หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 35 หมดอารมณ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 35 หมดอารมณ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.2k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2563 18:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 35 หมดอารมณ์
แบบอักษร

 

 

นับจากคืนนั้นพัชระก็มักจะแอบลงมาหาวารินทร์บ่อยๆ หลังจากที่มุกดาขึ้นมาหาพ่อเขาที่ห้องนอนแล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขากลับจากทำงานแล้วตรงดิ่งมาหาเธอที่หลังบ้าน เขาเห็นเธอกำลังนั่งหน้าเครียด

“เป็นอะไรรึเปล่าวา”

“พี่ภีม จะทำยังไงดีป่านนี้เมนยังไม่มาเลย”

พัชระยืนนิ่งไปสนิท หลายเดือนมาแล้วที่เขามีอะไรกับเธอโดยที่ไม่เคยป้องกันสักครั้งถ้าจะพลาดท้องขึ้นมาก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่วารินทร์ยังต้องเรียนหนังสือยังไม่สมควรมีลูกเวลานี้ มันเป็นความสะเพร่าของเขาเองที่ลืมคิดไป

“พี่ภีม ทำไมเงียบไปละ วากลัวนะ” เธอทำท่าจะร้องไห้

“รอบเดือนขาดไปนานรึยัง”

“วาไม่แน่ใจ ปกติเมนก็มาไม่เคยตรง แต่ว่าครั้งนี้มันแปลกๆ มันดูหายไปนานกว่าที่คิด ถ้าท้องขึ้นมาจะทำยังไงดีพี่ภีม”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ซื้อที่ตรวจครรภ์มาให้ ลองตรวจดูก่อนวาอาจจะไม่ได้ท้อง แต่ถ้าท้องขึ้นมาจริงๆ เราก็แต่งงานกัน”

“แล้วพ่อของพี่จะยอมเหรอ”

“ไม่ยอมก็ต้องยอม”

เขาให้ความมั่นใจว่าจะไม่ทอดทิ้งให้เธอต้องอุ้มท้องคนเดียวอย่างแน่นอน

เย็นวันถัดมาพัชระกลับเข้าบ้านมาพร้อมกับสิ่งที่วารินทร์ต้องการ แต่รอเวลาจนค่ำ รอให้มุกดาขึ้นมาถึงห้องของพ่อเขาเสียก่อน เขาจึงลงไปหาวารินทร์ที่ห้อง

“พี่ภีม ซื้อมาให้รึเปล่า”

สิ้นสุดคำถามชายหนุ่มก็ยื่นกล่องกระดาษกล่องเล็กให้

“ทำไมกล่องมันเยินแบบนี้ละ”

“พี่เอาใส่กระเป๋ากางเกงมากลัวมีคนเห็น”

เขาไม่ได้เพิ่งใส่มาเมื่อกี้แต่เขาใส่มาตั้งแต่หน้าร้านขายยาแล้ว เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีใครบังเอิญมาเห็นเข้ารึเปล่า

“รีบไปตรวจเร็วๆ เข้า พี่ตื่นเต้นจะแย่แล้วนะ”

วารินทร์รีบเดินเข้าห้องน้ำ แล้วกลับออกมาด้วยสีหน้าปกติ

“เป็นไงมั่ง”

เธอยกแผ่นตรวจครรภ์ให้เขาดูว่ามันขึ้นเพียงขีดเดียว แล้วยิ้มแหยๆ

“ไม่ท้อง วาคงเครียดไปมั้งเมนเลยยังไม่มา ขาดช่วงนานไปหน่อย”

“เฮ้อ”

พัชระถอนหายใจแล้วนั่งลงบนเก้าอี้แถวนั้น

“พี่ภีมถึงกับโล่งอกเลยเหรอคะ” วารินทร์หน้าเสียเล็กน้อย

“ไม่ใช่แบบนั้น เรื่องท้องเรื่องเล็ก แต่เรื่องเรียนให้จบนี่สิเรื่องใหญ่กว่า ไหนมานี่ซิ”

เขาเอามือตบที่หน้าขาตัวเองขณะเรียก หญิงสาวเดินเข้าไปหาแล้วหย่อนก้นนั่งลงบนตัก พัชระเอามือโอบกอดเธอไว้

“พี่รักวานะ อยากสร้างครอบครัวด้วยกัน มันคงจะดีมากถ้าวามีลูกที่น่ารักให้พี่สักคน แต่พี่จะอดทนรอให้วาเรียนจบก่อน ไม่อยากให้ต้องเดินท้องโย้ไปเรียนหนังสือรู้มั้ย”

“ถ้าอย่างนั้นเราก็พักเรื่องอย่างว่าบ้างดีมั้ยคะ วากลัวว่ามันจะไม่โชคดีแบบนี้อีก”

“ไม่ได้!! ทางออกมีเยอะแยะ นี่ไงพี่ซื้อถุงยางมาแล้ว”

“พี่ภีม!! ยี๋คนบ้าลามก”

“ลามกตรงไหนกัน นี่มันเรื่องธรรมชาติมากเลยนะ มาซ้อมเข้าห้องหอกันก่อนดีกว่า”

แล้วท่อนแขนแข็งแรงก็ยกหญิงสาวจนตัวลอย เขาปล่อยเธอลงบนที่นอน จากนั้นก็จัดการสอนวิธีเข้าหออย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลาที่มุกดาใกล้จะกลับลงมาพัชระจึงยอมละจากความหอมหวานกลับขึ้นตึกใหญ่

จากนั้นก็มีเรื่องราวใหญ่โตเกิดขึ้นระหว่างมุกดากับบดินทร์ เป็นเหตุให้มุกดาต้องนอนซมอยู่ที่ห้อง พัชระจึงไม่มีโอกาสได้ลงมาหาวารินทร์อีก

พออะไรๆ ที่ดูเหมือนจะดีขึ้นเขาก็ทำงานหนักจนวันนี้ต้องกลับดึก แสนจะคิดถึงหญิงสาวคนรัก วันนี้ก็เลิกงานช้า กว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำแต่มันทนไม่ไหว อยากจะขอลงไปเจอหน้าเสียหน่อย ห้านาทีสิบนาทีก็ยังดี

แต่พอเปิดประตูห้องออกมา เขากลับเห็นว่าวารินทร์เดินขึ้นมาที่ชั้นบน

“อ้าว วาขึ้นมาทำอะไรบนนี้” เมื่อวารินทร์ไม่ตอบเขาจึงเดินเข้าไปใกล้

“พี่เลิกงานมืดเลยไม่ทันได้ไปหา วามีอะไรรึเปล่า”

“เราเลิกกันนะคะพี่ภีม” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“วาพูดว่าอะไรนะ”

“แกได้ยินไม่ผิดหรอก วาเขาเปลี่ยนใจจะมาเป็นเมียฉันแล้ว ทีนี้แกก็ไม่ต้องมีพันธะไปเรียนต่อได้ซะที”

เสียงของคนรักว่าบาดใจแล้ว เสียงของพ่อนั้นบาดหูยิ่งกว่า

“จริงเหรอวา พ่อบังคับวาให้พูดแบบนี้ใช่มั้ย”

เขาถามออกไปคล้ายคนใกล้จะร้องไห้เต็มที เสียงยิ่งสั่นเครือเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อเดินมาโอบเอวคนรักเขา วารินทร์ส่ายหัวแต่ไม่ยอมสบตา เขาพยายามจะเดินเข้าไปใกล้ แต่กลับถูกพ่อขวางไว้

“ตอบพี่มาสิวา พ่อบังคับอะไรวา”

เขาปัดมือพ่อออกแล้วคว้าแขนเล็กไว้ดึงเธอเข้ามาใกล้แล้วเขย่าตัวคาดคั้น

“คุณผู้ชายไม่ได้บังคับวา วาแค่อยากได้เงิน พี่ภีมมีแต่ตัวจะเอาอะไรมาเลี้ยงดูวากับแม่คะ” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

“พี่ไม่เชื่อ!!”

“วาพูดความจริงค่ะ วาไม่ได้รักพี่ภีมแล้ว”

คำพูดจากปากเธอมันทำให้เขาแทบหมดแรง มือใหญ่ที่จับข้อมือเล็กไว้แน่นค่อยๆ คลายออก ภาพความสนิทสนมรักใคร่ที่ผ่านมากำลังวิ่งวนอยู่ในหัว

“เราเข้าห้องกันดีกว่า ไปทำต่อจากที่ทำไว้เมื่อเช้ากัน”

พ่อกำลังบอกเขาเป็นนัยว่า พ่อได้เธอแล้ว เขาอดมองหน้าหญิงสาวไม่ได้ นอกจากเธอจะไม่ปฏิเสธยังยินยอมเดินตามแรงโอบของพ่อเขาเข้าไปในห้องนอนแต่โดยดี

หัวใจของเขาแตกสลายนับจากวินาทีนั้น เขาต้องซมซานออกจากบ้านก็เพราะเธอ เขาหันหลังให้บ้านอารยะปฏิญญา เพราะไม่อาจลืมความรักลงได้

จนถึงวันนี้ เขาก็ยังไม่อาจตัดใจจากความหอมหวานที่เคยได้เชยชมเมื่อครั้งอดีต มันยังคงเรียกร้องให้เขาต้องการอยู่เสมอ และเขาก็ไม่เคยคิดที่จะห้ามตัวเอง เขาไม่แคร์กับสิ่งที่ผ่านมา เขาไม่สนว่าเธอจะผ่านอะไรมาบ้างตลอดเวลาเจ็ดปี ในเมื่อใจมันยังโหยหาเขาก็จะเดินหน้าทำมันต่อไป

 

เพราะเมื่อคืนมีเรื่องให้ต้องคิดมากมายจึงทำให้เขาตื่นสาย พัชระลุกขึ้นนั่ง มองเห็นวารินทร์นั่งรอเขาตื่นอยู่ที่ปลายเตียง

“ตื่นนานรึยัง”

“นานแล้วค่ะ พี่ภีมหิวมั้ยคะวาจะได้ทำอะไรให้ทาน“

“ไม่ เดี๋ยวจะพาไปเก็บของที่ห้อง”

“ให้วาอยู่ที่หอเหมือนเดิมไม่ได้เหรอคะ” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำแต่วารินทร์เรียกไว้

“ไม่ได้”

“แล้วเรื่องงาน ให้วาหางานใหม่ให้ได้ก่อนแล้วค่อยลาออกได้มั้ยคะ”

“ไม่ได้ทั้งสองอย่าง”

“แต่วาต้องเลี้ยงลูกนะคะ” พัชระหันหน้ากลับมา

“จะเอาเท่าไหร่ ค่าเทอม ค่ากิน ค่าเสื้อผ้า แล้วยังมีค่าอะไรอีกบ้าง เขียนตัวเลขมาเดี๋ยวฉันจะจ่ายให้”

สายตาคมเข้มดุดันที่ส่งมาให้เธอพร้อมกับคำตอบนั้น มันทำให้วารินทร์แทบลืมหายใจ เธอไม่ได้ตอบโต้พัชระ เพราะหัวใจมันสั่นอย่างบอกไม่ถูก นั่งเงียบๆ ปล่อยให้เขาเดินเข้าห้องน้ำไป

 

“วา จะไปไหนเหรอ”

วีนาถามเมื่อเดินออกมาจากห้องของเมนี่แล้วเห็นห้องของวารินทร์เปิดประตูทิ้งไว้ หญิงสาวกำลังเก็บเสื้อผ้าทั้งตู้พับใส่กระเป๋า

“จะย้ายออกครับ” คนที่ยืนใกล้กว่าพูดแทรก

“จะพาไปอยู่ด้วยเหรอคะ” เมนี่ถาม

“ใช่ครับ”

“ก็ดีเหมือนกันนะ จะได้ไม่โดนใครมอมยาอีก” เมนี่ถือโอกาสฟ้อง

“พี่เมนี่!!” วารินทร์ตกใจไม่คิดว่าเมนี่จะกล้าพูด

“เธอถูกใครมอมยา แล้วนานรึยัง ทำไมไม่บอกฉัน” เขาหันไปคาดคั้นกับเธอ

“เอ่อ...”

“อีเมนี่แกจะหาเรื่องให้วามั้ยเนี่ย” วีนากระซิบกระซาบ

“ฉันมันกระเทยปากหมาแกก็รู้”

“เก็บแค่นี้พอ เดี๋ยวพวกของใหญ่ๆ อย่างอื่นฉันจะให้คนมายกทีหลังแล้วเอากลับนครปฐมให้หมด” เมื่อเห็นเธอไม่ตอบเขาก็คิดคาดโทษในใจ

พัชระหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ของหญิงสาวไว้ในมือแล้วเดินล่วงหน้าลงไปรอที่รถก่อน ปล่อยให้เธอได้พูดคุยกับเพื่อนข้างห้อง

“วาไปก่อนนะคะพี่วีนาพี่เมนี่ ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูแลวา” หญิงสาวยกมือไหว้

“ไปเถอะโชคดีนะ พี่ขอให้เขารักวานานๆ” วีนาพูด

“มีอะไรก็โทรมาคุยนะ แวะมาหากันบ้าง”เมนี่บอก

“ค่ะ วารักพวกพี่นะคะ”

ทั้งสามคนร่ำลากัน วารินทร์เดินตามพัชระลงไป

“นังวีนาฉันใจไม่ดีเลย”

“ใจไม่ดีเรื่องอะไรแก น้องมันแค่ไปมีผัว”

“ก็ใจไม่ดีที่จะไม่ได้เห็นผู้ชายหล่อๆ มาเดินสวนสนามกันแถวนี้อีกไง ว้า นึกแล้วก็เสียดาย”

“โอ๊ยอีนี่ กูละปวดหัว ไปๆ เพ้อเจ้ออยู่นั่นละ ไปแดกข้าว” แล้ววีนาก็เดินตามหลังลงไปอีกคน

ความอึมครึมครอบคลุมทันทีที่ขึ้นรถ

“โดนใครมอมยา เล่ามาให้หมด” คำถามแรกจากปากเขาไม่ผิดไปจากที่เธอคิดไว้เท่าไหร่นัก

“วันที่กลับจากนครปฐมพี่เหนือมารับวาไปกินข้าว” เธอหยุดพูดรอดูท่าทีของชายหนุ่ม

“แล้วยังไงต่อ”

“วาเลยพาไปร้านที่พี่วีนาทำงาน พอพี่เขาเห็นว่าพี่เหนือใส่ยาลงในแก้ว ก็เลยมาช่วยวาไว้ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ”

หน้าที่บึ้งตึงของชายหนุ่มค่อยๆ ผ่อนคลายลง เขาไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นแค่พาเธอไปกินข้าวกลับคอนโด แล้วทิ้งเธอไว้ที่นั่นคนเดียวจนดึกดื่น เขาหายไปที่ไหนไม่รู้ไม่ได้บอกกล่าว

 

“ผมคิดว่าพี่ควรจะให้วากลับมาทำงาน”

เหนือสมุทรเดินเข้ามาในห้องทำงานของพัชระทันทีที่เขามาถึงในอีกวัน

“ไม่ใช่เรื่องของแก”

“แต่ผมต้องมีเลขา”

“ก็ไปหาเอาใหม่ ไม่ต้องมาใช้เมียฉัน”

“คำก็เมียสองคำก็เมีย แต่แอบซุกกินหลบๆ ซ่อนๆ เคยถามวามั้ยว่าอยากเป็นเมียพี่รึเปล่า”

เหนือสมุทรพยายามพูดให้พัชระหวั่นไหว เผื่อว่าบางทีเขาอาจจะได้วารินทร์คืน พัชระลุกขึ้นเดินเข้ามายืนประจันหน้ากับเหนือสมุทร

“แกอยากได้หุ้นบริษัทคืนมั้ย ฉันจะขายคืนให้เท่าทุน”

“เฮ้ ไม่เอาน่าพี่ ก็แค่เรื่องผู้หญิง ผมต่อคิวรอพี่บ้างก็ได้ เหมือนที่พี่เคยต่อคิวผมไง”

 

ผัวะ!! ผัวะ!!

 

หมัดลุ่นๆ ตะบันเข้าหน้าเหนือสมุทรสองทีติดกันจนได้เลือด

“เห้ย!! พี่ต่อยผมทำไมวะ ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว ผลัดกันกินก็เคยมาแล้ว”

“ไหนแกบอกว่ารักวานักหนาไง!!”

เหนือสมุทรไม่ตอบโต้ ยืนเอามือจับคางตัวเองที่ยังเจ็บจนแทบโย้เพราะหมัดของพัชระ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเผลอเขาก็กระโจนพุ่งเข้าใส่

 

อึ้ก!!

 

เข่าของคนที่ดูเหมือนเผลอเหวี่ยงออกมารับคนที่พุ่งเข้าหา จนเหนือสมุทรต้องลงไปนอนจุกอยู่บนพื้น

“อันนี้สำหรับที่แกมอมยาวา ฉันว่าจะไม่แล้วนะ แต่แกอยากแส่หาเรื่องใส่ตัวเอง”

พัชระหันกลับไปหยิบกุญแจรถ แล้วทำท่าจะเดินออกจากห้อง ก่อนไปเขายังทิ้งท้าย

“วันนี้แกทำให้ฉันหมดอารมณ์ทำงาน จะเอาหุ้นคืนเมื่อไหร่ก็บอกมาละกัน”

พูดจบเขาก็เปิดประตูเดินออกจากห้องทิ้งให้เหนือสมุทรนั่งหัวเสียอยู่บนพื้นคนเดียว

“โธ่เว้ย!!”

วันก่อนเพิ่งเจ็บใจ มาวันนี้ต้องเจ็บตัวอีก เหนือสมุทรโมโหมากก็จริง แต่ถ้าจะให้ถอนพัชระออกจากผู้ถือหุ้น เขาก็กลัวจะเสียผลประโยชน์มากกว่า เขาพลาดเองที่คิดไปว่าพัชระฉลาดแค่เรื่องงาน

 

 

 

 

ความคิดเห็น