มังกะลอแยะ
email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความทรงจำกับวันประกวดดาวเดือน(ตอนที่5)

ชื่อตอน : ความทรงจำกับวันประกวดดาวเดือน(ตอนที่5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2563 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความทรงจำกับวันประกวดดาวเดือน(ตอนที่5)
แบบอักษร

: ตอนที่ 5

 

“เมษตื่นสายแล้ว”ม่อนปลุกคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง

“วันนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่หรอม่อน”เมษเอ่ยถามเจ้าตัวเล็กด้วยอาการงัวเงีย

“ม่อนไม่มีแต่เมษมีนะลุกได้แล้ว”ม่อนพูดเสร็จเมื่อเห็นคนตรงหน้าไม่ลุกจึงผลักเมษลงเตียง ตุ๊บ!

“โอ๊ย!ม่อนเมษเจ็บนะ”

“เอาคืนไง”

 

เมื่อเมษตกเตียงเมษก็ลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำทันทีและเมื่อเมษเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเจ้าตัวเล็กกำลังดูอะไรบางอย่างอยู่

“ทำอะไรอยู่อ่ะม่อน”

“ดูรูปไงม่อนเห็นมันวางไว้อ่ะ”ม่อนพูดเสร็จก็หยิบรูปในกล่องของเมษมาดูที่ละรูป

“ซนจังเลยนะครับม่อน”เมษพูดพร้อมกับนั่งลงข้างๆเจ้าตัวเล็กพร้อมกับนำหัวของตัวเองไปวางที่ไหล่นุ่มๆของเจ้าของเล็ก

“ทำไมเมษตอนเด็กน่ารักจัง”ม่อนพูดเสร็จก็หยิบรูปที่ตัวเองเจอมาโชว์คนตรงหน้า

“แล้วตอนนี้ไม่น่ารักหรอ”เมษเอ่ยถามเจ้าตัวเล็กพร้อมกับโอบกอดคนที่กำลังดูรูปอยู่

“น่ารัก น่าฟัดด้วย”ม่อนพูดพร้อมกับทำหน้าท้าทายคนตรงหน้า

“ฟัดเลยป่ะล่ะ”เมษพูดพร้อมกับผลักคนที่ท้าทายให้นอนลงบนเตียง

“ไม่เอา เมษอ่ะไปเรียนเลยเดี๋ยวไปสายนะเรียนเสร็จก็รีบกลับรู้ไหม”ม่อนพูดพร้อมกับดันเมษอออกไปจากตัวเอง

“ครับเมษไปก่อนนะหอมทีนึง”เมษพูดพร้อมกับก้มหน้าลงไปหอมเจ้าตัวเล็กฟอดใหญ่เมื่อเมษหอมแฟนตัวเองเสร็จก็ออกจากบ้านเพื่อไปเรียนที่มหาลัยได้สักพักใหญ่

 

Trrrr~ Trrrr~

[ ไอม่อนอยู่ไหนว่ะ ]

“อยู่บ้านเมษมีอะไรอ่ะไอต้น”

[ กูมาซ้อมประกวดดาวเดือนเห็นไอเมษมากับผู้หญิงใครอ่ะเพื่อนมันอ่อกูไม่เคยรู้เลยนะเนี้ยว่าไอเมษจะมีเพื่อนผู้หญิงสวยขนาดนี้อ่ะโคตรน่ารักแค่ลงจากรถไอเมษมาอ่อร่าก็จับเหมือนพวกคุณหนูอะไรประมาณนั้นอ่ะ ]

“เมื่อกี้นี้มึงว่าอะไรนะลงจากรถเมษ”

[ ใช่ลงจากรถไอเมษสงสัยเพื่อนมันคงให้ไปรับแหละเออไอม่อนแค่นี้ก่อนนะพี่แปลนเรียกกูไปซ้อมละ ]

เมื่อต้นพูดจบต้นก็ตัดสายไปทันทีเมื่อม่อนได้ยินสิ่งที่เพื่อนเล่าก็ได้แต่คิดว่าเมษเคยมีเพื่อนผู้หญิงด้วยหรอหรือเขาแค่ไม่ได้สังเกตเมื่อม่อนคิดไปเรื่อยเปื่อยคงไม่มีอะไรหรอกน่าจะแค่เพื่อนกันนั้นแหละเมื่อม่อนเลิกสนใจกับสิ่งที่เพื่อนพูดได้แล้วม่อนก็กลับมาสนใจรูปที่อยู่ในกล่องต่อ

 

รูปนี้คงเป็นพ่อแม่เมษสินะเมื่อม่อนหยิบรูปภาพที่มีคู่รักที่กำลังอยู่ในชุดวิวาห์เมื่อหยิบดูไปเรื่อยๆก็เจอรูปเมษกับผู้หญิงคนหนึ่งในชุดมอต้นแต่ม่อนก็ไม่ได้สนใจอะไรจนถึงรูปสุดท้ายรูปผู้หญิงซึ่งไม่น่าใช่รูปน้องเมษหรือแม่เมษแน่ๆเพราะว่าเมษเคยบอกว่ามีน้องคนเดียวและรูปนั้นก็ยังไม่เก่ามากแต่เมื่อม่อนหันไปเห็นตัวหนังสือที่เขียนไว้ด้านล่างซ้ายของรูปที่มีเขียนไว้ว่า

“เมษรักแพรว”

 

เมื่อม่อนเห็นเช่นนั้นจึงสันนิษฐานได้ว่ารูปนี้น่าจะเป็นรูปของแพรวคนรักเก่าของแฟนตัวเองไม่รักแล้วจะเก็บรูปไว้ทำไมเมื่อม่อนเห็นเช่นนั้นก็เอาแค่คิดจนปวดหัวคิดว่าที่เมษพูดนะจริงไหมแล้วเขาจะเชื่อสิ่งที่เมษพูดได้หรือป่าวจนเมษที่เรียนเสร็จแล้วไปรับน้องชายของตนที่โรงเรียนจนทั้งคู่กลับมาถึงบ้านก็เห็นม่อนที่กำลังนั่งรออยู่บนโต๊ะอาหาร

“โอ้โห่ พี่ม่อนวันนี้ใครทำอาหารครับเนี่ยน่ากินจังเลยอ่า”เมฆพูดพร้อมกับสูดดมกลิ่นอาหารที่อยู่ตรงหน้าตัวเองตอนนี้

“พี่ทำเองพี่ว่างๆอ่ะก็เลยขอแม่บ้านมาทำอาหารให้เมฆทานไงพี่ทำสุดฝีมือเลยนะ”ม่อนพูดกับยิ้มหวานให้กับเมฆเชิงเอ็นดูคนตรงหน้าสะเหลือเกิน

“แหม่รักกันจังเลยนะพี่คงเป็นหมาหัวเน่าแล้วสินะ”

เมษพูดพร้อมกับเดินไปหาเจ้าตัวเล็กเมื่อแม่บ้านเห็นเช่นนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่านี่คือครอบครัวสุขสันต์พ่อคือเมษแม่คือม่อนลูกคือเมฆถ้าเป็นเรื่องจริงคงจะเป็นครอบครัวที่น่ารักมาก

 

“กินกันเลยดีกว่าเนอะ เดี๋ยวพี่ตักข้าวให้”ม่อนพูดพร้อมกับหยิบช้อนมาตักข้าวให้พี่น้องทั้งสองคน

“หื้ม โคตรอร่อยทำไมพี่ม่อนถึงทำอาหารเป็นหรอครับอยากทำเป็นบ้างจังวันไหนพี่ม่อนว่างช่วยสอนเมฆทำหน่อยนะครับ”เมฆพูดน้ำเสียงอ้อนวอน

“พี่สนิทกับป้าเพียรที่เขาเป็นแม่บ้านอยู่บ้านพี่อ่ะป้าเพียรทำอาหารอร่อยมากเลยนะวันไหนพี่ว่างๆก็จะไปช่วยแกทำอาหารอ่ะพี่เลยทำเป็น”ม่อนตอบกลับพร้อมกับตักอาหารให้เมฆ

“แล้วคนนี้ล่ะไม่เห็นตักให้บ้างเลย”เมษพูดขึ้นทันทีเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กตักอาหารให้เมฆ

“โตแล้วก็ตักเอาสิ”ม่อนพูดพร้อมกับตักอาหารเข้าปากตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย

“โห่พี่ดูสนิทกันจนเหมือนแฟนกันเลยอ่ะถ้าพี่คบกันจริงๆต้องน่ารักมากแน่เลย”

เมฆพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่เมษและม่อนเมื่อม่อนได้ยินเช่นนั้นถึงกับหงอยทันทีตอนนี้ม่อนก็แค่รู้สึกน้อยใจทีี่เมษไม่ยอมบอกน้องว่าตัวเองเป็นแฟนไม่เหมือนแพรวคนรักเก่าที่คบแบบเปิดเผยไม่ปิดบังอะไรน้องชายตัวเองเลยสักนิด

 

“พี่ม่อนเป็นอะไรหรือป่าวครับผมขอโทษนะครับถ้าพูดอะไรผิดไปผมพูดอะไรมันไม่ได้ทันคิดเลยอ่ะปากเสียจริงๆเลยเนอะพี่ม่อนอย่าโกรธเมฆนะครับ”

เมฆพูดขึ้นเมื่อหันไปเห็นม่อนทำหน้าหงอยซึมๆเมื่อตัวเองพูดถึงเรื่องที่อยากให้ทั้งสองคบกันเมฆก็แค่เห็นทั้งคู่เหมาะสมกันเลยพูดออกไปอย่างไม่ทันได้คิดว่าคนได้ยินจะรู้สึกยังไง

 

“ไม่เป็นอะไรหรอกเมฆพี่แค่พึ่งเลิกกับแฟนอ่ะพอเมฆพูดถึงเรื่องแฟนๆอะไรนั้นพี่ก็เลยเศร้านิดหน่อยอ่ะครับ”ม่อนพูดขึ้นทำให้เมษที่ได้ยินสะดุ้งอยู่เล็กน้อยทำไมเจ้าตัวเล็กถึงพูดแบบนั้นพูดว่าเลิกกับเขา

“โอ๋ๆ ไม่เป็นอะไรนะครับน่ารักแบบพี่ม่อนเดี๋ยวก็หาใหม่ได้คนที่มันกล้าทิ้งพี่ม่อนคนนั้นมันต้องโง่มากๆแน่อ่ะ”

เมฆพูดขึ้นพร้อมกับทำอาการโมโหแทนม่อนเมื่อเมษได้ยินเช่นนั้นถึงกับมองไปที่คนรักของตัวเองก็อย่างที่เมฆพูดใครทิ้งม่อนได้ลงก็คงจริงๆแหละน่ารักสะขนาดนี้ใครจะทิ้งลง

 

เมื่อทั้งหมดทานอาหารเสร็จก็แยกย้ายกันไปที่ห้องของตัวเองเมื่อเมษและม่อนได้เข้ามาอยู่ในห้องด้วยกันสองคน

“ม่อนทำไมตอนอยู่ข้างล่างพูดแบบ นั้นอ่ะ”เมษเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

“ก็เมษไม่อยากให้น้องรู้ไม่ใช่หรอว่าเราคบกันพูดไปแบบนั้นก็น้องจะได้ไม่สงสัยไง”

“น้อยใจเมษหรอม่อน”

“ป่าวเข้าใจ”ม่อนตอบไปแบบนั้นก็เพราะไม่อยากงี่เง่าเดี๋ยวคนตรงหน้าจะเบื่อเอาได้จากเรื่องที่โกหกเมฆอาจเป็นเรื่องจริงขึ้นมาเลยก็ได้

“เมษขอโทษนะม่อนแต่เมษขอเคลียให้ทุกอย่างมันลงตัวกว่านี้ได้ไหมอ่ะแล้วเมษจะบอกทุกคนในโลกเลยว่าเมษมีแฟนที่น่ารักแบบ นี้อ่ะนะครับให้เวลาเมษนะ”

เมื่อเมษพูดจบเมษก็เดินไปกอดเจ้าตัวเล็กทันทีเพื่อเหมือนเป็นการขอโทษที่ยังไม่สามารถบอกใครได้ว่าเป็นแฟนกันเพราะว่ามีสิ่งที่ต้องเคลียให้สำเร็จเสียก่อนเมื่อม่อนเห็นเเบบนั้น ม่อนก็ไม่พูดอะไรตอบกลับไปจนเวลาล่วงเลยไปหลายวันจนถึงวันประกวดดาวเดือนของมหาลัย

 

“ไอม่อนกูตื่นเต้นว่ะ”ต้นพูดขึ้นเมื่อม่อนและโฟล์กได้พาต้นมาที่ห้องแต่งตัวคณะแพทย์

“เออมึงไม่ต้องตื่นเต้นวันนี้มึงโคตรหล่อเลยเพื่อนผมโคตรหล่ออ่ะครับ”โฟล์กพูดขึ้นพร้อมกับปรบมือให้กับความหล่อของเพื่อน

“วันนี้น้องต้นหล่อมากเลยนะครับ”เดือนคณะแพทย์ปีที่แล้วเดินมาหาเดือนคณะแพทย์ปีนี้แล้วพร้อมกับเอ่ยชมรุ่นน้องของตัวเอง

“อ้าว พี่แปลนสวัสดีครับ”

“ครับไม่เป็นไรหรอกทีหลังไม่ต้องไหว้พี่ก็ได้คนกันเองทั้งนั้น”แปลนพูดเสร็จก็เดินไปหาต้นทันทีเพื่อจะพูดให้กำลังใจคนที่กำลังตื่นเต้นอยู่

“ไม่ต้องกลัวสู้ๆคณะแพทยศาสตร์ของเราต้องดีกว่าคณะอื่นแน่นอนพี่รู้ว่าเราทำได้นะต้นอย่าแพ้คณะอื่นนะสู้ๆ”

แปลนพูดจบก็ลูบไปที่หลังต้นเบาๆนี่มาให้กำลังใจหรือมากดดันกันแน่ว่ะเนี่ยเมื่อเดือนคณะแพทย์ปีที่แล้วพูดให้กำลังใจเดือนคณะปีนี่เรียบร้อยแล้วก็เดินออกไปจากห้องแต่งตัวทันทีเหมือนมาพูดเพราะแค่เป็นหน้าที่เฉยๆ

“เออไอต้นกูไปรอเชียร์ที่หน้าเวทีนะเว้ย”

ม่อนและโฟล์กพูดขึ้นเมื่อกำลังจะถึงเวลาที่งานจะเริ่มเต็มทีแล้วเมื่อต้นได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับรู้เมื่อม่อนและโฟล์กเห็นเช่นนั้นจึงเดินออกไปจากห้องแต่งตัวเพื่อจะไปนั่งรอเชียร์เพื่อนอยู่หน้าเวที

“อ้าวไอเมษไอแบงค์บังเอิญเจอกันพอดีเลยว่ะ”โฟล์กเอ่ยทักทายเพื่อนทันทีที่เห็น

“555ไอต้นเป็นไงบ้างอ่ะ”แบงค์เอ่ยถามคนที่พึ่งทักทายเขา

“โอ้โห้ไม่น่าถามมันตื่นเต้นจนปวดเยี่ยวเข้าห้องน้ำเป็นสิบรอบแล้ว555”โฟล์กพูดไปหัวเราะไป

“ไม่ต่างอะไรกับไอตี๋เลยดีที่มันมีเมียมันคอยเป็นกำลังใจให้ถ้าไอตี๋ไม่มีไอไวท์กูก็คงไม่ได้ออกมาจากห้องแต่งตัวมันหรอก”เมษพูดพร้อมกับยิ้มกับอาการของแต่ละคนช่างไม่ต่างอะไรกันเลย

“เห้ยงานจะเริ่มละป่ะไปหาที่นั่งกัน”โฟล์กพูดจบก็มองหาที่นั่งแล้วก็เดินนำเพื่อนไปจนทั้งหมดได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้วโฟล์กนั่งข้างแบงค์และเมษกับม่อนก็นั่งข้างกันจนพิธีกรอออกมาพูดเปิดงาน

“สวัสดีนะคะเขียดผู้มีแกกเฮ้ยแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะถึงเวลาแล้วที่ทุกคนรอคอย นะคะไหนใครเชียร์คณะไหนบ้างขอเสียงหน่อยเร็ว”

อร๊ายย~ กรี๊ดดด~ แต่ละคณะไม่มีใครยอมใครและพิธีกรก็พูดไปเรื่อยๆจนกว่าประธานของงานจะมาเปิดพิธี

 

Trrrr~ Trrrr~

“มีอะไรเมฆ”

[ พี่เมษมารับหน่อยเมฆเลิกครึ่งวันเนี่ยมารับหน่อยสินะครับ ]

“ทำไมวันนี้อาจารย์ปล่อยไวจัง”

[ ก็วันนี้อาจารย์ติดประชุมเขาเลยปล่อยให้นักเรียนกลับบ้านมารับหน่อยนะรอตรงเซเว่นหน้าโรงเรียนร้อนมากเลยพี่เมษเร็วๆนะแค่นี้แหละจุ๊บๆ ]

เมื่อเมฆโทรบอกให้พี่ตัวเองมารับตนเสร็จเรียบร้อยก็กดวางสายทันทีเมื่อเมษได้ยินเมฆพูดแบบนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องไปรับน้องชายตัวแสบของตัวเองอยู่ดี

“ม่อนเดี๋ยวเมษมานะไปรับเมฆก่อน”

“อ้าวทำไมโรงเรียนเมฆเลิกไวจัง”

“อาจารย์น้องมีประชุมอ่ะไปรับน้องด้วยกันไหมละม่อน”เมษเอ่ยชวนให้เจ้าตัวเล็กไปด้วยกันม่อนก็ไม่ได้ปฎิเสธก็ลุกขึ้นตามคนรักไปเมื่อโฟล์กและแบงค์เห็นแบบนั้นก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไปจนทั้งคู่ออกมาจากงานจนถึงรถเก๋งคันหรูสีเทาของเมษ

 

“โรงเรียนน้องอยู่ไกลไหมอ่ะเมษ”

“ไม่ไกลหรอกแถวนี้นี่แหละ”เมื่อเมษพูดเสร็จก็ขับรถออกไปทันทีจนถึงโรงเรียนของเมฆ

“สวัสดีครับ อ้าวพี่ม่อนมากับเขาด้วยหรอเนี่ย555คิดถึงจังเลยครับ”เมฆพูดเสร็จก็ขึ้นรถมาหลังตรงเบาะหลังเพราะว่าเบาะข้างหน้าม่อนได้นั่งอยู่แล้ว

“พี่คงไม่ได้ไปส่งบ้านนะวันนี้มีงานประกวดดาวเดือนเดี๋ยวเมฆก็ไปนั่งกับพี่นั้นแหละ”เมษบอกน้องตัวเองเพราะว่าถ้าไปส่งเมฆที่บ้านก็คงไม่ทันงานแน่ๆจนทั้งสามถึงมหาลัยและได้ลงมาจากรถเพื่อเดินไปที่งาน

“พี่ม่อนหมอสอบเข้ายากไหมครับผมว่าผมจะเรียนหมอ”เมฆเอ่ยถามม่อนที่เดินอยู่ข้างๆ

“พี่ว่าก็ไม่ยากเท่าไรนะพี่เชื่อว่าคนแบบเมฆสอบเข้าได้อยู่แล้วสบายๆ”ม่อนตอบกลับน้องของคนรักทันทีเมื่อทั้งสามเดินไปเรื่อยๆจนถึงประตูเข้างานประกวดดาวเดือนก็มีผู้หญิงคนหนึ่งลุคดูเป็นลูกคุณหนูขาวตัวเล็กเดินมาหาเมษ

“อ้าวเมษบังเอิญจัง”หญิงสาวคนนั้นเดินเข้ามาทักทายเมษทันทีเมื่อเห็น

“ก็ว่างั้นแหละบังเอิญเนอะ”เมษตอบกลับหญิงสาวคนนั้นด้วยอาการที่นิ่งๆเยือกเย็นจนน่ากลัว

“อย่าลืมที่เราสัญญากันไว้นะคะเมษตอนงานจบแล้วเจอกันนะคะ อ้าวน้องเมฆมากับเขาด้วยหรอค่ะเนี่ย”หญิงสาวเอ่ยทักเมฆทันทีเมื่อเธอหันมาเห็น

“ครับพี่แพรววันนี้โรงเรียนผมปล่อยไว้อ่ะครับ”เมฆตอบกลับหญิงสาวพร้อมกับยิ้มให้ไปตามมารยาท

 

เมื่อม่อนได้ยินเช่นนั้นก็สงสัยว่าใช่แพรวแฟนเก่าของเมษไหมเเล้วไปเจอกันตอนไหนแล้วสัญญาอะไรกันไว้ทำไมม่อนไม่เห็นรู้เรื่องเลยสักนิดแต่เมื่อเมษเดินนำเมฆและม่อนไปม่อนจึงรีบเอ่ยถามเมฆทันที

“เมฆคนนี้ใช่แพรวแฟนเก่าเมษไหม”

“ใช่ครับ”

เมื่อม่อนได้ยินยังงั้นถึงกับหายใจวูบจุกอยู่ที่อกเหมือนอะไรบ้างอย่างทำให้ม่อนเงียบและซึมไปเลย

“พี่ม่อนครับเป็นอะไรหรือป่าว”

“ป่าวหรอกป่ะเข้าข้างในกันเดี๋ยวที่เต็ม”ม่อนพูดพร้อมกับจับแขนเมฆเดินเข้างานจนทั้งคู่มานั่งที่โฟล์กและแบงค์ได้จองไว้ให้จนมีเสียงพิธีกรพูดขึ้นอีกครั้ง

 

“ถึงเวลาแล้วนะคะทุกคนพร้อมหรือยังคะที่จะพบกับการแสดงของดาวและเดือนในปีนี้เชิญชมการแสดงของน้องๆได้เลยค่ะ”

เมื่อพิธีกรพูดจบการแสดงของแต่ละคณะก็เริ่มขึ้นจนทุกคณะแสดงกันเรียบร้อยแล้วจนถึงเวลาตอบคำถามบางคนก็ตอบดีบางคนก็ตอบติดๆขัดเพราะตื่นเต้นจนถึงเวลาประกาศรางวัลว่าใครจะได้เป็นดาวเดือนมหาลัยของปีนี้

“ดาวมหาลัยปีนี้ได้แก่คณะแพทย์ค่ะดีใจด้วยนะคะเชิญคุณน้องออกมาข้างหน้าเลยนะคะส่วนเดือนนั้นก็คือคณะบริหารค่ะดีใจกับเดือนและดาวในปีนี้ด้วยนะคะและขอขอบคุณน้องๆดาวเดือนของทุกคณะขอเสียงปรบมือให้น้องคนเก่งของเราทุกๆคนหน่อยจ้า”

เมื่อพิธีกรพูดจบเสียงปรบมือก็ดังสนั่นภายในงานเพราะดาวเดือนในแต่ละคณะเก่งมากทุกคนเลยการแสดงก็ถือว่าดีเยี่ยมจนทุกคนปรบมือให้กำลังใจให้ทุกคนเมื่อทุกคนกำลังจะลุกเพื่อไปแสดงความยินดีกับดาวเดือนในปีนี้

“เมฆเดี๋ยวพี่มานะไปห้องน้ำก่อนอยู่กับพี่ม่อนนี่แหละอย่าดื้อนะม่อนฝากดูน้องด้วยนะ”

เมษพูดจบก็เดินหายไปจากงานทันทีก่อนที่เมษจะขอตัวไปห้องน้ำม่อนได้สังเกตว่าเมษดูโทรศัพท์มือถือตลอดเวลาเลยจนมีเสียงแจ้งเตือนจากไลน์ดังขึ้นเมื่อเมษกดอ่านเมษก็ขอไปห้องน้ำมันต้องมีอะไรแน่ๆ

“ไอม่อนไปหาไอต้นกัน”โฟล์กเอ่ยชวนเพื่อนที่กำลังนั่งเหม่อลอยคิดเรื่องเมษอยู่

“ไปดิเมฆไปกับพี่ก่อนก็ได้นะพี่ว่าจะไปหาเพื่อนพี่อ่ะ”

ม่อนพูดเสร็จเมื่อเมฆได้ยินเช่นนั้นก็เดินไปจับมือม่อนแล้วก็เดินไปหาต้นพร้อมม่อนและโฟล์กจนทั้งสามมาถึงที่ห้องแต่งตัวของดาวเดือนคณะแพทย์

“ไงไอต้นเป็นไงบ้าง”โฟล์กเอ่ยถามคนที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่

“หิวอ่ะดิกว่าจะได้กินข้าวอ้าวแล้วนั้นใครว่ะน่ะม่อน”ต้นเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นเด็กมอปลายเดินจับมือม่อนมา

“น้องของเมษอ่ะ”ม่อนบอกคนที่กำลังเขี้ยวข้าวอยู่เต็มปากคงจะหิวจริงๆแหละ

“สวัสดีครับผมเมฆนะครับ”เมฆแนะนำตัวให้เพื่อนของม่อนเพื่อจะได้รู้จักตนเอง

“กินด้วยกันไหมหนู”ต้นเอ่ยชวนเมฆด้วยความเอ็นดูใครๆเห็นเมฆก็เอ็นดูกันทั้งนั้นเพราะน้องน่ารักมากจริงๆทั้งหน้าตาและนิสัย

“ไม่เป็นอะไรครับพี่ม่อนซื้อชาไข่มุกให้ผมแล้วครับ”

เมฆพูดพร้อมกับชูชาไข่มุกที่มือขึ้นมาโชว์ให้ต้นดูจนเวลาล่วงเลยไปสักพักเพราะอากาศในห้องที่แอร์เย็นเจี๊ยบและน้ำที่ดื่มไปทำให้เมฆปวดชิ้งฉ่องขึ้นมา

“พี่ม่อนครับห้องน้ำอยู่ไหนหรอครับเมฆปวดชิ้งฉ่องอ่ะครับพี่ม่อน”เมฆพูดจบก็บิดตัวไปมาเหมือนจะไม่ไหวแล้ว

“ไอต้นห้องน้ำนี้เข้าได้ป่ะว่ะ”ม่อนเอ่ยถามต้นเรื่องห้องน้ำที่อยู่ในห้องแต่งตัว

“ไม่ได้ว่ะน้ำไม่ไหล”

“หื้อพี่ม่อนผมไม่ไหวแล้วนะ”เมฆพูดด้วยอาการงอแงเมื่อต้นเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะสงสารไม่ได้กลัวเมฆจะเยี่ยวแตกสะก่อน

“มีอยู่ข้างหลังเวทีอ่ะมาเดี๋ยวพี่พาไป”ต้นพูดเสร็จก็เดินนำทางเมฆและม่อนไปจนทั้งสามถึงห้องน้ำเมฆก็วิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันทีจนมีเสียงคนคุยกันดังขึ้น

“เมษพูดว่าอะไรนะคะ”

“ทำไมชอบให้พูดซ้ำด้วยอ่ะ”

“ก็มันได้ยินไม่ชัดอ่ะ”

“เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมนะ”

 

เมื่อม่อนได้ยินเช่นนั้นน้ำตาก็ไหลออกมาแล้วทั้งที่ก็ยังไม่ได้เห็นเลยว่าใช่คนรักของตนไหมตอนนี้ม่อนอยากย้อนเวลากลับไปแล้วจะไม่มาได้เสียงที่กระทบจิตใจอะไรแบบนี้แน่นอนเมื่อต้นเห็นเป็นแบบนั้นก็หัวร้อนออกมาเสียดื้อๆ

“ไอม่อนไม่ต้องร้องอาจไม่ใช่ไอเมษก็ได้เดินไปดูกับกูให้มันรู้กันไปเลย”ต้นพูดจบก็จับมือคนที่กำลังร้องไห้ให้ไปดูพร้อมกับตัวเอง

 

“ไอเหี้ยเมษมึงทำเหี้ยไรเนี้ยขอคนอื่นคบทั้งที่คบกับเพื่อนกูเนี่ยนะไอเลว”ต้นพูดเสร็จก็กำลังจะพุ่งไปต่อยเมษทันทีแต่ม่อนห้ามเอาไว้ก่อนห้ามด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้

“มันคืออะไรเมษ”ม่อนพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดตอนนี้ที่มีเอ่ยถามเมษออกไปถึงแม้ตอนนี้แทบจะยืนไม่ไหวแล้วก็ตาม

“เมษขอโทษนะม่อน”

“มึงแม่งเหี้ยกูอุสาไว้ใจให้ดูแลเพื่อนกูมึงมาทำแบบนี้อ่อว่ะมึงแม่งดีแต่หน้าว่ะแต่สันดานแม่งเหี้ย ถุ๊ย”ต้นด่าคนตรงหน้าพร้อมกับถุยน้ำลายใส่เมษ

“ม่อนเมษขอโทษนะเราเลิกกันเถอะ”

“เมษขนาดนี้แล้วเดี๋ยวม่อนถอยเองก็ได้ขอบคุณช่วงเวลาดีๆที่เมษมีให้ม่อนนะม่อนมีความสุขมากถึงมันจะเป็นเวลาสั้นๆก็เถอะ”

ม่อนพูดพร้อมกับห้ามน้ำตาตัวเองไม่ให้ไหลแต่มันก็ห้ามไม่อยู่แล้วจริงๆตอนนี้ม่อนแทบจะทรุดตัวลงตรงนั้นเมื่อต้นเห็นอาการเพื่อนตอนนี้ถึงกลับน้ำตาคลอด้วยความสงสารเพื่อน

“มึงมันเหี้ยจริงๆด้วยว่ะอย่าให้กูเห็นมึงมายุ่งกับเพื่อนกูอีกนะเพราะคนต่ำๆอย่างมึงไม่เหมาะกับเพื่อนกูว่ะกลับกันเถอะม่อนไม่ต้องร้องนะมึงยังมีกูและก็ไอโฟล์กนะเว้ย”

ต้นด่าเมษจบก็มองเมษด้วยสายตาที่เปลื่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้วก็พยุงม่อนให้ไปไกลๆจากที่นี้และต้นก็โทรให้โฟล์กมาหาที่รถของตนทันทีและเล่าเรื่องทั้งหมดให้โฟล์กฟังและทั้งคู่ก็พาม่อนกลับคอนโดเมื่อต้นและโฟล์กพาม่อนมาที่ห้องทั้งสามก็เข้าไปคุยกันในห้อง

“ม่อนเป็นไรป่ะว่ะ”

“ไม่ ไม่เลยสบายมากฮึก ฮือ”ม่อนพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุดมองไปรอบห้องที่มีบรรยากาศและภาพเหตุการณ์ที่ทั้งคู่เล่นกันหยอกล้อกันที่เมษบอกรักม่อนและที่ม่อนบอกรักเมษและสถานที่ที่ม่อนและเมษคบกันก็คือโซฟาที่เขากำลังนั่งอยู่มีแต่ความทรงจำในห้องนี้

“ม่อนไม่ต้องร้องนะเว้ยกูรู้มึงเก่งก็แค่คนแบบนั้นอย่าเอามาแคร์เลย”โฟล์กพูดพร้อมกับไปกอดปลอบม่อนเมื่อโฟล์กเห็นเพื่อนเป็นแบบนั้นก็แทบจะร้องไห้ออกมาเหมือนกัน

“แต่เขาบอกรักกูนะเว้ยแต่ทำไมเขาทำกับกูแบบนี้อ่ะกูก็เจ็บเป็นนะเว้ย”ม่อนพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นจนแทบจะพูดไม่รู้ศัพท์

“ก็แค่คำพูดเขาเคยทำให้มึงเห็นไหมว่าเขารักมึงกูก็ไม่รู้นะว่ามึงรักมันมากแค่ไหนแต่ถ้ามันทำแบบนี้เท่ากับว่ามันไม่ได้รักมึงเลยไม่ได้แคร์มึงเลยสักนิด”ต้นพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปลูบหลังคนที่นั่งร้องไห้อยู่

“กูไม่ไหวแล้วอ่ะ กูเจ็บ”พูดจบม่อนก็กอดโฟล์กกลับพร้อมกับปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาแทบจะหยุดไม่อยู่ตอนนี้ม่อนเจ็บมากที่รักคนที่บอกว่ารักเขาแต่การกระทำไม่ใช่เลยสักนิด

“ไม่เป็นไรมึงคนน่ารักๆอย่างมึงเดี๋ยวก็มีคนดีๆเข้ามาในชีวิตเชื่อกูนะ”

“แต่กูไม่อยากรักใครแล้วกูเจ็บ”ม่อนตอบกลับต้นด้วยเสียงสะอึกสะอื้นตั้งแต่ม่อนถึงห้องก็ไม่มีวี่แววที่จะหยุดร้องไห้เลยสักนิด

“แล้วมึงจะเอาไงต่อม่อน”

“กูจะย้ายคอนโดห้องนี้กูไม่อยากอยู่แล้วอยู่ก็มีแต่ภาพขึ้นมาในหัวกูอยากลืมมัน”ม่อนพูดเสร็จก็หยุดร้องเสียดื้อๆจนต้นและโฟล์กก็งงว่าม่อนคิดอะไรอยู่จากความรักที่ม่อนมีให้เมษตอนนี้กลายเป็นความแค้นเรียบร้อยแล้ว

“กูไม่รู้นะว่ามึงคิดอะไรอยู่แต่กูขอให้มึงคิดดีๆก่อนนะเว่ยกูก็ไม่ชอบหรอกนะที่เห็นเพื่อนตัวเองมานั่งร้องไห้กูว่าทางที่ดีคือมึงไม่ต้องคิดถึงไอเหี้ยนั้นแล้วมึงก็ต้องเดินหน้าต่อไปนะ”

 

เมื่อต้นพูดเสร็จก็เดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นมาให้ม่อนดื่มและหยิบทิชชู่มาเห็นคราบน้ำตาให้ม่อนอย่างเบามือ

“ช่วยกูหาคอนโดใหม่หน่อยสิ”ม่อนพูดขึ้นเมื่อต้นที่กำลังเช็ดน้ำตาให้ม่อนอยู่

“มึงจะย้ายจริงดิ”

“อือ”

 

 

หลายชั่วโมงผ่านไปต้นและโฟล์กก็หาคอนโดใหม่ให้ม่อนได้แล้วม่อนจึงติดต่อไปทันทีจนติดต่ออะไรเรียบร้อยเสร็จสรรพม่อนก็เตรียมตัวที่จะย้ายคอนโดในอีกไม่กี่วัน

“ไอม่อนวันนี้ให้กูนอนเป็นเพื่อนไหม”

“ไม่เป็นไรกูอยู่คนเดียวได้กูดีขึ้นเยอะแล้วมึงเชื่อกูสิกูอยู่ได้”

ม่อนพูดกับฝืนยิ้มให้เพื่อนของตัวเองเมื่อต้นและโฟล์กเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากกวนม่อนตอนนี้น่าจะอยากอยู่คนเดียวและทั้งคู่ก็ออกมาจากคอนโดม่อนเพื่อให้ม่อนได้พักผ่อนเมื่อม่อนเห็นทั้งคู่ออกไปก็ล้มนอนที่เตียงตัวเองเพื่อพักผ่อนหย่อนใจจนมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

 

Trrrr~ Trrrr~

“ครับพ่อ”

[ ลูกพ่อรู้เรื่องทุกอย่างแล้วนะเป็นอะไรหรือป่าวลูกพ่อเป็นห่วงนะ ]

“เรื่องนั้นอ่ะหรอครับพ่อ555ผมสบายดีไม่เป็นไรเลยสักนิดผมเก่งจะตายฮึก”ม่อนพูดตอบพ่อของตัวเองด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นเมื่อเห็นพ่อถามแบบนั้นถึงกับจุกที่อกจนน้ำตาที่ห้ามไม่ให้ไหลซึ่งตอนนี้ม่อนห้ามมันไม่ไหวแล้ว

[ ม่อนไม่ต้องร้องนะครับม่อนยังมีพ่อมีพี่มีนมีคนที่รักลูกอีกเยอะแยะนะครับถ้าไม่ไหวมาอยู่บ้านเราก่อนก็ได้นะลูกพ่อรักม่อนนะไม่ต้องร้องนะคนเก่งของพ่อ ]

“เขาไม่ได้รักผมเลยอ่ะพ่อทำไมผมต้องเจออะไรแบบนี้ด้วยอ่ะพ่อผมเจ็บจนจะไม่ไหวแล้วอ่ะพ่อ ฮึก ฮือ”

ม่อนระบายกับผู้เป็นพ่อพร้อมกับร้องไห้ไปด้วยเพราะตอนนี้ม่อนเจ็บมากแต่ก็อยากรู้ว่าเมษทำไปเพราะอะไรและจะมาให้ความหวังเขาเพื่ออะไร

[ กลับมาบ้านเรามาหาพ่อหน่อยนะม่อนพ่อมีอะไรจะคุยกับลูกเยอะแยะไปหมดเลยไม่ต้องร้องแล้วนะคนดีของพ่อรีบมาหาพ่อนะครับ]

“ครับ”

 

เมื่อปลายสายกดวางสายม่อนก็ออกจากห้องขับรถไปที่บ้านของตัวเองทันทีแต่เมื่อขับรถไปสักพักก็เห็นคู่รักที่เดินจับมือกันอยู่ที่หน้าห้างสรรพสินค้าที่เขาเคยมากับเมษภาพในหัวก็ผุดขึ้นทำให้เขาคิดถึงคนใจร้ายคนนั้นมากกว่าเดิมคิดถึงแต่ทำอะไรไม่ได้ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเขาแล้วเมษเข้ามาหาม่อนเองจะก็ออกไปเช่นกันเมื่อม่อนเห็นเช่นนั้นก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้และคิดถึงบรรยากาศเก่าๆที่มันไม่มีอีกแล้วจนม่อนขับรถไปสักพักจนถึงบ้าน

 

“ป้าเพียรสวัสดีครับคิดถึงป้าเพียรจังเลย”ม่อนพูดพร้อมกับร้องไห้และเดินไปกอดป้าเพียรแบบจมอกไปเลยเพราะตอนนี้เขาต้องการกำลังใจมากๆตอนนี้แทบจะยืนไม่ไหวแล้ว

“คุณหนูของป้าเป็นอะไรเนี่ยคะไม่ร้องนะคะคุณหนูเก่งอยู่แล้วสู้ๆนะคะเดี๋ยวมันก็ผ่านไปชีวิตคนเราก็เป็นแบบนี้แหละมีความสุขก็ต้องมีเสียใจไม่ต้องร้องแล้วนะคะคุณพ่อของคุณหนูท่านรออยู่ข้างในแล้วนะคะไม่ต้องร้องนะคะคนเก่ง”ป้าเพียรพูดปลอบเจ้าตัวเล็กและลูบหลังเพื่อจะให้เจ้าตัวเล็กหยุดร้องไห้

“ครับผมรักป้าเพียรนะครับ”

“ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะคะป้าเพียรก็รักคุณหนูนะคะ”ป้าเพียรพูดเสร็จก็นำมือของตัวเองไปเช็ดน้ำตาให้กับลูกเจ้านายเมื่อม่อนถูกป้าเพียรปลอบจนหายร้องไห้แล้วม่อนก็เดินเข้าบ้านเพื่อไปหาผู้เป็นพ่อทันที

“มาแล้วหรอไอแสบของพ่อ”ธินเอ่ยทักทายเมื่อเห็นลูกตัวเองกำลังเดินมาหาแต่เมื่อเห็นหูตาจมูกลูกของตัวเองแดงไปหมดน่าจะร้องไห้หนักอยู่เหมือนกันเมื่อเป็นพ่อแล้วเห็นลูกเป็นแบบนี้หัวใจแทบสลายเจ็บจี๊ดขึ้นในอก

“ครับพ่อไม่ต้องร้องตามผมหรอกครับผมหยุดร้องแล้วจะร้องไห้ทำไม”ม่อนพูดขึ้นเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อมองมาที่ตนแล้วน้ำตาคลอสภาพม่อนตอนนี้ก็คงน่าจะสงสารจริงๆนั้นแหละใครเห็นก็จะร้องไห้ตามกันทั้งนั้น

“พ่อขอโทษนะลูกแต่พ่อว่าเมษเขาอาจมีเหตุผลที่ทำแบบนั้นแต่พ่อต้องบอกตรงนี้เลยนะว่าเมษยังต้องเป็นบอดี้การ์ดลูกและทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิมลูกไม่ว่าอะไรพ่อใช่ไหมพ่อรู้ว่ามันยากแต่ค่อยๆปรับไปได้ไหม”

เมื่อธินพูดจบม่อนก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาตอนนี้แค่หน้าเมษม่อนยังไม่อยากจะมองแล้วจะให้เมษมาตามดูแลเหมือนเดิมแต่สถานะเปลื่ยนไปพร้อมกับเมษมีคนใหม่ไปอีกถ้าพ่อทำแบบนี้ม่อนจะลืมเมษได้ยังไงแต่คิดไปคิดมาก็ต้องยอมเพราะว่าความปลอดภัยของตัวม่อนเองด้วย

“ครับผมไม่ว่าอะไรพ่อหรอกผมเข้าใจ”

 

ที่ม่อนตอบแบบนั้นก็เพราะพูดเพื่อจะให้พ่อของตัวเองสบายใจแค่นั้นตอนนี้ในหัวม่อนคิดไปถึงวันข้างหน้าแล้วว่าเขาจะรับมือกับภาพเหตุการณ์ที่เจ็บปวดได้ยังไงจะทำไงให้ลืมจะทำยังไงไม่ให้น้ำตามันไหลออกมามองไปข้างนอกบ้านก็เห็นฝนตกเหมือนกับน้ำตาที่อยู่ในใจม่อนตอนนี้ท้องฟ้าได้ปลดปล่อยออกมาให้แล้ว

“น้องของพี่อดทนหน่อยนะทุกอย่างมันจะดีขึ้นมันไม่มีอะไรเลวร้ายตลอดไปหรอก”

มีนเดินลงมาจากบันไดพร้อมกับพูดปลอบม่อนทันทีเมื่อเห็นสภาพของชายตัวเองตอนนี้จากคนที่สดใสร่าเริงกลับเปลื่ยนไปเป็นคนนิ่งๆเหม่อลอยแทบจะไม่ยิ้มด้วยซ้ำเห็นแล้วทรมานหัวใจคนเป็นพี่เสียเหลือเกิน

“แหม่พี่มีนก็อย่างที่พี่พูดนั้นแหละเดี๋ยวมันก็ลืมก็แค่ใช้เวลาเยียวยาทุกอย่าง”ม่อนพูดพร้อมกับพยายามยิ้มให้พี่ของตัวเองเหมือนทุกครั้งแต่ครั้งนี้ยิ้มแทบไม่ออกจริงๆ

“คนที่ติ๊งต๊องของพี่อยู่ไหนแล้วนะ”

“ก็อยู่นี่ไงครับ”

“อย่าเศร้านานเข้าใจใช่ไหมม่อน”

“เข้าใจแล้วค้าบบ”

 

ม่อนคุยกับพี่ด้วยน้ำเสียงอ้อนเหมือนทุกครั้งแต่ครั้งนี้ที่มีนเห็นกลับรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูกนัยน์ตาม่อนชั่งดูเศร้าหมองเหลือเกินเมื่อคนเป็นพี่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย

“พี่มีนผมจะย้ายคอนโดนะครับ”

“ย้ายทำไมละม่อน”

“ผมแค่ไม่อยากอยู่ที่นั่นแล้วอ่ะครับ”

“ให้พี่ช่วยอะไรไหมล่ะ”

“ไม่เป็นไรครับผมได้ที่ใหม่แล้วเหลือแค่ย้ายของไปคอนโดนู้นอ่ะครับ”

“ถ้ามันทำให้ม่อนสบายใจพี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะเดี๋ยวพี่จะไปหาบ่อยๆนะ”

“ครับ”

ม่อนพูดจบก็ฝืนยิ้มให้พี่ตัวเองไปเมื่อมีคนให้กำลังใจยังรู้ว่ามีคนที่รักเขาอีกมากมายม่อนก็รูัสึกดีขึ้นมากแต่ก็ยังมีคิดเรื่องเมษอยู่บ้างของแบบนี้ก็ต้องใช้เวลาสักหน่อยถ้าไม่ไปเห็นกับตาก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ม่อนต้องอยู่ในสถานะไหนชู้หรือกิ๊กหรือเป็นคนโง่ที่โดนเขาหลอกใช้จนบทสนทนาจบลงม่อนก็ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องตัวเอง

 

เมื่อถึงห้องม่อนถึงกับทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเหนื่อยแทบแย่พยายามไม่คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ก็ทำไม่ได้จนมีเบอร์แปลกโทรเข้ามา

Trrrr~ Trrrr~

[ พี่ม่อนใช่พี่ม่อนไหมครับ ]

“เมฆ”

[ ครับผมเมฆคิดถึงเลยโทรหาออกมาจากห้องน้ำก็ไม่เจอพี่แล้ว ]

“อ้อพี่รีบกลับนะเเล้วเอาเบอร์พี่มาจากไหนหรอ”

[ผมเอามาจากโทรศัพท์พี่เมษอ่ะ]

“อ่อแล้วเมฆทำไรอยู่อ่ะแล้วโทรมาหาพี่มีอะไรหรือป่าว”

[ ผมนอนเล่นอยู่บนห้องครับผมแค่จะถามโทรถามว่าวันนี้พี่จะมาเล่นกับผมไหม ]

“วันนี้พี่กลับมาทำธุระที่บ้านอ่ะพี่ขอโทษนะอดไปหาเมฆเลยวันนี้”

[ ผมคิดถึงพี่อีกแล้วเนี่ยโอเคครับเดี๋ยวผมทำการบ้านก่อนนะครับ ]

“ครับสู้ๆครับ”

 

ม่อนรักเมฆเหมือนน้องแท้ๆของตัวเองจากที่เขาเลิกกับเมษม่อนก็ไม่ได้ไปหาเมฆอีกเลยน้องคงจะคิดถึงจริงๆถึงหาเบอร์โทรมาหาจนได้ถึงไม่ได้อยากเจอเมษแต่ม่อนก็ยังอยากเจอเมฆอยู่เมฆเป็นเด็กร่าเริงสดใสชอบอะไรหลายๆอย่างเหมือนเขาจึงคุยกันถูกคอและสนิทกันเร็วเมื่อบทสนทนาเมฆและม่อนจบเมฆก็ขอตัวไปทำการบ้านและกดวางสายไปเมื่อม่อนเห็นเช่นนั้นจึงหยิบโทรศัพท์มาเล่นแก้เหงาจนเลื่อนโทรศัพท์ไปสักพักก็เห็นโพสต์ที่เขาเห็นแล้วแทบร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

Mes mesthkr

กำลังคบหากับ

Phaer Phraw

267 ถูกใจ 59 คอมเมนต์

 

ม่อนเลื่อนไปเห็นโพสต์ที่เมษและแพรวขึ้นสถานะกันในเฟสบุ๊คที่กับเขาไม่เห็นชัดเจนอะไรแบบนี้เลยเมษคงรักแพรวมากจริงๆถึงกล้าทำอะไรแบบที่ไม่กล้าทำกับม่อนคิดไปคิดมาน้ำตาม่อนก็ไหลออกมาเจ็บจุกอยู่ที่อกแทบไม่อยากจะคิดสภาพตัวเองเลยว่าจะมูฟออนจากเมษได้ยังไงต้องทำยังไงถึงจะเลิกรักเมษได้หลังจากม่อนเห็นโพสต์ที่เมษและแพรวขึ้นสถานะว่าคบกันม่อนก็บล็อกเมษทุกทางไม่ว่าจะเป็นเบอร์ ไลน์และเฟสบุ๊คร่วมไปถึงอิสตาแกรม

 

“ไม่เห็นอะไรแบบนี้อีกแล้วก็คงลืมได้ไปเองแหละต้องทำได้สิว่ะฮึบ”ม่อนพูดให้กำลังใจตัวเองจนมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

 

ก๊อกก~ ก๊อกก๊อก~

“พ่อเข้าไปได้ไหมม่อน”

“ครับ”

“เป็นไงบ้างลูกดีขึ้นบ้างไหม”

“ดีขึ้นแล้วครับ”

“อาทิตย์หน้าบริษัทเราจะจัดงานฉลองครบแล้ว20ปีของบริษัทอ่ะพ่อเลยมาชวนให้ม่อนไปด้วยกัน”

“ครับพ่อถ้าพ่ออยากให้ผมไป”

“น่ารักเหมือนเดิมเลยนะม่อน”

“ก็คนมันน่ารักนิพ่อ”

 

เมื่อม่อนได้ยินสิ่งที่พ่อตัวเองเอ่ยชมก็เผยยิ้มให้กับคนตรงหน้าจนธินเห็นแบบนั้นจึงคิดว่าม่อนคงเลิกคิดเรื่องเมษไปแล้วเขารู้ทุกอย่างและรู้ทุกเรื่องรู้ว่าเมษทำแบบนี้ไปเพราะอะไรและเหตุผลกับจุดประสงค์ของเมษคืออะไรธินรู้ทุกอย่างแต่แค่ไม่บอกลูกชายตัวเองเท่านั้นเอง

“เอ่อ...พ่อครับ”

“.....”

“รักมันคืออะไรหรอครับพ่อ”

“อย่าเสียน้ำตาให้กลับสิ่งที่คล้ายว่ารักรักกับหลงมันคนละอย่างกันเลยนะม่อนความรักเป็นสิ่งที่เกิดจากใจไม่อาจบังคับกันได้หรอกถ้าเรารักเขามากๆเราก็จะแคร์ความรู้สึกเราไม่ใช่เขาเบื่อแล้วเขาก็ไปเเต่พ่อว่าที่เมษทำแบบนี้เขาอาจมีเหตุผลอะไรบางอย่างก็ได้นะใครจะไปรู้”

“......”

ม่อนเงียบไม่ตอบกลับอะไรผู้เป็นพ่อเลยสักพักนั่งเหม่อเหมือนคิดไตร่ตรองอะไรสักอย่างอยู่จนแทบไม่สนใจเลยว่าพ่อของตัวเองยังอยู่ในห้องของเขาอยู่

“ม่อน”

“ใช่ครับเขามีเหตุผลที่ทำแบบนั้น”

“ม่อนรู้หรอว่าเมษกำลังจะทำอะไร”

“รู้ว่าเขากำลังทำตามหัวใจตัวเองไงกลับไปหาคนที่เขารักและรักเขาไม่เหมือนม่อนที่รักเขาอยู่ฝ่ายเดียวพอรู้แบบนั้นก็เจ็บเหมือนกันนะพ่อ”

“อย่าร้องไห้เลยนะคนมันจะคู่กันเดี๋ยวมันก็กลับมาหาเราเองจนได้แหละโอ๋ๆไม่ร้องนะคนเก่ง”ธินเอ่ยปลอบลูกตัวเองเพราะถ้าธินเห็นม่อนร้องไห้เขาคงร้องไห้ตามลูกไปแน่ๆ

“พ่อครับพ่อพูดเหมือนรู้จักเขาดีงั้นแหละ”

“พ่อรู้จักเมษดีสิเขาอยู่กับพ่อมาตั้งหลายปีและพ่อก็รู้ด้วยนะว่าเมษเป็นคนแบบไหนและพ่อก็รู้นะว่าเมษเป็นคนพูดจริงทำจริงถ้าพูดว่าชอบก็คือชอบถ้าพูดว่ารักก็คือรักนั้นแหละเมษ”

“แต่ผมรู้เรื่องของเขามาเรื่องนึง”

“อะไรหรอม่อน”

“เขารักคนนั้นไม่ใช่ผมคนนี้เขารักคนนั้นได้ยินไหมพ่อเขารักคนนั้นไม่ใช่คนนี้”ม่อนพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลมาอีกครั้งเมื่อธินเห็นเช่นนั้นก็ทำได้แค่กอดปลอบลูกของตัวเอง

“พ่อว่าเมษเขาก็อาจจะรักลูกนะ”

“คนรักกันเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก”

 

 

 

#เมษม่อน

——————————————

#ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะเรื่องแรกของไรท์ช่วยกดไลค์กดติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยน้าาา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น