ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ความเข้าใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 82.9k

ความคิดเห็น : 350

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2564 23:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความเข้าใจ
แบบอักษร

 

 

 

ตอนที่ 18 

ความเข้าใจ 

[Mark Masa] 

  

  

  

Ploy : วี พลอยท้อง 

Ploy : พลอยไม่รู้จะทำยังไง 

Ploy : พลอยไม่รู้จะปรึกษาใคร 

Ploy : ขอโทษที่ทักมาหาวี 

Ploy : แต่พลอยไม่มีใครแล้วจริงๆ วี 

 

ข้อความไลน์ของพี่วีที่ทำเอาทั้งผมและพี่วีต้องหันมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ไม่มีอะไรหลุดออกมาจากปากของเรา มีแค่สายตาที่ผมมองไม่ออกว่ามีกี่อารมณ์อยู่ในนั้น สับสน วุ่นวาย และเห็นใจ มันจะไม่แปลกเลยถ้าเกิดขึ้นกับคนอื่น ผมจะไม่ว่าอะไรเลยถ้ามันไม่ใช่พี่พลอย สิ่งที่คนใหม่กลัวที่สุดก็คือคนเก่าไหม ถึงจะไม่อะไรกันมาหลายปีแต่คนคนนั้นก็เคยอยู่ในใจพี่วีมาก่อนผม

ก่อนหน้านั้นก็เห็นว่ารักกันมาก

“มาร์ค…” เสียงพี่วีเหมือนจะแหบมากกว่าเดิมตอนที่เรียกผม เขาหันมาช้าๆ แล้วยื่นโทรศัพท์ให้ผม

“พี่วี พี่จะ…”

“กูจะทำยังไงดีวะ” พี่เขานั่งลงที่เก้าอี้ ข้อมือที่ผมจับบ่อยๆ ขึ้นข้อขาวเพราะเขากำลังกำมือแน่น

“ลูกของพี่พลอย…”

 

Ploy : ที่บ้านพี่ต้นไม่โอเค 

Ploy : พี่เขาอยากให้พลอยเอาออก 

Ploy : พลอยทำยังไงดีวี 

 

“แม่งเอ๊ย!” พี่วีสบถออกมาเสียงดัง ส่วนผมเองก็ได้แต่เงียบอยู่แบบนี้ สักพักเขาค่อยเงยหน้าขึ้นมามองผม มือสวยยื่นมาหาผมและผมก็เดินเข้าไปหาพี่วี ดึงเขาเข้ามาหาแล้วกอดเอาไว้หลวมๆ

“กลับห้องกัน” ผมบอกออกมาหลังจากที่กอดพี่วีเข้ามาซุกหน้าท้อง พี่เขาเงียบไปสักพักก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงเบาๆ

ปล่อยทุกอย่างให้อยู่ในความเงียบ พี่วีอยู่กับความสับสนและไม่รู้จะทำอย่างไรของตัวเอง ส่วนผมยังวนอยู่กับข้อความของพี่พลอย ผมสงสาร แน่นอนว่าถ้าได้อ่านมันก็ต้องสงสารและเห็นใจ ขนาดผมที่เป็นคนที่เคยโกรธเขา เคยไม่ชอบเขายังเห็นใจเขาขนาดนี้ แล้วพี่วีที่เคยรักกันมาก่อนจะสงสารเขาขนาดไหน 

“กูไปทำอะไรมาวะ ทำไมไม่จบไม่สิ้นสักที” พี่วีไม่ได้หมายถึงพี่พลอย พี่วีหมายถึงเรื่องราวของเขา ความรู้สึกของเขา ทำไมมันไม่ถึงจุดจบที่มีความสุขได้สักที ใช่…ผมเองก็รู้สึกแบบนั้น เราสองคนรู้สึกไม่ต่างกัน ทำไมพอเราจะมีความสุขมันก็ดันมีเรื่องของคนอื่นมาให้คิดอยู่เรื่อย เป็นคนอื่นที่เคยสำคัญและมีบทบาทในชีวิต

“เขาแค่อยากปรึกษา” ผมบอกแบบนั้นแล้วเดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่บนเตียง

“มึงคิดแบบนั้น?” พี่วีเลิกคิ้วถาม

“เขาก็บอกอยู่ ว่าเขาไม่มีใคร”

“แล้วทำไมต้องเป็นกูวะ” พี่วีว่า แล้วก้มหน้าลงมองมือตัวเอง

“ตอบหน่อยไหม?” ผมว่าแล้วยื่นโทรศัพท์คืนให้เขา แต่เขากลับเงยหน้าขึ้นมองผม

“มึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอมาร์ค” พี่วีถาม

“ผม…”

“ให้กูคุยกับเขานี่มึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ” รู้สึกสิ ทำไมผมจะไม่รู้สึก ตอนนี้ก็รู้สึก มันไม่ได้เจ็บปวด มันไม่ได้เสียใจ แต่มันเป็นความรู้สึกอะไรไม่รู้ หน่วงอยู่ในใจผมตอนนี้ เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาดึงผมลงไปข้างล่าง ทั้งๆ ที่ผมขัดขืนได้แต่ผมยังปล่อยตัวเองจมลงไปกับมือนั้น

“รู้สึกสิ ผมก็รู้สึกไม่ต่างจากพี่ ผมเลยบอกให้พี่ตอบไง” ผมว่า

“กูจะตอบอะไรได้วะ เลิกกันตั้งนานแล้ว” พี่วีบอก

 

Ploy Napas : ไม่มีใครโอเค 

Ploy Napas : วี พลอยไม่พร้อม  

Vee Vivis : แล้วพลอยจะทำยังไง 

 

พี่วีตอบกลับไป นิ้วสวยของเขาไม่ได้มั่นคงเหมือนทุกครั้งที่ผมเห็นพิมพ์ข้อความ พี่วีมองหน้าผมและผมก็เดินเข้าไปหาเขาอีกครั้ง วางมือลงบนไหล่กว้างๆ ที่ดูจะเล็กลงไปนิดหน่อย

 

Ploy Napas : พลอยจะเอาออก 

 

“พี่...”

“เวรเอ๊ย!” พี่วีสบถออกมา ในขณะที่ผมค้างไปแล้วกับคำตอบของพี่พลอย

“พี่วี...” ตอนแรกผมอยากให้ตอบ ให้กำลังใจเขา ให้เขาสู้ แต่พอเห็นคำตอบแล้ว ใจผมกลับรู้สึกแย่

“กู...กูขอโทรหาพลอย”

“อะ อื้อ” ผมตอบแล้วจับมืออีกข้างของพี่วีมากุมไว้หลวมๆ

[วะ...วี] เสียงสั่นๆ ดังออกมาเมื่อพี่วีโทรไป พี่วีกดเปิดสปีกเกอร์โฟนแล้วดึงผมเข้าไปนั่งตัก ใช้มือโอบผมแล้วถือโทรศัพท์ไว้ตรงกลาง

“ใครรู้เรื่องบ้าง พ่อแม่รู้หรือยัง”

[ยัง...พลอยไม่กล้าบอก รู้แค่บ้านพี่ต้น ที่บ้านเขาคุยกันแล้ว...ฮึก เขาไม่โอเคอะวี...]

“...”

[พี่ต้นก็ยังไม่อยากมี]

“แล้วพลอยล่ะ” พี่วีถามแล้วกระชับกอดผมให้แน่นขึ้น

[พลอย....เลี้ยงไม่ได้หรอก]

“แม่ง...” ผมหลุดสบถออกมา แล้วเสียงสะอื้นจากปลายสายก็สะดุด

[วี...อยู่กับน้องมาร์คเหรอ]

“อือ” พี่วีเป็นคนตอบ

[พลอยขอโทษที่กวนนะ พลอยแค่ ฮึก! พลอยรู้ว่าพลอยผิด พลอย...แต่พลอยไม่เหลือใครแล้ววี ไม่มีแล้ว...พลอยไม่อยากอยู่แล้ววี]

“พลอย! ตั้งสติหน่อย”

[มันเป็นบาปของพลอยใช่ไหม ใช่ไหมวี...] เสียงที่เคยใสแหบพร่า พร่ำโทษสิ่วที่ตัวเองเคยทำมาทั้งหมด

“พลอย พลอยใจเย็นๆ ก่อน” พี่วีบอกอย่างใจเย็น เขาสูดลมหายใจเข้าก่อนจะปล่อยออกมาหนักๆ 

[พลอย...พลอย ฮึก! คิดถึงวี] ใจผมกระตุกวูบ เสียงนั้น คำพูดนั้นคือเรื่องจริง สัมผัสได้จริงๆ ว่าพี่พลอยคิดถึงพี่วี สัมผัสได้ว่าพี่พลอยอ้างว้าง พี่พลอยไม่เหลือใคร

“พลอยอยู่ไหน วีจะไปหา” ผมหรุบตาต่ำอย่างเข้าใจ นี่คือสิ่งที่ผู้ชายที่ชื่อวิวิศน์จะทำ ผมเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจะทำแบบนี้ ผมไม่คัดค้าน ผมเห็นด้วยมากๆ ในสิ่งที่วีทำ แต่ว่านะ แต่ในใจลึกๆ ของผมอะ มันกำลังจะเจ็บ มันกำลังจะเจ็บมากๆ กับเรื่องนี้

ในสมองมันบอกอย่างชัดเจนว่านี่ไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเข้าไปยุ่ง ก็แค่ปล่อยพี่พลอยให้จัดการเอง อีกอย่างพี่พลอยคือแฟนเก่าพี่วี ไม่ควรยุ่ง ต้องห้าม อย่าให้พี่วีไปเจอ แต่ใจผม ความรู้สึกผม มันขัดกับสมอง

ใจผมมันเข้าใจพี่วี

ความรู้สึกผมมันก็ไม่ต่างจากพี่วี

ไม่อยากยุ่ง แต่กลับยื่นมือเข้าไปหา ไม่อยากข้องเกี่ยวแต่กลับเอาตัวเองกลับไป สงสารมากเกินกว่าจะสนใจความรู้สึกอื่น สับสนมากจนไม่ทิ้งเวลาทบทวนความคิดของตัวเอง พี่วีกำลังเป็นแบบนั้น และผมกำลังทะเลาะกับตัวเอง กำลังคิดว่าจะห้ามเขาดีไหม 

“พี่วี...”

“กูคงไปสักพัก มึงไม่ว่าอะไรใช่ไหม” ผมจะว่าอะไรได้ ก็แววตาพี่มันห่วงเขาขนาดนั้น

ปากพี่วีอาจจะบอกว่าไม่เอา การกระทำอาจจะเหมือนไม่อยากยุ่งแล้ว แต่แววตาของเขามันไม่ใช่ ถึงไม่ผมรู้ว่าห่วงแม่หรือลูก แต่มันก็ชัดเจนว่าเขาห่วง

“ไม่ไปได้ไหม” ผมว่าออกมาในที่สุด ก่อนที่พี่วีจะเปิดประตู ก่อนที่พี่วีจะก้าวออกไป

“กู...”

“งานพี่ยังไม่เสร็จเลยนะ” ผมบอก มองไปที่กองงานของเขากับของเพื่อนเขาที่ฝากไว้อีก

“กู...”

“เป็นห่วงเขาเหรอ” ผมถาม เดินเข้าไปหาคนที่เตรียมออกจากห้อง มือพี่วีค้างอยู่ที่ลูกบิดแล้ว จะเปิดอยู่แล้ว อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นพี่วีก็จะก้าวออกไป

“อือ อย่างน้อยพลอยก็เป็น....”

“คนเคยรัก” ผมว่าออกมา ก้มหน้ามองมือขาวๆ ที่วางบนลูกบิดแล้วพยักหน้าให้ตัวเอง

“มาร์คกูแค่...”

“แล้วผมล่ะพี่วี” ผมคนที่วีบอกว่ารักล่ะ

“มึงก็คือมึง คือคนที่กูรัก พลอยเทียบไม่ได้”

“แต่พี่จะไป...”

“เขาจะทำร้ายตัวเองมาร์ค เขาอาจจะฆ่าตัวตาย แล้วไม่ใช่แค่พลอย แต่เด็กนั่น กู....ปล่อยไปไม่ได้" ผมเข้าใจ นี่คือสิ่งที่ผมเข้าใจ เขากำลังเจอปัญหาหนัก เจอสิ่งที่รับไม่ได้ และต้องการที่พึ่ง แต่ทำไมที่พึ่งนั้นต้องเป็นพี่วี พอเป็นพี่วีแล้วผมจะรั้งได้ไง เรื่องเกี่ยวข้องกับชีวิตคนขนาดนี้ ผมจะเอาแค่ความรักเหรอไปห้ามเขา

“อืม...”

“ไปกับกู” พี่วีว่า มือสวยจับเข้าที่มือของผมก่อนจะดึงเบาๆ

ไกลพอสมควรกับที่ที่เราอยู่ คนละที่ คนละจังหวัดกันเลยแหละ แต่พี่วีก็ยังพยายามขับรถมาหาพี่พลอย โดยมีผมที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีอะไรในหัวของผม ไม่มีความคิดอะไรทั้งนั้น รู้แค่ว่ามันหนักหนา รู้แค่ว่าผมไม่ชอบความรู้สึกนี้ ผมหันมองพี่วีที่ตอนนี้ยังไม่คลายความกังวลสักนิด ปากสวยขบเข้าหากันบ่อยๆ จนผมเป็นห่วงริมฝีปากนุ่มๆ นั่น 

“พี่วี”

“หืม?”

“จะไปคุยอะไรกับเขา” ผมถาม 

“ไม่รู้ว่ะ แต่ว่า…เขาจะทิ้งเด็กไม่ได้ป้ะวะ” ทิ้งไม่ได้ พี่พลอยจะทำร้ายตัวเองกับลูกในท้องไม่ได้ ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ว่าถ้าไปเจอ ถ้าเจอกันมันจะเป็นยังไง 

พี่วีกับพี่พลอยเลิกกันนานมากแล้ว ผมเองก็เข้าไปมีบทบาทในชีวิตพี่วีมานานแล้ว ทิศทางความรัก เป้าหมายของการใช้ชีวิตของเราสองคนมันกำลังเป็นรูปร่าง แต่เรื่องนี้กำลังแทรกเข้ามา ผมสามารถปล่อยมันไปเลยก็ได้ แต่ผมรู้ว่าพี่วีทำไม่ได้หรอก เขายังคงคิดว่าตัวเองให้เวลากับพี่พลอยไม่พอ เหมือนกับผมที่คิดว่าตัวเองไปแย่งพี่วีมาจากพี่พลอย ถ้าจะผิดมันไม่ใช่แค่พี่พลอยผิด เราก็น่าจะมีส่วนด้วย

จะปล่อยเรื่องนี้ก็ใจก็คงจะดำเกิน

จะเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ใจก็คงจะเจ็บเกิน

“มันก็ใช่”

“มึงเข้าใจกูใช่ไหมวะ” หน้าหล่อหันมาถามผม ความกังวลฉายชัดขึ้นมาที่แววตาคู่สวยนั่น 

“อืม” ถึงผมจะรู้สึกไม่ดีสักเท่าไหร่แต่ผมก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

ผมไม่รู้ว่าพี่วีกับพี่พลอยนัดกันยังไงหรือที่ไหน แต่พี่พาผมเลี้ยวรถมาที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง พี่วีหันมามองหน้าผมตอนที่จอดรถ เหมือนขอความมั่นใจจากผม และนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ผมจะพยายามสร้างให้เขาได้ในตอนนี้

พี่วีเดินเข้าไปหาพี่พลอยที่นั่งบีบโทรศัพท์อยู่ ผมเองก็เดินตามไปอย่างเงียบๆ และทันทีที่สาวสวยนั่นมองเห็นเราสองคน ไม่สิ ทันทีที่พี่พลอยมองเห็นพี่วีเธอก็ลุกขึ้นมาหา มือน้อยนั่นดึงมือพี่วีไปยึดไว้เหมือนรอเขามานานแสนนานและเขาคือคนที่อยู่ในใจพี่พลอยตลอดเวลา มันแน่นอนอยู่แล้ว แม้จะน้อยนิดแต่ก็ต้องอยู่ในใจกันและกันตลอดเวลาอยู่แล้ว ขนาดผมยังจำแฟนเก่าของตัวเองได้ทุกคนเลย เพียงแต่ผมไม่มีทางที่จะกลับไปรักใครหรือไม่มีทางที่จะรักใครแล้ว แต่เขาสองคน…มันอาจจะเป็นไปในทางนั้นก็ได้

“วี…” เสียงหวานสั่นเครือไม่ต่างจากในโทรศัพท์เมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว แต่ครั้งนี้มันชัดเจนกว่านั้น แววตา ท่าทาง การแสดงออก มันชัดจนผมเองก็ไม่กล้าขัดอะไร

“อืม พลอยใจเย็นๆ ก่อน” พี่วีบอก มือนั่นจับมือพี่พลอยมากุมแล้วบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“พลอยไม่รู้จะทำยังไง มัน…มันคืออะไรก็ไม่รู้ พลอยไม่พร้อม” เสียงพี่พลอยอ่อนจนผมต้องมองเธออย่างเห็นใจ

“กี่เดือนแล้ว”

“สอง…” พี่พลอยว่าแล้วช้อนตามองพี่วี

“พี่ต้นอะไรนั่นอยู่ไหน” พี่วีถาม

“อยู่บ้าน วี…ถ้าพลอยเอาออก”

“พลอย! ที่พูดออกมาคิดแล้วใช่ไหม” เสียงเข้มของพี่วีถาม แสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน 

“พลอยไม่ได้อยากมี!”

“แต่นั่นลูกพลอยนะพลอย พลอยทำให้เขาเกิดนะ!” พี่วีว่ากลับ

“พลอยไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย!”

“พี่ครับ…พวกพี่ค่อยๆ คุย ค่อยๆ คิดกันดีไหม” ผมเดินเข้าไปไกลพวกเขามากขึ้น เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ กำลังเรียกสายตาคนอีกหลายคนให้มองมา

“น้องไม่ใช่พี่ น้องไม่ได้มาอยู่สถานการณ์แบบนี้น้องก็พูดได้สิ” พี่พลอยหันมาพูดกับผม สายตาที่แข็งกร้าวมองมาอย่างปิดไม่มิด มองผมเหมือนเกลียดจนผมต้องหยุดคิดก่อน

“ผมเข้าใจ…”

“เข้าใจ? ปากพูดว่าเข้าใจ แต่ที่มาก็มาซ้ำเติมไม่ใช่เหรอ?”

“พลอย!”

“มากับวี มาทำไม? มาแสดงความเป็นเจ้าของ กลัวพี่แย่งเขากลับมาเหมือนที่น้องแย่งพี่ไปเหรอ? มาซ้ำเติมพี่ที่พี่เป็นแบบนี้เหรอ? ห้ะ?” พี่พลอยเดินเข้ามาหาผมเรื่อยๆ และเป็นผมเองที่หยุดอยู่กับที่ รอให้เขาเดินเข้ามาหาพร้อมกับเสียงต่อว่าและน้ำตาที่ค่อยๆ ไหล

“พลอย พลอยหยุด!” พี่วีจับแขนพี่พลอยไว้ ดึงเขากลับไปหาแล้วตะคอกเสียงดัง พี่พลอยค่อยๆ เงียบแล้วในที่สุดคนสวยที่ตอนนี้ก็ยังสวยอยู่ก็ค่อยๆ ปล่อยเสียงร้องไห้ออกมา

“พลอยไม่ไหว ฮึก!...พลอยไม่ไหวแล้ววี ฮือ~”

“พลอย…” พี่วีดึงพี่พลอยเข้าไปกอด โอบเอาร่างบอบบางที่กำลังอ่อนแรงไว้กับอก ตาคู่สวยมองมาที่ผมอย่างอ่อนแรงไม่ต่างจากผมที่มองเขากลับไปอย่างอ่อนใจ

ผมเสยผมไปด้านหลัง ไม่ใช่ว่าไม่โมโหที่ถูกตะคอกไปแบบนั้น ผมไม่ได้มาซ้ำเติมสักนิด ผมไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของอะไรด้วย แต่ถึงผมจะมาแสดงความเป็นเจ้าของจริงๆ ผมก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ ก็พี่วีเป็นของผม คนที่พี่พลอยกอดอยู่นั่นเป็นของผม เขาไม่ใช่ของพี่พลอย ไม่ใช่มาตั้งนานแล้ว 

“ผมไปรอที่รถนะ” ผมบอก

“มาร์ค!” พี่วีเรียกผมไว้ ขายาวเหมือนจะก้าวมาหาผมแต่ก็โดนอีกคนรั้งเอาไว้ 

เพียงเพราะเขาเป็นผู้หญิง เพียงเพราะเขากำลังอ่อนแอ เออ…แค่เพราะว่าเขาท้องเหรอ? ถึงไม่สามารถสะบัดออกแล้วเดินตามผมมาได้ ผมเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ผมเข้าใจว่ามันหนักมากสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แค่นั้น ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะรับได้ แต่เอาจริงๆ นะ คนที่ทำให้เป็นแบบนี้ก็พี่พลอยกับพี่ต้นอะไรนั่นไม่ใช่หรือไง มันเกี่ยวอะไรกับพี่วี แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม นี่คือสิ่งที่อยู่ในหัวผม นี่คือสิ่งที่สมองผมกลั่นกรองและบอกให้ปากตะโกนร้องออกไป แต่คนที่อยู่ตรงนั้นคือพี่วี คนที่กำลังสบตาผมอยู่ตอนนี้คือพี่วี สายตาที่กำลังอ้อนวอนให้ผมสงสารผู้หญิงคนนี้และเห็นใจเขาที่กำลังกอดกันอยู่นั่นคือพี่วี

พี่วีที่ผมรัก

แล้วพอเป็นพี่วีสมองผมมันไม่ทำงานหรอก

หัวใจยังเต้นได้ในสภาพแบบนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว

“พี่คุยกันไปเลย เดี๋ยวผมไปรอ” ผมบอกย้ำอีกครั้ง

“อยู่กับกู…”

“ไม่…” ผมส่ายหน้า

“มาร์ค”

“วี…พลอยขอโทษนะ แต่ว่า…พลอยไม่อยากอยู่คนเดียวจริงๆ” พี่พลอยว่าออกมาตอนที่ผละจากอกพี่วี 

“พี่อยู่เป็นเพื่อนพี่พลอยก่อนก็ได้” ผมบอก

“มาร์ค…”

“ผมรอพี่ได้อยู่แล้ว”

อาจจะคิดว่าผมประชด อาจจะคิดว่าที่ทำไปเพราะโกรธ ยอมรับว่าโกรธ โมโหพี่พลอยมาก แต่ไม่ได้ประชดอะไรเลย ถ้าการที่อยู่กับผมมาสองปีมันไม่ได้ทำให้พี่วีลืมความรักที่มีต่อพี่พลอย ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร จะเป็นเพื่อนกัน จะจบกันแบบที่ยังติดต่อกันได้แบบนี้ผมก็ไม่ได้มีปัญหา ผมเข้าใจตรงนั้น ผมขอเพียงแค่ว่าให้พี่เขากลับมาหาผ และขอให้ความรู้สึกของพี่วีมันมีแต่ผมเหมือนที่เราอยู่ด้วยกันก็เท่านั้น

ถึงจะเคยรักกันมาก่อนแต่ตอนนี้พี่วีก็รักผมป้ะวะ

ผมควรจะมั่นใจในตัวเอง เอาตัวเองออกจากตรงนั้นก่อนที่จะโมโหไปมากกว่านี้ ผมคิดว่าถ้าไม่ออกมาคงโมโหจนสามารถต่อว่าพี่พลอยให้เสียๆ หายๆ ได้ ผมไม่ใช่คนใจเย็นขนาดนั้น ผมไม่ใช่คนที่จะยอมยืนเฉยๆ ให้เขาว่าผมแบบนั้นได้ แล้วอีกอย่างเขาเป็นคนทำผิด เขาคือคนทำพลาด ถึงจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่พี่พลอยก็เป็นคนทำ

แล้วจะมาว่าผมไม่เข้าใจได้ยังไง

แค่เพราะผมเป็นผู้ชาย ท้องไม่ได้ เลยไม่เข้าใจความรู้สึกพี่พลอยตอนนี้น่ะเหรอ ตลกว่ะ…แล้วพี่พลอยที่ไม่ใช่เมียพี่วีเข้าใจความรู้สึกผมตอนนี้หรือเปล่าล่ะ เข้าใจไหมว่าผมต้องพยายามแค่ไหนเพื่อให้พี่วีมาอยู่กับพี่พลอยแบบนี้ ผมต้องทำใจมากแค่ไหนกับการที่ต้องเห็นพี่วีมายุ่งเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องแบบนี้ เพียงเพราะมีลูกเหรอ? ลูกที่พี่พลอยเองยังไม่อยากได้น่ะเหรอ? แค่นั้นเหรอถึงมาว่าผมไม่เข้าใจเขา

ถ้าไม่เข้าใจจะยอมให้พี่วีกอดเขาแบบนั้นไหมวะ

แม่ง…

Rrrr~

[ยัง ยังรับโทรศัพท์ด้วยความเงียบ กลับวันไหน] คนถามคือไอ้วินด์ ส่วนคนที่โทรมาคือไอ้เจมส์

“พรุ่งนี้” ผมตอบกลับ กะจะมาแค่วันเสาร์แล้วกลับวันอาทิตย์ตอนเที่ยงเหมือนครั้งนั้น เพราะวันจันทร์ผมมีสอบย่อยพอดี

[จะได้เคลียร์คิวไปรับครับผม]

“คิวเยอะจัด” ผมว่ากลับไป

[มึงเป็นไรป้ะเนี่ย เสียงเหนื่อยๆ] เสียงไอ้เจมส์ลอดออกมา ทำให้ผมต้องหลับตาลงแล้วผ่อนลมหายใจออกมา ไอ้เจมส์ ไอ้เพื่อนเสรที่ทำตัวเหลวแหลกมาด้วยกันตั้งแต่มัธยม ไอ้เพื่อนที่ดูออกเพียงแค่ผมคุยด้วยน้ำเสียงที่ไม่เหมือนเดิม ขนาดผมยังไม่รู้เลยว่าตัวเองใช้เสียงไหนตอบมัน แต่มันกลับรู้ รู้ดีเหมือนเป็นแม่คนที่สองของผม

“เปล่า…”

[อันนี้โกหก] ไอ้วินด์สวนกลับ จนผมต้องหลับตาลง

“กูจองกลับพรุ่งนี้เที่ยง ไม่งั้นคงกลับเลย”

[ทะเลาะกัน?]

“ไม่ได้ทะเลาะ” ใช่…ไม่มีการทะเลาะกันสักนิดระหว่างเรา แต่ทำไมพี่วีเขาเป็นแบบนั้น แล้วทำไมผมเป็นแบบนี้

[มันทำเหี้ยอะไรอีก] เสียงแข็งๆ ของไอ้เจมส์ถามกลับแมบจะทันที

[พวกกูขับรถไปรับไหม]

[ขับเหี้ยอะไร ขับรถมึงอะกลับมา]

“พวกมึงใจเย็นดิ เขาไม่ได้ทำอะไร” ผมบอกกลับเมื่อพวกมันกำลังเริ่มโวยวาย

[กูควรเชื่อ?]

“เจมส์…”

[เรื่องของมึงแหละมาร์ค] มันว่าออกมาให้ผมได้น้ำตาคลอ

“กูบอกยังไม่ได้…”

[เออ อะไรที่เกี่ยวกับมันมึงก็บอกกูไม่ได้หรอก ต้องให้เป็นเรื่องใหญ่ก่อน]

[เจมส์ มึงพอเลย เอามานี่…]

“มึง ง้อมันให้กูด้วย” ผมบอกไอ้วินด์

[เออๆ มึงอะเป็นเหี้ยอะไรก็เก็บให้มิดหน่อย มึงก็รู้ว่าไอ้เจมส์ห่วงมึง] วินด์บอก

“อือ เดี๋ยวกูเล่าได้จะเล่า” ผมบอก

[เรื่องของมึงแต่เล่าให้พวกกูฟังไม่ได้เหรอวะมาร์ค] วินด์ถามกลับ ผมเลยมองออกไปนอกรถ พี่วีกำลังเดินมาทางนี้ พร้อมกับพี่พลอย

“ไม่ใช่เรื่องของกูอะดิ” ผมว่า

[อ้าว…]

“แค่นี้นะมึง พรุ่งนี้รับกูที่สนามบินด้วย”

[ครับคุณชาย]

[มันวางแล้ว?] เสียงเจมส์ลอดออกมา

[อือ กูเดาว่าผัวมา] ผมได้ยินแค่นั้นแล้วสายก็ตัดไป ผมยิ้มขำกับความเพื่อนของพวกมัน จะยังไง จะใครทำอะไร มันสองคนยังเป็นคนที่มองผมออกตลอด ยังเป็นคนที่เดาผมได้เสมอ

“มาร์คเดี๋ยว…ไปส่งพลอยก่อน” พี่วีว่าหลังจากที่เปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับ

“ที่ไหน” ผมถามกลับ

“คอนโดพลอย”

“อยู่คนเดียวได้เหรอครับ? ต้องให้พี่วีอยู่เป็นเพื่อนอีกไหม?”

“มาร์ค…” ผมถอนหายใจออกมาเมื่อเผลอประชดออกไปแบบนั้น แต่มันอดไม่ได้จริงๆ ยิ่งเห็นหน้าเหนื่อยๆ ของพี่วีกับท่าทางไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงของพี่พลอยผมยิ่งอยากตะโกนทุกประโยคในหัวผมออกไป

“ไม่เป็นไร พี่…ขอโทษนะเมื่อกี้” พี่พลอยว่า ผมมองกระจกมองหลังแล้วสบตากับเธอ เธอสำนึกผิดจริงและตาสวยนั่นบวมแดงกว่าเดิม

“ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบกลับ

เราส่งพี่พลอยที่คอนโด เธอพอจะอยู่กับตัวเองได้แล้ว เธอบอกแบบนั้นแม้ผมกับพี่วีจะไม่เชื่อก็ตาม แต่จะให้ผมปล่อยพี่วีไว้กับพี่พลอยเหรอ ไม่หรอก ผมไม่มีทางทำแบบนั้น ถ้าพี่วีเดินตามพี่พลอยเข้าไปในห้อง ผมคนนี้ก็จะเดินตามเข้าไปแม้ว่าเขาจะไม่ได้ชวนผมก็ตาม

“พลอยบอกพี่ต้นมาหาแล้ว” พี่พลอยว่า ดูเหมือนว่าเธอจะใจเย็นขึ้นมามากแล้ว ดูเหมือนว่าเธอพร้อมจะคุยและรับฟังมากขึ้นกว่าตอนเย็น

“อือ ค่อยๆ คุยกัน” พี่วีบอก

“แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมอยู่ดี” พี่พลอยว่าแล้วก้มหน้าเศร้า

“แล้วพลอยก็จะเอาออกอย่างที่เขาบอกเหรอ? วีบอกแล้วไงว่านั่นคือชีวิตเด็กคนหนึ่งนะ” พี่วีว่าอีกครั้ง

“พลอยไม่ได้อยากได้”

“อือ พี่ก็ไม่อยากได้” เสียงที่ดังอยู่หน้าห้องทำให้เราต้องหันไปมอง คนที่ผมเคยเห็นที่ร้านเหล่าครั้งนั้นยืนอยู่ตรงนั้น

“พี่ต้น…”

“ต้องพาผัวเก่ามาขนาดนี้เลยเหรอ?” พี่ต้นอะไรนั้นถามแล้วเดินเข้ามาหา

“มันไม่ใช่แบบนั้นนะพี่ต้น พลอย…” พี่พลอยลุกขึ้นช้าๆ ตาบวมแดงนั่นคลอไปด้วยน้ำตาอีกครั้ง มือน้อยนั่นสั่นเทายื่นไปเกาะแขนพี่ต้น แต่พี่ต้นกลับปัดออกแล้วหันไปหาพี่วี

“นี่ลูกกูหรือลูกมึงวะ”

ผลั่วะ!

ไม่ใช่พี่วี แต่เป็นผมที่ปล่อยหมัดเข้าไปที่หน้าหล่อๆ ของคนตัวสูงนั่น พี่มันหันกลับมามองผมด้วยความโกรธ แต่มันไม่เท่าผมแน่นอน ไม่เท่าความโกรธที่ผมมีอยู่ตอนนี้แน่ๆ มันเป็นคนทำป้ะวะไอ้เหี้ย 

“พี่ต้น!”

“พลอยหลบ” พี่วีกันพี่พลอยออก แล้วเดินเข้ามาจับแขนผมไว้ แขนที่กำลังพาตัวทั้งตัวของผมสั่น พี่วีดึงผมเข้าไปหาแล้วโอบเอวผมไว้หลวมๆ

“มึงยุ่งอะไรด้วยวะ!” พี่ต้นเดินเข้ามาผลักผม แต่ผลักไปผมก็มีพี่วีรองรับและกอดไว้อยู่ดี

“แล้วมึงพูดเหี้ยอะไรออกมา มึงพูดออกมาได้ยังไง!” ผมถามกลับ อยากเดินเข้าไปต่อยหน้ามันอีกสักครั้งแต่พี่วีก็กอดผมไว้อยู่

“กูจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ มีเรื่องปุ๊บก็เรียกผัวเก่ามาปั๊บ แล้วมันก็เสือกมา ถ้าพวกมันยังเอากันอยู่ เด็กนั่นก็ไม่ใช่ลูกกูป้ะ”

“มึงพูดเพราะไม่อยากได้เด็ก หรือมึงคิดแบบนั้นจริงๆ วะ” พี่วีว่า ผมไม่รู้ว่าพี่วีมองหน้าพี่ต้นด้วยสายตาหรือสีหน้าแบบไหน แต่ผมเห็นว่าพี่ต้นกลัว ตาคู่เล็กนั่นไม่ได้มั่นคงสักนิด มันสั่นไหว ไม่ใช่เพราะอ่อนแอแต่เพราะกลัว แต่แค่แวบเดียวมันก็กลับมาเป็นประกายชวนหาเรื่องเหมือนครั้งแรก

“หึ! ถ้าไม่จริงมึงจะรีบแจ้นมาทำไม”

“พี่ครับ นี่คนของผม ผมไม่ปล่อยให้ทำแบบนั้นหรอกครับ”

“มึงหุบปาก! มึงจะไปรู้ได้ยังไงเด็กน้อย แบบมึงอะจะไปเข้าใจคนที่เคยเอา…”

“มึงหุบปาก! หยุดพูดอะไรต่ำๆ ออกมาได้แล้วไอ้เหี้ย! มึงจะพูดอะไรก็พูดไปแต่อย่าว่าเมียกูไอ้สัส” พี่วีว่า คนตัวสูงที่อยู่ข้างหลังผมกำลังจะพุ่งเข้าไปหาไอ้พี่ต้นอะไรนั่น แต่ผมกันพี่เขาไว้ก่อน ถ้าพี่วีพุ่งไปตอนนี้ ผมมองไม่เห็นทางจะจบของเรื่องนี้เลย

“ฮึก! ฮือออ” พี่พลอยค่อยๆ สะอื้นออกมาอีกครั้ง

“เงียบพลอย!” พี่ต้นตะคอกพี่พลอย แล้วสาวสวยก็ค่อยๆ กลั้นสะอื้น กัดริมฝีปากตัวเองแล้วมองผมด้วยตาแดงๆ ของเธอ

“ไอ้เหี้ยเอ๊ย” ผมสบถำหยาบออกมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว แต่มันก็ไม่สามารถระบายความรู้สึกตอนนี้ได้จริงๆ ผมโมโห โมโหให้ทั้งคู่มากๆ จนพาลมาโมโหให้ตัวเองด้วยที่มาอยู่ตรงนี้

“ถ้ากูเหี้ย พวกมึงก็เหี้ยที่นอกใจกันมาหากู จนเป็นแบบนี้”

“แล้วไงวะ มึงจะพูดเรื่องเก่าทำไมวะ มึงต้องพูดว่าตอนนี้มึงจะทำยังไงกับเด็กในท้องพลอย!” พี่วีว่า

“กูไม่เอา! กูบอกแล้วว่ากูไม่เอา” พี่ต้นว่าออกมา

“ฮืออออ”

“ถ้าพลอยจะเอาไว้กูก็ไม่เซ็นรับรอง ใครจะทำอะไรก็ทำ” มันว่าแล้วมองไปที่พี่พลอย

“มึงโคตรไร้ความรับผิดชอบเลยรู้ป้ะ แม่ง…โคตรหน้าตัวเมีย” พี่วีว่า

“แล้วไงวะ กูไม่อยากได้ พลอยก็ไม่อยากได้ ก็แค่ไปเอาออกไงวะ พวกมึงจะมายุ่งทำไมวะ!”

“กูเอาเอง ไอ้เหี้ย!”

 

 

 

 

#กลรักรุ่นพี่2 

12/11/2020 

เซฟใครก่อนดี พลอย พี่วี น้องมาร์ค หรือคนอ่านที่รักของแป้ง ฮือออ น้องไม่เจ็บนะทุกคน น้องไม่เสียใจด้วย แต่มันโคตรหน่วงเลย ความรู้สึกแรกที่ใจมาดี มาตอนที่พี่อยู่กับพลอยก็หน่วงไปอีก พอมาเจอไอ้พี่ต้นนี่ก็โมโห ไม่รู้จะเอาอารมณ์ไหนมาใช้ดี พี่วีก็เก่งมากนะที่ยังคงสถานการณ์ไว้ได้ รู้แหละว่าพี่รู้ว่ามาร์คเข้าใจ แต่ว่าเข้าใจก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้สึกอะไรป้ะ แต่ถ้าแป้งเป็นพี่วีแป้งก็คงไม่รู้จะทำยังไงดีเหมือนกัน ปล่อยไปก็ไม่ได้ จะเข้าไปยุ่งจริงๆ จังๆ ก็ไม่ได้ โชคดีมากๆ เลยนะที่พี่วีมีน้องอยู่ด้วยทุกเหตุการณ์ แม้ว่าแต่ละเหตุการณ์มันจะไม่แฮปปี้ทั้งหมดก็เถอะ 

Twitter : @pflhzt 

Face book : faddist 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว