เจ้าหญิงดอกไม้ - บุษบากร
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 25 100% So f*cking hurt

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2563 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 25 100% So f*cking hurt
แบบอักษร

 

PRAEWA PART :

"เดี๋ยวพรุ่งนี้แพรก็กลับแล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงสักนิด แพรสบายดี อิอิ"

[น้ำเสียงสดใสสดชื่นแบบนี้คืนดีกับคุณหมอแล้วล่ะสิท่า]

"ก็....."

[ดูทำเสียงเข้า เอาเถอะ จะคืนดีกันแล้วกลับไทยก็ต้องมาเคลียร์กับคุณธีร์ก่อนเข้าใจมั้ยแพร เตรียมคำขอโทษเพราะ ๆ มาด้วย]

"ฮืออ พี่พราวคิดว่าพี่ธีร์จะโกรธแพรมั้ยอะ"

[ถ้าพี่เป็นคุณธีร์พี่ก็โกรธ! เล่นหายไปเป็นอาทิตย์ โทรไปไม่รับ ส่งมาแต่ข้อความ แถมยังมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับเจ้าของโรงพยาบาลหลุดมาถึงตัวจะอยู่ต่างประเทศ แพรนะแพรทำไมถึงขยันทำให้คนเขาเป็นห่วงจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน นี่รู้ไหมถ้าอาทิตย์นี้คุณธีร์เขาไม่ติดงานสำคัญ เขาคงบินไปตามเรากลับบ้านถึงอังกฤษแน่ ๆ]

"ฮือออ แพรขอโทษ..."

[เอาเถอะ ๆ ไว้คุยกันตอนเรากลับมาแล้วละกัน พี่มีนัดกับนักข่าวต่อ อยู่นู้นได้ตามข่าวตัวเองบ้างไหมเนี่ยฮึ]

"เอ๋ ลงข่าวด้วยเหรอคะ"

[ล้อพี่เล่นใช่ไหม ลืมไปแล้วหรือไงว่าตัวเองเป็นใคร ทั้งแคปชั่น ทั้งรูปผู้หญิงในไอจีของคุณหมอ นักข่าวเขาเอามาปะติดปะต่อเป็นเรื่องเป็นราว แถมยังขุดเรื่องสามเดือนก่อนตอนเราประสบอุบัติเหตุแล้วโยงกับข่าวของต่างประเทศที่คุณหมอเป็นคนไปช่วยมาด้วย ทั้งนักข่าวทั้งผู้ใหญ่โทรมาหาพี่จนสายแทบไหม้]

"อ้อ..."

นั่นสิน่ะ ฉันลืมไปว่าตัวเองเป็นนักแสดง ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึง ไม่มีใครรู้จัก ไม่จำเป็นต้องปลอมตัวเวลาออกไปข้างนอก ไม่ต้องกลัวว่าจะมีปาปารัซซี่มาแอบถ่าย ไม่ต้องกลัวว่าจะทำอะไรที่ทำให้ตัวเองต้องเป็นข่าว

อยู่ที่นี่... ฉันได้กลับมาใช้ชีวิตธรรมดาอีกครั้ง

แต่ไม่ใช่ว่าฉันไม่รักการเป็นนักแสดงหรอกนะ ฉันประสบความสำเร็จในชีวิตได้เพราะอาชีพนักแสดง ฉันมีวันนี้ได้เพราะมีคนที่รัก มีแฟนคลับคอยสนับสนุน

ที่สำคัญ... วงการนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีตัวตนอยู่บนโลก ไม่มีใครลืมและทอดทิ้งฉันอีกเหมือนตอนที่ยังเป็นเด็ก

ฉันยังอยากเป็นนักแสดง ยังอยากทำอาชีพที่ตัวเองรัก แต่ฉัน... ก็ยังอยากมีเขาอยู่ในชีวิต

คนเรามีความต้องการหลายอย่างได้ใช่มั้ย มันไม่ผิดใช่มั้ย...

"แพรขอโทษนะพี่พราว แพรขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้ทุกคนต้องลำบากไปด้วย... แต่..."

[...]

"แต่แพรรักคุณหมอ แพรรักผู้ชายคนนี้" ฉันปล่อยเขาไปไม่ได้อีกแล้ว

[พี่รู้ว่าเรารักเขา แต่... อย่าลืมสิ อย่าลืมว่าเราคือแพรวา]

"พี่พราว... จะให้แพรเลิกกับคุณหมอเหรอคะ" เป็นคำถามที่ฉันเองก็เตรียมคำตอบไว้แล้วเช่นกัน

'ไม่เลิก'

ฮือออ กว่าเราสองคนจะได้เป็นแฟนกัน กว่าเราสองคนจะได้รักกันมากยากมากเลยนะ จะให้ฉันเลิกกับเขาได้ยังไง คุณหมอคือผู้ชายที่ยึดครองพื้นที่ในหัวใจฉันไปตั้งวินาทีแรกที่สบตากัน เป็นผู้ชายที่ฉันอยากจะฝากชีวิตที่เหลืออยู่ไว้กับเขา ฉันเลิกกับเขาไม่ได้ อย่าส่งเรื่องมาทำร้ายหัวใจฉันไปมากกว่านี้เลย พลีสสส

[ถึงจะมีผู้ใหญ่บางส่วนไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่กับเรื่องนี้ แต่พี่ก็คงไม่ใจร้ายถึงขนาดที่บังคับให้แพรเลิกกับผู้ชายที่ลงทุนจีบตั้งแต่วันแรกหรอก ผู้ใหญ่เขาไม่พอใจก็เรื่องของเขา เดี๋ยวก็คงลืมกันไปเอง ยังมีนักแสดงคนอื่นให้ปวดหัวอีกเยอะ อีกอย่าง... มีผู้ใหญ่หลายท่านเขาชอบคุณหมออยู่นะ]

"ชอบเพราะเขาจะได้ทำให้เรื่องที่แพรคบกับคุณหมอกลายเป็นเรื่องของการตลาดใช่ไหมคะ" ในวงการมายา จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเบื้องหลังเป็นยังไง พวกคนใหญ่คนโตที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเขาเห็นพวกเราเป็นคนทำเงินก็เท่านั้น

[ก็นั่นแหละ มันก็มีบ้าง]

"....." หึ โลกจริง ๆ มันก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ช่างมันเถอะ ยังไงบริษัทที่ฉันสังกัดอยู่ก็เป็นของตระกูลพี่ธีร์

[แพรยังอยู่ในสายรึเปล่า]

"อยู่ค่ะ"

[พี่มีอีกเรื่องจะพูดกับเรา] พี่พราวเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงแบบนี้คงจะเป็นเรื่องจริงจัง

"แพรฟังอยู่"

[เราน่ะ จะทำอะไรต้องคิดก่อนทำเข้าใจไหม อย่าลืมว่าเราเป็นคนเลือกเดินทางนี้ อย่าลืมว่าทุกก้าวที่เราเดินมีกล้องจับอยู่ตลอดเวลา พี่ไม่ได้ให้เราเลิกกับคุณหมอ แต่พี่อยากให้เราวางตัวดี ๆ ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ภาพลักษณ์ของเราจะได้ไม่ออกมาเสียหาย ส่วนกระแสจะออกมาดีหรือไม่ดีก็ต้องรอลุ้นที่แฟนคลับอีกที คนที่ไม่ได้ชอบเราและรอโจมตีก็มีมันเป็นเรื่องปรกติ แต่ก็ปล่อยเขาไปไม่ต้องสนใจ เพราะยังมีคนที่ชอบเรารักเราอีกเยอะ คนที่พร้อมจะอยู่ข้าง ๆ เราในทุกการตัดสินใจ ไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ไม่ทิ้งไปไหน]

ฉันตั้งฟังที่พี่พราวพูดและคิดตามไปด้วย แต่ประโยคสุดท้ายมันทัชหัวใจที่สุดเลยล่ะ

"คน ๆ นั้นคือพี่พราวด้วยใช่ไหมคะ" นอกจากแฟนคลับที่รักฉัน ก็ยังมีพี่พราวคนนี้นี่ล่ะ ที่ไม่เคยทิ้งฉันไปไหน

[รู้แล้วยังจะถามอีก น่าตีจริง ๆ] ฟังจากน้ำเสียงดูก็รู้ว่าพี่พราวเขินนน

"แพรรักพี่พราวนะ ขอบคุณที่ดูแลแพรตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้"

[อือออ รู้แล้วว่ารัก เอาเป็นว่าหลังจากนี้ถ้าจะทำอะไรมาปรึกษาพี่ที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวเราก่อนจะขอบคุณมากกกกกกกกกกกก ไหว้ย่อ]

"แพรรับทราบค่ะคุณแม่ รักนะจุ๊บ ๆ" ฉันพูดน้ำเสียงสดใส แกล้งพี่พราวด้วยการส่งจุ๊บน่ารัก ๆ ข้ามจากอังกฤษไปไทย ก่อนที่จะวางสายเพราะพี่พราวต้องไปทำธุระต่อ

ส่วนฉัน... ก็จมอยู่กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง

ทุกคนที่ฉันรัก แต่ฉันกลับทำให้พวกเขาต้องเป็นห่วงมาโดยตลอดโดยเฉพาะพี่พราว แถมยังสร้างเรื่องปวดหัว สร้างเรื่องให้พี่เขาคอยแก้ปัญหาให้ไม่เว้นวันตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

เฮ้ออออ

เป็นแพรวานี่เหนื่อยจังเลยแฮะ ขอลาออกจากการเป็นแพรวาได้ไหมนะ

อ๊ะ ไม่สิ ถ้าลาออกแล้วใครจะดูแลคุณหมอของฉันกันล่ะ ถ้าลาออกแล้วใครจะเป็นรอยยิ้มให้เขา ใครจะคอยให้กำลังใจเขา ใครจะอยู่ข้าง ๆ เขา และที่สำคัญ ฉันจะผิดสัญญาที่ให้พี่อลันไม่ได้ ฉันสัญญากับเขาไว้แล้ว...

 

'พี่อลันเป็นว่าที่สามีของแพรแล้วนะ'

'ผมไม่ได้เป็นว่าที่สามีของคุณตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันเหรอ'

'เอ๋.... ฮะ! พี่อลันนน นี่แซวแพรเหรอ!'

'ฮะฮ่า ๆ ไม่ให้ผมแซวคุณแล้วจะให้ผมแซวใครล่ะหืม'

'ไม่รู้ล่ะ ถ้าแซวอีก แพรจะไม่ให้เป็นว่าที่สามีแล้ว'

'ไม่ได้นะ คุณขอผมแต่งงานแล้วห้ามเปลี่ยนคำพูดสิแพรวา'

'ยังพูดไม่จบสักหน่อย แพรจะไม่ให้เป็นว่าที่สามีแต่จะพาไปจดทะเบียนแล้วให้เป็นสามีจริง ๆ เลยต่างหาก แพรไม่ยกพี่อลันให้คนอื่นหรอก'

'สัญญานะ'

'หืม'

'สัญญาว่าจะไม่ยกผมให้ใคร'

'.....'

'สัญญาว่าจะไม่ปล่อยผมไป'

'.....'

"สัญญาว่าจะไม่ทิ้งผม... สัญญาว่าเราสองคนจะ-'

'สัญญาค่ะ แพรรู้ว่าพี่จะพูดอะไร แต่คำตอบของแพรคือสัญญา แต่พี่อลันก็ห้ามปล่อยแพรไปเหมือนกันนะ ถ้าปล่อยล่ะน่าดู จะทุบให้ตายเลย!'

'ทุบให้ตายเลยเหรอ เมียใครทำไมโหดจัง'

'พี่อลัน!!'

'โอ๋ ๆ หยอกเล่นครับที่รัก ดีกันนะ กอด ๆ'

 

บทสนทนาเมื่อวันก่อนที่ห้องทำงานของเขา หลังจากที่ฉันเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแต่งงานพี่อลันไป เขาขอกลับ และฉันก็ตกลงอย่างไม่ลังเล ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เพราะฉันซ้อมตอบว่า 'แต่งค่ะ' มาตั้งนานแล้ว คิคิ

เอาล่ะ ตอนนี้อารมณ์ดีขึ้นแล้ว ความเครียดก็ลดลง ความกังวลก็หายไป แต่ปัญหายังไม่หมด ยังไม่เริ่มแก้ เดี๋ยวค่อย ๆ แก้ไปทีละอย่างจนทุกอย่างราบรื่น จนฉันสามารถรักกับเขาได้อย่างเปิดเผย จนเราสองคนสามารถรักกันโดยที่ไม่มีปัญหาอะไรตามมา

"ได้แล้วจ้ะหนู"

"ขอบคุณค่ะ" ฉันรับไอศกรีมใส่กรวยจากแม่ค้าที่ขายอยู่บนรถมาหนึ่งชิ้นพร้อมกับยื่นเงินให้แบบไม่ต้องทอน ตอนนี้ฉันแวะอยู่ที่ริมฟุตพาทริมแม่น้ำเทมส์เพื่อซื้อไอศกรีมต่างประเทศมาลองทานเล่น ระหว่างทางไปชิงช้าสวรรค์หรือมินเลเนี่ยมวีล เพราะวันนี้ฉันกับว่าที่สามีมาเดทกันท่ามกลางหิมะ เย่!

แล้วว่าที่สามีหายไปไหนล่ะเนี่ย ฉันหันซ้ายหันขวาเพื่อหาพี่อลัน จนกระทั่งสายตามาหยุดอยู่ร่างสูงที่แสนคุ้นเคยกำลังยืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งฝั่งตรงข้ามถนนหน้าร้านขายของ

เจอคนรู้จักเหรอ...

คงเป็นคนรู้จัก หรือไม่ก็คนแปลกหน้าที่บังเอิญเจอกัน หรือบังเอิญมีเรื่องให้คุย(?)

แต่คงไม่ใช่กิ๊ก เพราะมั่นใจและเชื่อใจพี่อลันที่สุดดดดดด มั่นใจมากด้วยว่าตอนนี้พื้นที่ในหัวใจของเขาทั้งสี่ห้องโดนฉันยึดหมดแล้ว อิอิ

ว่าแล้วก็เดินกินไอศกรีมสบายใจแล้วข้ามถนนไปอีกฝั่งด้วยความอารมณ์ดี ลืมเรื่องเครียดที่คุยกับพี่พราวเป็นปลิดทิ้ง เอาไว้ค่อยเครียดตอนอยู่ไทย

"พี่อลัน คุยกับใครอยู่เหรอคะ" ฉันเดินเข้าไปทักว่าที่สามีน้ำเสียงสดใส ก่อนจะยิ้มให้ผู้หญิงตรงหน้าด้วยความเป็นมิตร โอ๊ะ ข้าง ๆ เธอมีเด็กผู้ชายยืนอยู่ด้วย เมื่อตะกี้ไม่ทันสังเกตุเห็นเพราะน้องยืนอยู่ฝั่งด้านใน

"อ๊ะ น้องน่ารักจังเลยค่ะ ชื่ออะไรเหรอคะ" ฉันย่อตัวลงทักทายน้อง แล้วถามผู้หญิงที่คิดว่าน่าจะแม่ ทว่าตอนที่ฉันได้เห็นหน้าน้องเต็ม ๆ หัวใจของฉันก็เต้นเร็วขึ้นมาอย่างฉับพลัน รอยยิ้มของฉันก็พลอยชะงักไปด้วย

เด็กคนนี้ทำไม...

ไม่หรอกแพรวา อย่าเพิ่งคิดมาก

จากที่ยิ้มด้วยความอารมณ์ดี ยิ้มด้วยความสดใส ก็ต้องเปลี่ยนเป็นฝืนยิ้มต่อให้จบ ถึงในหัวจะมีแต่คำถามก็ตาม

"ชื่อดีแลนค่ะ"

"ชื่อน่ารักจังเลยค่ะ หน้าตาก็หล่อตั้งแต่เด็กเนี่ยเรา" ฉันย่อตัวลงให้อยู่ในระดับเดียวกับน้องดีแลน ทำให้มีโอกาสได้สังเกตหน้าน้องชัด ๆ อีกครั้ง

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

หัวใจของฉันเต้นเร็วขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เพียงแค่ได้รู้จักกับเด็กผู้ชายคนนี้ เด็กผู้ชายที่หน้าตาละม้ายคล้ายว่าที่สามีของฉันราวกับถอดแบบกันมา

ถ้าไม่ใช่พี่น้องกัน ก็คิดว่าเป็นลูก...

ไม่หรอก

ไม่จริง

อย่างแรกเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดเพราะพี่อลันกับอบิเกลมีกันสองคนพี่น้อง และอย่างหลังก็เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด คุณหมอคงไม่ไปทำใครท้องหรอกแพรวา อาจจะแค่บังเอิญหน้าคล้ายกันก็เท่านั้น

ใช่แน่ ๆ ต้องเป็นแบบนั้น

อย่าเพิ่งคิด อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ไม่มีอะไรต้องคิดมาก

"ขอบคุงฮะพี่สาว พี่สาวเป็นแฟนกับแดะดี้ป๋มเหรอฮะ"

"ดีแลน!"

"....."

 

อะ... อะไรนะ แด๊ดดี้เหรอ

 

"ต้องขอโทษแทนดีแลนด้วยนะคะที่เสียมารยาท ฉันกับลูกต้องไปทำธุระต่อ ขอตัวก่อนนะอลัน ขอตัวก่อนนะคะ"

"... ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันขยับริมฝีปากเพื่อตอบออกไป แต่น้ำเสียงก็แผ่วเบาเกินกว่าจะได้ยิน

ลำคอของฉันแห้งผาก แค่เปล่งเสียงจะพูดออกมาสักคำยังรู้สึกส่าลำบากเกินไป อีกทั้งสมองยังสับสนมึนงงกับสถานการณ์ตอนนี้

ก้มมองดูไอศกรีมในมือที่ซื้อมาเพื่อดับความเครียด มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริง ๆ เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกได้ว่า ความสุขของตัวเองกำลังจะหายไป ไม่สิ มันหายไปแล้วต่างหาก หายวับไปกับตาพร้อมกับทสนทนาของทั้งสองคนที่กำลังยืนเถียงกันอยู่ เพราะพี่อลันไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนั้นไป

ฉันมองไอศกรีมในมือสลับกับภาพตรงหน้า สุดท้ายก็ตัดสินใจทิ้งไอศกรีมที่เพิ่งจะกินไปได้สามคำทิ้งลงถังขยะข้าง ๆ ตัว

"เดี๋ยว"

"เราสองคนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแล้วนะ ลืมไปแล้วเหรออลัน"

"ผมไม่ได้ลืม แต่/ขอตัวก่อนนะ"

ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว แสดงว่าทั้งสองคนเคยเกี่ยวข้องกันมาก่อนสินะ

งั้นเด็กผู้ชายคนนั้นล่ะ เกี่ยวข้องกับ... ว่าที่สามีของฉันด้วยหรือเปล่า

"แคลร์เดี๋ยวสิแคลร์!!" ร่างสูงกำลังวิ่งจะตามผู้หญิงคนนั้นไป แต่เขาคงนึกขึ้นมาได้ว่า ฉันยังยืนเป็นคนโง่อยู่ด้านหลัง...

คนโง่ที่รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นส่วนเกินระหว่างพวกเขา ตอนนี้ฉันรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ

ไม่รู้ว่าตัวเองมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้

"Damn it!!!!"

เขาสบถเพราะอะไร เพราะตามผู้หญิงคนนั้นไปไม่ได้ หรือเพราะฉันที่ยังยืนอยู่ตรงนี้

เจ็บจังแฮะ ฮ่า ๆๆ อยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ ให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง

เธอคิดว่าตัวเองจะได้มีความสุขเหมือนคนอื่นเขางั้นเหรอแพรวา เหอะ ตลกสิ้นดี

 

ALAN PART :

ไม่เคยคิดว่าหนึ่ง อดีตจะตามมาทำร้ายผมถึงปัจจุบัน เป็นอดีตที่ผมต้องยอมรับ เป็นอดีตที่ผมปฏิเสธไม่ได้ และเป็นอดีตที่ผมต้องเผชิญ...

แต่ทำไม...

ทำไมอดีตถึงย้อนกลับมาทำร้ายผมตอนนี้ ตอนที่ผมกำลังมีความสุขกับผู้หญิงที่ผมรัก

"เด็กคนนี้..." ผมรวบรวมสติ พยายามบังคับน้ำเสียงตัวเองไม่ให้สั่นและเอ่ยปากถามผู้หญิงตรงหน้าที่ผมบังเอิญเจอ ผู้หญิงที่ผมเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยเมื่อตอนที่ผมยังเป็นผู้ชายที่ต้องการจะแก้แค้นพ่อตัวเองเท่านั้น

และตอนนี้ผมได้เจอเธออีกครั้ง เธอคือผู้หญิงที่พ่อของผมชอบมากเป็นพิเศษ ชอบจนถึงขั้นเกือบจะทิ้งแม่ ทิ้งผมและอบิเกลไปหาเธอ ชอบผู้หญิงที่อายุมากกว่าลูกตัวเองไม่กี่ปี น่าสมเพชฉิบหาย

 

จำประโยคที่ผมเคยพูดไว้ได้ไหมครับ

 

'พ่อกับลูกใช้ผู้หญิงคนเดียวกันจะเป็นไรไป'

 

และเธอก็คือผู้หญิงคนนั้นที่ผมใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเอาคืนพ่อตัวเอง แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งเราสองคนจะได้กลับมาเจอกันอีกหลังจากผ่านมาหลายปี เพราะเราสองคนแยกจากกันด้วยดีตามข้อตกลงที่เคยตกลงกันเอาไว้ตั้งแต่แรก

"เป็นลูกของใคร" ผมถาม 'แคลร์' ถึงเด็กผูู้ชายวัยประมาณห้าขวบที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มารดาของตัวเอง เด็กผู้ชายที่หน้าตาคล้ายกับผมราวกับถอดแบบออกเป็นพิมพ์เดียวกัน แต่นังมีบางส่วนที่คล้ายแคลร์อยู่บ้าง หัวใจของผมเต้นแรงอัตโนมัติตั้งแต่ที่ได้สบตากับดวงตากลมโตสดใสคู่นั้นที่มองมายังด้วยแววตาสงสัยใคร่รู้ว่าผมเป็นใคร

"ทำไมถามแบบนั้นล่ะ ไม่ใช่ลูกคุณหรอกอลัน ไม่ต้องกังวล แคลร์ไม่ทำให้คุณเดือดร้อนหรอก"

"แคลร์"

"มามี๊ พี่คนนี้ใครฮะ แดะดี้เป่าา"

"หืม ไม่พูดแบบนั้นนะคะดีแลน"

คำว่าแด๊ดดี้ที่เด็กผู้ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น ทำให้ผมต้องกลืนก้อนเหนียว ๆ ลงคออย่างยากลำบาก ต่อให้เธอปฏิเสธว่าผมไม่ใช่พ่อของเด็ก แต่เธอจะปฏิเสธ DNA ที่ปรากฎอยู่บนหน้าลูกได้อย่างไร เหมือนจนผมคิดว่าเห็นตัวเองตอนเด็กด้วยซ้ำ ทว่าระหว่างที่ผมกำลังยืนคุยกับแคลร์อยู่นั้น

"พี่อลัน คุยกับใครอยู่เหรอคะ" เสียงของแพรวาก็ดังขึ้น พร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินมายืนข้างผม วันนี้ผมตั้งใจจะพาเธอมาเดตแบบคู่รัก และพามาเที่ยวที่มิลเลนี่ยมวีล เดินเล่มริมแม่น้ำเทมส์ แต่เมื่อครู่แพรวาหยุดคุยโทรศัพท์กับผู้จัดการส่วนตัว จนสายตาของผมบังเอิญเจอกับแคลร์ที่เดินจูงมือมากับเด็กผู้ชาย คราแรกผมก็ไม่ได้คิดจะทักทายอะไร แต่เพราะหน้าตาของเด็กคนนั้นที่ดึงดูดผมไว้ ทำให้ผมต้องเข้าไปทัก

"อ๊ะ น้องน่ารักจังเลยค่ะ ชื่ออะไรเหรอคะ" เป็นอย่างที่ผมคาด เพราะแพรวาเอ่ยทักเด็กคนนั้นทันที ก่อนจะเงยหน้าถามผมและแคลร์น้ำเสียงสดใส

ทำไมผมถึงคิดว่าเธอกำลังฝืนยิ้ม...

"ชื่อดีแลนค่ะ" แคลร์ตอบแพรวา

"ชื่อน่ารักจัง หน้าตาก็หล่อตั้งแต่เด็กเนี่ยเรา"

"ขอบคุงฮะพี่สาว พี่สาวเป็นแฟนกับแดะดี้ป๋มเหรอฮะ"

"ดีแลน!"

ทั้งผม แคลร์ และแพรวาต่างตกใจกับประโยคเมื่อครู่ ก่อนที่แคลร์จะรีบขอโทษเราสองคน "ต้องขอโทษแทนดีแลนด้วยนะคะที่เสียมารยาท ฉันกับลูกต้องไปทำธุระต่อ ขอตัวก่อนนะอลัน ขอตัวก่อนนะคะ"

หมับ!

"เดี๋ยว" ผมจับแขนของเธอเอาไว้ มีความเป็นไปได้สูงที่ดีแลนอาจจะเป็นลูกของผมก็ได้ จะให้ผมปล่อยพวกเขาที่อาจจะเป็นครอบครัวผมไปง่าย ๆ ได้ยังไงกัน

"เราสองคนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแล้วนะ ลืมไปแล้วเหรออลัน"

"ผมไม่ได้ลืม แต่/ขอตัวก่อนนะ" ยังไม่ทันที่ผมจะพูดได้จบประโยค แคลร์ก็ใช้จังหวะนั้นแกะมือผมออก ก่อนจะรีบจูงมือดีแลนวิ่งออกไปทันที

"แคลร์เดี๋ยวสิแคลร์!!" ผมตะโกนไล่หลัง ทำท่าจะวิ่งตามเธอกับลูกไปแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ผมไม่ได้อยู่คนเดียว แพรวาก็ยังอยู่กับผม

"Damn it!!!!" ผมสบถออกมาด้วยความหัวเสีย ใช้มือเสยผมตัวเองลวก ๆ พ่นลมหายใจทิ้งออกมาหนัก ๆ มันเรื่องเ-ยอะไรวะเนี่ย!!

ตอนนั้นเองที่ชายเสื้อเชิ้ตของผมถูกกระตุกโดยมือของแพรวา เธอสบตากับผม แววตาคู่นั้นกำลังมองมาที่ผมเพื่อหาคำตอบของเรื่องทั้งหมดว่าทำไมผมจึงกลายเป็นคนที่ทำร้ายเธออีกแล้ว

"พี่อลัน..."

"..."

"มีอะไรจะพูดกับแพรไหมคะ"

"ผม... ขอโทษ" ขนาดคำขอโทษผมยังรู้สึกว่ามันน้อยเกินไปสำหรับความเจ็บปวดที่เธอได้รับ ทำไมนะ ทำไมเธอต้องมาหลงรักผู้ชายเลว ๆ แบบผม

"ทำไม ฮึก.. ทำไมถึงทำ... กับแพร แบบนี้..."

"ผมขอโทษ"

"หึ ขอโทษอีกแล้วสินะคะ"

"ผมอยากอธิบายให้คุณฟัง" แต่ผมไม่รู้ว่าคุณจะเข้าใจผมหรือเปล่า...

"ตอนนี้... แพร... ไม่... แพรไม่..." คนตัวเล็กเอ่ยน้ำเสียงอึกอัก มองหน้าผมกับริมฟุตพาทด้านหลังที่แคลร์กับดีแลนเพิ่งจะเดินไป

"แพรวาครับ" ผมเรียกชื่อเธอ มองด้วยสายตาเว้าวอน และขอร้องให้เธออยู่กับผม

"แพรขอตัวก่อนนะคะ แพรอยากอยู่คนเดียว" แพรวาบอกผมทั้งน้ำตาพร้อมกับดึงมือผมออก ก่อนที่ร่างบางจะหันหลังให้ผมแล้วเดินออกไป

ฝ่ามือของผมสั่นเทา เป็นข้างที่ผมจับมือเธอเอาไว้เมื่อครู่ แต่สุดท้ายมือของเราสองคนก็หลุดออกจากกัน

ผมอยากเดินตามเธอไป อยากคว้าเธอมากอด อยากดึงเธอมาจูบ อยากซับน้ำตาให้ และอยากทำให้เธอมีรอยยิ้ม

แต่ขาของผมกลับก้าวไม่ออก ถูกตรึงอยู่กับที่ ยืนมองร่างบางเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ

"คุณหนูครับ" ลูกน้องสองคนวิ่งมาหาผมจากอีกฝากของถนน "ให้พวกผมตามไปไหมครับ"

"อืม" ผมขานรับก้มมองมือที่สั่นเทาของตัวเอง พยายามไม่ให้มันสั่นไปมากกว่านี้ รวมถึงพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าลูกน้อง

"แล้วผู้หญิงกับเด็กผู้ชายที่คุณหนูยืนคุย..." ประโยคนี้ทำให้ผมต้องตวัดสายตามาหาทั้งสองคน

"จะให้พวกผมตามไปไหมครับ"

นั่นสิ ผมลืมไป ว่านอกจากผมและแพรวา ยังมีลูกน้องอีกสองคนที่อยู่ในเหตุการณ์

"พวกมึงเห็นหน้าเด็กผู้ชายคนนั้นรึเปล่า ตอบความจริง"

"เห็นครับ"

"ตอนเห็นพวกมึงคิดอะไรอยู่"

"....."

"กูถามต้องตอบ!!" ผมตวาดเพราะไอสองตัวที่ถามดันยืมก้มหน้าแล้วเงียบใส่

"ผ ผมคิดว่าเด็กคนนั้นหน้าเหมือนคุณหนูครับ"

"แล้ว?"

"อะ... เอ่อ"

"พูดออกมา"

"คะ คือ..." สุดท้ายไอ้สองตัวนี้ก็อ้ำอึ้งเอาแต่มองหน้ากันไม่ยอมพูด จนผมต้องเป่าลมออกจากปากเพื่อสงบสติอารมณ์

"รู้ใช่มั้ยว่าถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปจะเป็นยังไง"

"ครับ"

"ดี มึงตามไปดูแลแพรวาห่าง ๆ จนกว่าเธอจะถึงบ้านปลอดภัย ส่วนมึงตามแคลร์กับลูกไปแล้วกลับมารายงานกู"

"รับทราบครับ"

ผมอดทนจนกว่าลูกน้องจะแยกตัวออกไปแล้วค่อยปล่อยให้หยดน้ำสีใสที่พยายามกลั้นเอาไหวไหลออกมาตามที่มันต้องการ

So f*cking tried and so f*ucking hurt!!!

ผมเหนื่อย

เหนื่อยกับปัญหาที่ต้นเหตุมาจากครอบครัวแล้วตามมาหลอกหลอนผมไม่จบไม่สิ้น กระทั่งผมนึกขึ้นได้ว่ามีของบางอย่างที่ผมเก็บไว้ในกระเป๋าเพื่อเตรียมไว้ให้แพรวาตอนที่เราอยู่บนมิลเลเนี่ยมวีล

ผมหยิบกล่องกำมะหยี่สีกรมออกมาจากกระเป๋ากางเกง ด้านในเป็นแหวนเพชรประจำตระกูลที่แม่เพิ่งให้ผมมา และผมตั้งใจจะใช้แหวนวงนี้ขอแต่งงานแพรวาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

แต่สุดท้าย แผนที่ผมวางไว้ก็พังไม่เป็นท่าเพราะปัญหาที่ตัวเองเคยก่อเอาไว้มันย้อนกลับมาทำร้ายทั้งผมและเธอ...

 

PRAEWA PART :

ชีวิตของฉันมีความสุขเหมือนคนอื่นไม่ได้แล้วใช่ไหม

"ผม... ขอโทษ" คำขอโทษที่มักจะตามมาหลังจากที่เขาทำร้ายหัวใจของฉันไปแล้ว คำขอโทษของเขาที่ฉันมักจะยกโทษให้เสมอ แต่ครั้งนี้... ฉันไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า ขนาดเรี่ยวแรงจะยืนยังไม่มี นับประสาอะไรกับการรวบรวมคำเป็นประโยคเพื่อถามเขา

"ทำไม ฮึก.. ทำไมถึงทำ... กับแพร แบบนี้...." กว่าจะพูดออกได้มาสักหนึ่งคำ มันต้องแลกกับการที่หัวใจของฉันแตกละเอียดเป็นชิ้น ๆ

"ผมขอโทษ"

"หึ ขอโทษอีกแล้วสินะคะ" ฉันเหยียดยิ้มมุมปากหลังจากที่ได้ยินคำขอโทษของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เราสองคนเพิ่งจะเข้าใจกัน

เพิ่งจะรักกัน

เพิ่งจะตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน

และเพิ่งจะมาเดทกันวันแรก!!

แต่ตอนนี้ฉันต้องมารับรู้เรื่องผู้หญิงที่เขาเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยแถมยังมีเด็กผู้ชายหน้าคล้ายพี่อลันมาเป็นพยานอีกงั้นเหรอ

เราสองคนไม่สามารถรักกันโดยที่ไม่ต้องมีปัญหาเข้ามาไม่ได้เลยสินะ หรือทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคือสัญญาณเตือน เตือนว่าฉันควรจะพอกับความรักครั้งนี้...

"ผมอยากอธิบายให้คุณฟัง" อธิบายเรื่องของเขากับเธอคนนั้นและเด็กคนนั้นสินะ

"ตอนนี้... แพร... ไม่... แพรไม่" ฉันอึกอัก สับสนกับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง ฉันฟังเขาอธิบายได้ แต่มันไม่ใช่ตอนนี้ เพราะตอนนี้สมองของฉันไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว

"..."

"แพรขอตัวก่อนนะคะ แพรอยากอยู่คนเดียว" ฉันพูดออกไปน้ำเสียงสั่นเครือ แกะมือเขาออก ก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

ฉันแค่อยากอยู่คนเดียว อยากใช้เวลาคิดและทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองตอนนี้ ข้ามไปอีกฝั่งถนนเพื่อเดินเรียบริมแม่น้ำเทมส์ แต่สวนทางกับทางที่จะไปมิลเลเนี่ยมวีล เดทแรกที่พังไม่เป็นท่าของฉัน คงไม่ได้ขึ้นชิงชาสวรรค์กับเบาแล้วชีวิตนี้

บ้าจริง บ้าที่สุด

ฉันเดินย่ำบนหิมะสีขาวไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมาย น้ำตาก็ยังไหลออกมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ฉันห้ามน้ำตาตัวเองไม่ได้ มันไหลออกมาเพื่อระบายความเจ็บปวดและเศร้าเสียใจตามระดับที่ตัวเองได้รับ

ร้องไห้โดยที่ไม่มีเสียงสะอื้น...

มันเจ็บและทรมานกว่าการร้องไห้มีเสียงอีกนะรู้ไหม

เพราะเมื่อไหร่ที่ฉันร้องไห้แบบไม่มีเสียง มีเพียงแค่น้ำสีใสที่เอ่อคลอรอบดวงตามันแสดงว่า ฉันกำลังชินกับความเจ็บปวดพวกนี้แล้ว

เจ็บจนหัวใจมันชินชา ไร้ความรู้สึก

เจ็บเมื่อไหร่ก็แค่ร้องไห้มันออกมา แต่ไม่ถึงขั้นร้องไห้ฟูมฟาย ฉันน่ะ ผ่านจุดนั้นมาหมดแล้ว เพราะเจอเรื่องมานับไม่ถ้วน

เรื่องล่าสุดก็แค่... ผู้ชายที่ฉันรัก อาจจะมีลูกติดมาด้วยแค่นั้นเอง ฮ่า ๆ แค่นั้นเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเลยสักนิด

ยังไม่ได้มีการยืนยันว่าเป็นอีกหนึ่งครอบครัวของเขา

ดังนั้นมันอาจจะเป็นหรือไม่เป็นก็ได้

แต่เท่าที่ดูจากสีหน้าของพี่อลัน ฟังจากบทสนทนา และจากสายตาของฉัน มันมีเปอร์เซนต์สูงเหลือเกิน ที่เขาจะเป็นพ่อของน้องดีแลน

"ฮึก ไม่ใช่เรื่องใหญ่... โต" ฉันยังรักคุณหมอเหมือนเดิม ไม่ได้รักน้อยลง แต่แค่ไม่รู้ว่าต้องจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไงเรื่องผู้หญิงและเด็กคนนั้น ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น

I'm just tried.

"อย่าฟูมฟายสิแพรวา เรื่องแค่นี้จิ๊บ ๆ อึก... เธอผ่านมันไปได้อยู่แล้ว ฮือออออ"

ฉันพยายามห้ามไม่ให้ตัวเองสะอื้น ฉันกำลังฝืนเพราะอยากให้ตัวเองเข้มแข็ง ฉันไม่อยากอ่อนแอ ไม่อยากเสียใจ แต่ฉัน...

ทำไม่ได้

ท้ายสุด ฉันก็ฝืนตัวเองไม่ไหว ร้องไห้จนต้องนั่งยองลงไปนั่งฟุบหน้ากับเข่าเพื่อระบายความเจ็บปวด

"ฮึกก ฮือออ ๆๆ"

ทว่าระหว่างที่ฉันนั่งร้องไห้ฟุบหน้ากับเข่าตัวเองอยู่นั้นก็รู้สึกได้ว่ามีคนเดินมาใกล้ ๆ เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าที่มาหยุดอยู่ตรงหน้า รวมถึงมีเงาสีดำที่ปรากฎอยู่บนหิมะสีขาวทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะชะงักไป เพราะไม่คิดว่าในเวลาเช่นนี้ สถานที่เช่นนี้ ผู้ชายอีกคนที่เคยเป็นทุกอย่างจะมาปรากฎอยู่ตรงหน้า

"..."

"พะ.. พี่ธีร์" ฉันเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว เบะปากเหมือนเด็กน้อยที่กำลังเสียใจและเรียกหาพ่อแม่ก่อนจะปล่อยโฮออกมาแล้วลุกขึ้นยืน ร่างสูงคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้ฉันโดยที่ไม่พูดอะไรก่อนจะอ้าแขนออกเป็นสัญญาณ ฉันจึงไม่รอช้ารีบโผเข้าหาอ้อมกอดนั้นอย่างรวดเร็ว

"ขอโทษที่พี่มาช้า" ประโยคนี้ทำเอาฉันร้องไห้หนักกว่าเดิม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ พี่ธีร์ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ยังเป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ คอยปกป้องดูแลฉันเสมอ

"ฮืออออออ ๆ"

"ชู่..."

"แพร อึก เจ็บหัวใจ ฮืออ ๆๆ" ฉันกอดพี่ธีร์แน่นราวกับกลัวว่าอ้อมกอดนี้จะหายไป "เหนื่อย... ฮึก มากด้วย อึกฮือออออ"

"เด็กโง่" สรรพนามเดิมที่พี่ธีร์จะใช้เรียกฉันเสมอเวลาที่เขากำลังดุ กำลังสอน หรือกำลังปลอบเหมือนเช่นตอนนี้ ถึงมันจะดูเป็นคำด่า แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนว่ามันคือคำที่เต็มไปด้วยความรักและเป็นห่วง

"แพรโง่มากเลยใช่มั้ย ฮือออ" รักใครไม่รักดันไปหลงรักคุณหมอ แถมยังรักมากเสียด้วย ไม่ได้รักธรรมดา

พี่ธีร์กอดปลอบฉันอยู่อย่างนั้นสักพักจนฉันดีขึ้น น้ำตาเริ่มหยุดไหล มีเพียงเสียงสะอื้นเล็กน้อย เพราะเมื่อตะกี้ร้องไปชุดใหญ่จนเสื้อของพี่ธีร์เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาน้ำมูกของฉันหมดแล้ว ดีนะที่มีเสื้อโค้ทของเขาปิดคราบน้ำตาน้ำมูกอีกที

"ขอบคุณที่อยู่ข้าง ๆ แพรนะคะ" ฉันพูดยิ้ม ๆ ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาตัวเองลวก ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพี่ธีร์ถึงอยู่ที่นี่ในเวลานี้ ไม่รู้ว่าเขามาอังกฤษได้ยังไง คิดว่าติดงานด่วนอยู่อีก แต่พอนึกว่าเขาคือ 'ธีรภัทร จันทรวัชโภคิณ' ก็พอจะเข้าใจได้ แค่ฉันเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอเขาก็รู้สึกดีมากแล้ว หัวใจที่กำลังอ่อนแอถูกโอบกอดด้วยความอบอุ่นของพี่ธีร์

"รักมันมากเลยสินะ"

"คะ?" ฉันเอียงคอถาม เพราะอยู่ ๆ พี่ธีร์ก็โพล่งประโยคนี้ขึ้นมา

"รักจนยอมถูกทำร้ายใจหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า"

"..."

"ว่าไง แพรรักมันมากเลยใช่มั้ย" ร่างสูงทวนคำถามฉันอีกครั้ง ถึงแม้น้ำเสียงจะฟังดูแล้วไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก

"..." ฉันพยักหน้าหงึกหงักเป็นคำตอบ ก่อนจะก้มหน้ายืนมองเท้าตัวเอง

"แล้วรู้รึเปล่าว่าพี่รักแพรมากขนาดไหน" ทว่าประโยคต่อมาทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตากับนัยน์คมคู่นั้นที่กำลังมองฉันด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กัน

"รู้รึเปล่าว่าพี่เจ็บทุกครั้งที่เห็นแพรร้องไห้"

"..."

"เจ็บทุกครั้งที่แพรยอมให้มันทำร้ายหัวใจ" น้ำเสียงของเขาฉันจนมันบีบหัวใจฉันเจ็บไปหมด ฉันเองก็รักพี่ธีร์ไม่แพ้กัน ถึงจะไม่ใช่ความรักแบบคนรักแต่ฉันก็รักเขามาก ไม่อยากให้เขาต้องมาเจ็บปวดเพราะฉันอีกแล้ว

"แพรขอโทษ"

"คนที่แพรควรจะขอโทษคือตัวเองไม่ใช่พี่"

"..."

เอ๋ ขะโทษตัวเองงั้นเหรอ

 

นั่นสิ ฉันยังไม่ได้ขอโทษตัวเองเลย ฉันขอโทษทุกคนแต่ฉันไม่เคยขอโทษตัวเอง ขอโทษที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ขอโทษที่ต้องเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"พ แพร... ต้องขอโทษตัวเอง..." ฉันเอ่ยเสียงสั่นช้อนตามองพี่ธีร์ ทว่าเพียงแค่ฉันสบตากับเขา ฉันก็รับรู้ถึงความรู้สึกทุกอย่างที่เขากำลังสื่อ ความรู้สึกพวกนี้มันทำให้ฉันจะร้องไห้เป็นรอบที่สอง

ขอโทษนะแพรวา

ฉันขอโทษจริง ๆ

"พี่ธีร์ แพร ฮืออออ" ฉันโผเข้ากอดพี่ธีร์อีกครั้ง ซุกหน้าลงกับแผงอกแล้วปล่อยโฮออกมา ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้จนพอใจ จนไม่มีน้ำตาให้ร้อง

หลังจากนั้นเขาก็ถามฉันว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เล่าไปสะอื้นไป เช็ดน้ำตากับเสื้อเขาไป

"เสื้อพี่เปียกหมดแล้ว" ประโยคนี้ทำให้ฉันต้องสูดน้ำมูก เช็ดน้ำตา พักการสะอื้อแล้วเงยหน้ามองค้อนใส่เขา

"ดูสิ น้ำมูกแพรเลอะเสื้อพี่หมดแล้วนะ"

"พี่ธีร์อะ แพรไม่ร้องแล้วก็ได้ เชอะ!" ฉันกอดอกแล้วสะบัดหน้าหนีอย่างงอน ๆ รู้แหละว่าเดี๋ยวเขาก็ง้อ

"พี่ไม่ง้อนะ"

ขวับ!

ฉันหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว

"พี่ล้อเล่นครับ ฮ่า ๆ จำเป็นต้องทำหน้าโหดขนาดนี้เลยเหรอ หืม"

"ง่าา เดี๋ยวผมแพรเสียทรง" ฉันว่า พร้อมกับจับมทอพี่ธีร์ที่กำลังยีผมฉันเล่นออก แต่จังหวะที่เราสองคนสบตากัน จังหวะที่เขากำลังยิ้มและหัวเราะ

มันทำให้ภาพความทรงจำตอนที่เราสองคนยังเป็นเด็กย้อนกลับมาในหัว

คนเดิม

ที่ไม่เคยเปลี่ยนไป

คือพี่ธีร์...

 

"แพรวา" ทว่าเสียงทุ้มที่เอ่ยแทรกขึ้นมา ทำให้ฉันต้องหันหลังกลับไปเพื่อหาที่มาของเสียง เสียงที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี

"..."

"คุณหมอตามแพรมาทำไมคะ แพรบอกแล้วไงว่าอยากอยู่คนเดียว" ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับไปยืนข้างพี่ธีร์ ฝ่ามือหนาเลื่อนมาจับมือของฉันอัตโนมัติ

"อยู่คนเดียว..." ร่างสูงเอ่ยเสียงเรียบ เหมือนทวนประโยคมากกว่าทวนคำถาม นัยน์ตาคู่คมสบตากับฉัน ก่อนจะสลับไปมองพี่ธีร์ จนสายตาของเขามาหยุดอยู่ที่มือของเราสองคน ฉันพยายามจะแกะมือพี่ธีร์เพราะสายตาของอีกฝ่ายที่มองมา แต่เหมือนยิ่งสลัดพี่ธีร์จะจับมือฉันแน่นขึ้นกว่าเดิม

"ทำไม มึงมีปัญหาอะไรหรือไงที่แพรวาอยู่กับกู"

เอ๋ พี่ธีร์ขึ้นมึงกูเหรอ!

ปรกติพี่ธีร์จะพูดจาสุภาพตลอด เว้นแต่ตอนที่เขาโมโหมาก ๆ

เหมือนตอนนี้...

"พี่ธีร์คะ"

"วันนั้นกูยอมปล่อยให้มึงพาแพรวาไปเพราะเห็นว่าเธอเลือกมึง เธอรักมึง"

"พี่ธีร์ แพรว่า-"

"กูปล่อยมึงไปเพราะมึงพูดเอาไว้ว่าถ้ามึงทำให้เธอร้องไห้ มึงก็ทำให้เธอยิ้มได้เหมือนกัน" ฉันกำลังจะห้ามพี่ธีร์ แต่พี่เขาไม่ฟังฉันสักนิด แถมยังปล่อยมือฉันแล้วเดินเข้าไปหาพี่อลันเรื่อย ๆ อีก

"กูยอมทุกอย่างเพราะอยากให้แพรมีความสุข แต่ตอนนี้"

"พี่ธีร์..." ฉันจับชายเสื้อร่างสูงไว้แน่น เพราะทั้งน้ำเสียงและสายตาของเขาน่ากลัวมาก ๆ

พี่ธีร์ตอนโมโหน่ากลัวมากเลยนะ ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยโดนเพื่อนผู้ชายแกล้ง แต่พี่ธีร์มาช่วยไว้ แถมยังอัดเด็กกลุ่มนั้นเกือบต้องหามส่งโรงพยาบาล ทั้งฉัน ทั้งพ่อแม่เขา พ่อแม่ฉันยังตกใจเพราะไม่คิดว่าพี่ธีร์จะเป็นคนทำ แต่ฉันคือผู้เห็นกับตาตัวเอง!

"ตอนนี้กูจะยอมให้มึงทำร้ายแพรอีกแล้ว เพราะทุกครั้งที่แพรวาอยู่มึง เธอมีแต่เสียน้ำตา!!!"

ผั่วะ!!

"กรี๊ดด พี่ธีร์อย่าค่ะ!" ฉันร้องด้วยความตกใจเพราะจู่ ๆ พี่ธีร์ก็ปล่อยหมัดใส่คุณหมอเข้าจัง ๆ แถมเขายังยอมให้พี่ธีร์ต่อยง่าย ๆ ด้วย

"มึงมันเลวเกินกว่าที่จะคู่กับแพรวา!"

ผั่วะ!!

"ฮือออ พี่ธีร์อย่าทำคุณหมอ แพรขอร้อง" ฉันรีบเข้าไปห้าม พยายามดึงตัวพี่ธีร์ให้ออกห่างจากพี่อลันเพราะทนไม่ได้ที่จะเห็นเขาถูกทำร้าย

หัวใจฉันเจ็บไปหมดแล้ว

"มึงดูเธอสิ มึงดู! ผู้หญิงที่รักมึงจนหมดหัวใจ ต่อให้ตัวเองโดนมึงทำร้ายจิตใจแต่ก็ยังออกมาปกป้องมึง!"

"กรี๊ดดด"

"แพร!!"

"แพรวา!!!!"

ฉันคงโง่มาก ที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างที่กำปั้นของพี่ธีร์กำลังจะโดนพี่อลันเป็นหมัดที่สาม ฮืออ ได้แต่หลับตาปี๋รอรับความเจ็บปวด

หมับ!

"คุณเป็นบ้าหรือไง คิดอะไรอยู่ถึงได้มายืนบังผมแบบนี้ อยากเจ็บตัวหรือไงฮะ!!"

"เออ แพรมันบ้า ถ้าไม่อยากเห็นแพรทำอะไรบ้า ๆ แบบนี้อีกคุณหมอก็กลับบ้านไปได้แล้ว!" ฉันสวนกลับทั้งน้ำตาเพราะโดนร่างสูงกระชากเข้าหาตัวแถมยังตวาดใส่เสียงดัง

รู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่ชอบ ยังจะตวาดแถมด่าว่าฉันบ้ากลางเมืองอีก

ไอ้คนใจร้าย!

ฉันต่อว่าพี่อลันในใจก่อนจะสลัดมือเขาออกแล้วตวัดสายตาไปหาพี่ธีร์ "พี่ธีร์ก็เหมือนกัน หยุดอารมณ์ร้อนได้แล้ว แพรไม่อยากให้ใครต้องมาทะเลาะมาเจ็บตัวเพราะเรื่องนี้ อ๊ะ ห้ามเถียงค่ะ แพรยังพูดไม่จบ เดี๋ยวแพรจะกลับไปเก็บของที่บ้านคุณหมอและกลับไทยพร้อมพี่ธีร์ โอเคไหมคะ" ฉันบอกพี่ธีร์ กำหนดการคือฉันต้องกลับพรุ่งนี้มีพี่อลันไปส่ง แต่พอมาเจอเหตุการณ์นี้ ฉันคิดว่าเราควรห่างกันสักพักน่าจะดีที่สุด จึงตัดสินใจที่จะกลับกับพี่ธีร์

ประโยคสุดท้ายหันมาสบตากับพี่อลัน สรรพนามที่ใช้เรียกเขามันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว เมื่อครู่ที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน และไม่รู้มาอยู่ที่นี่ทำไม

"แต่พรุ่งนี้"

"แพรจะกลับพร้อมพี่ธีร์ค่ะ" ฉันยืนยันอีกครั้ง ต่อให้ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังมองฉันด้วยแววตาเศร้าจะทำให้ฉันใจอ่อนแค่ไหนก็ตาม

"ผมอยากคุยกับคุณ"

"ตอนนี้แพรยังไม่พร้อมจะคุยอะไรกับคุณหมอจนกว่าคุณหมอจะเคลียร์เรื่องของตัวเองจบ เคลียร์จบเมื่อไหร่เราค่อยมาคุยและตกลงกัน"

ตกลงว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้...

ประโยคนี้ฉันไม่ได้พูดออกไปหรอกนะ ฉันพูดบอกตัวเองในใจ จะได้เตือนสติไปในตัว

"แพร! มันทำร้ายแพรขนาดนี้ แพรยังคิดจะกลับไปหามันอีกเหรอ" ประโยคนี้ของพี่ธีร์ทำให้ฉันหยุดนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะตอบพี่ธีร์ แต่สายตาหยุดอยู่ที่พี่อลัน

"แพรสัญญากับเขาไว้แล้ว..." ฉันตอบเสียงสั่นสบตบกับพี่อลัน

"..."

"แพรสัญว่าจะไม่ทิ้งเขาไปไหน". ประโยคนี้เป็นเหมือนมีดที่กำลังทิ่มแทงหัวใจของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ต่อให้พี่อลันจะมีลูก จะมีแม่ของลูก มีอีกครอบครัวที่รอเขาอยู่ แต่ถ้าฉันยังรักเขา ฉันก็จะไม่ปล่อยมือจากเขา

จะไม่ปล่อยจนกว่าเขาจะเป็นคนสั่งให้ฉันปล่อย...

ฉันเตรียมใจไว้แล้ว

พี่อลันจะมีอีกครอบครัวก็ได้ ไม่เป็นไร

ฉันยอมเป็นส่วนเกินก็ได้ ไม่เป็นไร

ฉันน่ะ ไม่เป็นไรอยู่แล้ว

ขอโทษนะแพรวา

 

ฉันเห็นว่าพี่อลันไม่พูดอะไร จึงตัดสินใจจะหันหลังให้และจะเดินออกไปพร้อมกับพี่ธีร์ แต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยประโยคหนึ่ง

"ผมมีของบางอย่างจะให้คุณ" น้ำเสียงของพี่อลันสั่นจนฉันรู้สึกได้

"..." ของที่เขาว่า คือของที่เขากำลังหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันเป็นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงิน ดูจากรูปทรงก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าข้างในเป็นอะไร

ร่างสูงขยับมาหาฉันสองสามก้าว ก่อนจะจับมือข้างซ้ายฉันไป เขา จะใส่แหวนให้ฉันงั้นเหรอ

ทั้งฉันและพี่ธีร์ต่างตกใจไปตาม ๆ กันกับการกระทำของพี่อลัน ใครจะไปคิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจะ...

"คุณจะถอดมันออกตอนไหนก็ได้"

"..." ฉันอ้ำอึ้ง มองแหวนเพชรวงหรูที่ถูกสวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย อยากจะพูดอะไรสักคำออกไป แต่ก็ไม่มีเสียงจริงเล็ดลอดออกมาจากปาก

"ตอนนี้แหวนวงนี้เป็นของคุณแล้ว"

"พ แพร..."

"เจอกันที่บ้านนะครับ" น้ำเสียงอ่อนโยนและรอยยิ้มบาง ๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา มันกำลังทำให้หัวใจของฉันสับสน...

 

..............................

ขอโทษนะแพรวาาาา แงงงงงงง ขอโทษที่ดราม่าอีกแล้วววว

ขอโทษนะรีดเดอร์ที่ตอนนี้ดราม่าหลังจากที่เพิ่งฟินกันมาหยก ๆ 5555555🤣

+++ นิยายของไรท์อาจจะไม่เหมาะกับสายสุขนิยมเท่าไหร่นะคะ 😂 ถ้าใครอ่านเรื่องก่อน ๆ มาจะรู้ว่าทุกเรื่องที่ไรท์แต่งจะมีดราม่า ขึ้นอยู่กับว่าจะดราม่าหนักหรือน้อย ต้นเรื่องแฮปปี้ มีดราม่าไม่กลางก็ท้ายเรื่อง แต่ที่เหมือนกันคือ จบแฮปปี้ทุกเรื่องค่ะ พระนางได้รักกันหวานชื่นยันตอนพิเศษ ไปโผล่เรื่องเพื่อนก็รักกันจนมดขึ้น 5555 แค่ต้องผ่านช่วงดราม่าไปให้ได้ //บีบมืออออ ใครจะเทไม่ว่ากัน ไรท์เข้าใจทุกคนน ยังรักและขอบคุณทุกคนที่กดเข้ามาอ่านเสมอ 🙏❤❤❤❤

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น