หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 36 วันโลกาวินาศ

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 วันโลกาวินาศ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2563 11:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 วันโลกาวินาศ
แบบอักษร

 

 

“ฮึก อื้ออ อื้ออ อื้ออ”

สะโพกเล็กที่ต้องแอ่นเพราะหมอนหนุนใบใหญ่ กำลังนอนรองรับแรงอัดกระแทกจนร่างสะเทือน

พัชระกลับเข้ามาถึงที่คอนโดตั้งแต่ยังไม่เที่ยง เขาก็จับเธอกินยาวแบบไม่หยุดพักจนบ่ายคล้อย ทั้งๆ ที่เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบสว่าง

“อ่าาาาาาา” จนเขาได้ปลดปล่อยอีกครั้งในกายสาว จึงยอมละจากตัวเธอนอนหงายหลังผึ่ง

วารินทร์นอนหายใจเร็ว ขอบปากล่างมีแต่รอยฟันที่เธอกัดไว้เพื่อลดเสียงครวญครางของตัวเอง

“ลุกไปทำอะไรให้กินหน่อย ฉันหิวแล้ว”

ตั้งแต่เช้าได้กาแฟไปแค่แก้วเดียวแถมยังต้องกลับมาใช้แรงเพราะความไม่สบอารมณ์คนที่ทำงาน

วารินทร์ค่อยๆ ขยับสะโพกออกจากหมอนใบใหญ่ที่มีคราบคาวรักเปรอะเลอะไปทั่ว ถึงจะเหนื่อยจนแทบหมดแรงแต่เธอก็ไม่อยากขัดใจชายหนุ่ม ไม่อยากสร้างความขุ่นเคืองให้เขาเพิ่มขึ้น ที่เขาใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้นเหนือสมุทรก็คงเพราะเขาไม่เคยลืมเรื่องราวในอดีต

“พี่ภีมอยากทานอะไรคะ”

“อะไรก็ได้ทำๆ มาเถอะ”

พอเธอย้ายมาอยู่ด้วยในครัวก็เริ่มมีของกินอย่างอื่นบ้างนอกจากเบียร์และน้ำเปล่า

ข้าวผัดกุ้งจานใหญ่แบบง่ายๆ ถูกนำมาวางลงตรงหน้า เขาใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีทุกอย่างก็หมดเกลี้ยงเหมือนจานใบใหม่ที่ยังไม่เคยถูกใช้มาก่อน

“พี่ภีมคะพรุ่งนี้วาต้องกลับไปหาพอตเตอร์”

“ก็ไปสิ เดี๋ยวฉันไปส่ง”

เขาเองก็อยากกลับไปเจอแม่เหมือนกัน พอได้อยู่ใกล้ท่านอีกครั้งเหมือนได้ความอบอุ่นในวัยเด็กคืนมา

“คือวาว่าจะกลับแต่เช้า ไหนๆ ก็ไม่ได้ทำงานแล้วเลยอยากจะอยู่กับลูกหลายวันหน่อย พี่ภีมไปทำงานเถอะค่ะ วากลับเองได้”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาฉันจะพาเธอกลับแต่เช้า และเราจะอยู่ที่นั่นแค่สามวัน ถ้าเรื่องมากนอกเหนือจากนี้คือไม่ต้องกลับเข้าใจนะ”

วารินทร์อึ้งกับคำสั่งเอาแต่ใจ กำลังคิดอยู่ว่าจะเถียงยังไงดี พัชระที่เพิ่งดื่มน้ำหมดแก้วก็ลุกขึ้นมาคว้าแขนเธอ

“จะไปไหนคะพี่ภีม”

“เข้าห้อง”

“แต่..เราเพิ่งทำไปเองนะคะ” ต้องบอกว่าเพิ่งได้พักมากกว่า

“หรือเธออยากทำบนโต๊ะกินข้าว ฉันไม่มีปัญหานะ”

พัชระเอื้อมมือไปทำท่าจะดันจานออก วารินทร์รีบคว้าข้อมือเขาไว้

“เอ่อ พี่ภีมคะเข้าไปในห้องก็ได้ค่ะ”

ดูทรงแล้วถ้าเธอไม่ยอมจานบนโต๊ะคงได้ลงไปเกลื่อนพื้นเพิ่มงานให้อีกเป็นแน่

ชายหนุ่มรีบตักตวงอย่างเอาแต่ใจ เขาเหลือเวลาอีกแค่เก้าวันเท่านั้นก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริง

ถึงแม้วารินทร์จะไม่ได้ไปทำงานประจำอีก แต่งานพาร์ทไทม์ของเธอสาหัสยิ่งกว่า ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเดินเข้าๆ ออกๆ ห้องเจ้านาย แต่ร่างกายกลับถูกใช้งานไม่มีหยุดหย่อน

สามวันที่กลับไปหาลูกชายตกกลางคืนก็ต้องย้ายไปนอนอีกห้อง พอกลับถึงคอนโดยังไม่ทันได้พัก ชายหนุ่มก็เริ่มซุกไซร้เธอ

วารินทร์ได้แต่อดทนกับความเอาแต่ใจจนครบอาทิตย์ตั้งใจว่าจะลองพูดกับเขาอีกสักครั้ง เพราะคิดว่าอารมณ์ของคนเจ้าคิดเจ้าแค้นน่าจะเย็นลงไปบ้าง

“พี่ภีมคะ วากลัวว่าพี่ภีมจะเหนื่อย พี่ทำงานทั้งวันแล้วยังกลับมาทำรักวาต่ออีก วาอยากให้พี่พักบ้าง”

หญิงสาวทักขึ้นเมื่อเห็นเขาเดินออกจากห้องน้ำไม่ยอมใส่เสื้อผ้าแล้วจ้องเธอเหมือนจะกลืนกิน ชายหนุ่มยกคิ้วสูงหนึ่งข้าง

“เดี๋ยวพอเมนเธอมาฉันก็ได้พักอีกตั้งหลายวัน หรือว่าแค่นี้ก็ทำไม่ไหวแล้วใจเสาะ”

วารินทร์แอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ คงไม่พ้นสว่างคาตาแน่แล้วคืนนี้

ส่วนพัชระครุ่นคิดในใจ พรุ่งนี้แล้วที่เขาจะได้รู้ความจริงที่เธอซุกซ่อนไว้ ถ้าผลที่ได้ไม่เป็นอย่างใจคิด ก็ไม่รู้ว่าควรจะเดินหน้าความสัมพันธ์ต่อไปในทิศทางไหน จะต้องหยุดหรือไปต่อยังคิดไม่ออก รู้แค่ว่าตอนนี้เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอิ่ม แล้วคืนนั้นกว่าที่จะได้นอนก็เล่นเอาทั้งคู่หมดแรง

 

สัปดาห์กว่าๆ ที่ผ่านมาพัชระใช้ชีวิตอยู่ด้วยความตื่นเต้น เขาเดินเข้ามาที่สถาบันเอกชนแห่งหนึ่งหลังกลับจากย้ายข้าวของออกจากหอพักของวารินทร์

ครบสิบวันเขาจึงกลับมาที่นี่อีกครั้ง อยากจะเร่งเวลาให้เร็วกว่านี้แต่ติดที่ช่วงนี้มีคิวตรวจยาว

แผ่นกระดาษสีขาวที่ถืออยู่ในมือมันทำให้เขาถึงกับแข้งขาอ่อน เดินต่อไม่ไหวต้องทรุดลงนั่งที่หน้าบันได เหงื่อออกชุ่มจนชื้นไปทั่วทั้งฝ่ามือ จนกระทั่งเดินกลับขึ้นรถ น้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลท่วมหน้าอีกครั้งในรอบหลายปี

“ฮึก ไอ้ภีมทำไมมึงโง่แบบนี้ โธ่เว้ย!! ฮือๆ”

ชายหนุ่มฟุบหน้าอยู่กับพวงมาลัยหลังรถ เขาใช้เวลาอยู่เป็นชั่วโมงกว่าจะคลายเสียงสะอื้นแล้วตกผลึกทางความคิด ว่าชีวิตที่เหลือต่อจากนี้เขาต้องการสิ่งใด

ชายหนุ่มขับรถออกจากที่นั่นแล้วตรงไปยังที่แห่งหนึ่ง เขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริง เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ

 

@บ้านอารยะปฏิญญา

 

อีกฟากหนึ่งที่บ้านอารยะปฏิญญา บดินทร์ยังนอนเอามือก่ายหน้าผากเขาคิดแก้ปัญหาไม่ตก พยายามพยุงตัวเองตะเกียกตะกายเอื้อมมือเปิดลิ้นชักหาของสำคัญแต่กลับพบว่ามันหายไป

“คุณพี่หาไอ้นี่อยู่รึเปล่าคะ”

เรือนผกาเดินเข้ามาในห้องพร้อมแผ่นกระดาษในมือ กระดาษที่มีสัญลักษณ์ของโรงพยาบาลที่เขาไปมาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

“นี่เธอเอาของๆ ฉันคืนมานะ!”

บดินทร์พยายามเอามือไขว่คว้าแต่เพราะช่วงล่างขยับเขยื้อนไม่ได้ จึงถูกเรือนผกาแกล้งโบกสะบัดแผ่นกระดาษนั้นไปมาอยู่ตรงหน้า

“คุณพี่อยากให้ผกาบอกภีมมั้ยคะ”

“ห้ามบอกนะ!!”

บดินทร์ลนลานแบบที่ไม่เคยเป็น เรือนผกายิ้มน้อยๆ เธอคิดไว้แล้วไม่อย่างนั้นเขาคงโวยวายออกมาตั้งแต่ทีแรก

“ผกาก็เห็นด้วย ความลับของคุณพี่จะเป็นความลับตลอดไป ถ้าคุณพี่ไม่ใจร้ายกับผกามากนัก รับรองว่าสมบัติทุกชิ้นของคุณพี่จะอยู่ครบ ผกาจะบอกให้ลูกช่วยรักษามันไว้ในวันที่คุณพี่ไม่อยู่แล้ว”

“เธอแช่งฉันเหรอผกา!!”

“เปล่าค่ะ แต่คุณพี่อายุเยอะแล้วจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ดูสิคะอยู่ๆ ก็ต้องกลายเป็นคนพิการ ยังไงเอกสารแผ่นนี้ผกาจะเก็บไว้ให้เองเห็นคุณพี่หยิบดูทุกวันเดี๋ยวเส้นเลือดในสมองจะแตกตายเปล่าๆ”

สีหน้าของเรือนผกามีความสะใจเป็นที่สุด อย่างที่เธอไม่เคยกล้าทำกับเขามาก่อน บดินทร์ได้แต่นอนเอาแขนพาดกับใบหน้าตัวเองร้องไห้อย่างคนแก่ที่ไร้ราคา

บ่ายวันนั้นพัชระกลับมาบ้าน เขาตัดสินใจมาถามบางอย่างจากปากของพ่อ วันนี้คงถึงเวลาต้องเปิดอกคุยกันเสียที

“ภีม ทำไมวันนี้กลับมาบ้านละลูก” เรือนผกาถามชายหนุ่มทันทีที่เห็นหน้า

“ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณพ่อหน่อยครับ คุณพ่อหลับอยู่รึเปล่า”

“ไม่หลับหรอกลูก แม่เพิ่งลงมาจากห้องเมื่อกี้” เรือนผการู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันหลับสนิทไปจนวันตาย

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณแม่”

“เดี๋ยวอีกพักแม่เอาผลไม้ขึ้นไปให้นะ”

“ครับคุณแม่”

เรือนผกาคิดว่าพัชระจะมาคุยเรื่องงาน เธอเลยจะเตรียมของว่างขึ้นไปให้ เผื่อสองคนพ่อลูกต้องคุยกันนาน

พัชระเข้ามาถึงในห้องเขาเห็นบดินทร์เอนพิงหมอนใบสูงทำหน้านิ่งเฉย ขนาดเห็นหน้าเขาก็ยังไม่สนใจจะพูดด้วย แถมยังหลบสายตามองไปทางอื่นราวกับว่าเกลียดเขาซะเต็มประดา

“คุณพ่อครับ ถ้าอยู่ๆ วันนี้คุณพ่อต้องมีลูกเพิ่มอีกคนนอกจากผม คุณพ่อจะทำยังไง”

“เหอะ แกกำลังจะเอานิยายเรื่องอะไรมาเล่าให้ฉันฟัง”

“วาท้องก่อนหนีออกไปจากบ้านหลังนี้”

“แล้วยังไง”

“ไม่คิดว่าจะเป็นลูกของคุณพ่อบ้างเหรอครับ”

“มันไม่ใช่ลูกฉัน!! เชิญแกไปไร้สาระที่อื่นไป!!”

“ไม่คิดจะรับผิดชอบหน่อยรึครับคุณพ่อ จ่ายค่าเลี้ยงดูให้บ้างก็ยังดี ไหนๆ ก็เคยได้ทั้งแม่ทั้งลูก ทำไมถึงปล่อยให้ออกไปเผชิญชะตากรรมกันสองคน ไม่ใช่ลูกผู้ชายเลยนะครับ ไหนจะยังมีเด็กตาดำๆ อีก”

“ฉันบอกให้แกออกไป”

พัชระดูออกว่าความอดทนของคนแก่เอาแต่ใจใกล้จะสิ้นสุดแล้ว

“ก็แค่ค่าเลี้ยงดูเดือนละไม่กี่บาทผมคิดว่าคนอย่างคุณพ่อจ่ายไหว”

“แกเลิกเซ้าซี้ได้แล้วก็บอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่ลูกฉัน!! แกไม่ได้ยินรึไง มันไม่ได้ท้องกับฉัน แกพอใจรึยังห๊ะ ไอ้ภีม!!”

บดินทร์เหมือนคนสติแตก เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ เขายกเอามืออันสั่นเทาชี้หน้าชายหนุ่ม ยิ่งได้ยินคำว่าลูกมันก็ยิ่งเสียดแทงหัวใจ

“นั่นลูกทั้งคนเลยนะครับ”

“ฉันบอกให้แกหยุดไง!! หยุดพูดดด!! แฮ่กๆ”

บดินทร์ทั้งตะโกน ทั้งตะเบงเสียงจนหน้าดำคร่ำเครียด

“ไม่เอาทั้งแม่ทั้งลูกแน่นะ” ชายหนุ่มยังคงถามอย่างใจเย็น

“มันไม่ใช่ลูกฉัน!! มันไม่ใช่ลูกฉัน!! แกด้วยไอ้ภีม!! อีเสนียดนั่นมันทิ้งแกไว้ให้ฉันเลี้ยงแล้วตัวเองไปมีชีวิตสุขสบาย หนีไปมีผัวใหม่เป็นถึงนายพล ฮือๆๆๆ ฉันมันก็แค่ควายตัวนึงที่นั่งเลี้ยงลูกกาเหว่าอย่างแกไง ฮือๆๆๆ”

“คุณพ่อพูดเรื่องอะไรกันครับ คุณพ่อรู้มาตลอดเลยใช่มั้ยว่าคุณแม่อยู่ที่ไหน”

พัชระเสียงสั่น คิดว่าตัวเองหูฝาด แต่ท่าทางของบดินทร์ที่สะอื้นหนัก มันบอกเขาว่าพ่อกำลังพูดความจริง

“อีสารเลวนั่นมันเอาแกมาย้อมแมวเป็นลูกฉัน แล้วหนีไปเป็นเมียคนอื่น คอยดูนะไอ้ภีมฉันจะไม่ให้แกแม้แต่บาทเดียว ฮือๆๆๆๆ”

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

เสียงเรือนผกาที่เสร็จจากการเตรียมผลไม้ รีบเข้ามาขัดจังหวะ บดินทร์กำลังนอนหงายหลังแดดิ้นน้ำตาท่วมใบหน้า ส่วนพัชระต้องเข่าอ่อนเป็นครั้งที่สองของวันนี้

เขาแค่มาลองใจพ่อเท่านั้น ถ้าบอกว่ามีลูกแล้วจะยังสนใจวารินทร์อยู่หรือเปล่าจะได้ไม่ต้องมีปัญหากันภายหลัง แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินเรื่องบ้าบอซะเอง

 

ความคิดเห็น