ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความเปลี่ยนแปลง

ชื่อตอน : ความเปลี่ยนแปลง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 100.6k

ความคิดเห็น : 352

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2563 22:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความเปลี่ยนแปลง
แบบอักษร

 

 

 

 

ตอนที่ 21 

ความเปลี่ยนแปลง 

[Vee Vivis] 

  

  

  

ผมกับมาร์คไม่ได้คุยอะไรกันเพิ่มเติม ในเรื่องของความสัมพันธ์มันดูเหมือนว่าจะยากขึ้นแล้ว แล้วผมรู้สึกว่ามันน่าจะยากกว่าครั้งนั้น ครั้งนั้นมันเป็นผมที่โง่ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ ผมมั่นใจว่าไม่ใช่ผมที่เปลี่ยนไปแน่ๆ ไม่ใช่ผมที่ลังเลเหมือนครั้งนั้น และไม่ใช่ผมที่โง่เหมือนอย่างที่ยี่หวาเคยบอก

ผมไม่อยากจะคิดว่าคนที่เปลี่ยนไปคือมาร์ค

มันยากมากๆ เลยนะถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมคงทำอะไรไม่ถูก ทำอะไรต่อไม่ได้ และผมคงอยู่ไม่ได้แน่ๆ แม้ว่าจะโตแค่ไหน ปากบอกว่าอยู่ด้วยตัวเอง ทำงานเลี้ยงตัวเองได้ รับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ แต่เรื่องของหัวใจถ้ามันขาดไปคงอยู่ไม่ได้จริงๆ

“วี น้องมาร์คไม่มาเหรอ?” พลอยหันมาถามผม

“มันเตรียมเปิดเทอม เดี๋ยวคงว่างมั้ง” ผมตอบกลับไป

“เป็นอะไรกันหรือเปล่า” พลอยเอียงหน้าถาม

“เปล่า” ผมตอบแล้วเลี้ยวรถเข้าโรงพยาบาล 

พลอยท้องโตมากกว่าเดิม คุณแม่บอกว่าพลอยกินเยอะขึ้นมากๆ จนท่านต้องขอให้ลดลงบ้างเพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กในท้องและตัวพลอยเอง ท่านให้ผมพาพลอยมาตรวจครรภ์เพราะอาทิตย์นี้ท่านไม่ว่าง และแน่นอนว่าผมก็ต้องพามา

ผมยังทำงานที่เดิม ทำงานเดิม และงานหนักมากกว่าเดิม มันเข้าที่เข้าทางมากแล้วสำหรับหกเดือนที่ทำงานมา แต่ระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นภาระงานมันก็เพิ่มขึ้น โชคดีที่ผมจัดการมันได้ดีจนมีเวลามาดูแลทางนี้แทนมาร์ค ผมไม่ได้อยากบอกว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพราะจรับผิดชอบคำพูดของมาร์ค ไม่ได้จะโทษที่น้องมันพูดออกไปแบบนั้น เพราะผมต้องการแบบนี้เหมือนกัน

เพียงแต่มันต่างจากที่ผมคิดนิดหน่อย

“วีทะเลาะกับน้องมาร์คเหรอ?”

“ไม่ได้ทะเลาะ” ผมบอกพลอยขณะที่จอดรถ

“วี…”

“พลอยค่อยๆ ลงนะ” ผมบอกแล้วเปิดประตูรถออกไปเพื่อประคองเธอจากอีกทาง แม้ว่าไม่ได้จำเป็นที่จะต้องทำ แต่ผมก็ดูแลพลอยอย่างดีมาตลอด คิดว่าตัวเองเป็นมาร์คและคิดว่าน้องมันจะทำแบบที่กำลังทำอยู่ตอนนี้

“คุณพลอยนภัสค่ะ” เสียงผู้ช่วยเรียกหลังจากที่เรานั่งรอได้สักพัก พลอยพยักหน้าให้คนที่มองอยู่แล้วหันมาหาผม

“เข้าไปด้วยไหม?” พลอยถาม

“คุณพ่อเข้าไปด้วยได้นะคะ”

“เอ่อ…”

“ผมเป็นพ่อครับ นั่นพี่ชายผม” เสียงเป็นเอกลักษณ์ดังมาจากทางด้านหลังของพลอย ทำให้เราทั้งหมดหันไปมอง มาร์คกำลังเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางปกติ มันหันมองผู้ช่วยพยาบาลแล้วเดินเข้าไปหาพลอย

“มาแล้วเหรอ?” พลอยถามมาร์ค รอยยิ้มที่กำลังจะแห้งไปถูกเติมขึ้นมาให้เต็มหน้าอีกครั้ง

“ไปกันเลยไหมครับ” มาร์คถาม

“งั้น…กูรอข้างนอกนะ” ผมบอก มาร์คเองก็หันมาพยักหน้าให้ผม

ผมปล่อยสองคนนั้นเข้าไปฟังผลตรวจและฟังเรื่องพัฒนาการของเด็ก ปลีกตัวเองออกมานั่งรอเงียบๆ แล้วมองไปที่ประตูห้องอีกครั้ง มาร์คไม่ได้มาหาผมนานเกือบสองเดือน ผมไม่ได้เจอมาร์คนานขนาดนั้นเพราะผมเอาเวลาพวกนั้นมาดูแลเด็กในท้องของพลอยให้มาร์ค

 

Tiwpai Prompong  

3 days ago 

คนดีเขาเจอกันตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอมแบบนี้แหละค้าบwith Masa Mark 

781 Likes 56 Comments 

 

เวส ป้า : แฮ่! 

เอ เอ้ : มาเรียนได้แล้วไอ้ทิววว 

Daruwan yu : นั่นพี่มาร์คคคค 

Mat rinrada : พี่มาร์คคคค 

 

โพสต์แรกที่เด้งขึ้นหน้าฟีดเฟซบุ๊กของผมเป็นรูปคู่ของมาร์คกับเด็กช่างภาพนั่น มันยืนถ่ายรูปด้วยกันโดยที่ผมคิดว่าคนที่ถ่ายรูปให้พวกมันคือเพื่อนของเด็กนั่นสักคน รูปถูกอัปเดทตั้งแต่สามวันที่แล้วคือวันเปิดเทอมวันแรกของมาร์ค และมันไม่แปลกที่เด็กมหา’ลัยจะเจอกันในวันเปิดเทอม แต่แปลกที่ตรงนั้นคณะวิศวกรรมที่ผมคุ้นเคย และเด็กทิวไผ่นั่นเรียนศิลปกรรม

ผมไล่อ่านคอมเมนต์ที่เข้าไปหวีดไอ้มาร์ค แล้วก็มีอีกหลายคอมเมนต์ที่แปลกใจกับการเจอกันของพวกมัน มีคอมเมนต์ของเพื่อนเด็กนั่นที่เข้ามาบอกถึงความสนิทสนมแปลกๆ ของพวกมันสองคน ผมไม่กดแสดงความรู้สึกใดๆ ให้กับรูปนี้ ปิดมันลงเหมือนว่าไม่ได้เห็นทั้งๆ ที่ความจริงภาพนั้นได้ขึ้นใจแล้ว

ไม่ชอบถ่ายรูปแต่กับเด็กนั่นไม่ปฏิเสธ

รู้ว่าผมหวงก็ไม่เคยทำให้หยุดหวง

มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะถ้าจะบอกว่าแกล้งให้หึงให้หวง ถ้าบอกว่าแกล้งผมจะดีใจขึ้นมาได้นิดหน่อย แต่นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่ สายตาของเด็กทิวไผ่ที่สบกับกล้องมันไม่ได้เหมือนเดิม แล้วสายตาของมาร์คที่มองสบกับกล้องมันไม่เหมือนกับตอนที่มันสบตาผม ขออย่าให้มันเป็นแบบที่ผมคิด ขอให้มันเป็นแบบที่ผมภาวนาก็พอ

“เสียดายเนอะ ไม่รู้เพศสักที” เสียงใสของพลอยดังขึ้น ผมเลยปิดล็อคหน้าจอโทรศัพท์แล้วยืนขึ้นรออีกทั้งสองคน

“เป็นยังไงกันบ้าง” ผมถาม

“แข็งแรงดีมาก ตัวโตด้วย” พลอยบอก

“แม่บอกแล้วนะว่าให้ลดเรื่องกินบ้าง” ผมบอกพลอย

“รู้แล้ว แค่นี้คือมาก แล้วหมอบอกว่ามากกว่านี้ไม่ได้แล้ว” พลอยบอกกับผม แล้วผมก็พยักหน้าให้ จังหวะนั้นดันไปสบตากับมาร์คที่ยืนมองเราอยู่พอดี 

“อือ พลอยเหนื่อยมากเลยอะ มาร์คกับวีเอายาให้หน่อยนะ พลอยขอไปรอที่รถ” พลอยบอก

“ผมไปส่ง”

“ไม่ๆ มาร์คไปเอายากับวีแหละ วีเอากุญแจมาเลย” พลอยบอกแล้วยื่นมือมาขอกุญแจรถจากผม

“ไปได้นะ” ผมถาม

“ได้สิ แค่นี้เอง” พลอยว่าแล้วยิ้มให้ผมอีกครั้ง

พลอยเดินออกไปแล้ว และที่นี่มีแค่ผมกับมาร์คที่ยืนมองตากันไปมาอยู่ ผมไม่รู้จะเอ่ยหรือพูดอะไรออกไปเพราะคำสุดท้ายที่คุยกันมันยังค้างอยู่ในหัวผมอยู่ คำที่ผมบอกว่ามันไม่เหมือนเดิม และมันเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ 

“คุยพลอยนภัสรับยาค่ะ” เราสายตาออกจากกันแล้วเดินไปทางช่องรับยา

พยาบาลหรือเภสัชหรืออะไรสักอย่างที่เป็นคนจ่ายยาให้เราค่อยๆ อธิบายว่ายาตัวไหนคืออะไร กินมันตอนไหนและถ้ามีอาการแปลกๆ ต้องทำอย่างไร แต่มันไม่มีอะไรแปลกหรอก นอกจากหัวใจของผมที่เต้นแรงขึ้นสักพักแล้วกลับมาอ่อนลงเหมือนเดิม

“ช่วงนี้ต้องดูแลมากหน่อยนะคะ น้องโตแล้ว” พี่เขาบอกแล้วยิ้มให้เราสองคน

“ครับ”

“ขอบคุณครับ” มาร์คบอกขอบคุณแล้วยื่นมือไปรับยา ส่วนผมก็เดินตามมาร์คกลับมาที่รถอย่างเงียบๆ

ระหว่างเรายังไม่มีอะไรหรือเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา แค่เสียงเดินที่ตรงกับจังหวะหัวใจของผมก็แค่นั้นในตอนนี้ ส่วนมาร์คที่เดินนำอยู่นิดหน่อยก็ไม่ได้ผ่อนจังหวะเท้าลงสักนิด ผมอยากพูดอะไรสักอย่างแต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอะไรออกมาดี ผมควรเริ่มจากที่เราคุยกันค้างไว้ หรือเริ่มที่เรื่องการเรียนของมัน หรือจะเริ่มที่เรื่องของไอ้เด็กนั่นดี

จะพูดตั้งหลายอย่าง สุดท้ายก็ได้แต่เงียบแบบเดิม

เงียบใส่กันอีกครั้งแล้ว และมันทรมานเหลือเกิน

“มาร์คนั่งข้างหน้าเลย” เสียงใสของพลอยว่าเมื่อเปิดรถแล้วเจอเธอนั่งอยู่ข้างหลัง มาร์คเลยพยักหน้าให้แล้วขยับมานั่งข้างหน้าคู่กับผม

“…”

“มียาเพิ่มไหมอะ” พลอยถามเมื่อความเงียบมันปกคุลมรถ

“ไม่มีหรอก” ผมว่าแล้วหยิบเอาถุงยาข้างๆ มาร์คยื่นให้พลอย

มาร์คยังเงียบ และพอพลอยสังเกตแบบนั้นได้ก็เงียบไปทั้งๆ ที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา ภายในรถเงียบงันมีแค่พลอยที่สบตาผกับผมผ่านกระจกมองหลัง เหมือนพลอยพยายามที่จะทำให้สถานการณ์ตรงนี้คลี่คลาย แต่ความตึงของมาร์คกลับทำให้พลอยไม่กล้า แล้วพอมาสบตากับผม ผมดันทำเหมือนจะขอให้พลอยเงียบอีก

“ทะเลาะกันหรือเปล่าเนี่ย” พลอยว่าออกมาเบาๆ

“…”

“…” แต่ผมกับมาร์คก็ยังเงียบอยู่

“เพราะพลอยหรือเปล่าเนี่ย” 

“ไม่หรอกครับ พี่พลอยไม่เกี่ยว” มาร์คว่าออกไป แล้วพลอยก็เม้มปากเล็กน้อย คนสวยพิงเบาะหลังแล้ววางมือประคองหน้าท้องตัวเองก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อสบตากับผมอีกครั้ง

“พลอยไม่เกี่ยวแล้วใครเกี่ยว” ผมถามออกไปหลังจากที่เราต่างเงียบกันมาสักพัก

“ไม่มี” มาร์คว่าออกมา

“อือ ไม่มีก็ดี” ผมว่ากลับ

“…” ภายในรถกกลับมาเงียบอีกครั้งเมื่อมาร์คหันออกไปมองด้านข้าง ส่วนพลอยที่นั่งอยู่เบาะหลังก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาอีก

เรากลับมาถึงบ้านเกือบเย็น ผมเพิ่งรู้จากแม่ว่ามาร์คมาถึงช่วงบ่ายๆ แล้วไปที่คลินิกต่อเลย แม่บอกออกมาแค่นั้นแล้วมองมาที่เราสองคนด้วยความเป็นห่วง เราไม่ได้มาพร้อมกันแบบนี้นานพอสมควร จากช่วงเดือนแรกๆ ที่มาเจอพลอยพร้อมๆ กัน หลังๆ มาเริ่มห่าง กลายมาเป็นผมแล้วนานๆ ทีถึงจะเป็นมาร์ค กลายเป็นว่าการเจอกันพร้อมหน้าแบบนี้มันนับครั้งได้ 

“ทะเลาะกันเหรอลูก” แม่เดินเข้ามาถามผมในขณะที่มาร์คอยู่ที่สวนมะเขือเทศของตัวเอง

“ผมก็ไม่รู้ครับ” ผมตอบออกไป

“ไม่รู้ได้ไงลูก”

“ผมไม่รู้ว่าทำไมมันเป็นแบบนี้” ผมบอกกับแม่ของมาร์ค แล้วท่านก็มองออกไปด้านนอก ลูกชายของตัวเองยืนอยู่ตรงนั้นกับผู้หญิงอีกคนที่กำลังท้อง

“เพราะพลอยหรือเพราะอะไรคะ” แม่ถามออกมา

“อาจจะหลายๆ อย่างครับ เราห่างกันด้วย กิจกรรมแต่ละวันต่างกันด้วย เวลาก็ไม่ค่อยตรงกัน แล้วมามีเรื่องพลอยอีก มันเลยยากนิดหน่อยครับ” ผมตอบกลับ

“ทำไมไม่คุยกันล่ะ” คนอีกคนเดินลงมาจากบันได ท่านเดินมาพร้อมกับสมุดบันทึกของท่านแล้วมองมาที่ผม

“ผมพยายามจะคุย…”

“หึ! พยายามให้มากกว่าเดิมสิ หรือนายคิดว่าคนที่ควรพยายามต้องเป็นลูกชายฉัน”

“แต่มาร์คมัน…”

“มันทำไม?” พ่อถามกลับทันที

“ผมจะคุยกับน้องเองครับ” ผมว่าหลังจากที่เห็นสายตาของท่าน ลูกชายท่านไม่ผิด ไม่มีทางผิดนั่นคือสิ่งที่ผมสามารถแปลออกมาได้ 

ผมเข้าใจ ใครๆ ก็รักลูกตัวเอง เป็นใครก็ต้องตามใจลูกทั้งนั้น ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นลูกเขาแล้วจะไม่มีทางที่จะเจ็บแน่นอน มันเป็นธรรมดาของคนเป็นพ่อเป็นแม่อยู่แล้ว แล้วผมหวังว่าผมจะเป็นอย่างนั้นกับลูกผม ผมอยากปกป้อง ดูแล และทะนุถนอมเขาแบบที่พ่อมาร์คทำกับมาร์ค แต่ดูเหมือนจะยากเหลือเกิน

“คุยกันดีๆ” คนเป็นผู้ใหญ่ว่าไว้แค่นั้นแล้วเขาก็เดินออกไป

ผมมองออกไปข้างนอก มาร์คอยู่กับพลอยและเหมือนว่าพลอยกำลังทำให้มาร์คคุ้นเคยกับเด็กคนนั้น มาร์คไม่ได้ดูเก้ๆ กังๆ มันกลับดูสดใสและดูเหมือนว่าชอบใจที่ได้นั่งคุยกับเด็กที่อยู่ในท้องของพลอย

“ถ้ารู้เพศเมื่อไหร่ผมจะหาชื่อเลย” ผมได้ยินมาร์คบอกพลอยแบบนั้น

“อื้อ”

“…” มาร์คเงียบไป ไม่ได้ตอบอะไรพลอยกลับ แต่ยังแนบหูกับท้องกลมๆ ของพลอย เพื่อฟังเสียงเด็กคนนั้น 

“มาร์ค…”

“ครับ?” มาร์คเลิกคิ้วมองพลอย แล้วพลอยเองก็มองมาร์คกลับไปเหมือนกัน

“ขอบคุณนะ” พลอยว่าออกมา ผมเลยชะงักเท้าที่กำลังจะเดินเข้าไปหาสองคนนั้นอยู่ที่ตรงนี้

“ผม…ครับ” 

“ทั้งๆ ที่มาร์คไม่ต้องช่วยอะไรก็ได้แท้ๆ”

“…ผมเต็มใจ” มาร์คบอก แม้ว่ากว่าจะพูดคำนั้นออกมาได้มันจะนาน แต่มาร์คก็พูดออกมาว่าเต็มใจทำ ไม่ได้ถูกใครบังคับหรือไม่ได้ฝืนอะไรแม้แต่น้อย ไม่ได้ฝืนเลยแต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ

“วี!” พลอยหันมาเห็นผม แล้วเธอก็เรียกออกมาเสียงดัง ผมเลยต้องขยับเท้าเข้าไปหยุดอยู่ข้างๆ มาร์ค ยิ้มให้พลอยเล็กน้อยแล้วมองไปที่มาร์คที่นั่งอยู่ข้างล่าง

“คุยอะไรกันอยู่” ผมถามยิ้มๆ 

ผมกำลังทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์ตอนนี้ ผมยังตึงๆ กับมาร์คและแน่นอนว่าผมไม่ได้สนิทกับพลอยเหมือนเดิมแล้ว ผมเป็นเพื่อนแต่มันไม่ได้อยากรู้เรื่องเพื่อนอะไรขนาดนั้นหรอก

“ก็เล่าเรื่องเด็กให้มาร์คฟัง แต่พากันเสียดายที่ยังไงรู้เพศอะ” พลอยว่า

“อืม”

“ถ้ารู้เพศจะได้ตั้งชื่อ” พลอยว่าต่อ

“อ๋อ” ผมตอบรับในลำคอแล้วมองลงไปที่มาร์ค

“แล้ววีมีชื่อที่ชอบหรือยังอะ ถามมาร์คมาร์คก็บอกว่ายังไม่มี” พลอยถามผม

“วีเหรอ?...วีว่า…”

“เอาไว้รู้เพศก่อนก็ได้” มาร์คบอก

“ก็คงรู้อีกทีตอนคลอดเลย” พลอยว่าแล้วค่อยๆ นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ 

“ก็ค่อยตั้งตอนนั้น ตอนนี้ยังไม่รู้จะว่าอะไรได้ล่ะ” มาร์คบอก

“ก็ตั้งไว้สองชื่อ เอาแค่ชื่อเล่นก็พอ” ผมบอกแล้วมองหน้ามาร์คกลับ

“ผมคิดไม่ออก” มาร์คบอก

“เดี๋ยวกูค่อยๆ คิด” ผมว่าแล้วมองลงไปที่ท้องของพลอย 

ในนั้นกำลังมีสิ่งมีชีวิตที่สวยงาม มีลมหายใจเล็กๆ ที่กำลังรอวันออกมา ถ้าเป็นผู้หญิงก็ต้องสวย ถ้าเป็นผู้ชายก็ต้องหล่อ ต้องได้นิสัยใจดีมาจากแม่ของมาร์คเพราะท่านอยู่กับพลอยตลอด ต้องได้นิสัยเด็ดขาดมาจากพ่อของมาร์คเพราะท่านก็ช่วยดู ต้องเป็นคนที่น่ารักเหมือนแม่ผมเพราะท่านโทรมาเล่นด้วยตลอด แล้วก็ต้องเป็นคนโรแมนติกเหมือนพ่อผม

“ขอบคุณนะ ขอบคุณทั้งสองคนเลยที่เมตตาเด็กคนนี้ขนาดนี้” พลอยว่า สีหน้าซาบซึ้งของเธอทำให้ผมรู้ว่าเพื่อนคนนี้กำลังจะร้องไห้ออกมาอีกแล้ว

“ขอบคุณพี่พลอยเหมือนกันที่อดทนอุ้มท้องมาขนาดนี้” มาร์คว่า มือสวยของแฟนผมเลื่อนไปแตะหน้าท้องของแฟนเก่า ก่อนจะรีบดึงกลับมา

“เป็นอะไร?” ผมถาม

“ลูกดิ้น” มาร์คหันมาบอกผมด้วยท่าทางตื่นเต้น

“อ๊ะ! ดิ้นอีกแล้ว” พลอยว่า แล้วมาร์คก็รีบยื่นมือเข้าไปแตะ

“ลูกเตะผม” มาร์คหันมาบอกผมด้วยท่าทางดีใจที่มากกว่าปกติ ซึ่งผมกลับยิ้มตามมันทั้งๆ ที่เมื่อกี้ยังตึงๆ ใส่กันอยู่

“เตะอยู่ไหม?” ผมถามแล้วขยับเข้าไปหา

“เตะ อ๊ะ!” พลอยบอก 

“จริงๆ ด้วย” ผมว่าออกมาหลังจากที่วางมือลงข้างๆ มาร์ค นิ้วของเราสัมผัสกันบางส่วนและนั่นกำลังทำให้ตัวผมร้อน

นานมากแล้วที่เราไม่ได้แตะตัวกันแบบนี้ สำหรับผมมานานมาก เพราะผมมันพวกชอบจับชอบแตะมาแต่ไหนแต่ไร พอไม่เจอกันผมก็คิดถึง แล้วพอมาบังเอิญได้แตะแบบนี้มันยิ่งตื่นเต้น 

ไม่ได้ตั้งใจแต่แม่งโคตรรู้สึกดีเลย

“น่ารักจัง” พลอยว่าออกมา

“ครับ?”

“วีกับมาร์คอะ เป็นแบบนี้แล้วน่ารักมากๆ เลย” พลอยว่าแล้วสบตากับผม

เหมือนพลอยดีใจไปกับพวกเราสองคนจริงๆ ที่เป็นแบบนี้ เหมือนพลอยยินดีกับเราทั้งสองคนที่รักกันได้ดีขนาดนี้ และพลอยเองก็คงอยากให้เราสองคนรักกันแบบนี้ไปนานๆ ‘เป็นแบบนี้แล้วน่ารักมากเลย’ เหมือนกับว่า ‘อย่าเป็นแบบอื่นเลยนะ’

“เหรอ?” ผมเลิกคิ้วขึ้นถามแล้วยืดตัวขึ้น

“อื้อ พลอยคิดว่าตอนที่อยู่กับวีมันดีมากแล้ว แต่วีอยู่กับมาร์คมันดีกว่า” พลอยว่าออกมา

“...”

“อืม...”

“มาร์คอย่าคิดมากเลยนะ พี่กับวีเป็นแค่เพื่อนกันแล้วจริงๆ พี่ยอมรับว่ามันรู้สึกดีมากๆ ที่มีคนดูแลแบบนี้ แต่วีก็ดูแลพี่เพราะเด็กคนนี้เท่านั้น แล้วพี่รับรองได้เลยว่าวีไม่ได้เกินเลยอะไรกับพี่ ทั้งความรู้สึกและการกระทำ” พลอยบอกกับมาร์ค

“…ครับ” มาร์คตอบรับแล้วเงยขึ้นมามองผม

เราสบตากันอยู่สักพักท่ามกลางความเงียบตอนนี้ พลอยไม่พูดอะไรออกมาแต่เหมือนจะลุ้นว่าพวกผมจะพูดอะไรกันต่อ สายตามองมาเหมือนกับว่าพร้อมจะเดินออกจากตรงนี้ถ้าผมกับมาร์คจะอยู่กันแค่สองคน แต่คนของผมกลับยังนิ่งเฉย ไม่พอยังเดินเข้าไปหาพลอยแล้ววางมือลงที่หน้าท้องของพลอยอีก

“ดิ้นอยู่” พลอยบอก

“ปกติดิ้นบ่อยไหมครับ”

“ปกติไม่นะ วันนี้มากกว่าปกติ” พลอยบอก

“สงสัยดีใจที่มึงมา” ผมว่า ไม่ใช่เด็กนั่นหรอกที่ดีใจ ผมนี่ ผมเองแหละที่ดีใจตอนเห็นมัน

“ใช่แน่ๆ” พลอยว่าเสริมแล้วมาร์คก็มองมาที่ผม

“ผมมาหาลูกเถอะ” 

“ก็นั่นแหละ ลูกเลยดีใจไง” ผมตอบ

“แล้วพ่อมันดีใจไหมล่ะ?” พ่อของมาร์คว่าอยู่ด้านหลัง ผมเลยหันไปมองท่านเหมือนกันกับมาร์ค

“พ่อครับ…”

“จะมาบอกว่าถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว เธอก็ไปกินจะได้รีบพักผ่อน” พ่อบอก

“ค่ะคุณอา ขอบคุณที่มาบอกนะคะ”

“อืม” พลอยยิ้มให้ผมเล็กน้อยแล้วค่อยเดินออกจากวงสนทนา แต่พ่อกับเราอีกสองคนยังอยู่ตรงนี้ พ่อมองหน้าผมสลับกับมาร์ค ส่วนผมมองไปที่มาร์ค และมาร์คก็มองอะไรไม่รู้

“พ่อจะเข้าไปเลยไหมครับ ทานพร้อมกันหรือว่ายังไงครับ” ผมถาม เพราะปกติถ้ามีพลอยอยู่ด้วยท่านจะไม่ค่อยอยู่ ท่านมักจะให้คนยกขึ้นไปให้ที่ห้องทำงานหรือไม่ท่านก็ไปทำอย่างอื่นในเวลานั้น ท่านไม่ร่วมโต๊ะอาหารแต่อย่างอื่นท่านก็ดูแลเด็กในท้องของพลอยอย่างดี

“ยัง…”

“แล้วพ่อจะ…”

“ยังไม่ได้คำตอบเลยว่าพ่อมันดีใจหรือเปล่า” พ่อว่าแล้วหันมาสบตากับผม

“…” มาร์คเงียบ ส่วนผมกำลังสบตากับท่านเพื่อค้นหาความต้องการของท่านในตอนนี้ 

ผมเข้าใจการที่จะอวยลูกตัวเอง ผมรู้ว่าท่านเป็นห่วงมาร์คมากแค่ไหน ผมรู้ว่าท่านรักมาร์คมากๆ เพราะผมเองก็รักมาร์คมากเหมือนกัน แต่ท่านจะมาคิดเหมือนมาร์คไม่ได้ จะมาคิดว่าผมเกินเลยกับพลอยทั้งๆ ที่ความจริงแล้วลูกายตัวเองนั่นแหละที่อาจจะมีคนอื่น ท่านจะมาเข้าข้างลูกชายตัวเองทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ความจริงไม่ได้ป้ะวะ ท่านต้องยุติธรรมกับผมหน่อยดิ นี่ผมก็เหมือนลูกคนหนึ่งของท่านไม่ใช่เหรอ?

ลูกเขยอะ

“ว่าไงวิวิศน์” ท่านถามย้ำอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ปกตินิสัยของท่านสักนิด

“ดีใจมากครับ” ผมตอบท่าน มองสบตาท่านเล็กน้อยก่อนจะมองเลยไปที่ลูกชายของท่าน

“หึ…” เสียงหัวเราะในลำคอบ่งบอกว่าท่านพอใจกับคำตอบมากแค่ไหน

“คุณพ่อไม่ทานเหรอครับ” มาร์คถาม

“ไม่ เดี๋ยวอีกสักพักก่อน” พ่อบอก

“ครับ”

“อือ เดี๋ยวค่อยพาพี่เขาไปกินก็ได้ แม่คงคุยเรื่องผู้หญิงๆ กันอยู่” พ่อบอก แล้วมาร์คก็พยักหน้าให้ ท่านมองสบตาลูกชายของตัวเองสักพักแล้วค่อยเดินออกไป คราวนี้เดินออกไปโดยไม่มองหน้าผมเลยด้วยซ้ำ

พ่อลูกไม่ต่างกันสักนิด

“มึง…หิวยัง” แล้วมันก็เป็นผมนี่แหละที่เอ่ยปากทักเขาก่อนทั้งๆ ที่ตัวเองก็น้อยใจอยู่หน่อยๆ ค้างคาใจกับหลายๆ อย่าง และยังมีความกังวลอยู่

“ไม่เท่าไหร่” มาร์คบอก แล้วหันไปทางสวนมะเขือเทศที่เราเคยปลูกกันไว้

“เออ พลอยก็ชอบมะเขือเทศนะ เห็นแม่บอกว่ากินเยอะเลยตอนท้องใหม่ๆ อะ” ผมบอก

“อืม แม่บอกผมอยู่” มาร์คว่า ขาสวยของมันเดินไปที่สวนนั้น หยุดยืนมองต้นมะเขือเทศที่เราเคยปลูกด้วยกัน ตอนนี้มันไม่มีลูกแล้วเพราะเพิ่งเก็บไปได้ไม่นาน เหลืออยู่ไม่มากแต่ก็พอได้เห็นว่ามันเจริญเติบโตได้ดี

“มึง…”

“ต้นนี้ก็ไม่ตายนี่เนอะ” มาร์คว่าแล้วหยุดยืนอยู่ที่ต้นมะเขือเทศต้นหนึ่ง ผมมองตามมันไปแล้วยังเห็นเศษซากของสิ่งที่เราใช้ดามมันไว้อยู่เลย

“อือ ยังมีลูกเหลืออยู่เลย” ผมบอกแล้วชี้ให้มาร์ดู ขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังของคนที่ไม่ได้เจอมานานแล้วมองเลยไปที่ต้นมะเขือเทศไม่ต่างจากมาร์ค

“มันเก่งจัง” มาร์คบอก 

“มึงก็เก่ง” ผมว่าแล้ววางมือลงบนหัวไหล่ของมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ กลัวว่ามาร์คมันไม่อยากให้ผมแตะ แล้วก็กลัวว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสได้แตะมันอีก ก็บอกแล้วว่าถ้าให้เทียบกันผมมันก็มีแค่นี้ มีแค่ตัวเองกับหัวใจที่เป็นของมาร์คก็แค่นั้น ผมไม่อยากสู้กับใครทั้งสิ้นไม่ว่าจะคนเก่าของมันหรือคนใหม่ที่กำลังจะเข้ามา ผมไม่เก่งพอที่จะประคับประคองความสัมพันธ์ของเราเพียงคนเดียว ให้พูดง่ายๆ ว่าถ้ามาร์คจะไปผมก็คงไม่มีปัญญาไปห้าม

ถ้ามันไปแล้วเจอสิ่งที่ดี คนที่เคยเลวอย่างผมจะไปห้ามได้ยังไง

“พี่วี…” มาร์คเรียกผม แล้วแผ่นหลังของคนที่อายุน้อยกว่าก็แนบเข้ากับแผ่นอกผม

“ว่าไง” ผมถามกลับ

“ผมขอโทษนะ”

“มาร์ค”

“พี่เห็นโพสต์ไอ้ทิวแล้วใช่ไหม”

“อืม…”

“ผมยอมรับว่าผมเผลอ แต่ผม…”

“มึง…” ผมผละออกแล้วหมุนอีกคนให้หันมาสบตา แต่ตาคู่สวยที่ผมเคยมองมันกลับไม่มีประกายว่าจะอยากสบกับดวงตาของผม

“ผมขอโทษ แต่ผมไม่ได้ชอบมันหรอกนะ” มาร์คว่า

“มึงนี่…ไม่ได้ชอบแต่ถ่ายรูป?”

“แค่ถ่ายรูป” มาร์คบอก แล้วดวงตาที่สั่นไหวนั่นก็ช้อนขึ้นมาสบกันกับผม

“เหรอ?” ผมถามซ้ำเมื่อมันไม่ใช่อย่างที่ผมรู้สึก

“ก็…”

“กอดกันยัง?” ผมถาม

“…” แล้วความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดี

“จูบกันยัง?”

“พี่วี” ตาสวยช้อนขึ้นมองผมด้วยความไม่มั่นใจ ไม่มั่นใจว่าจะตอบออกมาอย่างไร และไม่มั่นใจว่าตอบออกมาแล้วผมจะโกรธมากแค่ไหน

“กอดแบบกูกอดอะ มันได้ทำไหม?” ผมถามต่อแล้วมาร์คก็ส่ายหน้า

“ไม่” มันว่า มือเล็กที่ยังคงเรียวสวยเสมอในสายตาผม ยื่นมาจับที่ปลายเสื้อของผมอย่างหมิ่นเหม่

“มันดีกว่ากูไหม?” ผมถาม

“ไม่…”

“แล้วตอนนี้มันเป็นยังไง” ผมถาม วางมือทับกับมือของมาร์คแล้วกุมมันไว้หลวมๆ

“ผมขอโทษ” คำตอบที่ตอบออกมามันไม่ใช่คำตอบของคำถามผมแต่ผมก็ยังคงยืนรอคำตอบที่ต้องการนั้น

“…” ผมไม่แสดงความโกรธ ผมไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บ เพราะสิ่งที่ผมรู้สึกอยู่ตอนนี้มันคือความเสียใจ 

“ผมไม่ได้ชอบทิว” มาร์คว่า

“แล้วกูล่ะ”

“…”

“กูไม่ได้สนใจว่ามึงจะชอบหรือไม่ชอบมัน ที่กูอยากรู้คือมึงยังรักกูอยู่หรือเปล่า” ผมถามแล้วบีบมือมาร์คเบาๆ

“…รัก” นานนับนาทีมาร์คถึงพูดคำนี้ออกมา

“กูเคยบอกหรือเปล่า ว่าแค่มึงรักกูกูก็ไม่สนใจอย่างอื่นอีกแล้ว” ผมว่า มองสบตากับคนที่กำลังตาแดงเพราะความรู้สึกผิด ไม่ได้บอกว่าไม่โกรธ ตาที่มองมันก็แสดงออกชัดเจนว่าเสียใจ แล้วก้อนเนื้อสามสี่ร้อยกรัมที่ไอ้หมอว่าก็บีบกันจนเจ็บ เอาไปชั่งตอนนี้จะเหลือถึงกรัมหรือเปล่าก็ไม่รู้

“พี่วี ผมขอโทษ ขอโทษนะ” มาร์คว่าออกมา

“กูไม่โกรธหรอก กูก็แค่เสียใจ” ผมว่า เสียใจจริงๆ เสียใจมากๆ ที่เป็นแบบนี้ เป็นเพราะตัวเองด้วยไหมหรือเพราะอะไรสักอย่างในความสัมพันธ์ของเรา ในช่วงจังหวะนี้ของผมกับมาร์ค แต่ตอนนี้ผมกำลังกอดมาร์คไว้ เป็นผมที่ได้สัมผัสกับก้อนเนื้อนุ่มนิ่มนี้ เป็นผมที่กำลังฟังจังหวะหัวใจของมาร์คแบบนี้ 

จังหวะที่กำลังเปลี่ยนไป

แต่ผม…จะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

 

 

 

 

 

#กลรักรุ่นพี่2 

20/11/2020 

ไม่ปล่อยให้ค้างนานค่ะ มาอัปเดทตามคำขอ แต่ตอนที่รออาจจะไม่ใช่อย่างฝัน อุแง้~ ก็ฝันว่าพี่จะไปตามน้องที่มอ หรือไม่น้องก็มาหาพี่ที่บ้าน แต่นี่มันไม่ใช่จ้าแม่ น้องมาจริงแต่ทิ้งเวลาไว้สักพักค่อยมา แล้วเวลาที่น้องทิ้งไปน้องเอาไปทำอะไรคะน้องขา แล้วคุณพี่ที่อยู่ทางนี้ก็คือสนิทกับผู้หญิงขึ้นจนน้องไม่กล้ามอง เจ็บนะ ตอนที่แล้วนี่หน่วง ตอนนี้ยอมรับเลยว่าเจ็บ แอบเจ็บแทนพี่วีอยู่อะแม่ พี่แกก็รักของแกมากอะ ให้หมดทั้งใจแล้วอะ แต่พี่แกก็มาเจอกับความหวั่นไหวของน้องแบบนี้อะ โอ๊ยยยย ร้องอะร้องเลยตอนนี้ ต้องมากุมมือพ่อวีกับพี่มาร์คช่วยกันแล้วล่ะ 

Twitter : @pflhzt 

Facebook : faddist 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว