หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 39 ถึงเวลาหนี

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 ถึงเวลาหนี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.3k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2563 06:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 ถึงเวลาหนี
แบบอักษร

 

 

เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วนั่งเหม่อลอยมองมุกดาที่กำลังนอนหลับหันหลังให้ วันนี้เธอรู้แล้วว่าแม่เอาอะไรใช้แลกกับความปลอดภัยของเธอ

“แม่คะ แม่” วารินทร์ปลุกมุกดาในตอนเช้า

“อืม มีอะไรเหรอลูก แล้วทำไมยังไม่ไปโรงเรียนอีก” มุกดางัวเงียถามลูก

“เราหนีไปจากที่นี่กันดีมั้ยคะ”

มุกดาตาสว่างเมื่อได้ยินคำลูก เธอรีบลุกขึ้นมามองหน้าวารินทร์ที่ตอนนี้ดวงตาแดงก่ำ

“ทำไมอยู่ๆ ถึงชวนหนีอีก” ลูกสาวไม่ได้พูดแบบนี้กับเธอนานแล้ว

“ไปจากที่นี่เถอะนะคะแม่”

น้ำตาที่ไหลออกจากตาของวารินทร์มันทำให้คนเป็นแม่สะเทือนใจ กลัวว่าลูกอาจจะรู้ความจริงแล้ว ยิ่งวารินทร์ยกมือมุกดาขึ้นมาแนบแก้ม มันยิ่งชัดเจนว่าความลับไม่มีในโลก

“เราไปจากที่นี่กันเถอะนะคะ แม่อย่าทนทรมานเพื่อวาอีกเลย ฮึก”

“เขาขู่แม่ไว้ว่าจะเอาเราสองคนให้ตายถ้าคิดหนี”

“ก็ยังดีกว่าทนตายทั้งเป็นที่นี่นะคะแม่”

“แต่วายังเรียนไม่จบ”

“อีกแค่สองเดือนก็จบแล้วค่ะ จริงๆ วาไม่เรียนแล้วก็ได้” มุกดาส่ายหน้า

“อย่าพูดว่าจะไม่เรียนอีกนะลูก แม่ขอ แม่ไม่เคยมีโอกาสได้เรียน ถือว่าทำเพื่อแม่เถอะนะ”

วารินทร์นั่งน้ำตาไหล เธอคิดอยู่แล้วว่าแม่ต้องตอบแบบนี้ แม่ทนทรมานมานานหลายปีก็เพราะเธอ

จากนั้นไม่กี่วันก็ได้รู้จากเรือนผกาว่าเธอหาตัวพัชระเจอแล้ว แต่เขาไม่ยอมกลับบ้านและบอกว่าจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก วารินทร์เสียใจมากแต่ในความเสียใจนั้นก็แอบมีความดีใจอยู่ลึกๆ ที่เขายังคงปลอดภัย ยังมีชีวิตอยู่ แล้วยิ่งได้รู้ว่าเขาตกลงจะไปเรียนต่อ มันก็ทำให้เธอสบายใจขึ้นที่รู้ว่าเขายังรักตัวเอง

“แหวะ แหวะ”

ภาพโก่งคออาเจียนของลูกสาวมันทำให้มุกดาเริ่มสงสัย

“เป็นอะไรไปลูก ทำไมพักนี้อาเจียนบ่อย แม่เห็นวาเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ”

“อาจจะเครียดเกินไปมั้งคะแม่ เดือนหน้าก็จะสอบแล้วด้วย”

“พรุ่งนี้ไปหาหมอกับแม่นะ”

“ไม่ต้องไปหรอกค่ะ วาไม่ได้เป็นอะไร”

“วา พูดความจริงกับแม่ได้มั้ยลูก”

“แม่อยากรู้เรื่องอะไรคะ”

“วามีอะไรกับคุณภีมรึยัง”

วารินทร์นิ่งสนิทเธอเริ่มเดาทางออกว่าแม่คิดอะไร มุกดาเห็นอาการของลูกเธอก็ได้คำตอบทันที

“ไปหาหมอกันนะ ไปให้หมอตรวจ” เธอเอามือลูบหน้าลูบตาลูกสาว

“ค่ะแม่”

 

มุกดาเดินเข้าไปตึกใหญ่บอกกับเรือนผกาว่าวารินทร์ไม่ค่อยสบายเธออยากพาลูกออกไปหาหมอ

“แล้ววาเป็นอะไรมากมั้ยมุก”

“ไม่มากค่ะ แต่มุกเป็นห่วงอยากไปให้หมอตรวจ”

“งั้นก็เอาเงินนี่ไป แล้วให้คนรถไปส่งนะ”

“ขอบคุณค่ะคุณผู้หญิง”

ระหว่างนั่งรอผลตรวจที่โรงพยาบาล วารินทร์อดตื่นเต้นไม่ได้ถึงแม้จะค่อนข้างมั่นใจว่าเธอไม่ได้ท้องเพราะผลตรวจจากคราวก่อนที่ตรวจพร้อมพัชระก็ค่อนข้างชัดเจน

“ตอนนี้คุณตั้งครรภ์ได้สิบห้าสัปดาห์แล้วนะคะ จะฝากครรภ์กับหมอเลยมั้ย”

วารินทร์หูอื้อไปหมด จนไม่ได้ยินในสิ่งที่หมอพูด

“ต้องทำยังไงบ้างคะคุณหมอ”

เป็นมุกดาที่ถาม สมัยที่เธอท้องก็ไม่เคยต้องทำอะไรถึงเวลาคลอดก็ไปอนามัยใกล้บ้าน

“มีเก็บประวัติเพิ่ม ตรวจเลือดแล้วก็ตรวจน้ำตาลค่ะ” คุณหมออธิบาย

“คุณหมอคะ เป็นไปได้มั้ยคะว่าผลตรวจอาจจะผิด”

วารินทร์ยกมือไหว้ในขณะถาม เธอไม่ได้คิดดูถูกหมอ ก็เธอเคยตรวจมาแล้ว คุณหมอสาวยิ้มให้อย่างเข้าใจดี คนไข้ยังอายุน้อยอาจจะยังไม่พร้อมมีบุตร

“ไม่ผิดหรอกค่ะ ถ้ายังไงเดี๋ยวหมอจะอัลตราซาวด์ให้”

“แต่หนูเคยตรวจแล้วมันไม่ท้อง”

“ตรวจปัสสาวะใช่มั้ยคะ ตรวจนานรึยัง”

“ใช่ค่ะ เดือนนิดๆ น่าจะได้”

วารินทร์จำวันที่แน่นอนไม่ได้ ชีวิตเธอช่วงนี้มีแต่เรื่องให้วุ่นวายไปหมด

“ก็มีความเป็นไปได้ว่าแผ่นตรวจการตั้งครรภ์อาจจะเสีย หรือไม่ฮอร์โมนคุณแม่ยังต่ำขีดที่ขึ้นเลยมีสีจางมาก บางครั้งก็จางจนมองยาก”

เธอทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้ยินหมอสาวพูดแบบนั้น คุณหมอให้เธอขึ้นไปนอนบนเตียง เปิดเสื้อเอาเจลทาที่หน้าท้องแล้วใช้เครื่องมือที่เธอเพิ่งเคยเห็นกดลงที่หน้าท้องเบาๆ

“ดูที่หน้าจอนะคะ เห็นถุงตั้งครรภ์มั้ย เดี๋ยวหมอจะให้ฟังเสียงหัวใจ”

เสียงหัวใจเต้นถี่ๆ ของชีวิตใหม่ชัดเจนมาก ชัดจนอยากจะให้พ่อของลูกมาได้ยินบ้าง แต่คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว หยดน้ำตาค่อยๆ ไหลออกจากตา ถึงจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อแต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ

“แม่คะวาขอโทษ”

เป็นคำแรกที่วารินทร์บอกมุกดาเมื่อเดินออกมาจากห้องหมอ

“ไม่เป็นไรนะลูก แม่ไม่ได้โกรธแม่เข้าใจวานะ”

ถ้อยคำของแม่ยิ่งทำให้เธอสะอื้น จนมุกดาต้องสวมกอดเธอไว้

“ลูกจะบอกคุณภีมมั้ย”

“ไม่ดีกว่าค่ะแม่ พี่ภีมเขาไปแล้ว เขาโกรธวา เขาไม่ต้องการวาอีกแล้ว ฮึก”

“แล้วลูกจะไม่เสียใจเหรอ ถ้าเด็กต้องขาดพ่อ”

“เสียใจค่ะแม่ แต่พี่ภีมกำลังจะไปมีอนาคตที่ดี วาไม่อยากเป็นตัวถ่วงเขา แต่วาไม่เสียใจที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ขอโทษนะคะแม่วาคงไม่ได้เรียนต่อตามที่แม่หวังไว้อีกแล้ว” มุกดาผละตัวลูกสาวออก จ้องมองเธอแล้วพูดอย่างจริงจัง

“เราจะปิดเรื่องที่วาท้องไว้เป็นความลับ อดทนไว้ก่อนแม่ขอแค่วาสอบเสร็จ แล้วเราจะไปอยู่ที่อื่นกัน”

“จริงเหรอะคะแม่” วารินทร์ดีใจจนออกนอกหน้า

“จริง แม่ตัดสินใจแล้ว”

เธอคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วถ้ายังอาศัยใบบุญของบดินทร์ต่อ ลูกและหลานของเธออาจจะต้องตายคามือเขาเป็นแน่

“แล้วที่เขาขู่ว่าจะทำร้ายเราละคะ”

“วาพร้อมจะเสี่ยงกับมันมั้ย”

ถึงวันนี้เธอยอมตายถ้าเป็นการทำเพื่อปกป้องลูกและหลานตาดำๆ ที่ยังอยู่ในท้อง

“พร้อมค่ะแม่ วาพร้อมมาตั้งนานแล้ว” วารินทร์ดีใจสะอื้นจนตัวโยน

แล้ววันที่พัชระเดินทางไปเรียนต่อก็มาถึง วารินทร์สอบเสร็จก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน สองคนแม่ลูกจึงฉวยโอกาสที่บดินทร์ออกไปส่งลูกชายที่สนามบินหนีออกจากบ้าน และด้วยความที่โชคชะตาเป็นใจทำให้มุกดาได้เจอกับชื่นตาอีกครั้ง

ชื่นตาพาทั้งสองไปฝากงานกับเจ้านายที่บ้าน ยลรตีรู้สึกถูกชะตากับสองคนแม่ลูกตั้งแต่แรกเห็น ทั้งคู่จึงได้งานทำ วารินทร์คลอดลูกชายที่นั่นแล้วหันหลังลืมสิ้นกับเรื่องราวเลวร้ายที่ผ่านมา

 

วารินทร์ลืมตาตื่นนอนเพราะแสงจ้าจากดวงอาทิตย์ที่เริ่มสาดส่อง เธอกลับมานอนที่เตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คงเป็นพัชระที่อุ้มเธอกลับเข้ามา มองหาชายหนุ่มทั่วห้องก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

เริ่มสายก็ยิ่งรู้สึกเหนียวตัวเธอไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวาน เพราะร้องไห้หนักจึงทำให้เผลอหลับไปถึงสองรอบ

ตอนนี้ดวงตาบวมเป่งหน้าตาดูไม่ได้ จึงลุกขึ้นหยิบชุดคลุมตั้งใจจะอาบน้ำแต่พอเดินเข้าไปในห้องน้ำก็ต้องตกตะลึง

“นี่มันอะไรเนี่ย!!”

เสื้อผ้ากองใหญ่ถูกใส่ไว้ในอ่างน้ำ ทุกตัวเปียกชุ่มเพราะน้ำถูกขังไว้จนแทบจะล้นอ่าง พอลองมองดูดีดีจึงเห็นว่าทุกชิ้นคือเสื้อผ้าเธอ

วารินทร์รีบเดินออกมาด้านนอกหมายจะไปดูที่ตู้เสื้อผ้า ปรากฏว่าประตูตู้ทุกบานถูกไขกุญแจล็อกไว้ไม่เว้นแม้แต่ตู้ของชายหนุ่มเอง

“เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก”

วารินทร์หัวเสียเลิกสนใจเสื้อผ้าเดินเข้าไปอาบน้ำแล้วออกมานั่งรอการกลับมาของพัชระด้วยอารมณ์หงุดหงิด

 

@บ้านนครปฐม

 

พัชระออกจากคอนโดตั้งแต่เช้าตรงดิ่งมาหาแม่ เมื่อคืนเขาแกล้งหลับแอบเห็นวารินทร์เดินออกไปนอกระเบียง เขาก็เป็นกังวลตลอดกลัวเธอจะคิดสั้น คอยมองจนเห็นเธอหลับจึงไปอุ้มกลับเข้ามานอนในห้อง แล้วก็กลายเป็นเขาเองที่หลับตาไม่ลง ครั้นพอใกล้สว่างจึงรีบมา

“คุณแม่ทราบรึเปล่าครับว่าน้ามุกดากับวาต้องเจอกับอะไรถึงได้หนีมาอยู่ที่นี่”

“แม่ไม่เคยถามเลยลูก สองคนก็ไม่เคยเล่าเรื่องของตัวเองให้ใครฟังมีอะไรรึเปล่า” พัชระถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างออกมา

“พอตเตอร์เป็นลูกชายของผมเองครับแม่ ลูกแท้ๆ สายเลือดของผม”

ยลรตีถึงกับเอามือทาบอก ไม่คิดเลยว่าที่รักและเอ็นดูเด็กชายนั้นเพราะเกิดจากสายใยสัมพันธ์นี่เอง

“กับอีกเรื่องที่คุณแม่น่าจะรู้ พ่อของผมเป็นใครเหรอครับ ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า”

“ภีมพูดเรื่องอะไรลูก” สายตางุนงงของยลรตีบอกเขาว่านี่ไม่ใช่การเสแสร้ง

“คุณพ่อ ผมหมายถึงคุณบดินทร์ เป็นหมันครับ เขาเพิ่งบอกผมเมื่อวานนี้เอง ว่าผมไม่ใช่ลูกของเขา”

ยลรตีเอามือปิดปาก ฟังลูกบอกอย่างไม่เชื่อหู มันจะเป็นไปได้อย่างไร

“คุณแม่!!”

พัชระรีบเข้ามาประคองเมื่อเห็นว่ายลรตีทำท่าจะเป็นลม

“เป็นเรื่องจริงเหรอลูก ไม่ได้ล้อแม่เล่นใช่มั้ย” พัชระสัมผัสได้ถึงมือที่เย็นเฉียบของแม่

“ถ้ามันไม่น่าจดจำ ก็ช่างมันเถอะครับ ผมโตพอที่จะเข้าใจทุกอย่าง”

“ภีมมม แม่ขอโทษแม่ไม่รู้ว่าภีมไม่ใช่ลูกเขา แม่ขอโทษที่ทิ้งลูกไว้กับคนอื่น”

เสียงร้องไห้ของหญิงสูงวัย ทำให้เขาสะเทือนใจไม่น้อย

“ไม่เป็นไรครับคุณแม่ ผมมีชีวิตที่ดี ไม่ได้ลำบากอะไรเลย”

เขากอดยลรตีที่กำลังสะอื้นหนักเอาไว้เพื่อปลอบใจเธอ

“ผมรักคุณแม่นะครับ ผมขอโทษที่เคยโกรธคุณแม่”

เขาอาจจะเคยอ้างว้างในอดีต แต่ถ้าแม่ต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทน

เขากอดยลรตีไว้จนแน่ใจแล้วว่าแม่หยุดร้องไห้ จึงค่อยผละออก

“ผมฝากพอตเตอร์ด้วยนะครับแม่ ช่วงนี้วาอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่”

“จะไปไหนกัน”

“จะพาไปเค้นความจริงครับ วายังไม่ยอมรับเรื่องลูก”

“ภีมอย่ารุนแรงกับวามากนะ แค่นี้วาก็ต้องเป็นฝ่ายเสียสละมากพอแล้ว”

“ครับแม่”

เมื่อได้เคลียร์กับแม่เขาก็สบายใจมากขึ้น ทีนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องเคลียร์กับเมีย ในเมื่อเธอไม่ยอมรับให้เขาเป็นพ่อของลูก อย่าหาว่าเขาใจร้ายก็แล้วกัน

 

ความคิดเห็น