หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 ล้วงความลับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 ล้วงความลับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2563 09:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 ล้วงความลับ
แบบอักษร

 

 

เด็กชายตื่นขึ้นมาแต่เช้าไม่เห็นแม่ เห็นแต่ประตูบานเล็กที่เปิดแง้มไว้ เขารีบกระโจนลงจากเตียงหมายจะวิ่งไปเปิดประตู แต่ยังไม่ทันไปถึง ผู้ชายตัวโตก็เดินออกมาเสียก่อน

“ลุงภีมแม่หายไปไหนไม่รู้ครับ”

“แม่ยังนอนหลับอยู่ อย่างเพิ่งไปกวนแม่นะครับ”

วารินทร์นอนเปลือยเปล่าหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียง เธอเพิ่งได้นอนไปไม่นาน เมื่อคืนเขาใช้งานเธอหนักจนคุ้มค่ากับหนึ่งสัปดาห์ที่ห่างกัน

เมื่อเห็นสายตาห่วงใยของเด็กชายพัชระก็รีบดึงความสนใจ

“พอตเตอร์ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวลุงพาไปกินข้าว แวะซื้อของเล่น แล้วไปเดินทะเลก่อนกลับดีมั้ยครับ”

“ดีครับ แล้วแม่ละครับ”

“เดี๋ยวเราค่อยซื้อของมาฝากแม่กันครับ” เด็กชายพยักหน้าหงึกๆ

“อาบน้ำเองได้มั้ย หรือจะให้ลุงช่วย”

“สบายมากครับคุณยายรตีสอนมาแล้ว”

รตีอีกแล้ว ใครกันนะ พัชระอดคิดไม่ได้ ว่าวารินทร์เอาลูกทิ้งไว้กับใครกันแน่ ใครที่จะยอมดูแลเด็กที่ไม่ใช่ลูกหลานให้

ไม่ถึงอึดใจเด็กชายก็วิ่งผ่านน้ำออกมา

“ทำไมอาบเร็วจัง สะอาดมั้ยเนี่ย”

“เมื่อคืนอาบแล้วนอนไม่ได้ไปเล่นสกปรกที่ไหน อาบแป๊บเดียวได้ครับแต่พอตเตอร์แปรงฟันสะอาดแล้ว”

พัชระแอบขำก็จริงของเด็กชาย ตอนเล็กๆ เขาก็คิดแบบนี้ บางวันไปโรงเรียนไม่อาบน้ำด้วยซ้ำแปรงฟันอย่างเดียว จนเข้าช่วงวัยรุ่นกลัวคนที่นั่งรถไปโรงเรียนด้วยบ่นเหม็นจึงเริ่มอาบน้ำให้ตัวหอมกรุ่นแต่เช้า

นึกถึงความหลังครั้งก่อนก็อดอมยิ้มไม่ได้ แต่พอรู้สึกตัวก็รีบสลัดความคิดนั้นออกจากหัว มันจบไปแล้วความรักสมัยเด็ก เหลือไว้แค่การเสพสุขจากเนื้อนวลก็พอ

“ลุงภีมเป็นแฟนกับแม่เหรอครับ” เด็กชายถามขณะนั่งในรถ

“ทำไมถึงคิดว่าลุงเป็นแฟนกับแม่ละ”

“ก็แม่ไปนอนห้องเดียวกับลุงภีม”

พัชระถึงกับร้อง ‘อ๋อ’ ในใจ เด็กสมัยนี้ฉลาดจริงๆ ดีนะที่เมื่อกี้เขายืนบังวารินทร์ตอนนอนไว้ไม่ให้เห็นว่าเธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าไม่งั้นคงยาวกว่านี้แน่

“ลุงกับแม่เราสนิทกันเลยนอนห้องเดียวกันได้”

“อ้าว นึกว่าเหมือนในทีวีซะอีกพอเป็นแฟนกันก็เลยนอนห้องเดียวกัน กอดกันแล้วก็ร้อนเลยถอดเสื้อผ้า พอตเตอร์เห็นยายชื่นชอบดูบ่อยๆ”

พัชระแทบจะกุมขมับกับความคิดของเด็กชาย ชวนเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า

“ใครกันครับยายชื่น เมื่อกี้ลุงเห็นพอตเตอร์พูดชื่อยายรตี ทำไมเรามียายหลายคนจัง”

“ยายเป็นคนเลี้ยงพอตเตอร์ครับ จริงๆ มียายมุกอีกคน แต่ไปอยู่บนสวรรค์แล้ว”

พัชระใจหายที่ได้รับรู้ว่ามุกดาไม่อยู่แล้ว

“แล้วพ่อละไปไหน”

“ไม่มีครับ”

เด็กชายทำหน้าเศร้าที่เขาไม่มีพ่อเหมือนเพื่อนๆ คนอื่นในห้องเรียน พัชระอดสงสารไม่ได้แต่ก็ยังอยากถามต่อ

“แม่บอกรึเปล่าว่าไปไหน”

“ไม่ได้บอกครับ เคยถามแล้วแม่ตาแดงเลยไม่กล้าถามอีก ไม่อยากให้แม่ร้องไห้ ไม่มีพ่อก็อยู่ได้ครับ”

พัชระวูบโหวงในใจชอบกล คงเหมือนเขาที่เคยขาดแม่ จนจำไม่ได้แล้วว่าอ้อมกอดของแม่เป็นยังไง

“ลุงภีมจะมาสมัครเป็นพ่อของพอตเตอร์แข่งกับลุงเหนือมั้ยครับ วันก่อนลุงเหนือบอกว่าชอบแม่ม๊ากกก อยากมาเป็นพ่อให้พอตเตอร์”

“แล้วอยากให้ลุงเป็นพ่อมั้ย”

“แล้วแต่แม่ครับ แม่วาสวยอยู่แล้วขนาดตอนไปงานวันแม่ พ่อของวุ้นเส้นยังมาตามจีบเลย มีแต่คนอยากมาเป็นพ่อให้พอตเตอร์ เลือกไม่ถูกเลยครับ”

เด็กชายคุยโม้ภูมิใจในความสวยของแม่ ส่วนคนตัวใหญ่ยิ่งฟังก็ยิ่งขมวดคิ้วหงุดหงิด แต่พยายามข่มใจคิดว่าไม่มีใครได้มากเท่าเขา ที่ได้มีสัมพันธ์ร้อนแรงกับหญิงสาวแทบทุกคืน

พัชระพาเด็กชายไปกินข้าวไปซื้อของเล่นและเสื้อผ้าชุดใหม่อีกหลายชุด แล้วแวะมาเดินริมชายหาดเอาเท้าแช่น้ำก่อนจะกลับไปรับวารินทร์ที่โรงแรม มาถึงเห็นหญิงสาวเก็บข้าวของเรียบร้อย นั่งรอเขาและลูกของเธออยู่เงียบๆ ในห้อง

“แม่กินข้าวรึยังครับ ลุงภีมพาพอตเตอร์ไปซื้อของ มีขนมมาฝากแม่ด้วย” เด็กชายรีบฉอเลาะเพราะกลัวถูกดุที่ไปไหนไม่บอกแม่

“แม่กินแล้วครับ”

หลังจากที่ทั้งสองคนออกจากห้องเธอก็นอนไม่นานตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปกินมื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม เพราะคิดว่าชายหนุ่มพาลูกของเธอลงไปที่นั่น แต่เดินหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ โทรศัพท์ไปพัชระก็ไม่เปิดเครื่องเธอจึงนั่งทานอาหารแล้วกลับขึ้นมารอบนห้อง

“พี่ภีมพาวากับลูกกลับเถอะค่ะ”

“อืม ไปสิ”

วารินทร์หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าแต่พัชระแย่งไปถือ เธอจึงเปลี่ยนไปเดินจูงมือกับลูกชายแทน ขึ้นรถได้ไม่นานคนขี้โม้ก็คุยจนเหนื่อยแล้วเผลอหลับผลอยคาอกแม่ ตลอดทางไม่มีคำสนทนาใดๆ ระหว่างเธอกับชายหนุ่ม จนกระทั่งรถหรูเลี้ยวเข้าคอนโด หญิงสาวจึงท้วงขึ้นมา

“พี่ภีมคะวาอยากกลับหอ”

“อาทิตย์นี้อยู่ที่นี่แหละ ไอ้เหนือไม่อยู่ไม่มีใครรู้หรอกว่าเธอมานอนให้ฉันเอาถึงคอนโด”

พัชระจอดรถในช่องจอดเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินไปเปิดประตูฝั่งที่วารินทร์นั่งอุ้มเอาตัวเด็กชายที่กำลังหลับสนิทออกมาพาดบ่าไว้

“แต่วาไม่มีชุดทำงาน พี่ภีมให้วากับลูกกลับเถอะนะคะ”

วารินทร์ลงจากรถแล้วส่งเสียงบอกเหตุผล แต่พัชระกลับหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วควักเอาธนบัตรปึกหนึ่งยัดใส่มือเธอ

“ห้างแถวนี้เยอะแยะ ไปซื้อเอา หรือถ้าอยากใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ก็กลับไปเอาที่หอ ส่วนของพอตเตอร์ฉันซื้อมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว”

ชายหนุ่มแวะหยิบเอาถุงเสื้อผ้าใหม่ของเด็กชายที่อยู่หลังรถแล้วเดินขึ้นคอนโดโดยไม่สนใจวารินทร์ สุดท้ายเธอก็ต้องยอมแพ้กลับไปเอาชุดทำงานที่หอเพราะแต่ละห้างที่อยู่ใกล้คอนโด มีแต่ของแบรนด์เนมเธอซื้อไม่ลงจริงๆ

กว่าวารินทร์จะกลับมาถึงคอนโดก็เย็นแล้ว เธอเข้ามาในห้องได้เพราะพัชระฝากคีย์การ์ดไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พอเดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงลูกชายตะโกนลั่นๆ ดูมีความสุขอยู่ในห้องน้ำ

“โอ้โห ลุงภีมทำไมหนอนลุงภีมตัวใหญ่จัง”

“อีกหน่อยของเราก็ใหญ่แบบนี้แหละ”

“อีกนานมั้ยครับ”

“อีกสักสิบกว่าปี ดูท่าทางสาวๆ จะติดเพียบนะเนี่ย”

“หูวววว ลุงภีมทำให้มันพยักหน้าได้ด้วย”

“เป็นไงลุงเก่งมั้ยละ”

“พอตเตอร์อยากทำได้บ้าง”

“ต้องรอให้ใหญ่กว่านี้ก่อน”

“ว้า ต้องรออีกตั้งหลายปี”

“ขึ้นกันเถอะ แช่นานจนตัวเปื่อยหมดแล้ว”

“ก็ได้ครับ พอตเตอร์หิวแล้วด้วย”

ตั้งแต่ตื่นนอน พัชระก็ชวนอาบน้ำฆ่าเวลารอแม่กลับมา เขาเลยยังไม่ได้กินอะไร พอสองหนุ่มเดินออกจากห้องน้ำก็ทันเห็นวารินทร์ยืนหน้าแดง เธอยืนฟังหนุ่มเล็กกับหนุ่มใหญ่คุยกันนานแล้ว

“อ๊ะ!! แม่มาแล้ว”

“ไปแต่งตัวก่อนครับ เดี๋ยวลุงพาไปหาอะไรกิน”

เด็กชายรีบวิ่งหายเข้าไปในห้องที่พัชระบอกว่าเป็นห้องของเขาเวลามานอนค้างที่นี่

“ทำไมมาช้า” พัชระนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินดุ่มเข้ามา

“วากลับไปที่หอค่ะไม่ได้ไปห้าง เงินที่พี่ภีมให้วาไม่ได้ใช้นะคะเดี๋ยววาคืน..”

“เก็บไว้เถอะฉันให้เป็นค่าตัวเธอเมื่อคืน”

เขาพูดแทรกตัดรำคาญทั้งๆ ที่หญิงสาวยังพูดไม่จบ วารินทร์พยายามสงบอารมณ์พูดในสิ่งที่อยากพูด

“พี่ภีมอย่าสอนพอตเตอร์แบบเมื่อกี้อีกได้มั้ยคะ วาไม่อยากให้แกกลายเป็นเด็กทะลึ่ง” ถ้าเผลอกลับไปพูดที่บ้านยลรตีคงเป็นเรื่องแน่

“ทำไมละ พูดถึงไอ้นี่แล้วมันผิดตรงไหน”

เขาไม่พูดเปล่ายังยึดเอามือเธอไปวางไว้กลางเป้าของเขา ที่หนอนร้ายกำลังขยับยุกยิกอยู่ใต้ผ้าเช็ดตัว

“พี่ภีม!!” วารินทร์พยายามจะดึงมือกลับแต่ไม่เป็นผล

“เมื่อคืนทั้งดูดทั้งเลีย ทีตอนนี้มาทำเป็นรังเกียจ”

แต่เมื่อได้ยินเสียงตึงตังจากทางด้านหลังพัชระจึงยอมปล่อยมือ

“อ้าวลุงภีม ยังไม่ไปแต่งตัวเหรอครับ”

“ลุงกำลังจะไปแต่แม่เราสิชวนลุงคุยอยู่ได้” เขาเดินกลับเข้าห้องทำเหมือนไม่มีอะไร

“แม่ครับ พอตเตอร์หล่อมั้ยครับ” เด็กชายอวดชุดใหม่ให้ดู

“หล่อครับ แล้วซักรึยังจะคันมั้ยเนี่ย”

“ลุงภีมให้ป้าแม่บ้านเอาไปซักแล้วครับ แป๊บเดียวกลับมาหอมฉุยเลย”

วารินทร์พยักหน้าให้เด็กชาย เขาคงส่งร้านซักอบผ้าที่อยู่ชั้นล่างของคอนโด

“ไปกันครับลุงเสร็จแล้ว”

พัชระเดินออกมาด้วยชุดเสื้อผ้าสบายๆ เขาขับรถพาสองแม่ลูกไปกินอาหารในห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน แต่วารินทร์ไม่กล้าลงจากรถเพราะกลัวว่าจะมีคนรู้จักบังเอิญมาเจอเข้า

“พี่ภีมคะเราไม่เข้าห้างได้มั้ยคะ”

“พอตเตอร์อยากไปกินข้าวที่ไหนครับ” เขาไม่ตอบแต่กลับถามเด็กชายแทน

“ลุงภีมบอกว่าจะพาพอตเตอร์มาเดินเล่นที่นี่ด้วยครับแม่”

สายตาเว้าวอนของเด็กน้อยทำให้วารินทร์อดสงสารไม่ได้ พัชระร้ายกาจพอเขาแอบตกลงกับเจ้าตัวแสบไว้แล้วว่าถ้าแม่งอแงให้ทำตาปริบๆ

เมื่อได้คำตอบพัชระจึงจูงมือเด็กชายเดินนำหน้าเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังโดยไม่ได้หันมาถามความคิดเห็นของเธอ

ปลาหิมะราดซีอิ๊วหวานชิ้นใหญ่ถูกวางลงตรงหน้าพร้อมกับข้าวญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม เรียกเอาเสียงท้องร้องของใครบางคนให้ดังออกมา

“กินเลยสิ กินหมดนี่เดี๋ยวลุงพาไปดูของเล่น”

“พอแล้วค่ะพี่ภีม ซื้อเยอะเกินไปแล้ว”

เธอเพิ่งเห็นของเล่นใหม่วางเกลื่อนอยู่ในห้องคอนโด พอตเตอร์จากหน้าดีใจกลายเป็นหน้าจ๋อย

“ฉันอยากจะซื้อมาเล่นกับพอตเตอร์เธอมีปัญหาอะไร”

วารินทร์ได้แต่ถอนหายใจถ้าลูกเธอต้องอยู่กับเขาหลายวันคงได้เสียนิสัยแน่ แม่อย่างเธอจะพูดอะไรตอนนี้ก็ถูกขัดคอไปหมด แถมเจ้าลูกชายตัวดีก็ยังไปเออออกับเขาอีก

หลังจากกินข้าวจนพุงแน่น พอตเตอร์ก็ได้รถบังคับวิทยุชิ้นใหญ่กลับมาเล่นที่คอนโด

“พอตเตอร์นอนได้แล้วครับสองทุ่มกว่าแล้ว”

วารินทร์ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำเตรียมพาลูกเข้านอน

“ครับแม่” วารินทร์เข้ามาใกล้เตรียมจูงมือลูกชาย

“เราสัญญากันไว้ว่ายังไงครับพอตเตอร์” คนตัวใหญ่ทวงสัญญา

“อ้อ ไม่ลืมแน่นอนครับลุงภีม” แล้วเด็กชายก็รีบอุ้มรถคันใหญ่ไว้แนบอก

“แม่ครับขอเอาเจ้านี่ไปนอนกอดด้วยนะครับ คืนนี้แม่ไม่ต้องพาเข้านอน พอตเตอร์โตแล้วนอนเองได้”

พอตเตอร์ยกมือขึ้นห้ามแล้วก็เดินเข้าห้องปิดประตูแบบไม่เหลียวหลัง

“พี่ภีมสัญญาอะไรกับพอตเตอร์คะ”

วารินทร์สงสัยเพราะลูกชายไม่เคยยอมพลาดโอกาสที่จะได้นอนกับเธอ

“ก็แค่บอกว่าถ้าหัดนอนเองได้แสดงว่าโตแล้ว เด็กที่โตแล้วเท่านั้นถึงจะได้มีรถบังคับวิทยุ”

พัชระลุกขึ้นจากโซฟาเดินเข้ามาใกล้หญิงสาว มือใหญ่จับเธอเชยคางประกบปากอย่างแผ่วเบา

“ได้เวลาทำหน้าที่แล้ว”

พูดจบเขาก็จูงมือหญิงสาวเดินเข้าห้องเพื่อทำหน้าที่สำคัญ

 

 

 

 

ความคิดเห็น