หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 26 น้องชาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 น้องชาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2563 09:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 น้องชาย
แบบอักษร

 

 

@บ้านอารยะปฏิญญา

 

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณแม่”

พัชระถามเมื่อกลับเข้ามาถึงบ้านเห็นเรือนผกามีคราบเลือดบนใบหน้า ดวงตาแดงก่ำ

“คุณพ่อไม่รู้เป็นอะไร พอกลับจากโรงพยาบาลก็อาละวาดใหญ่เลย ใครเข้าไปก็โดนไล่ออกมาไม่มีใครเข้าหน้าติด”

“แล้วคุณพ่อไปโรงพยาบาลทำไมครับเป็นอะไรรึเปล่า”

“คงหมอนัดตามรอบแม่จะขอไปด้วยก็ไม่ยอมให้ไป บอกจะไปกับคนขับรถแค่สองคน กลับมาถึงก็ทำหน้าตาน่ากลัว จ้องจนแม่ใจสั่นแต่พอเดินเข้าไปจะถาม ก็โดนแก้วน้ำขว้างใส่หัวกลับมานี่แหละ”

“เดี๋ยวผมเข้าไปดูเอง”

“ถ้ามีอะไรก็ใจเย็นๆ นะลูก”

“ครับคุณแม่”

 

พัชระเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปในห้องโดยไม่รอให้พ่ออนุญาต เขาเห็นบดินทร์นั่งอยู่บนรถเข็นร้องไห้ ในมือมีแผ่นกระดาษแวบนึงเขาเห็นสัญญลักษณ์ของโรงพยาบาล คงเป็นผลตรวจอะไรสักอย่างเขาเดาแบบนั้น

พอบดินทร์รู้ว่าคนที่เข้ามาเป็นพัชระ เขาก็รีบพับเอกสารแผ่นนั้นแล้วเก็บใส่ลิ้นชักข้างเตียง

“แกกลับมาทำไม”

“คุณแม่โทรตาม บอกว่าคุณพ่ออาละวาด เป็นอะไรรึเปล่าครับ”

“ไม่ใช่เรื่องของแก งานที่ธนาคารได้เข้าไปดูบ้างรึเปล่า”

“ไปบ้างครับอาทิตย์ละสองสามครั้งแล้วแต่สะดวก”

“หึ ถ้าไม่อยากทำก็บอกฉันจะได้ขายทิ้ง”

“แล้วแต่คุณพ่อเลยครับผมยังไงก็ได้”

 

โครม!!

 

ของใกล้มือถูกหยิบมาขว้างใส่พัชระ แต่ด้วยความไวชายหนุ่มจึงเอี้ยวตัวหลบทัน

“ใช่สิ แกมันรวยแล้วนี่เลยไม่ต้องพึ่งเงินฉัน!!”

“คุณพ่อเข้านอนเถอะครับนี่ก็ดึกแล้ว อย่าให้คุณแม่ต้องเป็นห่วง”

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!! หน้าที่ของแกคือรักษาผลประโยชน์ที่ธนาคารแค่นั้นพอ”

ตลอดการสนทนาบดินทร์แทบไม่มองหน้าเขา เรื่องที่เจอมาวันนี้ของพ่อคงหนักเอาการ พัชระยอมเดินออกจากห้องเพราะรู้ว่าคนดื้ออย่างบดินทร์ต้องปล่อยให้อยู่กับตัวเอง แค่ที่ต้องกลายเป็นคนพิการก็เลวร้ายมากแล้ว

“เป็นยังไงบ้างลูก” เรือนผการีบถามทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย

“ยังไม่สงบเท่าไหร่ครับ คงเสียใจเรื่องอะไรสักอย่างเลยอาละวาดหนัก ผมเห็นในมือคุณพ่อมีเอกสารจากโรงพยาบาล แต่พอเห็นหน้าผมคุณพ่อก็รีบเก็บ เวลาคุยก็ไม่ยอมสบตา”

เรือนผกาถอนหายใจทำท่าทางเหนื่อยหมดแรง พัชระรีบเข้าไปพยุงแล้วพาเดินกลับห้อง

“คุณแม่นอนก่อนนะครับ เดี๋ยวผมหาผ้ามาเช็ดหน้าให้”

เรือนผกาพยักหน้านอนรอลูกชายเอาผ้ามาเช็ดคราบเลือดที่ใบหน้าออกอย่างเบามือ เธอเดาไม่ออกเลยว่าถ้าครองขวัญไม่ยกลูกชายให้วันนี้เธอจะอยู่ยังไง

“ภีมหยิบน้ำให้แม่หน่อยลูก”

พัชระเดินไปรินน้ำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างผนังห้อง พอเขาหันกลับมาก็เห็นเรือนผกาถือขวดยาในมือ เธอรับแก้วน้ำแล้วกลืนยาลงคอ

“นั่นยาอะไรครับ”

“ยานอนหลับ ถ้าไม่กินแม่นอนไม่ได้”

“คุณแม่กินมานานแค่ไหนแล้วครับ เคยปรึกษาคุณหมอรึยัง”

เขาถามด้วยความเป็นห่วง ยาพวกนี้กินมากเกินไปก็เป็นอันตราย เรือนผกาส่ายหัว

“แม่กินตั้งแต่คืนนั้น คืนที่ภีมออกจากบ้าน กว่าแม่จะรู้ว่าภีมหายไปก็สายมากแล้ว”

“เพราะอะไรครับ” เขาถามอย่างสงสัย หรือมีอะไรที่เขาไม่รู้

“แม่ไม่อยากได้ยินเสียงของคุณพ่อกับวา วันนั้นคุณพ่อเดินมาบอกแม่ว่าจะพาวาขึ้นมาอยู่บนตึก เขาเบื่อมุกดาแล้ว แม่ก็พยายามห้ามเขาแล้วนะ แม่รู้ว่าภีมรักวามาก แต่เขาไม่ฟังแม่เลย แถมยังทำร้ายแม่ด้วย แม่ทนฟังเสียงพวกเขาไม่ไหวอีกแล้ว แม่ขอโทษนะภีม”

“ช่างมันเถอะครับคุณแม่ ผมไม่โทษใคร” มันเป็นความผิดของผู้หญิงคนนั้นคนเดียวที่ทะเยอทะยานไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ

“แม่อยากนอนแล้วละ คืนนี้ภีมจะค้างที่นี่มั้ยลูก”

“ครับคุณแม่ ผมว่าสองสามวันนี้จะเข้าไปเคลียร์งานแทนคุณพ่อ”

“ดีจัง แม่จะได้มีเพื่อนกินข้าวบ้าง”

“คุณแม่นอนเถอะครับเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเจอกัน”

เรือนผกาพยักหน้าแล้วหลับตานอน เป็นคืนแรกในรอบหลายปีที่เธอหลับอย่างมีความสุข

สองวันมานี้พัชระทำงานหลายอย่าง ทั้งงานที่ธนาคารและดูแลเรือนผกา ส่วนบดินทร์ยังคงเก็บตัวเงียบเขาไม่ยอมพูดจากับใคร กินข้าวนับคำได้ และยังคงหลับตาหนีเมื่อพัชระเดินเข้าไปหาในห้อง

“เป็นอะไรรึเปล่าลูก” เรือนผกาถามภีม เมื่ออยู่ๆ ลูกชายก็ล้มตัวลงนอนหนุนตักเธอ

“เหนื่อยจังเลยครับคุณแม่ พรุ่งนี้ผมต้องกลับคอนโดแล้วคุณแม่รักษาสุขภาพด้วยนะครับ”

“แล้วภีมจะทำงานสองบริษัทแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ธนาคารของคุณพ่อก็ออกใหญ่โตปีนึงกำไรไม่น้อย น่าจะกลับมาทำเต็มตัวมากกว่า”

“คงอีกสักพักครับ ผมยังมีความสุขกับงานทางนั้นอยู่ บางทีผมก็รู้สึกอยากมีพี่น้องบ้างจะได้มีคนช่วยแบ่งเบา”

เรือนผกาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินลูกชายพูดแบบนั้น

“รับได้เหรอลูกถ้าจะต้องมีน้องขึ้นมาจริงๆ”

“ได้สิครับ ว่าแต่ถ้ามีตอนนี้กว่าจะโตช่วยงานได้ผมคงแก่ตายพอดี”

พัชระหัวเราะเมื่อจินตนาการไปถึงน้อง แต่พอมองหน้าเรือนผกาเธอกลับไม่ได้ยิ้มไปกับเขาด้วย

“คุณแม่เป็นอะไรรึเปล่าครับ อย่าบอกนะว่าผมมีน้องจริงๆ”

“แม่เองก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ เลยไม่กล้าบอกใครทั้งภีมทั้งคุณพ่อ” พัชระลุกขึ้นนั่งมองหน้าเรือนผกา เขาเริ่มขมวดคิ้วเครียด เรือนผกาพูดต่อ

“ตอนที่วาหายออกไปจากบ้าน แม่คิดว่าวาอาจจะท้อง”

พัชระหูอื้อตัวชา เขาไม่ทันได้นึกมาก่อนเพราะพ่อเขาก็มีเมียหลายคนแต่นอกจากแม่เขาก็ไม่เคยเห็นมีผู้หญิงคนไหนท้อง ยังเคยแอบคิดเล่นๆ ว่าพ่อของเขาเป็นหมันตอนแก่รึเปล่า อีกอย่างเขาก็ไม่เคยสนใจนับอายุของพอตเตอร์ เด็กคนนั้นอายุเท่าไหร่เขาเองก็ไม่ทันได้จำ

“ภีม ภีมลูก” เรือนผกาเขย่าตัวลูกชาย

“เอ่อ ครับคุณแม่”

“แม่แค่สงสัยเท่านั้นนะลูก แม่ไม่รู้ว่าวาท้องจริงมั้ย และคิดว่าคุณพ่อก็คงไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน”

“แล้วผมจะสืบหาความจริงให้ครับ”

พัชระลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินไปอาบน้ำ เขาแอบเครียดอยู่ในใจลึกๆ ถ้าหากเด็กชายคนนั้นเป็นน้องชายเขาจริง เขาจะทำใจยังไง มือหนาต่อยกำแพงห้องน้ำระบายความเครียดไปหลายครั้ง นี่ก็หลายวันแล้วที่เขาไม่ได้เจอวารินทร์ สุดท้ายก็อดทนรอไม่ไหว พอถึงเวลาเข้านอนของเรือนผกาเขาก็ตัดสินใจขับรถกลับคอนโดคืนนั้น

“ออกมาหาฉันที่คอนโด”

เขาโทรศัพท์สั่งวารินทร์ทันทีที่คิดได้ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ เธอเพิ่งกลับเข้าหอพักมาได้ไม่ถึงห้านาที ก็ต้องออกไปอีกแล้ว

วารินทร์เดินออกจากหอพักเดินไปเรื่อยๆ ตามทาง เธอไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างจึงไม่ทันเห็นรถของเหนือสมุทรที่ยังจอดอยู่ในช่องจอดของร้านสะดวกซื้อ เขาเพิ่งมาส่งเธอเมื่อไม่กี่นาทีนี้ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นวารินทร์สะพายกระเป๋าแล้วก้มหน้าก้มตาเดิน

คราแรกเขาคิดจะเรียกแต่เปลี่ยนใจเป็นขับรถตามออกไปห่างๆ แล้วจอดแอบดูที่หน้าถนนใหญ่ว่าหญิงสาวจะไปไหนดึกดื่นแบบนี้ แต่แทนที่เธอจะเรียกแท็กซี่ กลับเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า นั่นทำให้เหนือสมุทรได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ไม่รู้จะตามต่อยังไง

“วาไปไหนนะดึกดื่นแบบนี้”

เขาตัดสินใจกดโทรศัพท์หาวารินทร์แต่เธอไม่รับสาย เหนือสมุทรจึงตัดใจขับรถกลับคอนโดและกว่าวารินทร์จะมาถึง พัชระก็นั่งรออยู่แล้ว

“ทำไมนานนัก มัวชักช้าทำอะไรอยู่”

“วาก็รีบที่สุดแล้วค่ะ แต่รถไฟฟ้าเร็วได้แค่นี้ พี่ภีมมีอะไรรึเปล่าคะถึงได้โทรตามวาเอาป่านนี้” ดูจากสีหน้าของเขาคงไม่เรียกเธอมาเพราะคิดถึงเป็นแน่

“พอตเตอร์เป็นลูกใคร” วารินทร์ชะงักกึกเมื่อได้ยินคำถาม

“ถ้าพี่ภีมจะถามเรื่องไร้สาระวาขอไม่คุยด้วยนะคะ”

“เธอท้องกับพ่อฉันใช่มั้ย!!”

เมื่อเห็นเธอยังเงียบไม่ตอบ เขากระชากแขนเธอเร่งเร้า

“ตอบมาสิวา เขาเป็นน้องชายของฉันรึเปล่า บอกมา!!” เขาเขย่าตัวเธอแรงขึ้น

“ไม่ใช่!! พอตเตอร์เป็นลูกวา เป็นลูกของวาคนเดียว!! ถ้าพี่ภีมอยากได้ความจริงทำไมไม่ไปถามคุณบดินทร์เอาเองละคะ”

“เธอไม่ได้โกหกฉันแน่ใช่มั้ย สมบัติพ่อฉันใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด ถ้าเขาเป็นอารยะปฏิญญาคนนึงจริงเธอไม่เสียดายรึไง”

“ไม่ค่ะ วามั่นใจว่าจะหาพ่อใหม่ที่ดีกว่าอารยะปฏิญญาให้ลูกได้ และพอตเตอร์ก็ไม่มีวันเป็นลูกของคนแบบนั้นเด็ดขาด”

“ถ้าเธอหมายถึงไอ้เหนือก็ฝันไปเถอะ!!”

แล้วเขาก็ฉุดกระชากหญิงสาวเข้าห้อง ทำอย่างทุกครั้งที่เคยทำ และทำมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อชดเชยหลายวันที่เขาไม่อยู่ จนใกล้สว่างวารินทร์ที่หลับไปไม่นานก็ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปจากคอนโดเพื่อกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอพักก่อนไปทำงาน

พัชระไม่ได้หลับรอจนกระทั่งวารินทร์ออกไปจากห้อง สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำวันนี้คือขับรถไปหาแม่อีกคนที่อยู่นครปฐม เธอคนนั้นคงจะให้ความกระจ่างกับเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

 

ความคิดเห็น