Pillow_Mellow
facebook-icon Twitter-icon

หวังว่าคุณจะสามารถร้องไห้ได้อย่างอิสระในวันที่โลกใจร้ายกับคุณ และขอหวังอีกนิดนึงได้มั้ย หวังว่านิยายของเราจะทำให้วันนี้ของคุณดีขึ้นมาอีกนิด :)

ตอนที่ 5 น้องจะรุก

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 น้องจะรุก

คำค้น : ธัญวลัยxสถาพรบุ๊ค,ธัญล่าฝัน,ธัญล่าฝันซีซั่น3

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2563 13:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 น้องจะรุก
แบบอักษร

 

ตอนที่ 5 

น้องจะรุก 

 

รถยนต์คันสวยซึ่งเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของโจโฉซึ่งบรรทุกข้าวของส่วนตัวของเจ้าตัวกับเด็กหนุ่มอีก 2 คนวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านที่เงียบสนิท นั่นเป็นเพราะพ่อกับแม่ออกเดินทางแต่เช้าเพื่อไปงานขึ้นบ้านใหม่ของเพื่อนที่ต่างจังหวัดและถือโอกาสไปเที่ยวปีใหม่ด้วยเลย บ้านหลังเล็กของพวกเขาจึงเงียบเชียบเป็นพิเศษ 

“ไซอิ๋ว ไม่รดน้ำต้นไม้กี่วันแล้ว” พอก้าวลงรถ สายตาก็เหลือบไปเห็นต้นไม้ที่เริ่มเหี่ยวเฉาอย่างไม่ตั้งใจจนต้องหันมาถามน้องชายที่ไม่ยอมเงยหน้าจากมือถือด้วยเสียงดุ 

“2-3 วัน ไม่ตายหรอก” 

“ลองไม่กินข้าวซัก 2-3 วันดูมั้ย” 

“ขี้บ่นน่าพี่โจ เดี๋ยวรด” 

“ถ้าต้นไม่หม่าม้าตาย คนต่อไปที่จะอดตายคือไซอิ๋ว รู้ไว้เลย” 

“ขู่ตลอด” ไซอิ๋วบ่นกระปอดกระแปดพลางเดินตึงตังเหมือนเด็กเอาแต่ใจเข้าบ้านไปโดยไม่คิดจะช่วยพี่ชายขนของเข้าบ้านเลย  

บูมรู้ดีว่าเพื่อนเขาแค่ชิ่ง มันไม่ได้งอนอะไรหรอก 

“บูมก็เข้าบ้านเถอะ” 

“ไม่ได้สิ บูมตั้งใจมาช่วยพี่โจขนของเลยนะเนี่ย” บูมยิ้มหวานก่อนยกกระเป๋าเดินทางลงมาแล้วลากเข้าไปในบ้านราวกับเป็นเจ้าของบ้านซะเอง โดยมีคนที่เป็นเจ้าของบ้านตัวจริงซึ่งหอบของเต็มอ้อมแขนเดินตามต้อยๆ 

“กระเป๋าเดินทางมันหนัก บูมวางไว้นั่นแหละ เดี๋ยวพี่ขนขึ้นไปเอง” 

“ไม่เป็นไร พี่โจไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวบูมขนขึ้นห้องให้เลย” นอกจากไม่ทำตามที่บอกแล้ว บูมยังเดินนำขึ้นไปชั้นบน เปิดประตูเข้าห้องโจโฉและวางของลงบนพื้นปลายเตียงให้เสร็จสรรพ 

เมื่อวางของเสร็จแล้วก็เดินผ่านเจ้าของห้องออกมาที่หน้าประตูแล้วหันมาถาม 

“ให้บูมเรียกไซอิ๋วมาช่วยขนของด้วยมั้ย” เมื่อครู่เดินผ่านห้องรับแขกไซอิ๋วไม่ได้อยู่ที่นั่น ก็เป็นไปได้ว่ามันคงแอบเข้ามานอนเล่นเกมส์ในห้องนอนแน่ๆ 

“ไม่เป็นไร” โจโฉส่ายหน้า 

“อ่า งั้นเดี๋ยวบูมออกไปซื้อหมูปิ้ง พี่โจเอาด้วยมั้ย” 

“กินโจ๊กไปตั้ง 2 ถ้วย ยังไม่อิ่มอีกเหรอ” โจโฉถามกลับ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กหนุ่มตัวแค่นี้จะกินได้เยอะขนาดนั้น แค่โจ๊ก 2 ถ้วยที่บูมกินเข้าไปก็เยอะมากแล้ว ยังจะกินหมูปิ้งได้อีก นี่มันไม่ธรรมดาแล้ว 

“ขนกระเป๋าพี่โจแล้วพลังหมดอะ” 

“ก็บอกแล้วว่าให้วางไว้ข้างล่าง เดี๋ยวพี่ขนเอง” 

“เออ พี่โจ ไม่รู้ไซอิ๋วบอกพี่โจยัง” 

“ว่า” 

“พรุ่งนี้ไซอิ๋วจะจัดปาร์ตี้ที่บ้านนะ” 

“บ้านนี้” 

“อื้อ” บูมพยักหน้ารัวๆ  

“ขอหม่าม้ารึยัง” 

“มันบอกว่าขอแล้ว แต่บูมไม่เชื่อหรอก” 

“ยังไม่ได้ขอหรอก” 

“งั้นเปลี่ยนไปจัดที่บ้านบูมก็ได้ ถ้าพี่โจไม่อนุญาต” 

“ก็ไม่ใช่ไม่อนุญาต” 

“งั้นก็แปลว่าอนุญาต” 

“ไปให้ไซอิ๋วมาขอ” 

“ครับ” บูมก้มหน้ารับคำ นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ไซอิ๋วขอร้องให้บูมมาขออนุญาตพี่โจ แต่กลายเป็นว่าพี่โจบอกให้เขาไปเรียกไซอิ๋วมาขอเองซะงั้น ทำตัวไม่ถูกเลย 

 

ไซอิ๋วไม่ได้มาขอ และปาร์ตี้ก็ถูกจัดขึ้นโดยพลการในคืนวันส่งท้ายปีเก่าที่โจโฉตั้งใจว่าจะนอนดูซีรีส์เคานต์ดาวน์แบบฉบับคนโสดที่เพื่อนออกไปเที่ยวต่างจังหวัดและต่างประเทศกันหมด 

สำหรับโจโฉแล้ว ปีใหม่ปีนี้นับเป็นปีที่โดดเดี่ยวที่สุด แม้บรรยากาศภายในบ้านจะครึกครื้นเพราะมีเด็กวัยรุ่นกลุ่มใหญ่และเสียงเพลงอึกทึกที่น่ากังวลว่าคนข้างบ้านอาจจะโทรเรียกตำรวจมาตรวจตรา แต่เรื่องแบบนั้นคงไม่เกิด เพราะคนข้างบ้านอยู่กับเราที่นี่แล้ว 

“พี่โจโฉอึดอัดเหรอ” บูมที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาหลังจากออกไปรับโทรศัพท์ถือโอกาสนั่งลงข้างๆ โจโฉบนโซฟาก่อนหยิบแก้วเครื่องดื่มส่วนตัวขึ้นมาจิบ 

ถามว่าอึดอัดไหม ก็อึดอัดเพราะโจโฉไม่สนิทกับใครเลยนอกจากน้องชายตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังปฏิเสธเพื่อรักษาภาพลักษณ์แบบผู้ใหญ่เอาไว้ 

“เปล่า” 

“โกหกเด็กนี่บาปมั้ย” 

“พี่โกหกเมื่อไหร่” 

“เมื่อกี้เลย ส่องกระจกมั้ยว่าตอนนี้หน้าพี่โจแบบเบื่อมาก อยากออกไปจากที่นี่มาก” 

“พูดเกินจริงอะเรา” 

“ไม่เชื่อดูเลย”  

บูมพูดถูกอย่างที่โจโฉซึ่งกำลังมองหน้าตัวเองจากหน้าจอมือถือของเด็กหนุ่มข้างกายไม่กล้าปฏิเสธ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากยอมรับซักเท่าไหร่เพราะงานนี้น้องชายเขาอุตส่าห์เป็นเจ้ามือจัดขึ้นมาโดยไม่ได้ออกเงินซักบาท 

“เห็นแต่คนหน้าตาดีอะ” 

“หมายถึงบูมแน่ๆ” คนที่อวยตัวเองอย่างไม่ขัดเขินโผล่เข้ามาให้กล้องจับภาพ เขาละสายตาจากกล้องหน้ามองพี่โจที่ยกไหล่แกร่งขึ้นเล็กน้อยพลางกวาดสายตามองเด็กๆ ซึ่งอายุน้อยกว่าเขาอย่างน้อยๆ ก็ 10 ปีกำลังเพลิดเพลินกับการเต้น ดื่ม เล่นเกมส์โดยไม่สนใจเจ้าของบ้านอย่างเขาเลย 

ท่าทางแสนเท่ห์ทำให้บูมยิ้มกว้างขณะจับจ้องโจโฉไม่วางตาก่อนกดบันทึกภาพ 

“ได้ถ่ายเซลฟี่กับพี่โจละ” น้ำเสียงของบูมเต็มไปด้วยความยินดี เช่นเดียวกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่ผลิบานด้วยความสุขอย่างไม่ปิดบัง “อัพไอจีดีกว่า” 

“ติดโซเชียลนะเราอะ” 

“ไม่ได้ติด” บูมหยุดมือที่กำลังพิมพ์แคปชั่นแล้วหันมาเถียง “บูมแค่อยากเก็บช่วงเวลาดีๆ ไว้เป็นความทรงจำ นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ถ่ายรูปคู่กันเลยนะ พี่โจอยากได้มั้ย เดี๋ยวบูมส่งให้” 

“รูปนี้พี่ไม่หล่อ ไม่อยากเก็บ” 

“ถ้าหล่อกว่านี้ก็ไปเป็นพระเอกซีรีส์เกาหลีได้แล้วนะ” 

“เวอร์ตลอด” 

“บูมพูดจริงนะ ไซอิ๋วยังบอกเลยว่าตอนเรียนมัธยมพี่โจป๊อบมากเลย” 

“จำไม่ได้หรอก” 

“อ่อ ลืมไปว่าพี่โจจบมัธยมมานานมากแล้ว” 

“พี่ดูแก่มากหรอ” 

“อือ” บูมลูบคางพลางจ้องมองคนอายุมากกว่าอย่างพิจารณาด้วยสายตาคล้ายกับกำลังประเมิณราคาสินค้าราคาแพงเล่นเอาคนถูกมองทำตัวไม่ค่อยถูก โจโฉรู้สึกว่ามือไม้ของเขาเกะกะราวกับตัวเองมีแขนยุบยับเหมือนหนวดปลาหมึก 

พี่โจโฉในวัย 30 ดูเท่ห์และมาดแมนอย่างอยากที่จะปฏิเสธ แม้จะไม่ได้มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แต่ก็จัดว่าเป็นผู้ชายรูปร่างดี ตัวสูงแถมยังไหล่กว้าง คาดเดาด้วยสายตา บูมคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะสูง 180 ปลายๆ ซึ่งต่างจากบูมที่สูงแค่ 173 เท่านั้น ส่วนเรื่องหน้าตา พี่โจโฉเป็นหนุ่มตี๋ 100% ดวงตาของเขาเล็กมากยิ่งเมื่อยิ้มดวงตาก็ยิ่งหรี่เล็กลง แต่นั่นไม่ใช่จุดด้อยแต่มันคือเสน่ห์ที่ชวนหลงใหลต่างหาก 

“พี่โจโฉวันนี้ยังเหมือนพี่โจโฉที่ไปรับไซอิ๋วหน้าโรงเรียนเมื่อ 10 กว่าปีก่อนเลยอะ” 

“เวอร์ละ” ไม่มีทางเลย โจโฉคิดว่าบูมโกหกกันชัดๆ 

“บูมก็ยังเหมือนเดิมนะ” 

“หือ” คราวนี้โจโฉเลิกคิ้วของตัวเองขึ้นสูงเล็กน้อย ดวงตาตี่ฉบับหนุ่มตี๋ก็เบิกกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวสงสัยประโยคที่ได้ยินมากแค่ไหน 

“ยังอยากได้พี่โจโฉเหมือนเดิม” 

แค้ก! 

โฉโจเผลอกระเถิบตัวออกห่างบูมขณะเดียวกันก็สำลักน้ำลายตัวเองเพราะคำตอบไม่คาดฝัน เมื่อตั้งสติได้จึงพยายามมองเด็กหนุ่มตรงหน้าเพื่อหาคำโกหกที่อาจถูกซุกซ่อนเอาไว้แต่กลับไม่เจอเลย 

เพี๊ยะ! 

ขณะที่กำลังถูกความอึดอัดรุมเร้าจนทำอะไรไม่ถูกเสียงดังเพี้ยะซึ่งเกิดจากฝ่ามือหนาของไซอิ๋วที่ตบหัวบูมอย่างแรงก็ดังขึ้น คนถูกตบลูบหัวตัวเองป้อยๆ พลางเหลือบมองเพื่อนอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ 

“มึงยังไม่หยุดคิดเรื่องแย่งพี่ชายกูอีกเหรอไอ้บูม” 

“กูก็คิดอยู่ตลอดแหละ” 

“ไอ้เหี้ยเอ้ย กูล่ะยอมใจมึงจริงๆ อยากมีพี่ชายอะไรขนาดนั้นวะ” ไซอิ๋วที่หน้าแดงก่ำจากฤทธิ์เครื่องดื่มนั่งลงข้างๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ใครบางคนเพิ่มเสียงดนตรีให้ดังขึ้น 

“ใครบอกว่ากูอยากได้พี่โจโฉเป็นพี่ชาย” เสียงเพลงดังมาก บทสนทนาจึงดำเนินไปด้วยเสียงตะโกน 

“หมายความว่าไงวะ” 

ไซอิ๋วเกาหัวแกรกขณะที่โจโฉรู้สึกหายใจติดขัด มือไม้ชื้นเหงื่อทั้งที่เวลากลางดึกอากาศค่อนข้างเย็นแถมในบ้านยังเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ยิ่งในยามที่เด็กหนุ่มข้างกายค่อยๆ เลื่อนสายตามาจับจ้องใบหน้าของเขาแล้วยิ้มเจ้าเลห์ไม่ยอมตอบคำถาม โจโฉก็ยิ่งไม่เป็นตัวของตัวเอง เขาแทบลืมการหายใจที่ถูกวิธีไปแล้วด้วยซ้ำ 

“เหล้าพี่โจหมดแล้ว เดี๋ยวกูไปเติม” บูมเลี่ยงการตอบคำถาม เขาหันมาคว้าแก้วที่เครื่องดื่มยังไม่พร่องซักเท่าไหร่ไปจากมือของโจโฉ อ้อยอิ่งไม่ยอมเอามือออกยามที่นิ้วบังเอิญสัมผัสกันแผ่วเบา 

โจโฉในวัย 30 รู้ดีว่าบูมต้องการจะทำอะไร ไม่ว่าน้องจะเพียงแค่ล้อเล่นหรือเอาจริงเขาก็ต้องหยุดเรื่องนี้ก่อนที่ครอบครัวของพวกเขาซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกันจะมองหน้ากันไม่ติด หยุดก่อนที่เขาจะตบะแตกเพราะเด็กขี้อ่อยนี่ 

“พี่ไม่ดื่ม ไม่ต้องเติม” โจโฉแกะมือบูมออกพลางปฏิเสธอย่างสุภาพ โดยเจ้าตัวไม่รู้เลยว่าความสุภาพนี้มันช่างกินใจบูมซะเหลือเกิน 

“พี่โจโฉจะไปนอนแล้วเหรอ ยังไม่เที่ยงคืนเลย” 

“พี่ง่วงแล้ว” 

“บูมก็ง่วงเหมือนกัน ขอไปนอนกับพี่โจด้วยได้มั้ย” ยิ่งคุยกันโจโฉก็ยิ่งได้รู้ว่าเด็กน่ารักๆ ที่ช่วยเขาเก็บข้าวของย้ายเข้าบ้านเป็นเพียงภาพลวงตาทั้งหมด หรือบางทีที่บูมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้อาจจะเพราะเจ้าตัวดื่มมากเกินไป 

“พี่ยังไม่นอน” 

“งั้นก็อยู่นี่ต่อดิ” 

“พี่มีซีรีส์ที่ดูค้างไว้ อยากเคานต์ดาวน์กับซีรีส์ที่ชอบมากกว่า” 

“เหรอ” บูมพยักหน้าเบาๆ เหมือนกับยอมรับฟัง แต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นก่อนเจ้าตัวจะวางมือบางลงบนต้นขาแข็งแกร่งของโจโฉแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ “แล้วถ้าบูมอยากเคานต์ดาวน์กับคนที่ชอบบ้าง พี่โจโฉจะช่วยบูมได้มั้ย” 

เกิดความเงียบขึ้นในชั่วพริบตาเมื่อโจโฉไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามนี้ได้ทัน แถมยังกดดันเพราะสายตาสื่อความหมายอย่างไม่ปิดบังที่จ้องมองมาอีกต่างหาก 

“พี่ขอตัวนะ” บูมยอมละมือออกจากต้นขาโจโฉแต่โดยดี 

ชายหนุ่มอายุมากที่สุดในบ้านอย่างน้อยก็คืนนี้เดินขึ้นมาจนถึงชั้นบนแล้วแต่เขาก็ยังรับรู้ได้ถึงสายตาของบูมที่มองตามมาจนลับตา เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาทำให้โจโฉสำนึกได้ว่าเด็กนั่นไม่เปลี่ยนไปจากตอนเด็กเลยซักนิด มิหนำซ้ำดูเหมือนจะหนักข้อขึ้นกว่าเดิม 

วิธีรับมือน่ะเหรอ... โจโฉยังคิดไม่ออกเลย 

 

เสียงเพลงจากชั้นหนึ่งดังเกินไปจนโจโฉต้องรื้อหูฟังจากในลิ้นชักเก็บของออกมาเสียบเพื่อดูซีรีส์เพราะลำพังเสียงจากแท็ปเล็ตสู้เครื่องเสียงราคาแพงที่พวกเด็กนั่นยกมาจากบ้านของบูมไม่ได้เลย 

เวลาใกล้จะเที่ยงคืน โจโฉซึ่งกำลังจดจ่อกับซีรีส์เรื่องโปรดที่กำลังเข้าสู่ช่วงไคล์แม็กไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูแล้วปิดลง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาเหมือนตีนแมว หรือแม้กระทั่งเสียงผู้มาเยือนถือวิสาสะนอนลงบนเตียงของเขา 

บูมนอนหนุนหมอนด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนอยู่บ้านตัวเอง จับจ้องคนที่กำลังจดจ่ออยู่กับซีรีส์เรื่องโปรดไม่ละสายตา ที่บอกว่าพี่โจโฉไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน เขาไม่ได้พูดเกินจริง นั่นเป็นเพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนพี่โจโฉก็ยังเป็นพี่โจโฉคนเดิมของเขาไม่เปลี่ยนแปลง ที่เปลี่ยนอาจจะเป็นความรู้สึก 

บูมจำความรู้สึกของตัวเองตอนอายุ 8 ขวบไม่ได้หรอก ความทรงจำตอนอายุเท่านั้นก็ค่อนข้างจะเลือนราง แต่เรื่องของพี่โจโฉกลับชัดเจน บวกกับเรื่องเล่าสุดแสนจะประทับใจของพี่ชายจากปากไซอิ๋วก็ยิ่งทำให้บูมอยากเจอคนๆ นี้มากขึ้นเท่านั้น กระทั่งได้เจอกัน บูมก็ไม่รู้ว่าเขาประทับใจพี่โจโฉตรงไหน รู้แค่ว่าผู้ชายคนนี้พิเศษ แน่นอนว่าเขาอยากมีพี่โจโฉเป็นของตัวเอง ไม่ใช่ในฐานะพี่ชาย แต่ในฐานะอื่น 

“พี่โจโฉจะเที่ยงคืนแล้ว” 

แรงสะกิดที่ไหล่ทำให้คนที่กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยมสะดุ้งนิดหน่อย โจโฉกดหยุดเล่นวิดีโอก่อนจะเอี้ยวตัวกลับมามองเจ้าของนิ้วเรียว และก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าบูมนอนคว่ำอยู่บนเตียงของตนอย่างไม่มีความเกรงอกเกรงใจ 

“ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่” 

“สิบนาทีได้แล้วมั้ง เห็นพี่โจโฉกำลังตั้งอกตั้งใจแล้วเท่ดีก็เลยไม่ได้เรียก” 

“บูมเมาใช่มั้ย” 

“มึนๆ แต่มีสติดี ทำไมเหรอ ถ้าบูมเมาพี่จะโจโฉจะทำอะไร” บูมหยอกเย้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

“จะพากลับบ้าน” 

“ไม่เอา บูมไม่กลับ บูมบอกแล้วไงว่าอยากเคานต์ดาวน์กับคนที่ชอบ” 

“ไหนล่ะคนที่ชอบ” 

“พี่โจโฉ” สายตาซุกซนของบูมเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับน้ำเสียงของเขา “อย่ามาทำเป็นไก๋น่า” 

“เราไม่เจอกันตั้งสิบกว่าปี พี่จะรู้ได้ไงว่าบูมชอบใคร” 

“ชอบพี่โจโฉแหละ” เกิดความเงียบขึ้นระหว่างพวกเขาอีกครั้ง โจโฉกระอักกระอ่วนนิดหน่อยเมื่อในน้ำเสียงอดีตเด็กชายข้างบ้านไม่มีแววล้อเล่นเลย “พี่โจโฉชอบผู้ชาย บูมก็ชอบผู้ชายเหมือนกัน เราชอบกันก็ไม่เห็นจะแปลก” 

“เราชอบกัน?” โจโฉทวนคำและแอบขำ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าแสดงท่าทางที่คล้ายกับบอกเป็นนัยว่าชอบบูมตั้งแต่เมื่อไหร่ เด็กนี่คิดไปเองทั้งหมด 

“ถ้าไซอิ๋วรู้ว่าบูมจะแย่งพี่เหมือนตอนเด็กอีก ไม่ตีกันแย่เหรอ” 

“ถ้าตีกัน พี่โจโฉจะเข้าข้างใคร” 

“ก็ต้องเข้าข้างไซอิ๋วอยู่แล้วสิ” ได้ยินอย่างนั้นบูมก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจแรงพลางชักสีหน้าเบื่อหน่าย ก็เข้าใจดีหรอกว่าเลือดพี่น้องมันแรง แต่อยู่ต่อหน้าบูมแท้ๆ ถนอมน้ำใจกันบ้างก็ดี 

“ใจร้ายกับบูมตลอดอะ ที่พูดอย่างนี้ได้เพราะไม่รู้สินะว่าไซอิ๋วทำบูมได้แผล” 

“ได้แผล?” โจโฉทวนคำเพราะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย และในขณะเดียวกันนั้นบูมก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีมัสตาร์ดขนาดโอเวอร์ไซส์ของเขาออก 

โจโฉอ้าปากค้างกำลังจะร้องห้ามแต่ก็ไม่ทันซะแล้วเมื่ออีกฝ่ายแหวกเสื้อออกเผยแผ่นอกขาวใสกว่าผิวนอกร่มผ้า โจโฉกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เขาคิดว่าถ้าก่อนหน้านี้บูมไม่ได้บอกชอบกัน เขาจะยังมองเด็กคนนี้ได้อย่างบริสุทธิ์ใจอยู่ไหม 

“ถ้าพี่โจโฉไม่เชื่อก็ดูนี่เลย” 

“อะไร” 

“แผลไง” 

“ไม่เห็นจะมีอะไร” นอกจากยอดอกวับๆ แวมๆ ชวนใจสั่น บริเวณแผ่นอกของบูมก็ไม่ปรากฏร่องรอยใดๆ แม้กระทั่งไฝฝ้า 

โดนต้มแน่ๆ โจโฉอดมองน้องในแง่ร้ายไมได้เลย เพราะไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเขาโดนเด็กนี่เต๊าะมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว 

“เข้ามาดูใกล้ๆ ดิ” 

“อย่ามาอำน่าบูม” 

“พี่โจกลัวบูมหรอ” 

“ใครกลัว” 

“งั้นก็เข้ามาดูใกล้ๆ ดิ” 

เป็นฝ่ายเรียกก็จริงแต่ก็เป็นบูมนั่นแหละที่ขยับเข้าไปใกล้โจโฉเอง หลังจากประเมิณท่าทีกันจนพอใจโจโฉจึงยอมทิ้งความคลางแคลงใจแล้วก้มหน้าลงไปดูใกล้ๆ แต่ก็เท่านั้นเพราะยิ่งใกล้ก็ยิ่งมองเห็นแต่ความขาวเนียนที่ชวนหวั่นไหวสุดๆ 

“หวั่นไหวปะ” 

น้ำเสียงหยอกเย้ากับใบหน้าน่ารักที่ก้มลงมาถามใกล้ๆ ทำให้โจโฉรู้ได้ทันทีว่าโดนเด็กต้มเข้าซะแล้ว เขาจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยดวงตาโกรธขึ้งทว่านั่นไม่ได้ทำให้บูมรู้สึกกลัวซักนิด มิหนำซ้ำเจ้าเด็กยังหัวเราะคิกคักชอบใจอีก 

“สนุกมากมั้ย” 

“พี่โจน่าแกล้งอะ” 

“แผลนั่นไม่มีจริงใจปะ” 

“มีดิ แต่อยู่ในใจ” 

โจโฉถึงกับถอนหายใจแรงให้กับมุกสุดจะโบราณของเด็กสมัยใหม่ และดูเหมือนว่ายิ่งเขาแสดงออกถึงความเบื่อหน่ายมากแค่ไหน บูมก็จะยิ่งชอบใจมากขึ้นเท่านั้น 

ดวงตาซุกซนจ้องมองคนที่หมุนเก้าอี้กลับไปจับจ้องหน้าจอแท๊ปเล็ตที่กำลังฉายซีรีส์ต่างประเทศอย่างจดจ่อ ทำเอาบูมอยากรู้เลยว่ามันสนุกแค่ไหน สนุกกว่าเล่นกับเขาหรือเปล่า 

“เรื่องอะไรอะพี่โจ” 

“บอกไปก็ไม่รู้หรอก” 

“ก็ลองบอกดิ เผื่อรู้” 

“ถ้ารู้คงไม่ถาม” 

“กวนอะ” 

“น้อยกว่าบูมแล้วกัน” 

“ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยเนี่ย กลัวพี่โจเหงา เค้าก็เลยขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนไง” 

“ไม่เหงา” 

“แต่บูมเหงาอะ ไอ้พวกนั้นไม่มีใครสนใจเล่นกับบูมเลย” 

“ถ้าเบื่อก็กลับบ้านไปนอนดิ” 

“นอนนี่” 

“ถ้าบูมนอนนี่แล้วพี่นอนไหน” 

“นอนข้างบูมไง” 

“งั้นพี่ดูซีรีส์โต้รุ่งดีกว่า” 

“เสียใจอะ” บูมยื่นมือไปเกาะท่อนแขนแกร่งของคนที่ยังจดจ่อกับซีรีส์พลางทำหน้างอแง “แค่เคานต์ดาวน์ด้วยกันก็ได้ เคานต์ดาวน์เสร็จบูมสัญญาว่าจะกลับบ้านไปนอน” 

น้ำเสียงออดอ้อนทำให้ใจของโจโฉอ่อนยวบไปแล้ว ไหนจะใบหน้าน่ารักที่คลอเคลียบ่นไหล่อีก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ตอบรับทันที อย่างน้อยเขาก็อยากลองประเมิณท่าทีของเด็กแสบนี่ดูอีกซักนิด 

“เหลือเวลาไม่มากนะ” เหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะก็พบว่าเป็นเวลาห้าทุ่มกับอีกห้าสิบห้านาทีแล้ว 

“ก็ได้ แต่บูมต้องรักษาสัญญาด้วย โอเค้” 

“สัญญา” นิ้วก้อยถูกยื่นมาเหมือนเด็กๆ โจโฉแค่ยอมเกี่ยวด้วยส่งๆ เพราะรู้ดีว่าถ้าบูมตั้งใจจะเบี้ยวเกี่ยวก้อยไปก็ไร้ประโยชน์ 

“อายุสิบแปดแล้วยังทำตัวเป็นเด็กอีก” 

“สิบเก้าแล้ว” 

บูมช่วยแก้ไขให้ถูกต้อง ขณะเดียวกันก็คว้ามืออีกฝ่ายแล้วดึงให้มานั่งข้างกันบนเตียง โจโฉจำใจทำตาม บนเตียงที่ไม่เคยมีใครได้ใช้นอกจากเจ้าของมัน บัดนี้มีบูมอดีตเด็กชายข้างบ้านนั่งอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดม่าน บนท้องฟ้ายามค่ำคืนมองไม่เห็นดวงดาวซักดวง แต่พวกเขาก็จดจ่อกับมันอย่างรู้ว่าอีกไม่นานพลุเฉลิมฉลองปีใหม่จะถูกจุดขึ้น 

“ไซอิ๋วถ่ายรูปพลุจากวิวหน้าต่างห้องมันส่งให้บูมดูทุกปีเลย ดีใจจังที่ปีนี้ได้ดูของจริงแล้ว” 

“ปกติบูมฉลองปีใหม่ที่ไหน” 

“โรงเรียน เพราะช่วงปีใหม่ป๊ะป๋างานยุ่งมากก็เลยไม่เคยไปรับมาฉลองด้วยกัน” พ่อของบูมเป็นนักดนตรีอาชีพ แม้ไม่เคยมีเพลงเป็นของตัวเองแต่ในฐานะนักร้องกลางคืนก็นับได้ว่าเขาเป็นระดับซุปเปอร์สตาร์เลยก็ว่าได้ 

“แล้วที่โรงเรียนทำอะไร” 

“นอน บูมนอนหลับตั้งแต่สี่ทุ่มตลอดเลย พอตื่นเช้าค่อยตอบข้อความสวัสดีปีใหม่จากป๋าแล้วก็ไซอิ๋ว บูมอยากส่งข้อความสวัสดีปีใหม่ให้พี่โจเหมือนกัน แต่ไซอิ๋วหวงไม่ยอมให้เบอร์ซักที” 

น้ำเสียงคล้ายเศร้าในตอนแรกเปลี่ยนเป็นสดใสก่อนเจ้าตัวจะหันมายิ้มแฉ่งพลางล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงขาสั้น ตอนนี้เองที่โจโฉเพิ่งสังเกตว่ากางเกงที่บูมสวมอยู่มันสั้นแค่ไหน อาจจะเพราะเจ้าตัวนั่งอยู่ด้วยมันถึงได้รั้งขึ้นมาจนเผยขาอ่อน 

“บูมขอเบอร์พี่โจได้มั้ย” 

“เอาไปทำไม บ้านก็อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง” 

“เอาไว้โทรจีบ” คำตอบของบูมทำโจโฉนิ่งงัน 

ในเวลาเที่ยงคืน พวกเขากำลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ดวงตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าสะท้อนภาพดอกไม้ไฟที่ถูกจุดเพื่อส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ เสียงตูมตามดังก้องทว่าเสียงหัวใจที่กำลังสั่นระรัวกลับดังสะท้อนอยู่ภายในหูเจ้าของมัน 

โจโฉรับรู้ถึงมือเล็กที่ทาบทับลงบนหลังมือของเขาและบนไหล่แกร่ง ภาพดอกไม้ไฟหลากสีค่อยๆ เลือนลงเมื่อใบหน้าน่ารักโน้มเข้ามาใกล้ ลมหายใจกลิ่นแอลกอฮอล์คลอเคลียกันที่ปลายจมูกทำเอาโจโฉมึนหัว 

“พี่โจ” 

“หือ” เสียงสดใสของบูมดังใกล้ๆ โจโฉจึงตอบรับโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ 

“สวัสดีปีใหม่” 

ตู้ม! 

ตู้ม!! 

ตู้ม!!! 

เสียงพลุลูกสุดท้ายดังลั่นเรียกสติของโจโฉกลับมา เขารีบถอนสายตาจากคนตรงหน้า ตั้งท่าจะขยับห่างแต่ก็ทำไม่ได้เพราะถูกมือเล็กจับไหล่เอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว 

“สวัสดีปีใหม่บูม” 

บูมยิ้มกว้างและสดใสกว่าครั้งไหนๆ ที่โจโฉได้เห็น ก่อนเจ้าตัวจะเหลือบมามองหน้ากันพร้อมกับรอยยิ้มที่ผลิบานกว่าเมื่อซักครู่ 

“ปีนี้ต้องเป็นปีที่ดีสุดๆ ไปเลยแน่ๆ” 

“เพราะได้เคานต์ดาวน์กับพี่เหรอ” 

“เพราะป๊ะป๋าเพิ่มค่าขนมให้ต่างหาก” ท้ายประโยคบูมหัวเราะเสียงใสชอบอกชอบใจจนโจโฉอดคิดไม่ได้ว่าเด็กนี่มันปลิ้นปล้อนชะมัด 

“เพิ่มให้เยอะเลยดิ” 

บูมหันมาพยักหน้ารับอย่างไม่ปิดบังก่อนลุกขึ้นยืนพลางติดกระดุมเม็ดสุดท้ายที่เพิ่งเห็นว่าตัวเองลืมติด 

“บูมกลับละ พี่โจจะได้นอน” 

“ไม่ใช่ว่าจะลงไปดื่มต่อเหรอ” 

“แหมพี่โจก็...” 

คนถูกรู้ทันเกาหัวแกรกๆ 

“ปีใหม่ทั้งทียันหว่างไปเลยไอ้พวกเหี้ย” ตรงท้ายประโยคบูมตะโกนดังลั่นก่อนวิ่งออกจากห้องนอนของโจโฉมา และเพียงประตูเปิดออกโจโฉก็ได้รู้ว่าโลกภายนอกเสียงดังอึกทึกแค่ไหน 

เขายังยืนยันคำเดิมว่าถ้าคนข้างบ้านไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยล่ะก็ อีกไม่นานตำรวจคงได้มาตรวจตราบ้านเขาแน่ๆ 

 

 

 

 

TBC. 

 

 

 

ความคิดเห็น