email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8.3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2563 11:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8.3
แบบอักษร

 

รถคันหรูขับเข้ามาจอดที่ประตูรั้วบ้านของแพรวาตั้งแต่เช้าตรู่ทันทีที่ประตูรถเปิดออกเสียงทักทายอย่างคนคุ้นเคยของคุณป้าศรีนวลก็ดังขึ้น

“ คุณกรมารับหนูแพรแต่เช้าเชียวนะ ไหนหนูแพรบอกป้าว่าจะย้ายสาย ๆ ไม่ใช่เหรอ ” หญิงวัยกลางคนยิ้มกว้างสาวเท้าเร็วรี่ออกมาจากประตูรั้วบ้านของเธอ เพียงไม่กี่ก้าวก็ประชิดตัวคิรากร เขาจึงยกมือไหว้แล้วยิ้มสุภาพ

“ สวัสดีครับคุณป้าศรี ”

“ ไหว้พระเถอะคุณกร แล้วนี่จะไปกันตั้งแต่เช้าเลยเรอะป้าใจหายนะเนี่ย ” ป้าศรีนวลทำหน้าเศร้า

“ เปล่าหรอกครับคุณป้า ที่ผมมาแต่เช้าก็เพราะผมอยากมาช่วยน้องแพรดูเก็บข้าวของจะได้ไม่ต้องเหลืออะไรทิ้งไว้ที่นี่น่ะครับ ” คิรากรพูดสีหน้าจริงจัง

“ นี่ตั้งใจจะให้หนูแพรไปแล้วไปลับ ไม่ให้กลับมาเยี่ยมป้าหรือจ๊ะ ”

คิรากรไม่ตอบอะไรเพียงแต่ยิ้มให้กับป้าศรีนวลเท่านั้น พอพูดจากับป้าศรีนวลได้ครู่หนึ่งจึงขอตัวเข้าไปในบ้านของแพรวา

ป้าศรีนวลมองตามเข้าไปแล้วชะเง้อชะแง้ดูภายในบ้าน ภายในใจก็ครุ่นคิดถึงสิ่งที่คิรากรพูด ‘ ผมมาช่วยน้องแพรเก็บของจะได้ไม่ต้องเหลืออะไรเอาไว้ที่นี่ ’ เรียวคิ้วสีดำหกมิติที่ป้าศรีนวลภูมิใจว่าสวยที่สุดเลิกขึ้นพร้อมประกายวาววับที่ดวงตาก็จ้า ร่างอวบอัดสาวเท้าฉับ ๆ กลับเข้าไปในบ้านของตัวเองเพื่อโทรรายงานเหตุการณ์ให้กับพันธมิตรที่ได้ไหว้วานให้แกช่วยสอดส่องดูแลความเป็นไปของแพรวาทันที

ภายในบ้านเวลานี้แพรวากำลังทยอยยกกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอลงมาจากชั้นบนที่ละใบ คิรากรที่เปิดประตูเข้ามาเห็นก็รีบเข้าไปช่วยเธอ

“ พี่กรทำไมมาแต่เช้าเลยคะ ” แพรวาวางกระเป๋าเสื้อผ้าลงเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงโปร่งในชุดลำลองแล้วยิ้มให้

“ พี่มาช่วยน้องแพรเก็บของไงครับ มีอะไรต้องขนลงมาอีกไหมครับพี่จะได้ขึ้นไปยกลงมาให้ ” คิรากรมองไปรอบ ๆ แล้วหันกลับมามองแพรวา

“ มีกระเป๋าเสื้อผ้าอีกสามใบค่ะแล้วก็กล่องเก็บของอีกสองกล่องอยู่บนห้องนอน ” แพรวาตอบ

“ เดี๋ยวพี่ขึ้นไปเอาลงมาให้นะ ” คิรากรทำท่าจะเดินขึ้นบันไดแพรวาจึงร้องห้ามเอาไว้

“ ไม่เป็นไรค่ะ ” เธอยิ้มแหย่แล้วพูดว่า

“ พอดีเพื่อนแพรกำลังจะยกลงมาแล้ว พี่กรรอขนขึ้นรถที่นี่ดีกว่าค่ะ ” แพรวาพูดจบเสียงของใครคนหนึ่งก็ตะโกนลงมา

“ ยายแพร! มัวทำอะไรอยู่ขึ้นมาขนของสิเหลืออีกเยอะเลยนะ ” เสียงหวานแหลมดังมาจากชั้นบน คิรากรและแพรวาจึงมองขึ้นไปพร้อมกัน

“ เพื่อนแพรเองค่ะ มาช่วยแพรเก็บของตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ”

“ อ๋อ ” คิรากรพยักหน้าเข้าใจ

“ พี่กรรออยู่ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวแพรขึ้นไปขนของที่เหลือลงมาก่อน ” พูดจบแพรวาก็รีบวิ่งกลับขึ้นไปข้างบน คิรากรจึงเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาวตรงห้องนั่งเล่น

สุรนันทน์ทำหน้ามุ่ยยกกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ออกมาจากห้องนอนของแพรวา พอเห็นเพื่อนสาวเดินกลับขึ้นมาก็ขึงตาใส่

“ ลงไปทำอะไรตั้งนานสองนานยะ แทนที่จะรีบขึ้นมาช่วยกันขนของ ” หญิงสาวทำเสียงขรมจ้องหน้าเพื่อน

“ พี่กรมาถึงแล้ว ” แพรวาตอบ

“ ท่านรองฯ แฟนใหม่ของแกที่ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าน่ะเรอะ ” สุรนันทน์ยิ้มมุมปาก

“ อือ ” แพรวาพยักหน้าเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วยกกล่องเก็บของออกมา เธอถือมันอย่างทะนุถนอมราวกับเป็นของสำคัญที่หวงแหน

“ เก็บของพวกนั้นลงกล่องหมดแล้วใช่ไหม ” สุรนันทน์ถาม แพรวาพยักหน้าตอบพลางมองที่กล่องนัยน์ตาแฝงแววอาวรณ์

“ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไปกันเถอะ จะได้ไปจัดห้องใหม่ของแกเร็ว ๆ ” สุรนันทน์โอบบ่าแพรวาแล้วบีบเบา ๆ ก่อนออกเดินนำแพรวาลงบันไดมายังชั้นล่าง

เสียงคนลงบันไดพร้อมเสียงคล้ายวัตถุกระทบขั้นบันไดดังขึ้นทำให้คิรากรรีบลุกจากโซฟาเดินไปที่บันไดหมายจะขึ้นไปช่วยแพรวายกกระเป๋าลงมา แต่พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นหญิงสาวรูปร่างสมส่วนออกจะเจ้าเนื้อใช้สองมือยกหูหิ้วกระเป๋าเดินทางนำหน้าตัวเองลงบันไดมาอย่างทุลักทุเล ท่าทางของเธอดูจะใช้ความพยายามในการพยุงกระเป๋าอย่างมากเพราะดูเหมือนจะหนักเอาการ คิรากรจึงรีบก้าวขึ้นบันไดไปเพื่อที่จะไปช่วยประคองกระเป๋าเดินทางลง แต่พอก้าวขึ้นไปได้สามขั้นบันไดเท่านั้นกระเป๋าเดินทางเจ้ากรรมก็เกิดหลุดมือผู้ที่ถืออยู่ไหลลงมาตามขั้นบันไดอย่างรวดเร็วเพราะน้ำหนักกระเป๋า มันพุ่งลงมากระแทกเอาหน้าแข้งของคิรากรเต็มแรงเสียงดัง ปัก! ตามมาด้วยเสียง โครม! เพราะชายหนุ่มผงะหงายหลังกระแทกพื้นโดยมีกระเป๋าเดินทางทับอยู่ที่ขา

โอ้ย! เขาร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด ส่วนคนที่เป็นตัวต้นเหตุได้แต่ยืนเอามือปิดปากตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ

“ พี่กร! ” แพรวาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีก็รีบวางกล่องใส่ของแล้ววิ่งลงบันไดมาประคองคิรากรให้ลุกขึ้นนั่ง

“ ขอโทษค่ะ ” สุรนันทน์พอได้สติก็รีบวิ่งลงมาดู คิรากรขึงตาใส่สุรนันทน์อย่างไม่พอใจนักแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอ

“ ไม่เป็นไรน้องแพร พี่ไม่เจ็บเท่าไหร่ ” เสียงของ คิรากรขุ่น

“ แน่ใจนะคะว่าไม่เป็นไรแพรว่าพี่กรไปหาหมอดีกว่าค่ะ โรงพยาบาลอยู่แค่ปากซอยนี่เอง ” แพรวาสำรวจดูตามขาของคิรากรแล้วลองจับดู คิรากรทำหน้าเหยเกบอกถึงความเจ็บปวดเมื่อเขาขยับตัว

“ พาท่านรองฯ ของแกไปหาหมอเถอะฉันจะรอที่นี่ ” สุรนันทน์กลัวสายตาแข็งกร้าวของคิรากรที่จ้องมา เธอจึงได้แต่หลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตาเขา

“ ฝากเก็บของด้วยนะสาว เดี๋ยวฉันกลับมา ” แพรวาพยุงร่างสูงโปร่งของคิรากรให้ลุกขึ้นเขาก็ลุกขึ้นตามแรงฉุดของแพรวา คิรากรวางแขนข้างหนึ่งลงที่บ่าของแพรวาพยายามจะเดินให้ได้โดยที่ไม่ต้องทิ้งน้ำหนักลงที่เธอแต่ก็ทานความเจ็บปวดไม่ไหว

“ พี่กรไม่ต้องฝืนหรอกค่ะ แพรพยุงพี่กรไหว ” แพรวาโอบเอวของคิรากรเอาไว้แล้วประคองเขาออกไปที่รถของเธอ

คิรากรก็ถูกพาตัวเข้าไปพักในห้องพิเศษของโรงพยาบาลด้วยอาการปวดก้นกบเนื้องจากก้นกบถูกกระแทกอย่างรุนแรง แพทย์จึงสั่งให้เขาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ

“ พี่เลยไม่ได้ช่วยน้องแพรย้ายบ้านเลยทั้งที่ตั้งใจเอาไว้แล้วแท้ ๆ ” คิรากรทำหน้าเศร้า

“ ไม่เป็นไรค่ะ พี่กรพักผ่อนเถอะนะคะ แพรย้ายของเสร็จแล้วจะรีบมาหาพี่กรนะคะ ” แพรวายิ้มให้คิรากร

“ พี่จะรอน้องแพรนะครับ ” เขายิ้มให้เธอแต่ดวงตายังเจือแววเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย

“ พักผ่อนนะคะ ” แพรวาลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงเดินไปที่ประตูห้องเธอหันกลับมายิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะออกประตูไป คิรากรมองตามไปแล้วนึกโกรธเคืองความซุ่มซ่ามของเพื่อนรักของแฟนสาวที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องมานอนเจ็บอยู่ในโรงพยาบาลแบบนี้

แพรวาขับรถกลับมาที่บ้านของเธอ สุรนันทน์ก็ขนข้าวของออกมารออยู่ที่หน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว พอเห็นรถของแพรวาขับเข้ามาจอดก็รีบเดินเข้าไปหาสีหน้าสำนึกผิด

“ แฟนแกเป็นยังไงบ้างอ่ะ ” สุรนันทน์ถามเสียงอ้อมแอ้ม

“ หมอให้นอนพักดูอาการคืนหนึ่งถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ดีขึ้นก็คงต้องนอนอยู่โรงพยาบาลต่อจนกว่าจะดีขึ้น ” พูดพลางลงจากรถมาขนของไปเก็บที่ท้ายรถ

“ คงเจ็บน่าดูเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะแก ” สุรนันทน์น้ำตาคลอ

“ ฉันรู้ว่าแกไม่ได้ตั้งใจพี่กรเองก็ไม่ได้โกรธอะไรแกสักหน่อย เดี๋ยวย้ายของเสร็จแล้วแกค่อยกลับมาเยี่ยมพี่กรกับฉันสิ ”

“ ไม่เอาดีกว่าฉันกลัวสายตาเขาตอนที่มองฉัน เขาคงโกรธฉันแน่ๆ ” สุรนันทน์กลิ่นน้ำลายลงคอนึกขยาดสายตาเหี้ยมเกรียมของคิรากร

“ ตามใจแก ขึ้นรถเร็ว ๆ เข้าเถอะ ” แพรวาเดินกลับมาขึ้นรถสุรนันทน์จึงรีบขึ้นไปนั่งที่ข้างคนขับ พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยรถของแพรวาก็ขับออกไป แพรวามองผ่านกระจกมองหลังแล้วก็ใจหาย แต่ในเมื่อต้องเริ่มใหม่เธอก็ควรจะทำใจให้เข้มแข็งและลืมเรื่องราวที่ผ่านมาสักที

ปวีณ์ก้าวออกมาจากประตูบ้านของคุณป้าศรีนวลพันธมิตรผู้คอยเป็นหูเป็นตาให้เขามองรถยนต์ของอดีตภรรยาที่ตอนนี้หายออกไปจากซอยบ้านแล้วก็หันกลับมาพูดกับป้าศรีนวล

“ ขอบคุณนะครับคุณป้าที่โทรศัพท์มาบอกผม ”

“ ไม่เป็นไรเลยพ่อวีป้าเต็มใจช่วย แล้วพ่อวีจะถ่ายรูปให้ป้าวันไหนดีล่ะ ป้าจะได้เตรียมเสื้อผ้าชุดสวย ๆ เอาไว้หลาย ๆ ชุด ” ป้าศรีนวลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อนึกถึงโฟโต้อัลบั้มที่ปวีณ์สัญญาว่าจะทำให้แกเป็นพิเศษ

“ วันนี้เลยครับคุณป้าผมว่างพอดี ” ปวีณ์อย่างจริงใจ

“ พ่อวีรอป้าตรงนี้ก่อนนะ ป้าขึ้นไปเอาเสื้อผ้าก่อน ” ร่างอวบอัดผิวสีน้ำผึ้งรีบสาวเท้าเร็วนี่ขึ้นบันไดไปพร้อมฮัมเพลงรักหวานซึ้งอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว