หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 37 รับมือกับความจริง

ชื่อตอน : ตอนที่ 37 รับมือกับความจริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2563 02:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37 รับมือกับความจริง
แบบอักษร

 

 

“ภีม กลับไปก่อนนะลูกนะ วันนี้คุณพ่อไม่ค่อยสบาย ดูไม่ปกติเท่าไหร่”

เรือนผกาพยายามจะกันพัชระออกไปในขณะที่บดินทร์ยิ่งร้องไห้โวยวายหนักกว่าเก่า

“คุณพ่อพูดมาสิครับว่ามันหมายความว่ายังไง”

“ไอ้ภีมแม่แกมันชั่ว ไปสมสู่กับคนอื่นแล้วมาหลอกฉัน!! ฮือๆๆ ฉันเป็นหมันๆๆ เป็นตั้งแต่เกิด!! แกไม่ใช่ลูกฉัน ได้ยินชัดมั้ย!! ฮือๆๆๆ อีนั่นก็จะหลอกฉันด้วยใช่มั้ย ฉันไม่เคยนอนกับมัน ฉันไม่เคยได้มัน ต่อให้ได้มันก็ไม่มีทางท้อง แกพอใจรึยังไอ้ภีม ฮือๆๆๆ อีพวกผู้หญิงสารเลวๆ พอกันทุกคน ฮือๆๆๆ”

บดินทร์เอามือทุบลงที่กลางเป้าที่เขาไม่มีความรู้สึกใดๆ อีกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้นเขาคงไม่มีวันรู้จุดบอดของตัวเองไปจนวันตาย

“คุณพี่หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!!” เรือนผกาเริ่มเสียงดัง

“ทำไม!! แค่นี้ทำเป็นรับไม่ได้แกมันเป็นลูกของหมาข้างถนนที่ไหนก็ไม่รู้!! ถ้าอยากรู้ก็ไปถามอีขวัญแม่แกโน่น!! อ่อ ต้องเรียกอียลรตีสินะ พอได้ผัวเป็นคนใหญ่คนโตเข้าหน่อยก็ดัดจริตเปลี่ยนชื่อ ตอนครางก็ไม่ต่างจากอีตัวหรอกวะ!!”

“คุณพ่อ!!”

“คุณพี่!! หยุดเดี๋ยวนี้ บอกให้หยุด!!” ทั้งสองคนร้องอุทานขึ้นพร้อมกันแต่เรือนผกาหวีดร้องต่อเพราะทนฟังไม่ไหว

“ทำไม!! ไหนๆ มันก็ไม่ใช่ลูกฉัน เอามันให้พังกันไปข้างนึงเลย!! ฉันจะเปลี่ยนพินัยกรรม จะไม่ให้อะไรมันสักอย่างเธอคอยดู!!”

บดินทร์หันไปขึ้นเสียงกับเรือนผกา พัชระยืนเอามือปาดน้ำตาแล้วกำมือแน่น

“ผมไม่เคยอยากได้อะไรของคุณเลย ขอบคุณนะครับที่เลี้ยงดูผมมายี่สิบกว่าปี ขอบคุณที่วันนี้บอกความจริงผม”

“ภีม เดี๋ยวสิลูก ภีม!!”

เขาหันหลังเดินออกจากห้องไม่ได้สนใจบดินทร์อีก ได้ยินแต่เสียงร้องไห้อันแสนทุกข์ทรมานของบดินทร์กับเสียงเรียกของเรือนผกา เขาไม่ได้หันกลับไปมอง ขับรถออกจากบ้านหลังใหญ่ แล้วไปจอดร้องไห้อยู่ข้างทาง นี่มันวันโลกาวินาศรึยังไงนะ

พัชระพยายามควบคุมสติ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาคร่ำครวญ เขาเป็นลูกใครไม่สำคัญ ที่สำคัญที่สุดคือต้องกลับไปจัดการคนที่คอนโด ไปเค้นเอาความจริงออกจากปากให้ได้ ถ้ายังดื้อดึงอีกเขาคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด

เมื่อมาถึงคอนโด ในห้องกลับว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของคนอีกคน เปิดดูตู้เสื้อผ้าเมื่อเห็นว่าของทุกอย่างยังอยู่ครบ พัชระจึงไปหยิบเอากล้องวีดีโอที่ซ่อนไว้ออกมา

เขาดึงเอาเมมโมรี่การ์ดออกมาถือไว้ในมือแล้วเดินไปหยิบโน๊ตบุ๊คดึงเอาแฟลชไดร์ฟขนาดจิ๋วออกมาจากช่องด้านข้าง ขนาดของมันเล็กมากถ้าใครไม่สังเกตก็คงไม่เห็น จากนั้นจัดการทิ้งลงในชักโครกกดน้ำตาม เขายืนมองของสองอย่างถูกดูดลงไปพร้อมกัน ไม่จำเป็นต้องใช้คลิปอะไรอีกแล้วในเมื่อเขามีวิธีอื่นที่ดีกว่า

กว่าพัชระจะจัดการในสิ่งที่คิดไว้เสร็จหญิงสาวก็กลับมาพอดี

“ไปไหนมา”

“ออกไปซื้อของค่ะ” พัชระมองเห็นถุงซุปเปอร์มาร์เก็ตในมือ

“ร้านอยู่แค่นี้ทำไมไปเป็นชั่วโมง”

“วามัวแต่เดินหาร้านขายยาอยู่ค่ะ”

พัชระพยักหน้าไม่ต้องถามก็รู้ว่าเธอไปหาซื้อยาอะไร เขาล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบซองสีขาวออกมายื่นให้เธอ

“อะไรคะ”

“ความลับของเธอไง ลองเปิดอ่านดูสิ”

วารินทร์รับมาพอเห็นชื่อของสถาบันเอกชนที่อยู่มุมซองมือเธอสั่นเล็กน้อย ค่อยๆ หยิบกระดาษออกมาคลี่ดู

 

‘รายงานการทดสอบดีเอ็นเอ’

‘นายพัชระ อารยะปฏิญญา’

 

‘ความน่าจะเป็นของความเป็นพ่อ 99.9996%’

 

วารินทร์พับกระดาษลงตามเดิมแล้วส่งคืนให้เขา

“พี่ภีมเอาอะไรมาให้วาดูคะ มีแต่ภาษาอังกฤษทั้งนั้นวาอ่านไม่ออก”

 

หมับ!!

 

“ถ้าอย่างเธออ่านไม่ออก คนอื่นคงตาบอดหมดแล้ว!!”

พัชระกระชากตัวหญิงสาวเข้ามาใกล้ เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาจากร่างกายเธอ

วารินทร์ใกล้จะร้องไห้เต็มที เธอพยายามวิ่งหนีความจริงมาตลอดเจ็ดปี แต่สถานการณ์ตอนนี้มันคล้ายว่าทุกอย่างกำลังจะสูญเปล่า

“คิดจะปิดบังเอาไว้อีกนานแค่ไหน เด็กต้องมีพ่อทำไมถึงได้ใจร้ายใจดำแบบนี้!!”

“พี่ภีมพูดเรื่องอะไรคะ วาไม่เข้าใจ” ตอนนี้ไม่ได้สั่นแค่ตัวแต่น้ำเสียงของเธอยังสั่นไปด้วย

“พอตเตอร์เป็นลูกชายฉัน ลูกของฉันทั้งคน ฉันเป็นพ่อเขา!! ผลตรวจก็บอกอยู่หรือเธอกล้าเถียง!!”

“ฮือๆๆ พี่ภีมเอาเด็กที่ไหนไปตรวจวาไม่รู้หรอก แต่ลูกของวาไม่มีพ่อ ไม่เคยมีพ่อมาตั้งแต่เกิด ฮึก”

พัชระพยายามใจเย็นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเริ่มร้องไห้หนักขึ้น เขากลัวว่าจะพาลคุยกันไม่รู้เรื่อง จึงทำน้ำเสียงอ่อนลง

“คุณพ่อบอกฉันหมดแล้ว ว่าคืนนั้นไม่ได้นอนกับเธอ มันเกิดอะไรขึ้นเล่าให้ฉันฟัง”

กลับกลายเป็นว่าหญิงสาวยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่า จนเขาอดตกใจไม่ได้ วารินทร์เอามือปิดปากตัวเองร้องไห้ส่ายหน้ารุนแรง

“วาไม่มีอะไรจะเล่า ฮือๆๆๆ อย่าถามอีกเลยนะวาขอร้อง ฮือๆๆๆๆ”

วารินทร์ทรุดลงไปกับพื้นนั่งกอดตัวเองร้องไห้สะอื้นหนักดูเหมือนจะขาดใจ ชายหนุ่มทำตัวไม่ถูกที่คิดว่าจะใช้ไม้แข็งมันถูกลืมจนหมดสิ้นเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาว

เขานั่งคุกเข่าตามแล้วค่อยๆ โน้มตัวเข้าหากอดเธอไว้

“บอกพี่ได้มั้ยวา ว่าคืนนั้นมันเกิดอะไร ทำไมต้องหนีออกจากบ้านแล้วทำไมถึงไม่บอกพี่เรื่องลูก ทำไมถึงยอมท้องไม่มีพ่อเล่าให้พี่ฟังเถอะนะ”

เสียงสะอื้นไม่ได้ลดน้อยลงแม้แต่นิด แถมคำตอบของเธอฟังแล้วก็ยิ่งสะเทือนใจเขา

“พอตเตอร์ไม่ใช่ลูกของพี่ภีม ไม่ใช่ๆๆๆ ฮือๆๆๆ”

มือเล็กจิกเสื้อเขาไว้แน่น เธอทั้งพูดทั้งดิ้นและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน เสียงหวีดร้อง เสียงสะอื้น มันช่างทรมานใจเขายิ่งนัก แต่แล้วยิ่งทรมานใจกว่าเมื่ออยู่ๆ คนในอ้อมกอด ก็หมดสติไปพร้อมกับคราบน้ำตา

“วา!! เป็นอะไรไป วาได้ยินพี่มั้ย!!”

พัชระรีบอุ้มหญิงสาวขึ้นวางบนเตียง แล้วคลายกระดุมเสื้อออก วิ่งไปหยิบยาดมที่ตู้ยามาจ่อไว้ที่ปลายจมูกเธอ ไม่นานวารินทร์ก็รู้สึกตัว พอเธอลืมตาขึ้นกลับพลิกตัวนอนหันหลังให้เขา ปล่อยน้ำตาไหลจนเปียกชุ่มไปทั่วหมอน

ชายหนุ่มไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรอีก นั่งมองเธออยู่เงียบๆ อย่างนั้นจนเธอผลอยหลับไป

วารินทร์ตื่นขึ้นมาอีกครั้งกลางดึก มองเห็นคนที่นอนอยู่ด้านข้างกำลังหลับสนิท นับเป็นคืนแรกตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ ที่เธอได้หลับโดยไม่ถูกเขาเอาเปรียบก่อนนอน หญิงสาวค่อยๆ เอาแขนที่พาดเอวบางออก แล้วลุกจากที่นอนเดินออกไปยังห้องรับแขกเปิดประตูระเบียงเพื่อรับลมยามราตรี

เธอนั่งลงที่เก้าอี้ตัวยาวริมระเบียง ปล่อยใจให้ล่องลอยกลับไปนึกถึงเรื่องราวต่างๆ รวมถึงเหตุการณ์คืนนั้นที่คงฝังใจเธอไปชั่วชีวิต

 

จุดเริ่มต้นของความชั่วร้ายมาจากผู้ชายคนนั้นเพียงคนเดียว...บดินทร์

 

เสียงสตาร์ทรถและเสียงเครื่องยนต์ที่วิ่งไกลออกไปมันทำให้เธอทรมานจนน้ำตาไหลออกมา

“ลูกชายฉันออกไปแล้ว มันไม่เอาเธอแล้ว ยังไงวันนี้เธอก็ต้องเป็นเมียฉัน”

บดินทร์ที่เดินโอบเธอเข้ามาในห้องพูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงรถของลูกชายวิ่งออกไปจากบ้าน เขาจับเธอหันหน้าเข้าหา ยืนจ้องมองความสวยใสตามวัยอย่างพึงพอใจ

“คุณผู้ชายก็รู้ว่าหนูเป็นเมียพี่ภีมแล้ว ทำไมยังทำแบบนี้อีก”

เสียงเธอสั่นเครือขณะถาม เธอได้ยินเขาพูดว่าบ่อยๆ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลูกชายของเขา หลายคนในบ้านคิดว่าเขากุเรื่อง มีเพียงพัชระและเธอเท่านั้นที่รู้ว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง

“ลูกฉันมานอนกับเธอก็เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเงินไปเที่ยว แถมลดความเสี่ยงเรื่องโรคได้ด้วย เป็นแค่คนรับใช้ ฉันอุตส่าห์ส่งเสียให้เรียนหนังสือก็ควรจะตอบแทนกันบ้าง”

บดินทร์ฉวยทีเผลอเอามือตะปบลงบนอกอวบอิ่มภายใต้เสื้อยืดสำหรับใส่นอน วารินทร์รีบปัดมือชายแก่บ้าตัณหาออก แล้วเดินถอยหลัง

“จะเล่นตัวเรียกราคาเหรอ ยังไงคืนนี้ฉันก็ต้องได้ล้วงไปทุกซอกของเธออยู่แล้ว”

วารินทร์เอามือกอดตัวเองไว้แน่นเธอรังเกียจสัมผัสจากเขา น้ำตาเริ่มเอ่อล้นเบ้าตา ด้วยรับไม่ได้ที่จะต้องกลายเป็นเมียของพ่อคนรัก

“อย่าทำหนูเลยนะ” เธอยกมือไหว้

“ฉันมีเงินเยอะนะ แค่นอนอ้าขาให้ฉัน เธอก็จะสบายไปทั้งชาติเลยรู้รึเปล่า”

“แต่หนูไม่อยากได้ ฮึก”

“อย่าดื้อน่า!!”

บดินทร์เริ่มไม่พอใจที่หญิงสาวเริ่มพูดยาก เขากระชากตัวเธอแล้วเหวี่ยงลงไปบนเตียงแล้วโถมตัวเองลงมาทับเธอไว้แน่น ค่อยๆ ก้มหน้าเอาจมูกดอมดม

“ฮือๆๆๆ อย่า!!!”

จมูกที่ซุกไซร้ลงบนซอกคอมันทำให้เธอสุดรังเกียจ เมื่อขาขาวถูกมือใหญ่ลูบไล้จาบจ้วงสัญชาติญาณมันบอกให้เธอสู้

พลั่ก!!

 

“โอ๊ยอีนี่!!”

บดินทร์หงายหลังไปตามแรงถีบจนตกจากเตียง เขาลุกขึ้นมาด้ายความหัวเสีย ที่เห็นเหยื่อสาวคิดสู้ วารินทร์หน้าซีดรีบกระถดตัวถอยหลัง

แต่บดินทร์อาศัยความเชี่ยวชาญจับเอาข้อเท้าของเธอไว้ แล้วกระชากสุดแรงจนเธอล้มหงายไปบนที่นอน เขาขึ้นคร่อมร่างบางแล้วเริ่มลงไม้ลงมือ

เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!

 

“เจ็บ ฮือๆๆๆ”

“อวดดีนักอยากตายใช่มั้ย ขนาดแม่เธอยังไม่กล้าหือกับฉัน”

เขาเงื้อมมือตบหน้าเธอไม่เบานัก สร้างความหวาดกลัวให้วารินทร์เป็นอย่างยิ่ง เขาขยำหน้าอกเธอพร้อมกันทั้งสองข้างอย่างต้องการลงโทษ

วารินทร์เจ็บจนหวีดร้อง เธอฮึดสู้อีกครั้งยกขาขึ้นกระแทกหลังชายแก่ แล้วถีบออกสุดแรงจนบดินทร์ร่วงลงจากเตียง

หญิงสาวรีบลงจากเตียงหมายจะวิ่งหนีออกจากห้อง แต่บดินทร์ที่รีบลุกขึ้นยืนกลับคว้าเอาแขนเสื้อเธอไว้ได้ทัน

 

แคว่กกกกก

 

เสื้อยืดตัวเล็กถูกกระชากจนขาด วารินทร์เซตามแรงดึงเธอเสียหลักล้มลงหัวเข่ากระแทกพื้น

 

พลั่ก!!

 

“โอ๊ย!!”

บดินทร์เอาเท้ายันหลังเธอจนหน้าคว่ำ แล้วตามมาเหยียบลงบนข้อพับด้านหลังบดขยี้จนหัวเข่าเบียดกับพื้นห้องอย่างแรง

“กรี๊ดดดดด เจ็บ”

“ถีบเก่งนักใช่มั้ย นี่ๆๆๆ”

“กรี๊ดดดดด ฮือๆๆๆๆ”

บดินทร์กดเท้าไม่ออมแรงจนได้ยินเสียงหัวเข่าวารินทร์บดพื้นดังกร๊อบ

“เจ็บ พอแล้วหนูเจ็บ ฮือๆๆๆ”

ยิ่งเห็นหญิงสาวนอนร้องไห้ดิ้นอยู่บนพื้น เขาก็ยิ่งมีอารมณ์ลำเอ็นท่อนใหญ่ภายใต้กางเกงแพรกำลังตื่นตัว

“เดี๋ยวจะมีความสุขจนลืมเจ็บเลยล่ะ”

แล้วกางเกงแพรก็เลื่อนหลุดลงไปกองที่พื้น ทำเอาคนที่นอนร้องไห้ดิ้นไปมาถึงกับขวัญเสีย

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น