสดงความอ๊องออกมาแทน

“เราคือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มาโปรดเจ้าต่างหาก” นี่กูหลงยุคอยู่จริงๆ ใช่มั้ย งง! รู้สึกว่าแม่หมอจะเมากาวหรือไม่ก็เมาอะไรสักอย่างแหละ ดูทรงไม่ค้าก็เสพ

“จริงหรือเจ้าคะแม่หมอ เนื้อคู่เจ้าตะวันเป็นผู้หญิงหรือเปล่าเจ้าคะ?” หน้าผมแสดงเครื่องหมายคำถามอย่างเต็มกำลัง แม่ผมถามขึ้นหลังจากที่นั่งงงอยู่นานว่าผมกับแม่หมอพูดอะไรกันอยู่

“เปล่าหรอก...” เพล้ง!! ได้ยินเสียงหน้านายแม่แตกหล่นเต็มพื้นเลยอ่ะ สงสารเว่อร์

“อ้าว...ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่แม่หมอ ก็เมื่อวานแม่หมอหญิงบอกดิฉันว่าเนื้อคู่ของเจ้าตะวันเป็นผู้หญิงนี่เจ้าคะ” แม่ไม่ต้องไปเถียงเขาหรอก ไม่ต้องให้ใครทำนาย ผมก็ทำนายตัวเองได้ว่าเนื้อคู่ผมน่ะเป็น ผู้ชาย! อ้อ..แม่หมอหญิงก็คือ แม่หมอคนก่อนอ่ะชื่อหญิง คนนี้อ่ะไม่รู้ว่าชื่ออะไรแต่ไม่ต้องถามหรอกเดี๋ยวนางก็จะตอบว่าถึงเวลาแล้วก็จะรู้

“รู้อย่างนั้นก็ดีแล้ว แล้วเจ้าจะเชื่อใคร ข้าหรือนังหมอผีเก๊คนนั้น” ตอนแรกหันมาพูดกับผมส่วนประโยคหลังก็ตอบแม่ผมกลับไปด้วยเสียงเย็นๆ โอ๊ย ขนลุกเสียงนางจริงๆ เสียงนางเรียบๆ ฟังแล้วแล้วหนาวถึงไขข้อกระดูกเลยอ่ะ

“...” เอ้า...คุณนายโดนกดดับเบิ้ลแท็ปไปแล้วจ้า นั่งเงียบเป็นเป่าสากเลย

“แล้วอีกอย่างดวงชะตาของมนุษย์อย่างพวกเจ้าก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ส่วนเรื่องเนื้อคู่ของไอ้หนุ่มนี่ วันนี้เจ้าจะได้เจอแล้วล่ะไอ้หนุ่มเอ้ย” เพ้อเจ้อกว่ากูกับแม่ ก็ยัยแม่หมอนี่ๆ แหละ

“ข้าไม่ได้เพ้อเจ้อ ถ้าเจ้าไม่เชื่อ...หลังจากที่พวกเจ้าขับรถออกไปจากที่แห่งนี้ บุคคลที่เจ้าเจอคนแรกที่ไม่ใช่เรา คนนั้นแหละคือ เนื้อคู่ ของเจ้า” รู้ว่าเขาอ่านความคิดออก กู๊ก็ยังไม่หยุดด่าเขาในใจอีกเนาะ แต่ถ้าคนแรกที่เจอเป็นผัวเก่านี่เตรียมตัวเฮลั่นบ้านได้เลย แม่เผาหัวกูแน่ๆ แล้วนี่สรุปกูเชื่อยัยแม่หมอนี่หรอ

“เจ้าไม่เชื่อก็ลองดูได้เลย” ท้าทายนักนะ เดี๋ยวเจอตัวแทนแห่งดวงจันทร์จะลงทัณฑ์แกเอง!! โอ๊ยเวียนหัวกับตัวเองเหลือเกิน เอนเนจี้ล้น สติก็ล้น

“...”

“...” ผมกับแม่ไม่พูดอะไรอีก ท่าทางคุณนายแกจะช็อคน่ะ

จากนั้นบทสนทนาระหว่างเราสามคนก็จบลง ผมพาแม่ออกจากห้องนี้มา เสียงประตูปิดดัง ปัง! หลังจากเราสองคนแม่ลูกเดินพ้นจากประตูมาแค่ก้าวเดียวเท่านั้น จู่ๆ ก็มีลมพัดมาแรงมาทั้งที่ตรงนี้เป็นโถงทึบไม่มีหน้าต่างแม้แต่บานเดียว ลมไม่สามารถเข้ามาได้แน่นอน แล้วลมมาจากไหน!! ไม่ได้การณ์แล้ว รีบพาแม่เผ่นดีกว่า ผมรีบพาแม่มาขึ้นรถเรียกได้ว่ายัดแม่เข้าไปในรถมากกว่า บรรยากาศมันหลอนพิกล ลมอะไรมันจะแรงเอาปานนั้นแล้วก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนด้วย จะไม่มีครั้งหน้าแล้วจ้า หลอนชิบหาย

ผมรีบเหยียบจนเกือบมิดไมล์ออกจากสำนักทรงผีสิงนี่ ขับยังไงก็ได้ให้ถึงบ้านเร็วสุดเพราะกูหลอน ส่วนแม่ยังไม่หายช็อคถ้าเกิดว่าสติสตังค์ครบป่านนี้ผมคงถูกพ่นไฟใส่จนหูดับไปข้างนึงแล้วมั้ง น่าวงวารเหมือนกันนะเนี่ยเหมือนฟ้าถล่มลงตรงหน้าแหละ แต่ถึงเดี๋ยวถึงบ้านเราเคลียร์กันได้ บ้านเราจะเป็นแบบนั้นจะไม่ปล่อยให้เรื่องมันค้างคาหาข้อสรุปไม่ได้

เฮ้ย!

นั่น!!

โครม!!!!!

แม่มึ๊งงงงง แม่งโคตรหลอนนนน นั่นมันยัยแม่หมอคนที่เราเพิ่งเจอ...ยืน อยู่ กลางถนน!!! โอ้แม่เจ้า (OoO) ผมรีบหักหลบถ้าไม่หลบนี่ชนยัยนั่นแน่ ผมมองผ่านไปทางกระจกมองหลังยันนั่นหันมายิ้ม แต่ชีไม่กลัวเว้ย!! ยืนยิ้มเย็นๆ แบบที่ผมเห็นในห้องนั้น ขนลุกชิบหายแม่ง!! มัวแต่หันไปมองกระจกมองหลัง นั่น!! ยัยนั่นยืนอยู่ตรงกลางถนนอีกแล้ว!!! มาได้ไงจะหลอกหลอนกันไปถึงไหนวะ!!! แต่ก็ต้องหักหลบอีกครั้งด้วยรถผมที่มาด้วยความเร็วถ้าไม่หักหลบยัยนั่นตายสถานเดียวไม่มีทางเป็นอื่นแน่ ด้วยความที่หักหลบกะทันหันทำให้รถข้างหลังชนเข้ากับท้ายรถผมอย่างจังเสียงชนกันดังลั่นทำให้ชาวบ้านแถวนี้รีบวิ่งกันออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นถึงเสียงดังขนาดนั้น ผมกับแม่รีบลงจากรถแล้วลงไปดูสภาพรถกับสังเกตว่ารถอีกคันเป็นอะไรหรือเปล่า ประเมินคร่าวๆ แล้วเสียหายแค่รถเท่านั้น ผมก้มๆ เงยๆ มองสภาพรถแล้วโทรเรียกประกันมา ส่วนแม่ก็กำลังเดินไปที่รถอีกคันก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งลงมากจากรถ คุณพระคุณเจ้าช่วย คนอะไรหล่อออร่าขนาดนั้นวะ แต่เดี๋ยวก่อนเลิกสนใจผู้ชายก๊อนนน...ผมยังคาใจกับเรื่องยัยนั่นมากกว่าจึงหันไปยังทิศทางที่ผมเห็นยัยหมอผีนั่นยืนอยู่ OMG!!! ยัยนั่นยังยืนอยู่ตรงจริงๆ ยืนส่งยิ้มเย็นๆ อยู่แบบนั้นเหมือนคนโรคจิตยืนอยู่กลางถนนแบบนั้นไม่กลัวรถที่สัญจรไปมาจะชนนางเลย แล้วมาได้ไง?...คำถามในหัวผัวผุดพลายขึ้นมายุ่งเหยิงไปหมด ผมไม่ได้หลอนไปเองด้วยยัยนั่นยังยืนอยู่กลางถนนอยู่เลยพร้อมจ้องมายังจุดที่ผมยืนอยู่ น่าขนลุกชิบหาย แม่ง!!! วันนี้เป็นวันอะไรของกูเนี่ยยยยยย ยัยนี่ไม่ใช่คนแน่ๆ ผมคอนเฟิร์ม มันเป็นไปไม่ได้ที่หล่อนจะออกมาอยู่ที่นี่ได้เร็วขนาดนี้และแน่ใจว่าไม่ใช่ภาพหลอนแน่ๆ มันไม่น่าเกิดภาพหลอนขึ้นถึงสองครั้งติดๆ และตอนที่ผมกับแม่ออกมายัยนั่นยังอยู่ในห้องนั้นอยู่เลย มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ยัยหมอผีตาเหลือกนี่จะมาอยู่ที่นี่ได้

“เราบอกเจ้าแล้วว่าถ้าเจ้าไม่เชื่อก็ลองดู” ผมอ่านปากของยัยนั่น แม่งโคตรหลอน คงต้องทำบุญ ๙ วัดล้างซวยแล้วแหละ

“...” ผมได้แต่เงียบยืนนิ่ง ตัวชาไปหมด ไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี ถึงรู้ก็ทำอะไรไม่ถูกอยู่ดี

“นั่นแหละ เนื้อคู่ ของเจ้า” ยัยนั่นพูดขึ้นอีกพร้อมชี้ไปที่ผู้ชายคนนั้น ผมจึงหันกลับมาสนใจเขาอีกครั้งแล้วหันกลับมาที่กลางถนนก็ไม่เจอยัยนั่นแล้ว หายไปไหนแล้ว? เอ้า...เมื้อกี๊ยังยืนอยู่ตรงนั้นนี่ นี่มันเรื่องอะไรกันครับเนี่ยยยย

“ตะวันแกไม่เป็นไรใช่มั๊ย”

“คุณไม่เป็นอะไรใช่มั๊ยครับ” ผู้ชายคนนั้นกับแม่เดินมาถึงตัวผมพร้อมถามผมด้วยความเป็นห่วง โอ๊ย...กูอยากจะเป็นลมล้มพับตรงนี้ ณ ตอนนี้สนใจอย่างอื่นไม่ได้แล้ว คนอะไรยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งหล่อ หล่อตาเหลือกตาหลุดมากพ่อ สูง ขาว จมูกโด่ง นัยน์ตาสีช็อกโกแลตนั่นดูน่าหลงใหลและดึงดูดให้ผมจ้องมองลึกเข้าไป ยิ่งไรผมที่ระลงมาประที่หน้ายิ่งเสริมให้ใบหน้ารูปไข่รับเข้ากันอย่างลงตัว ลงตัวทุกอย่างหาที่ติบนร่างกายของผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย ยิ่งสวมเสื้อที่ดูเหมือนจะเป็นเสื้อกาวน์คุณหมอออร่าความผัวพุ่งแรงมาก คนบ้าอะไรจะหล่อตาหลุดแบบเน้!! โอ้ยยย...ตายอย่างสงบศพสีชมพู สู่ขิตเลยตัวกู

“คุณครับ...ไม่เป็นไรใช่มั๊ยครับ” ด้วยความที่ผมจ้องเขานานไปหน่อยเลยไม่ได้สนใจคำถามของเขาสักไหร่ เขาถึงถามผมซ้ำอีกครั้งพร้อมขมวดคิ้วเข้าหากัน ดูเหมือนเขาจะหงุดหงิดที่ผมไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กับเขา โอ้ย...หล่อมากแม่มึ๊งงงง เสียงก็นุ๊มนุ่ม อบอุ่นอ่อนโยนเหลือเกินพ่อคุณ

“อะเอ่อ...เอ่อไม่เป็นไรครับ ตะวันไม่เป็นไรครับแม่” ผมตอบออกไปแบบกระอึกกระอัก แล้วหันไปบอกแม่ให้ท่านได้เบาใจขึ้น พอได้ยินแบบนั้นท่านก็สีหน้าดีขึ้น

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ พอดีว่าผมต้องรีบไป รบกวนคุยกับตัวแทนประกันของผมนะครับ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมก็ติดต่อผมตามเบอร์โทรในนามบัตรนี้เลยนะครับ”

“เอ่อ...ครับ” ผมได้แต่ตอบกลับไปอย่างงงๆ หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับเดินไปที่รถคันหนึ่งที่ขับมาจอดรออยู่โดยผมไม่ทันสังเกตว่ามาจอดตั้งแต่ตอนไหน แล้วก็จากไปพร้อมกับฝุ่นที่ตลบลอยขึ้นฟ้าดูท่าทางจะรีบจริงๆ เหตุการณ์ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจนผมไม่ทันตั้งตัว หนูอยากได้ๆ หนูอยากได้เขาทำผัววววว เชื่อยัยแม่หมอหน้าตึงโบท็อกซ์นั่นก็ได้ว่าเขาคือเนื้อคู่ของผม ไม่ใช่ว่าเชื่อจริงจังอะไรหรอกนะ เชื่อเพราะผมอยากได้เขาจริงๆ ส่วนฉากเจอกันระหว่างเนื้องอกกับเนื้อคู่นี่จำไปจนวันตายเลยมั้ง

รอไม่นานตัวแทนประกันภัยของเราทั้งสองฝ่ายก็มาปะหน้าเจรจากัน ผมยอมรับผิดทุกอย่างเพราะจู่ๆ ผมก็หักหลบกะทันหันทำให้รถเสียหักและเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น จะบอกว่าผมหักหลบยัยหมอผีนั่นก็ไม่ได้เพราะพอมาดูในกล้องติดหน้ารถกลับไม่เห็นยัยนั่นยืนอยู่กลางถนนอย่างที่ผมเห็น ยังไงก็ไม่มีใครเชื่อผมแน่ๆ ผมจึงรับผิดทุกอย่าง พอเคลียร์กันเสร็จเรียบร้อยทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน รถของผมและของไอ้ต้าวความรักคนนั้นก็โดนยกไปซ่อมที่อู่ ส่วนผมกับแม่มีรถของที่บ้านมารับกลับ ผมกับแม่ถึงบ้านอย่างปลอดภัย พอมาถึงบ้านผมกับแม่ก็ปรับความเข้าใจกันเรื่องผู้หญิงกันจนเข้าใจกันเรียบร้อย สถานการณ์รอบตัวผมจึงกลับเข้าสู่ปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือตัวผม move on จากเขาไม่ได้จริงๆ ทำยังไงดีผมโดนผู้ชายแปลกหน้าตกเข้าให้แล้ว เอาล่ะ...ยังไงผมก็จะเอาเขามาทำผัวให้ได้!!!! เอาช้างทั้งโขลงมาฉุดก็หยุดผมไม่ได้หรอก ยังไงผมก็ต้องได้ต้องโดน หวังว่าเราจะได้เจอกันในเร็วนี้นะครับ :)

 

 

-------------------- 

 

 

 

ตอนที่ 1 ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นบนโลกนี้เรียบร้อยแล้ววววววว

อย่าลืมคอมเม้นท์ติชม ให้กำลังใจ หรือพูดคุยกับไรท์ได้

และอย่าลืมเข้าไปกดไลค์เพจ Secret of Love แล้วกด see first ด้วยนะเราจะได้มีช่องทางติดต่อกันง่ายขึ้น

ความคิดเห็น