madamsnail

อย่าลืมกดถูกใจและคอมเมนท์กันด้วยน้า ไรท์อยากอ่าน!

ชื่อตอน : 03 MY FRIEND BAD

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 144

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2563 03:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03 MY FRIEND BAD
แบบอักษร

03

 

“ป้าจิ หนูเอาไอติมรสเดิม” ฉันเอ่ยบอกกับป้าจิ คนขายของชำแถวบ้านที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นแม่คนที่สอง เวลาที่แม่ต้องรีบออกไปทำงานแล้วลืมให้เงิน ฉันก็จะชอบมาขอยืมป้าแแกตลอดซึ่งป้าแกก็ใจดีมากๆบางทีก็ให้เลย ฉันจึงรู้สึกเกรงใจอยู่บ่อยๆ

“เอ้านี่” ป้าจิรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหยิบไอติมรสโปรดส่งมาให้

“แม่กลับมาหรือยังอ่ะป้า”

“กลับมาแล้วนะ ป้าเห็นแม่เอ็งเดินเข้าบ้านไปเมื่อกี้”

“ค่ะ”

“พิงค์ลูก” ทว่าขณะที่ฉันกำลังจะหันหลังเดินออกจากร้าน ป้าจิแกก็เรียกฉันไว้อีกครั้ง

“คะป้า?”

“เอ็งอย่าโกรธแม่เลยนะ ที่เขาไปวันปิจฉิมเอ็งไม่ได้อาจจะไม่ได้เป็นเพราะไม่อยากไปแต่แม่เอ็งน่ะคงจะมีธุระจริงๆ เชื่อป้าสิ” ป้าจิพูดจบก็ยกยิ้มขึ้นมา ฉันที่ได้ยินทำได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ แม่คงจะมาพูดปลดทุกข์กับป้าแกอีกเช่นเคย เห้อ..แม่นะแม่

“ไฟไหม้! บ้านหลังนั้นไฟไหม้!” จู่ๆก็มีเสียงคนตะโกนกันเสียงดัง

“เอะอะอะไรกัน...ไอพิงค์!! แย่แล้วบ้านเอ็งไฟไหม้!”

“แม่!”

ฉันรีบวิ่งไปที่บ้านตัวเองอย่างรวดเร็ว ก็พบว่ามีเขม่าควันมากมายลอยออกมาจากในครัวพร้อมกับประกายไฟที่ลุกแรงขึ้นเรื่อยๆ

“แค่กๆ”

“แม่!! ได้ยินพิงค์ไหม!”

ฉันพยายามกลั้นหายใจท่ามกลางควันสีเทาที่ลอยอยู่เต็มรอบตัว ปากก็ตะโกนเรียกชื่อแม่หลายครั้ง จนกระทั่ง...เห็นร่างของใครบางคนนอนอยู่ที่พื้นพร้อมกกับไอออกมาเรื่อยๆ ฉันใช้แรงทั้งหมดที่มีพยุงร่างของแม่ให้ลุกขึ้นมาแล้วเดินออกไปยังหน้าบ้าน ไฟเริ่มลุกลามออกมาจากครัวมากกว่าเดิม

“พิงค์ลูก หนูปล่อยแม่ไว้ที่นี่เถอะ”

“ไม่ค่ะ! พิงค์จะไม่ทิ้งแม่ไปไหน”

“แค่กๆ แม่ไม่อยากให้ลูก..ของแม่..แค่ก..เป็นอะไร”

“หนูก็ไม่อยากให้แม่เป็นอะไรเหมือนกัน” และในที่สุดฉันก็พยุงแม่ออกมาจากตัวบ้านได้สำเร็จ ลุงๆป้าๆก็มาช่วยกันพยุงฉันกับแม่ไว้

 

 

ตั้งแต่ที่พ่อจากไปฉันก็เป็นเด็กที่ติดแม่มาโดยตลอด แต่หลังจากที่ขึ้นม.4มา แม่ก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าเราสองคนเริ่มตีตัวออกห่างกันเเรื่อยๆ ฉันที่เรียนหนักจนแทบไม่ได้พัก ส่วนแม่ที่ลาออกมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำงานมาตลอด 20 ปี ย้ายไปทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ในที่ที่แห่่งหนึ่งด้วยเหตุผลที่ว่าได้เงินดีกว่าก็ทำให้แม่แแทบไม่มีเวลาว่างเลย จนตลอด2-3ปีมานี้ทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันสามารถอยู่ได้โดยไม่มีแม่ แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนความคิดนี้ใหม่ ฉันไม่เคยอยู่ได้โดยไม่มีแม่ได้เลย

 

“เฮือก” โรงพยาบาล? แม่อยู่ไหน

“จะไปไหนลูก” ทว่าฉันที่ทำท่าจะลงจากเตียงก็มีป้าที่ดูมีอายุคนหนึ่งเดินเข้ามาหาฉัน

“หนูจะไปหาแม่ค่ะ แล้วป้า..เป็นใครคะ”

“ป้าชืื่อทิพย์ เป็นเพื่อนที่ทำงานแม่หนูจ่ะ แม่หนูไม่เป็นอะไรแล้วนะลูกหมดห่วงเถอะ” ท่านลูบหัวฉันไปมาเบาๆ ราวกับเอ็นดู ก่อนจะผลักให้ฉันลงไปนอนกับเตียงเบาๆ

“แม่..เป็นยังไงบ้างเหรอคะ”

“แม่หนูสูดดมควันพิษเข้าไปมาก คุณหมอให้ดูอาการสัก4-5วันจ่ะ” ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ก็ยังไม่โล่งไปซะทีเดียว

“แล้วบ้านหนู..”

“นักดับเพลิิงช่วยกันดับหมดแล้วลูก มีคนใจดีช่วยบริจาคงบบูรณะบ้านให้หนูแล้ว แต่หนูกับแม่คงต้องไปอยู่ที่อื่นกันก่อน” เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉันจึงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนไปให้กับป้าทิพย์ ป้าทิพย์ลูบหัวฉันเบาๆอีกรอบก่อนจะเดินออกจากห้องไป บริจาคงบให้งั้นเหรอ? ใครกันที่ช่างใจดีกับฉันและแม่ขนาดนี้ ออกไปจากโรงพยาบาลได้ฉันจะต้องตอบแทนผู้มีพระคุณคนนั้น

“อีพิงงงงค์!!” จู่ๆประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเพื่อนๆที่วิ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว

“ทำไมมึงถึงมาอยู่ในสภาพนี้เนี่ย ฮือออ” น้ำหวานเดินเข้ามาเขย่าตัวฉันไปมาพร้อมกับใบหน้าที่มีคราบน้ำตา

“อีหวานมึงจะไปเขย่ามันทำไม ไม่เห็นเหรอว่ามันพึ่งฟื้น” โรสพูด

“กูขอโทษ” มันทำหน้าหงอยก่อนจะปล่อยมือออกจากฉัน

“กูไม่เป็นอะไรหรอก”

“เห็นว่าบ้านมึงไฟไหม้หมดเลยไมใช่เหรอ แล้วแบบนี้มึงจะไปอยู่ที่ไหน” โรสถามฉัน

“เอาจริงๆกูก็ไม่รู้เลย น่าจะห้องเช่ามั้ง”

“เสียใจแทนมึงเลยว่ะ บ้านนั้นเป็นบ้านที่พ่อกับแม่มึงอุตส่าห์สร้างขึ้นมาด้วยกันด้วย” มอสที่ยืนมองอยู่พูดขึ้นมา นั่นทำให้ฉันอดเศร้าไม่ได้ถึงแม้ว่าจะถูกบูรณะใหม่ แต่ความทรงจำและเรื่องราวในอดีตมันก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้งแล้ว

“ไปอยู่กับกูไหม” โรสพูด

“ไม่ดีกว่า ลำบากครอบครัวมึงเปล่าๆ”

“ลำบากเหี้ยไร เพื่อนกัน”

“ไม่ใช่กูคนเดียวนะ อย่าลืมว่ามีแม่กูด้วย กูไปเช่าห้องแถวนั้นเอาก็ได้ไม่อยากลำบากพวกมึง” โรสที่ได้ยินก็ยอมพยักหน้ารับอย่างโดยดี เพราะมันรู้ว่าฉันเป็นพวกประเภทที่ขี้เกรงใจมากๆใครเสนออะไรมาให้ น้อยมากที่จะตอบรับ

“งั้นระหว่างที่มึงรอแม่พักฟื้น มึงก็มาอยู่กับกูก็ได้” โรสเสนอขึ้นมาอีกครั้ง

“โอเคก็ได้ ขอบคุณมึงมาก”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ตื่นพอดีเลยครับคนไข้” ทั้งสามคนอยู่คุยเล่นกับฉันอยู่สักพัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับคุณหมอในชุดกราวน์

“ค่ะ”

“มีคนฝากช่อดอกไม้นี้มาให้ครับ” คุณหมอยื่นช่อดอกกุหลาบขนาดใหญ่ส่งมาให้ ซึ่งฉันก็รับมาอย่างงงๆ

“ใครส่งมาให้เหรอคะ?”

“ไม่ทราบครับ เขาไม่ได้บอกชื่อ” พูดจบคุณหมอก็ส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะตรวจร่างกายของฉันตามปกติ

“ร่างกายคนไข้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วนะครับพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้เลย”

“ค่ะ” หลังจากที่คุณหมอเดินออกไปแล้ว พวกเพื่อนๆก็รีบวิ่งกรูเข้ามาหาฉันทันที

“ของใครยะ อย่าบอกนะว่า..มึงแอบมีผู้แล้วไม่บอกพวกกู!!” โรสพูด

“ผู้ห่่าไรล่ะ ชื่อคนส่งก็ไม่บอกแล้วกูจะไปรู้ไหม”

“กรี๊ดด โรแมนติกจัง”

“อีมอสหยุดบ้าผู้ชาย” น้ำหวานหันไปดุมอสที่มันเริ่มจะทำท่าเพ้อฝันจินตนาการอะไรของมันอีกนั่นแหละ

“กูล่ะอยากรู้จริงๆว่าใครกันที่ส่งดอกไม้มาให้มึง เพราะเพื่อนๆคนอื่นยังไม่มีใครรู้สักคนว่ามึงเข้าโรงบาล” มอสพูด

“กูก็อยากรู้” ฉันพูดกับตัวเองพร้อมกับลงมองช่อดอกกุหลาบตรงหน้า ก่อนจะยกขึ้นมาสูดดมเบาๆ ใครกันแล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบดอกกุหลาบ

 

 

 

“เรียบร้อยครับเฮีย คุณหมอมอบช่อดอกกุหลาบให้เธอแล้วครับ” การ์ดวิ่งมารายงานให้กับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท แววตาสีดำคมจ้องมองไปยังประตูห้องของคนที่ได้รับช่อดอกไม้อยู่

“ดีมาก กลับกันเถอะ”

“ครับเฮีย ตามผมมาทางนี้เลยครับ” ชายหนุ่มเดินตามการ์ดของตัวเองแต่สายตาก็ยังไม่ลดละออกจากประตูสีขาว

 

4 วันต่อมา..

“แม่ไม่เป็นอะไรแล้วลูก ไม่ต้องประคองขนาดนั้นก็ได้”

“แต่หนูเป็นห่วงแม่นี่คะ”

“ไม่ต้องห่วงแม่หรอก แม่ขอโทษนะที่วันนั้นไม่ได้ไปวันปัจฉิมลูก” แม่พูดก่อนจะก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด

“อะไรกันแม่ พิงค์ไม่โกรธอะไรแม่เลยนะคะ ขอแค่แม่พิงค์ปลอดภัยก็ดีแล้ว” ฉันจับมือสากของผู้เป็นแม่ขึ้นมาก่อนจะจับไว้แน่นราวกับว่าไม่อยากให้แม่หายไปไหน

“พิงค์รักแม่นะคะ”

“แม่ก็รักหนูลูก”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ขอโทษครับคุณผู้หญิง” ทว่าระหว่่างที่ฉันกับแม่กำลังคุยกันอยู่ในห้องผู้ป่วยของแม่ ก็มีผู้ชายหน้าเข้มคนหนึ่งเดินเข้ามา

“คะ? เอ่อ..มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“คุณหญิงส่งผมให้มารับพวกคุณทั้งสอง”

“คุณหญิง? ใครเหรอคะแม่?” ฉันที่กำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงหันไปถามผู้เป็นแม่ ซึ่งแม่ของฉันก็ดูเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูด

“ผู้มีพระคุณของเราไงลูก”

“ผู้มีพระคุณ??” ฉันรู้สึกเหมือนสมองจะระเบิดออกมาเมื่อได้ยินในสิ่งที่แม่พูด

“เขาคือเจ้านายของแม่ คนที่แม่ไปทำงานให้เขา”

“เชิญคุณผู้หญิงทั้งสองตามผมมาเลยครับ” นอกจากผู้ชายคนนั้นก็ยังมีอีกหลายคนที่มีลักษณะคล้ายๆกันนั่นก็คือใส่สูท เดินเข้ามาช่วยถือสัมภาระของฉันกับแม่ที่ยังเหลืออยู่ ก่อนจะพาขึ้นไปยังรถหรูแล้วมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

 

 

รถตู้สีดำหรูจอดสนิทลงที่หน้าบ้าน ไม่่สิ เหมือนจะเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีผู้คนมากมายมายืนรอต้อนรับอยู่แล้ว

“เชิญครับ คุณหญิงรออยู่ข้างในแล้ว” ฉันกับแม่เดินตามเขาเข้ามาภายในบ้าน นั่นทำให้ฉันแทบจะอ้าปปากค้างเมื่อได้เห็นภายในตััวคฤหาสน์ที่มีแต่สีทองเต็มไปหมดราวกับว่าคฤหาสน์หลังนี้ถูกสร้างมาด้วยทองยังไงยังงั้น

“มาแล้วเหรอพิณ หนูพิงค์” ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้ามีอายุหน่อยๆแต่ก็ไม่ถึงกับมากนักเอ่ยเรียกชื่อฉันกับแม่

“สวัสดีค่ะคุณหญิง” แม่ยกมือสวัสดีคนที่เหมือนจะเป็นคุณหญิงขอคฤหาสน์หลังนี้ ฉันจึงยกมือขึ้นไหว้ท่านเช่นกัน

“สวัสดีจ่ะ นอนแต่โรงพยาบาลคงจะเบื่อแย่ล่ะสิ ฉันให้ป้าทิพย์เตรียมห้องไว้ให้แล้วขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายเลยนะ”

“ฉันอยากขอบคุณคุณหญิงมากๆเลยค่ะ คุณหญิงคือผู้มีพระคุณของฉันกับลูกมาก”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกพิณ เราก็คนเหมือนกันฉันก็ช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยเหลือได้ล่ะนะ” เท่าๆที่ฉันสังเกตมาผู้หญิงคนนี้ดูเป็นคนที่มีจิตใจดีมากๆ ทั้งท่าทางและการพูด สวยทั้งภายในและภายนอกจริงๆจะว่าไปท่านก็หน้าตาคุ้นๆอยู่เหมือนกันนะ

“พิงค์ขอบคุณคุณหญิงสิลูก” แม่หันมาบอกฉัน ฉันจึงยกมือไหว้คุณหญิงตามที่แม่พูดก่อนที่ท่านจะยกยิ้มแล้วรับไหว้ฉัน

“ตายแล้ว นี่หนูพิงค์เองเหรอเนี่ย สวยกว่าที่ฉันคิดไว้อีกไม่นึกว่าจะสวยขนาดนี้ อิจฉาพิณจังที่มีลูกสาวสวยแบบนี้”

“ขอบคุณค่ะคุณหญิง” จะว่าไปฉันก็เริ่มเขินแล้วเหมือนกันนะ

“ป่ะๆ น้าให้คนเตรียมอาหารอร่อยมาให้หนูแล้ว ขึ้นไปแต่งตัวแล้วลงมาทานข้าวนะ” คุณหญิงเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกตัวเองมาเป็นคำว่า น้า แทน น่ารักมาก

“ค่ะ”

“ม๊าครับ หิวข้าวจังมีอะไรให้ผมกินบ้างเนี่ย” แต่ทว่าฉันที่กำลังจะเดินขึ้นไปฉันบนก็ต้องหยุดชะงักแล้วหันหลังกลับไปมองตามเสียง

“บ้านช่องไม่เคยกลับ วันนี้พายุอะไรหอบแกมากันถึงได้กลับบ้านได้”

“ก็ผมคิดถึงม๊านี่ครับ”

“เตชา” ฉันเอ่ยชื่อของบุคคลตรงหน้าขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

“...” ซึ่งเจ้าตัวก็หันมามองฉันพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่หุบลง อย่าบอกนะว่าหมอนี่..เป็นลูกของคุณหญิง!!

——————————————

 

 

 

 

ความคิดเห็น