ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ความทรงจำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 120.3k

ความคิดเห็น : 127

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 18:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความทรงจำ
แบบอักษร

  

  

  

ตอนที่ 12 

ความทรงจำ 

[Mark Masa] 

  

  

  

  

พี่วีเข้าไปในหอประชุมกลางตั้งแต่เช้ามืดแล้ว ผมอยู่กับทิวไผ่ และตอนนี้ผมถือของทุกอย่างให้พี่วี ทั้งเสื้อแขนยาว กระเป๋าเงิน โทรศัพท์ อากาศตอนนี้หนาวพอสมควร แต่ผมได้ยินพี่วีบ่นบ่อยๆ ว่าข้างในหนาวกว่าข้างนอกมาก พ่อกับแม่ของพี่วียังไม่มาเพราะพี่วีนัดท่านไว้ตอนเกือบเที่ยง อีกอย่างบ้านพวกเขาไม่ได้ไกลมากผมเลยคิดว่าท่านน่าจะมาก่อนเวลาไม่นาน

บรรยากาศของการรอรับบัณฑิตข้างในนั้นเป็นบรรยากาศที่น่าปลื้มปีติมาก พ่อแม่ญาติพี่น้องกำลังยืนรอคนที่อยู่ข้างในนั้น แล้วใครๆ ก็คงอยากเจอลูกหลานตัวเองที่ใส่ชุดครุยแล้วถือใบปริญญาบัตรออกมา ผมเป็นหนึ่งในนั้น ไม่ใช่ญาติเขา ไม่ใช่พี่น้องด้วย แต่เขาบอกว่าผมเป็นคนในครอบครัว 

ผมมองช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือแล้วยิ้มออกมา ผมเคยถามพี่วีว่าอยากได้อะไรแต่เขาไม่ได้ตอบ โอเค เขาตอบแหละ แต่คำตอบแบบนั้นจะให้ผมว่าอะไรได้ ผมเลยวานให้คำผานสั่งดอกไม้ให้ แล้วที่มันหามาให้ผมก็ช่อใหญ่และสวยมากจริงๆ ผมไม่เคยให้ดอกไม้พี่วี แม้แต่ดอกกุหลาบวันวาเลนไทน์ก็ไม่เคยให้ พี่วีเองก็ไม่เคยให้ผมเหมือนกัน มันดูเขินๆ กับการที่ต้องทำแบบนี้ แต่นั่นแหละความรู้สึกรักและยินดีกับเขามันมากกว่าความรู้สึกเขินที่ผมมีอยู่

Rrrr~

เสียงโทรศัพท์ดังแต่มันไม่ใช่ของผม เป็นของอีกคนที่เขาฝากไว้ตั้งแต่เช้า ทำให้ผมหลุดจากสิ่งที่คิดอยู่และสนใจเสียงเรียกเข้ากับชื่อที่โชว์อยู่นี่แทน แม่พี่วีโทรมา

“สวัสดีครับแม่” 

[มาร์คอยู่ตรงไหนลูก แม่กับพ่ออยู่ที่จุดประชาสัมพันธ์เนี่ย]

“เดี๋ยวผมเดินไปหาครับ” ผมบอก การที่ผมเดินไปหาแม่มันน่าจะดีกว่าให้แม่เดินมาหาผมเอง 

[เอางั้นเหรอ? งั้นแม่รอตรงนี้นะลูก]

“ครับผม” 

ผมเดินแหวกผู้คนไปหาแม่กับพ่อของพี่วี ไม่ได้หายากเลยสักนิด เพราะคุณพ่อท่านเด่นมาก ไม่ใช่ว่าเด่นที่แต่งตัวเวอร์อะไร ท่านก็ใส่เชิ้ตสุภาพธรรมดานี่แหละ แต่ผมไม่เคยเห็นไง ไม่เคยเห็นท่านเซ็ตผมหล่อๆ แบบนี้ด้วย อีกอย่างคุณแม่ท่านก็สวยมาก วันนี้พวกท่านดูดีมากกว่าทุกครั้ง ดูดีจนใครหลายคนหันมอง ไม่แปลกเลย ไม่แปลกที่พี่วีจะหล่อและมีเสน่ห์ขนาดนั้น

“หอบอะไรเยอะแยะเนี่ย” พ่อทักแล้วเดินเข้ามารับเสื้อแขนยาวของพี่วีจากมือผม

“สวัสดีครับ”

“คุณพ่อหล่อมากๆ เลยนะครับเนี่ย” ทิวไผ่หลุดพูดออกมา

“นี่ น้องที่จะมาถ่ายรูปให้พี่วีครับ ชื่อทิวไผ่” 

“สวัสดีครับ เรียกผมว่าทิวก็ได้ครับ” เด็กมันยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคน แล้วท่านก็รับไหว้ ไถ่ถามนั่นนู่นนี่กันสักพักแล้วน้องมันก็ขอถ่ายรูปเราสามคน

“เราไม่เคยถ่ายรูปกับลูกมาร์คเลยนี่คะ มาค่ะพ่อ” แม่ว่าแล้วเกี่ยวเอาแขนของสามีท่านเข้ามาหา แล้วมืออีกข้างก็เกี่ยวแขนผม

แชะ!

“แก บ้านพี่วีจริงๆ ด้วย”

“แกๆ น่ารักอะ ดูเขายิ้มให้พี่มาร์คสิแก”

“พ่อพี่วีหล่อมากกก”

“แม่ก็สวย”

“ก็ดูพี่วีหน่อย หล่อขนาดนั้น”

“ถ้าพี่วีกับพี่มาร์คมีลูกด้วยกันนะมึงเอ๊ยยย”

“เขาเป็นผู้ชายทั้งคู่ค่ะ”

“ไม่ได้มีคนมีกรี๊ดกร๊าดคุณอย่างนี้นานแล้วนะคะ” แม่ว่ายิ้มๆ แต่พ่อก็ทำแค่ถอนหายใจออกมา

“ปล่อยเขากรี๊ดไปเถอะ” พ่อบอกแค่นั้น เหมือนท่านไม่ค่อยชอบใจแต่ท่านก็ทำอะไรไม่ได้ 

“พ่อเขาไม่ชอบเป็นที่สนใจของคนอื่นน่ะลูก เขาเขิน” แม่บอกผม

“อะไร ไม่ใช่สักหน่อย” พ่อว่ากลับ แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่แม่ว่าเพราะท่านกำลังหน้าแดง

ผมรอพี่วีอยู่ด้านนอกกับพ่อและแม่ของเขา คนหลายคนมองมาและยังคงมีนักศึกษาพูดถึงพวกเราอยู่ แต่พวกเขาก็แค่มองเพราะไม่กล้าเดินเข้ามาหา พ่อแม่ผมไม่ได้มาแต่เขาคุยกับพี่วีแล้วแหละ ผมบอกแล้วว่าพี่วีอะกำลังจะกลายเป็นลูกคุณพ่อไปแล้ว 

“พี่ยูล่ะครับ” ผมถาม

“พี่เขารับบ่ายลูก แม่คงจะรอที่คณะพี่วี บ่ายสามบ่ายสี่พี่ยูคงออกมา” 

“อ๋อ ผมลืมไปเลยว่าพี่ยูรับบ่าย” ผมว่า 

เวลาที่เรารอคอยให้คนข้างในออกมามันเหมือนจะนาน แต่มันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นพวกเขาเดินออกมาอย่างเป็นระเบียบ สำหรับชุดของภาคบ่ายก็เตรียมเข้าอย่างเป็นระเบียบเช่นกัน ผมเดินมาที่ข้างราวกั้น เบียดกับคนอีกหลายคนแต่ก็พยายามมองหาพี่วี และมันโชคดีที่แถวของพี่วีอยู่ติดกับราวกั้น

“มาร์ค!” พี่วีเรียกผม ผมส่งยิ้มออกไปให้ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้พี่เขาอย่างรวดเร็ว แค่นั้น…พี่วีก็ยิ้มตอบกลับมา

แชะ!

“รูปเมื่อกี้โคตรสวยเลยพี่” ทิวมันว่าแล้วมองกล้องของมัน 

“มึงตามกูทุกที่เลยเหรอวะ” ผมถามกลับ

“ใช่น่ะสิครับ พวกพี่จ้างผมมาถ่ายรูปนะ”

“จ้างมาถ่ายพี่วี ไม่ใช่กู” ผมบอก

“งั้นผมวิ่งตามพี่วีก่อน” มันว่าแล้วค่อยเดินหายออกไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ไอ้พวกติสต์นี่เกิดจะติสต์ตอนไหนก็ได้สินะ

ผมเดินกลับมาหาพ่อกับแม่ รอพี่วีอยู่พักใหญ่ถึงเห็นคนหล่อเดินมา สงสัยไอ้ทิวมันจะเป็นคนนำทางมาด้วย รอบข้างของพี่เขามีแต่คนมอง ก็ใช่น่ะสิเพราะพี่วีหล่อมากๆ เลยไง ดอกไม้อยู่ในมือพี่วีหลายดอกแล้ว เป็นช่อก็มี แสดงว่าพี่เขาคงจะเจอใครหลายคนแล้วก่อนที่จะมาถึงนี่

“สวัสดีครับ”

“ไหว้พระเถอะลูก หนักไหมนั่น” แม่ว่าแล้วเดินเข้าไปถือของช่วย ผมเองก็เดินเข้าไปหาพี่เขาพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ พี่วีก็มองกลับมาที่ผม เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วมุมปากก็กระตุกยิ้มเหมือนชอบใจท่าทีของผมตอนนี้ มันดูเก้ๆ กังๆ มันทำอะไรไม่ถูก แล้วมันก็…เขิน

“เอามาสิ” พี่วีว่าแล้วยื่นมือแขนออกมาหาผม

“ยินดีด้วย…ครับ” ผมบอกแล้วส่งดอกไม้ช่อโตนั่นเข้าอ้อมกอดของพี่วี พี่มันระบายยิ้มออกมาแล้วก้มมอง

“ความจริงอยากกอดคน ไม่ได้อยากกอดอกไม้” เสียงว่าไม่เบาแต่ก็ไม่ได้ดังมาก พ่อกับแม่ได้ยินและแม่ก็หัวเราะ ส่วนพ่อ…

“พากูออกจากตรงนี้ที คนมองหมดแล้วเนี่ย” ท่านว่าแล้วมองซ้ายมองขวา

“ว่าไงครับสุดหล่อ” พี่วีว่าแล้วเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าพ่อ

“สุดหล่อพ่อมึงสิ” พ่อตอบกลับมา

“ก็พ่อผมไหมล่ะ”

“พูดกันไม่เพราะเลย พ่อลูกคู่นี้”

“มันแกล้งผมก่อน” พ่อหันไปบอกกับแม่ เหมือนจะขัดใจที่แม่ว่า แต่ท่านก็งอแงกับแม่นั่นแหละ 

“เหมือนมาก” ทิวไผ่บอกกับผม

“เหมือนพี่วีมากๆ เลย” ผมพูดต่อ แล้วน้องมันก็พยักหน้าเห็นด้วยกับผม

รูปถ่ายถูกเก็บบันทึกไว้เป็นความทรงจำ บรรยากาศและความรู้สึกตอนนี้คงจะถูกพูดถึงอีกทีเมื่อเรามองดูรูปที่เก็บไว้ พ่อเดินคู่กับแม่ ตามหลังผมกับพี่วีที่เดินนำไปที่รถ ข้างๆ เป็นทิวไผ่ที่แทบจะถ่ายทุกอิริยาบถของพี่วีกับพ่อ 

“มึงจ้างมันมากี่บาทเนี่ย ทำไมถ่ายไม่หยุดเลย” พ่อถาม

“ไม่ได้จ้าง”

“มันมาเอง?”

“อื้อ” พี่วีตอบ แล้วพ่อก็หันไปมองทิวไผ่ เด็กมันก็ยิ้มกลับมาให้เหมือนเราไม่ได้นินทามัน ทั้งๆ ที่มันก็ได้ยินที่พ่อพูด

“ถ้าเป็นพี่วีกับพี่มาร์ค ผมเต็มใจมากครับ” ทิวไผ่ตอบ

“ขอบใจมากนะลูก ไว้ไปกินข้าวบ้านแม่นะ”

“ขอบคุณครับคุณแม่”

“แม่กู” พี่วีหันไปดุน้อง

“เออ อย่ามองเยอะ เมียกู” พ่อว่า มือหนาเลื่อนมาดึงแขนแม่หลวมๆ แล้วไอ้ทิวมันก็แทบจะลมจับกับโมเมนต์ที่มันเรียกว่าสวีตหวาน คนอื่นอาจจะมองว่าแบบนั้น การที่ผู้ชายหล่อๆ ทำแบบนี้คงจะฟินมากๆ ใช่ไหม แต่ไม่ใช่ผมกับแม่ เพราะที่พ่อกับพี่วีทำตอนนี้มันก็แค่การงอแงเพราะหวงก็เท่านั้น 

สวีตอะ…มันมากกว่านี้

“วี!” เสียงหวานใสเรียกชื่อพี่วีก่อนที่เราจะเดินไปถึงจุดจอดรถ เหมือนเวลาหยุดหมุนแล้วใครหลายๆ คนก็หยุดเดิน เพราะคนที่เรียกพี่วีคือคนที่ผมภาวนาไม่ให้เขามาเจอกัน

“พลอย…”

“เดี๋ยวพลอยขอถ่ายรูปกับวีแป๊บนะคะ” สาวสวยหันไปบอกญาติของตัวเอง คนตัวเล็กเดินมาทางนี้และพี่วีกำลังมองมาที่ผม พ่อกับแม่เองก็ด้วย แต่ท่านก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่มองไปทางคนที่กำลังเดินเข้ามาอย่างงงๆ และมองที่ผมเหมือนขอคำตอบ แต่ผมจะตอบอะไรได้ ในเมื่อผมเพิ่งบอกเขาเองว่าจะไม่คิดอะไรมาก

“พี่คนนี้…”

“ยังไงคะลูกมาร์ค” แม่ถามผม

“ใจเย็นๆ แม่” พ่อบอกกับแม่แล้วกระตุกแขนแม่เบาๆ

“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ พลอยแค่ขอมาถ่ายรูปกับวีค่ะ” พี่พลอยว่าหลังจากยกมือไหว้พ่อกับแม่เสร็จ พวกท่านทั้งสองยังเหมือนจะงง แต่พ่อก็พยักหน้าให้ ส่วนแม่…ผมรับรู้ได้เลยว่าท่านไม่พอใจ

“ถ้าลูกมาร์คไม่ว่าอะไรก็รีบถ่ายเถอะค่ะ ป้าต้องรีบไปรอพี่ยูอีก” คุณแม่ท่านต้องไม่พอใจมากๆ

“ค่ะ” พี่พลอยว่าแล้วยืนขนาบข้างกับพี่วี 

“มาร์ค” แต่คนที่ถูกขอถ่ายด้วยกลับหันมาหาผม เหมือนรอให้ผมเข้าไปหา

“หืม?” 

“มาถ่ายกับกู…”

“จะถ่ายก็รีบถ่ายให้จบๆ ไปวี” พ่อว่า ตาคมมองมาที่ผมแล้วผมก็ต้องตัวแข็งเมื่อท่านมองมาแบบนั้น ‘ปล่อยให้มันแก้เอง’ นี่คือความหมายของสายตาที่พ่อบอกผม

พี่วีหยุดอยู่นิ่งๆ ปล่อยให้พี่พลอยขยับมายืนข้างๆ ระยะห่างของพวกเขามันมีอยู่มาก แต่ทั้งคู่ก็ส่งยิ้มให้กล้อง หลายคนมองมาแล้วพูดถึงเหตุการณ์ตอนนี้ มันก็แน่อยู่แล้วคนสวยกับคนหล่อที่เคยเป็นแฟนกัน เคยรักกันมาก และตอนนี้จะยังเป็นเพื่อนกันอยู่ก็ไม่แปลกอะไรหรอก แต่ใครจะไปรู้ว่ากว่าจะเลิกกันมันทำให้ใจคนอื่นเจ็บมากแค่ไหน พอเลิกกันแล้วแต่ละคนเจ็บมากเท่าไหร่ มาเห็นแบบนี้จะไม่ให้ผมขัดใจเลยมันก็ไม่ใช่ แต่ผมก็เข้าใจว่ามันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

“ขอบคุณนะวี ทุกอย่างเลย” พี่พลอยบอก

“อื้อ”

“คุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ” พี่พลอยว่าแล้วยกมือไหว้ พ่อกับแม่ก็รับไหว้แล้วพยักหน้าให้

“อือ งั้นก็แยกย้ายกันเถอะ ผู้ใหญ่ทางนั้นก็รอ” พ่อว่าแล้วยิ้มให้พี่พลอย

“ค่ะ เอ่อ น้องมาร์คคะ” พี่พลอยว่าแต่ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเธอกลับเรียกชื่อผมไว้ก่อน

“ครับ?”

“ฝากดูแลวีดีๆ นะคะ” สายตาของเธอที่มองมาไม่ได้มีความเกลียดชัง ไม่ได้มีความแค้นเคือง หรือประชดประชันสักนิด มีแต่ความรู้สึกผิดและความห่วงใยต่อพี่วีจริงๆ เท่านั้น มันทำให้ผมรู้ว่าพี่พลอยยังรักพี่วีอยู่ ยังเป็นห่วงอยู่ เพียงแค่ไม่สามารถมาอยู่จุดที่ผมอยู่ได้ ตอนนี้ไม่สามารถเป็นคนดูพี่วีได้

“ครับ” ผมตอบรับ “ยินดีด้วยนะครับ เรื่องรับปริญญา” ผมบอกออกไปแล้วเธอก็ยิ้มให้ สาวสวยหมุนตัวออกไป โดยการร่ำลาครั้งนี้ผมคิดว่ามันคงเป็นจุดจบจริงๆ แล้วแหละ ความสัมพันธ์ของพี่วีกับพี่พลอยก็ไม่ได้ถูกตัดขาดแบบที่พี่วีต้องการ แล้วความสัมพันธ์ของอพวกเขาก็จะไม่มากวนใจผมแบบที่ผมต้องการ เพราะตอนนี้มันชัดเจนมากแล้ว

“มันมีที่ไหนวะ เอาแฟนใหม่กับแฟนเก่ามาถ่ายรูปด้วยกัน” ทิวมันว่าแล้วมองพี่วีเหมือนจะโกรธ

“กูถ่ายกับพลอยเพราะเห็นว่าเคยรู้จักหรอก” พี่วี เมื่อก่อนจากที่บอกว่าจะเป็นเพื่อนกัน ตอนนี้พี่เขาเลื่อนมาเหลือแค่เป็นคนรู้จักเท่านั้นเองเหรอ

“มึงมันเกินไปวี” พ่อพี่วีว่าแล้วเดินนำเราไป ตามด้วยแม่ที่มองพี่วีอย่างอ่อนใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“มึงโกรธกูเหมือนพวกเขาไหมเนี่ย” คนหล่อเดินมาข้างหน้าผมแล้วถามออกมาอย่างจริงจัง

“ไม่”

“น้อยใจหรือเปล่า ไม่พอใจอะไรกูไหม?”

“ไม่หรอก ผมว่านี่ก็เคลียร์แล้ว ถึงจะดูแปลกๆ แบบที่ทิวว่าก็เถอะ” ผมบอกกลับ

“กูอยากให้มึงอยู่ด้วยนี่ ไม่ได้กลัวหวั่นไหวกับเขานะ กูแค่กลัวมึงไม่พอใจ เผื่อไม่อยู่ด้วยแล้วคิดไปไกลอีก” พี่วีบอก

“อื้อ ผมรู้” ผมว่า

“ขอบคุณนะ” พี่วีว่าแล้วยิ้มให้ผม

“เรื่องแค่นี้เอง” ใช่ ก็แค่เรื่องแฟนเก่าเอง พระรามเคยบอกผมไว้ว่าแฟนเก่าก็แค่แฟนเก่า ถ้าเขายังรักกันดีเขาจะมามีเราทำไม แต่นั่นมันกรณีพระรามที่พี่เหนือเลิกนานแล้ว แต่กรณีผมนี่…เหมือนแย่งเขามา

“อย่าคิดมาก” พี่วีบอก

“อือ” แต่จะให้ผมทำยังไง ในเมื่อผมไม่เคยบังคับอะไรพี่วีเลย พี่วีกับพี่พลอยเลือกกันเองทั้งนั้น ตอนนั้นผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าเขาจะเลือกผม ถึงพี่พลอยจะทำไว้ขนาดนั้นแต่พี่วีก็รักพี่พลอยมาก

“กูรักมึง ตอนนี้รักมึงคนเดียว” พี่วีบอกเบาๆ ย้ำความรู้สึกของตัวเองเพื่อยืนยันความรู้สึกของผม มันน่าแปลกที่คำพูดไม่กี่คำสามารถขจัดความกังวลใจของผมออกไปได้ทั้งหมด ใช่แหละเนอะ…ผมเองก็รักพี่วีมากนี่

เรากลับมาที่คณะ พี่วีถ่ายรูปกับคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย ผมเองก็อยู่ไม่ห่างจากพ่อกับแม่ เพราะผมอยากเทคแคร์พวกท่านมากกว่าเทคแคร์พี่วี ก็พวกท่านนานๆ มาที แต่พี่วีอะ เหมือนเจ้าของคณะไปแล้ว เดินไปทางไหนก็มีแต่คนรู้จัก ก้าวไปตรงไหนก็มีแต่คนขอถ่ายรูป ไม่ต่างจากพี่บาร์หรือคนอื่นๆ ในกลุ่มพี่เขาเลยสักนิด ทำให้รู้ได้เลยว่าเป็นคนที่ใครๆ ก็รู้จักกันทั้งกลุ่มจริงๆ

“คนก็รู้จักมันเยอะนะเนี่ย” พ่อว่า

“ลูกเป็นเดือนคณะค่ะคุณ” แม่บอกกลับ พ่อเลยถอนหายใจออกมา

“หล่อเหรอ? ก็ไม่ได้หล่อขนาดนั้น”

“แต่ใครๆ ก็บอกว่าลูกหน้าเหมือนคุณนะคะ” แม่ว่ายิ้มๆ แล้วพ่อก็ถอนหายใจออกมาก

“มาร์คว่าไง”

“ครับ?”

“ไอ้วีหล่อไหม?” พ่อถาม

“คุณพ่อหล่อกว่าครับ”

“ได้ยินนะ” พี่วีบอกขณะที่เดินเข้ามาหาพวกเรา

“เสร็จแล้วเหรอ?” ผมถามกลับ

“ขี้เกียจแล้ว ให้พวกมันมาหาที่นี่เอา”

“พอดีแหละ รอพี่ยู” แม่บอกแล้วดูนาฬิกา

“เมื่อไหร่มันจะมาเนี่ย หรือไปหามันที่คณะดีไหมแม่” พี่วีถาม

“มันบอกว่าจะมานี่เอง” พ่อว่า

“มาทำไม” พี่วีบ่นอุบอิบ 

“กลัวพี่เขามาแย่งความหล่อเหรอลูก” แม่ถามยิ้มๆ

“แค่พ่อก็กลบมันหมดแล้ว” พ่อว่า

“เฮ้อ เหนื่อยใจกับคนแก่ๆ แก่แล้วไม่ยอมรับว่าแก่” พี่วีบอก 

“อ๋อ มึงว่ากูแก่?”

“เลิกเถียง เจ็บคอ” พี่วีว่า มือสวยชี้มาที่แก้วน้ำในมือผม ผมเลยยื่นไปให้ แต่พี่วีไม่ได้ถือไปกินเอง คนหล่อก้มลงมาแล้วดูดมันจากมือผม

แชะ!

“แหม...รูปตั้งใจถ่ายกับรูปที่ไม่ตั้งใจถ่ายนี่ต่างกันจริงเนอะมึง” พี่ตี๋เดินมาแล้วบอกพี่วี

“เออ พวกกูแทบอ้อนวอนถึงได้เกาะแขน” พี่ลี่ว่าต่อ

“ก็มึงไม่ใช่แฟนเขา” พี่แพนว่า

“กูละอยากกลอกตา เกรงใจคนทั้งคณะบ้าง”

“ปกติกูก็ไม่เคยเกรงป้ะ” พี่วีว่าแล้วหันไปหาเพื่อน

“เมื่อก่อนมึงไม่ได้สวีตแบบนี้ค่ะ”

“ทุกวันนี้กูมากกว่านี้อีกครับ” พี่วีตอบกลับ

“มึงอย่าลืมสิครับ ว่ามันมาเฝ้าน้องเขาทุกวัน” พี่กล้าบอก

“นี่พวกมึงเดินมาเพื่อรุมด่ากู?”

“ไม่ค่ะ กูมาขอถ่ายรูปกับคนหล่อ” พี่ลี่บอก

“อะ มา” พี่วีว่าแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อน

“ไม่ใช่มึงค่ะ”

“คุณพ่อขา”

“ถ่ายรูปกับพวกผมหน่อยนะครับ คุณแม่ด้วยนะครับ” พี่ปอนด์บอก หันไปหาคุณพ่อคุณแม่แล้วทำหน้าอ้อนวอน ซึ่งปกติพ่อจะไม่ยอมง่ายๆ แต่ครั้งนี้ท่านลุกขึ้น

“ไอ้คนไม่หล่อ หลบไป” พ่อบอกพี่วีแบบนั้น แล้วทุกคนก็หัวเราะ พวกเขาขยับเดินออกไปถ่ายรูปกัน แล้วปล่อยผมกับพี่วีไว้ตรงนี้

“เหนื่อยไหม?”

“ไม่เท่าไหร่” ผมตอบกลับ ความจริงไม่เหนื่อยเลยสักนิด

“เดี๋ยวไอ้ยูก็มา วันนี้นอนบ้านนะ”

“อื้อ”

“มึงด้วย นอนบ้านกู” พี่วีบอก 

พี่ยูมาหาพ่อกับแม่ตอนที่เกือบเย็นแล้ว พอมาถึงบ้านนี้ก็กลายเป็นที่จับตามองอีกครั้ง มากกว่าความหน้าตาดีแต่คือเสน่ห์ของทั้งสี่คนที่รวมกัน ความดิบ ดุดัน แต่อบอุ่นของพ่อ ความน่าค้นหา ความเป็นธรรมชาติ ความเป็นตัวของตัวเองของพี่ยู และความอบอุ่น ความหล่อแบบที่เรียกว่าหล่อทุกมุมของพี่วี นี่ยังไม่รวมความอ่อนหวานและรอยยิ้มของแม่นะ

เป็นความลงตัวที่หาได้ยากมากจริงๆ

“มาร์ค! ถ่ายรูปกับพี่หน่อย” พี่ยูเรียกผมเลยเดินเข้าไปหา

“ยินดีด้วยนะครับพี่ยู” ผมบอก แต่พี่แกดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจเรื่องจบสักเท่าไหร่ ไม่ต่างจากพี่วีที่ทำเหมือนว่าวันนี้ก็แค่วันรวมรุ่น

“ถ่ายเหี้ยอะไร ต้องมีกู” พี่วีบอกแล้วเดินเข้ามาแทรก

“มึงหลบครับไอ้น้องเวร อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงไปถ่ายกับเมียเก่ามา” พี่ยูบอก

“ตอนนั้นมาร์คก็อยู่”

“มาร์คแค่ยืนดู ตอนนี้มึงก็ทำแค่ยืนดู เชิญครับ” พี่ยูผายมือไปอีกทาง แล้วดึงแขนผมเข้าไปหา

“มึงแม่ง...ขนาดไอ้บาร์กูยังไม่ให้มันถ่ายกันแค่สองคนเลย” พี่วีบ่น

“กูพี่มึง มากกว่าไอ้บาร์สิบคนรวมกัน” พี่ยูบอก ผมเลยหัวเราะออกมาแล้วไปยืนข้างพี่เขา เราถ่ายรูปด้วยกันสองสามรูปแล้วหลังจากนั้นพี่วีก็เข้ามาถ่ายด้วย

ผมมาที่บ้านของพี่วีหลังจากเสร็จทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ไม่ได้มีอะไรมากมายนอกจากกินข้าวเย็นด้วยกัน พี่วีกระซิบบอกผมว่าเป็นมื้อที่พร้อมหน้าพร้อมตาที่สุดแล้ว ก่อนหน้านี้พี่วีไม่ค่อยกลับบ้านเพราะอยู่กับผม ส่วนพี่ยูก็ไม่ค่อยกินข้าวกับพ่อกับแม่สักเท่าไหร่ ไม่แปลกเลยที่แม่จะเชื้อเชิญคนอื่นๆ มากินข้าวด้วยบ่อยๆ 

ก็ล่อให้พี่ยูกับพี่วีมากินข้าวนี่แหละ

“เหนื่อยอะพ่อ กินเสร็จนอนเลยนะ” พี่ยูพูดขึ้น

“เหนื่อยอะไร น้องมันตื่นก่อนมึงมันยังไม่บ่นสักคำ” พ่อบอก 

“มันมีคนดูแลไง ผมไม่มีอะ” พี่ยูว่าแล้วมองมาที่ผม แก้มผมมันก็แดงขึ้นเอง

“หยุดมองไอ้ยู ไม่มีก็ไปหาเอา” พี่วีบอก

“หายังไงวะ”

“อย่าหาเหมือนตาวีแล้วกัน” แม่ว่าอย่างนั้นแล้วพี่วีก็ทำหน้าโอดครวญ

“แม่อ่าาา”

“ไม่ต้องมาอ้อน แม่ยังงอนเรื่องน้องพลอยไม่หายเลยนะ” แม่บอก

“เมียพ่องอนทำไมวะ เมียผมยังไม่งอนเลยนะ” พี่วีบอกกับพ่อ

“เรื่องนี้กูไม่ยุ่ง” พ่อว่าแบ้วกินข้าวต่อ

“มาร์คคค” พี่วีเลยหันมาหาผมเหมือนจะอ้อน แต่ผมทำแค่ยิ้มให้

“ผมทีมแม่ครับ”

“อ้าว...ยู”

“กูทีมน้องมาร์ค” 

“งั้นกูก็ตัวคนเดียวนี่” พี่วีว่าแล้วหันมาหาผม ผมเลยถอนหายใจออกมา

“เด็ก” ผมบอกออกไปแบบนั้นแล้วพ่อกับแม่ก็หัวเราะ

“กูโดนแกล้ง” พี่วีว่า

“ที่แม่ว่าไม่ใช่เรื่องจริง?” ผมถามกลับ

“จริงครับ ขอโทษครับ” พี่วีบอก เหมือนจะเล่นแต่นั่นแหละเขาขอโทษผมจริงๆ เพราะสายตาที่มองมามันคือความจริงจัง ไม่ได้มีท่าทีเล่นๆ เหมือนน้ำเสียงที่ใช้พูด

“เป็นพี่พี่ไม่ยอมนะ” พี่ยูบอก

“อ้าวยู! กูง้อเมียกู มึงไม่มีเมียอะกินไป”

“วันดีแท้ๆ ยังไม่พูดกันดีๆ แม่จะเป็นลม” แม่บอกแล้วส่ายหัวไปมา

“มันก็แค่วันวันหนึ่งอะแม่” พี่วีบอก

“อือ ใช่” แล้วพี่ยูก็พยักหน้าตาม

“แค่วันวันหนึ่งที่ไหน พวกลูกอาจจะแค่วันวันหนึ่งแต่พ่อกับแม่มันไม่ใช่ มันคือความภาคภูมิใจที่ได้เห็นลูกจบแบบนี้” แม่บอก

“อือ ก็กูส่งพวกมึงไปเรียนอะ” พ่อว่า

“ขอบคุณครับ” พี่วีกับพี่ยูพูดพร้อมกัน

“เฮ้อ~ ช่างเถอะ แม่รอดีใจหนักๆ ในวันของน้องมาร์คดีกว่า” แม่ว่าแล้วหันมาหาผม

“ครับแม่” ผมบอกแล้วยิ้มให้ท่าน

“วันนี้กินเสร็จก็นอนนี่แหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ทำกับข้าวให้กินแต่เช้า อยากกินอะไรหืม?”

“แกงจืดได้ไหมครับ” ผมถามกลับ

“เต้าหูหมูสับด้วยเนอะ” 

“ครับผม”

“มึงว่า กูกับมึงยังเป็นลูกแม่อยู่ไหมวะ” พี่ยูพูดขึ้น

“ก็เป็น เพราะมาร์คเป็นเมียกู” พี่วีตอบ

“มันเกี่ยวไหมอะ” ผมถามกลับ

“อ้าว! ก็มึงเป็นลูกแม่ แล้วเป็นเมียกู สรุปกูก็ลูกแม่แหละ จะมองทางไหนก็ลูกแม่แน่ๆ” พี่วีว่า

“เฮ้อ~ ไอ้พวกไร้สาระ” พ่อบอก แล้ววางช้อน

“ไหนบอกวันสำคัญไง จะไปนอนแล้ว?” พี่ยูถาม

“มึงจะให้กูตัดเค้กเหรอ? หรือตัดผมมึง จะบวชให้กู?” พ่อถามกลับ

“พ่ออะ…”

“เถียงให้เก่งเหมือนเรียนหน่อย” พ่อบอก

“ก็เป็นคนรักเรียนไม่ได้ชอบเถียง” พี่วีบอก

“อันนี้มึงเถียงกูอยู่ เผื่อมึงไม่รู้ตัว” พ่อเลยบอกกลับ

“พอแล้วๆ พาน้องไปนอนไป” แม่ว่า

“แม่คร้าบบบ วีเรียนจบแล้ว” ก่อนจะไปพี่วีเดินอ้อมมาอ้อนแม่ แล้วแม่ท่านก็ยิ้ม

“เก่งมากครับ” แม่บอกแล้วอ้าแขนรอกอดพี่วี

“เมียกู” พ่อว่าแล้วเข้ามา แต่ท่านไม่ได้ทำอะไรนอกจากโอบกอดแม่กับพี่วีไว้

“แล้วผมล่ะ?”

“มึงเด็กเก็บมาเลี้ยง” พี่วีว่า

“หน้าเหมือนมึงเลย” พี่ยูบอกแล้วเข้ามาหอมแก้มแม่ ส่วนผมคนที่มองอยู่ตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเก็บบันทึกภาพนี้ไว้ แม้ไม่ใช่กล้องดีราคาแพง แม้เป็นแค่โทรศัพท์แต่มันก็คมชัดมากพอที่จะเก็บรายละเอียดภาพนี้ได้

แชะ!

“สวยมากเลยครับ” ผมบอกแล้วยิ้มให้แม่ แล้วท่านก็ส่งยิ้มกว้างๆ มาให้ผม

“ส่งเข้าไลน์กลุ่มบ้านเราด้วยนะคะ” แม่บอก ซึ่งถึงท่านไม่บอกผมก็คงจะส่งอยู่แล้ว เพราะผมก็อยู่ในกลุ่มนั้น 

กลุ่มครอบครัวของพี่วี

 

 

 

#กลรักรุ่นพี่ 

2/10/2020 

ความครอบครัวอะเนอะ ทำไมบ้านพี่วีน่ารักอย่างนี้นะ เป็นแบบว่าอยากเข้าไปเป็นสะใภ้ ไม่ได้พี่ยูขอพี่วีก็ยังดี นี่อ่านไปแล้วมองเห็นความหล่อทะลุตัวหนังสือ มองเห็นความอบอุ่นแบบจริงๆ มากๆ เป็นกันเองทั้งพ่อทั้งลูก แล้วก็เพื่อนๆ ที่มาก็น่ารัก ถึงมาแจมด้วยนิดหน่อยก็ทำให้พี่เขาฉุนได้ ยืนยันว่าพี่วียังมีเพื่อน ถึงแม้เพื่อนจะไม่ค่อยรักก็ตาม แต่ใดๆ แล้วอยากเจอุณพ่อพี่วีมากค่า! 

ปล. ขณะนี้แป้งกำลังทำสเปเชียลกลรักรุ่นพี่นะคะ เป็นเล่มไม่หนามาก จะวางจำหน่ายที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติในช่วงวันท้ายๆ ของงาน (จะแจ้งวันที่แน่นอนอีกทีที่เพจกับทวีตเตอร์ค่ะ) ใครไม่สะดวกทางงานรอสั่งออนไลน์ได้หลังงานหนังสือนะคะ 

ขอบคุณค่ะ 

Tweeter: @pflhzt 

Facebook: faddist 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว