หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 เที่ยวที่ทำงานแม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 เที่ยวที่ทำงานแม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ย. 2563 10:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 เที่ยวที่ทำงานแม่
แบบอักษร

 

 

 

ความสัมพันธ์แบบหลบๆ ซ่อนๆ ของพัชระกับวารินทร์ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครสงสัยแม้แต่คนที่อยู่ใกล้ตัวอย่างเหนือสมุทร

“พี่ภีมครับ ต้นเดือนหน้าคุณพ่อชวนผมไปดูงานที่สิงคโปร์ ท่านเลยให้ผมมาถามว่าพี่ภีมว่างไปด้วยกันมั้ย” เหนือสมุทรเดินเข้ามาคุยกับพัชระในห้องช่วงบ่าย

“นายไปเถอะ ฉันอยู่เฝ้าบริษัทให้ดีกว่า โปรเจคใหม่เพิ่งเริ่มไม่อยากทิ้งไปไหนนานๆ ฝากขอบคุณคุณอาด้วย”

“ไปแค่อาทิตย์เดียวเองครับพี่ ถ้ามีเรื่องด่วนค่อยบินกลับมาก็ได้ใกล้แค่นี้เอง”

“ไม่เอาดีกว่าฉันห่วงงานไม่อยากพลาด”

“ผมก็ห่วงยิ่งพักนี้ยิ่งเปลี่ยนไปไม่รู้มีใครรึเปล่า” เหนือสมุทรพูดไปคนละเรื่อง

“ห่วงเรื่องอะไรของนาย ยิ่งพูดยิ่งเพี้ยน”

“ก็วาสิครับพี่ พักนี้ไม่ค่อยยอมไปไหนกับผมเลยจะสองอาทิตย์แล้วนะ ปฏิเสธผมตลอด ผมกำลังสงสัยว่ามีคนอื่นรึเปล่า ถ้าไม่ติดว่าต้องไปดูงานกับคุณพ่อ ผมคงเอาเธอไปด้วย ดูงานเสร็จค่อยเอา...”

“ไอ้เหนือให้เกียรติผู้หญิงเค้าหน่อย”

“ผมล้อเล่นพี่ แค่คิดว่าถ้าได้พาไปเที่ยวต่างประเทศเธออาจจะรู้สึกดีก็ได้”

“แสดงว่าแกทำตัวน่าเบื่อนะสิผู้หญิงเขาถึงได้เมิน” เหนือสมุทรส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ผมว่ามันต้องมีอะไร เผลอๆ อาจมีใครเข้ามาเสียบแล้วผมไม่รู้ ต้องสืบให้ได้ ไม่งั้นจะบุกขึ้นหอพักเลยคอยดู”

 

คืนนั้นพัชระกลับเข้าคอนโด วารินทร์กลับมาถึงก่อนแล้วเพราะนั่งรถไฟฟ้ากลับมาตามคำสั่งเขา พัชระไม่อยากให้ใครติดตามเธอได้โดยเฉพาะเหนือสมุทร

แล้วที่ต้องทำประจำทุกคืนคือกิจกรรมบนเตียง พัชระไม่เคยว่างเว้นปล่อยให้วารินทร์ได้นอนสบาย

“พี่ภีมคะ วาขอกลับไปอยู่ที่หอบ้างได้มั้ย”

วารินทร์ลองเอ่ยปากถามหลังจากที่เพิ่งเสร็จจากการเอาใจชายหนุ่มหมาดๆ

“ทำไมถึงจะกลับ”

พัชระลืมตาขึ้นมาเห็นหญิงสาวลุกขึ้นนั่งเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง

“วาอยู่ที่นี่มาเกือบสองอาทิตย์แล้วนะคะ อีกอย่างรอบเดือนวาก็ใกล้มาแล้วด้วย ถึงอยู่ที่นี่ก็มีอะไรกับพี่ภีมไม่ได้อยู่ดี” วารินทร์อธิบายเสียงแผ่ว

“งั้นเหรอ เธอนี่มากเรื่องจริงๆ เลยนะ วันหยุดก็ขอกลับ เมนจะมาก็อยู่ไม่ได้ อย่างนี้ฉันก็ต้องเอาเธอเยอะๆ ตุนไว้ก่อน”

ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นคร่อมร่างของเธอ

“อย่าให้รู้ว่าแอบไปเอากับไอ้เหนือนะ ไม่งั้นเธอโดนดีแน่”

“วาไม่เคยมีอะไรกับพี่เหนือ เฮือกกก”

วารินทร์สะดุ้งสุดตัวเมื่อกลางกายถูกรุกรานอย่างรุนแรง เธอกลั้นลมหายใจเม้มปากแน่น พยายามทำตัวให้ชินกับสิ่งที่เจอ

หลายวันมานี้เธอเริ่มเรียนรู้ได้ว่าพัชระจะใจดีกับเธอก็ต่อเมื่อเธอเอาใจเขา แต่เขาจะอารมณ์ร้ายกับเธอทันทีเมื่อถูกขัดใจ

“โอ๊ย!!”

“ทำไมไม่คราง”

วารินทร์ยกสองขาขึ้นสูงกางออกแล้วพันรัดรอบเอวสอบไว้

“พี่ภีมขากระแทกแรงๆ เลยค่ะ วาพร้อมแล้ว”

ขาเล็กเหนี่ยวเอวแอ่นกายบดเบียดเพื่อเชิญชวน พัชระจูบปากเธอแล้วกดบั้นท้ายกระแทกไม่ยั้ง สองแขนเล็กโอบกอดเขาเพื่อไม่ให้ตัวขยับเลื่อนขึ้นไปด้านบน เมื่อชายหนุ่มละออกจากปากนุ่มเธอก็ส่งเสียงอืออาในแบบที่เขาชอบ แม้ลึกๆ จะยังหลงเหลือความอายอยู่บ้าง แต่เธอก็ยินดีทำ เพราะรู้ว่าอีกไม่นานมันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเธอ

วารินทร์มีเหตุผลที่ไม่อยากอยู่กับพัชระที่คอนโด เรื่องรอบเดือนก็ใช่แต่เหตุผลสำคัญคือตอนนี้ลูกชายเธอปิดเทอมแล้ว ต้องไปรับมาอยู่ด้วยตามสัญญา และเธออยากอยู่กับลูกแค่สองคนมากกว่า คงต้องขอพักเรื่องความสัมพันธ์กับพัชระเอาไว้ก่อน

 

 

@บ้านนครปฐม

 

“วาจะพาหลานฉันไปกี่วัน” ยลรตีหอมซ้ายหอมขวาแก้มนุ่มของเด็กชาย

“สักสองอาทิตย์นะคะคุณป้า ต้องดูว่าดื้อมั้ย ถ้าดื้อจนวาโดนเจ้านายดุก็จะรีบพามาส่งค่ะ”

วารินทร์พูดไปก็เหล่มองหน้าลูกชายตัวแสบที่กระดี๊กระด๊าจะได้ไปเที่ยว

“ไม่ดื้อแน่นอนครับ พอตเตอร์จะนั่งเล่นเงียบๆ รอแม่ทำงาน แล้วจะรีบกลับมาหอมแก้มคุณยายนะครับ” เด็กขี้อ้อนหันไปฉอเลาะคนแก่

“อะไปเถอะลูกเดี๋ยวจะถึงเย็นย่ำซะก่อนแล้วอย่าลืมโทรมาหายายด้วยนะ ไม่งั้นยายจะไปรับกลับบ้านเองเลย”

“คร้าบบบคุณยาย”

 

วารินทร์พาลูกชายขึ้นรถตู้ประจำทางเธออยากฝึกลูกให้เป็นผู้ชายที่มีความแข็งแกร่ง ในอนาคตจะได้ดูแลตัวเองอยู่ในสังคมได้ เธอไม่มีต้นทุนที่ดีให้ลูกที่ให้ได้คงมีแต่ความรู้รอบตัวและการศึกษาเท่านั้น

กว่าจะมาถึงหน้าหอพักก็ตกเย็นพอดี วารินทร์จูงมือเด็กชายไว้แน่น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้พาลูกออกจากบ้านมาไกลถึงขนาดนี้

“พอตเตอร์ แม่แวะซื้อก๋วยเตี๋ยวก่อนนะครับ”

“ครับแม่” เด็กชายตื่นตาตื่นใจที่เห็นคนมากมาย

“ที่หอแม่ไม่มีแอร์นะลูก จะนอนได้มั้ยนะ”

“ได้สิครับพอตเตอร์ไม่กลัวร้อนอยากนอนกับแม่มากกว่า”

“พรุ่งนี้ไปทำงานกับแม่ต้องไม่ซนนะครับ แม่เกรงใจเจ้านาย”

“ครับผม!!”

สองแม่ลูกเดินจูงมือกันขึ้นบันได เดินคุยกันไปจนเจอวีนาเปิดประตูออกมาพอดี

“ว้ายยยย หนุ่มน้อยนี่ใครกันวา อย่าบอกนะว่าวาแอบมีลูกซุกไว้”

“ลูกชายวาค่ะ”

“หาาา จริงเหรอ ตายแล้วทำไมถึงหล่อแบบนี้นะ โอ๊ยใจป้าจะละลาย”

“เสียงดังอะไรกันย๊ะพวกหล่อน”

เมนี่กำลังจะออกไปทำงานได้ยินเสียงดังหน้าห้องเลยเปิดประตูออกมาดู

“นังเมนี่แกมาดูหน้าหลานสิ ฉันนึกว่าหนุ่มเกาหลี”

“ไหนๆ วาซุกลูกเหรอ ชื่ออะไรเนี่ยหนุ่มน้อย”

“สวัสดีครับเอ่อคุณ...”

พอตเตอร์ลังเลเล็กน้อยไม่รู้จะเรียกป้าหรือลุงดี เขาอยู่แต่ในบ้านคุณยายรตีไม่เคยเห็นผู้ชายแต่งหน้าใส่กระโปรง

“เรียกพี่สิลูก พี่เมนี่”

“สวัสดีครับพี่เมนี่ สวัสดีครับป้า”

“ป้าวีนาลูก ฉันนะมันพวกยอมรับความจริง!!” วีนาอดหันไปกระทบเพื่อนสาวไม่ได้

“สวัสดีครับป้าวีนา”

“ตายแล้วฉันต้องรีบไปทำงานนี่ถ้าฉันไม่รีบนะ วาเธอมีเรื่องต้องอธิบาย

“เรื่องอะไรคะพี่เมนี่” วารินทร์สงสัย

“ก็เรื่อง..แหมพี่ไม่อยากพูดต่อหน้าเด็ก”

“ดีแล้วนังเมนี่เดี๋ยวเป็นหน้าที่ฉันเอง จะซักให้ขาวสะอาดเลยอะไรยังไง”

แล้วสองสาวก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่กันจนวารินทร์อดขำไม่ได้ เมนี่ไปทำงานส่วนวีนาออกไปหาอะไรกินแล้วขากลับยังแวะซื้อไอติมมาฝากสองแม่ลูกด้วย พอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนเด็กน้อยก็นอนหลับทันที

“เลี้ยงง่ายเหมือนกันนะวา อิ่มปุ๊บหลับปั๊บ”

“ค่ะพี่วี” วารินทร์นั่งมองลูกชายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“แล้วนี่ยังไงจะเอามาเลี้ยงที่นี่เหรอ”

“คงพามาแค่ช่วงปิดเทอมนี้ก่อนค่ะ วาไม่ค่อยได้อยู่กับแกพอกลับบ้านทีก็สงสาร ติดวามากเลยค่ะถามทุกครั้งเมื่อไหร่จะได้อยู่ด้วยกัน”

“แล้วพ่อของแกล่ะ” วีนาเข้าเรื่องที่อยากรู้

“วาไม่ได้อยู่กับเค้าหรอกค่ะ เค้าไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามีเด็กคนนี้”

“ทำไมไม่บอกเค้าละ มาทนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวอยู่ทำไม ยังสาวยังสวยแท้ๆ”

“วาชินแล้วค่ะ ตอนนี้ก็ไม่ได้ลำบากอะไร วาโชคดีที่มีแต่คนเมตตา ทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ ส่งลูกเรียน”

“แล้วกับสองหนุ่มนั่นละ วาเลือกแล้วใช่มั้ยพี่เห็นพักนี้วาไม่ค่อยอยู่ ไปอยู่กับเค้าแล้วใช่มั้ย ที่พี่ถามเนี่ยส่วนนึงก็ยอมรับว่าอยากเผือกแต่พี่ก็เป็นห่วงวานะ เห็นกันมาตั้งแต่วายังเรียน วาน่ะเป็นเด็กดีไม่ได้โชกโชนเหมือนพี่”

“ขอบคุณนะคะพี่วี แต่วาคงไปอยู่กับเค้าอีกไม่นาน”

“อ้าว ทำไมละ”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ความรู้สึกมันบอกแบบนั้น”

ลึกๆ เธอรู้สึกว่าพัชระไม่ได้ต้องการเธอจริงๆ อีกไม่นานเขาคงเขี่ยเธอทิ้ง

“วาาาา แล้วทำไมถึงไม่เลือกอีกคน ทำไมถึงเลือกคนไม่ดีเขาใช้กำลังกับวารึเปล่า” วารินทร์ส่ายหน้า

“มันคงเป็นกรรมของวามั้งคะ เราเคยรู้จักกันมาก่อน วาเคยทำร้ายเขาไว้เลยอยากใช้คืนให้จะได้ไม่มีอะไรติดค้างกัน”

“รักเขาด้วยใช่มั้ยละ วาผู้หญิงเรานะถ้าไม่ได้ขายตัวอย่างพี่ ยอมให้ก็มีแค่เหตุผลเดียวแหละคือรักมาก แล้วนี้เขารู้รึเปล่าว่าวาเคยมีลูกมาก่อน” วารินทร์ส่ายหน้าอีกครั้ง

“พรุ่งนี้เขาก็จะรู้ค่ะ”

“ทำใจเผื่อไว้บ้างนะ ผู้ชายบางคนก็ใจแคบไม่ชอบผู้หญิงที่เคยคลอดลูกแล้ว ถ้ามีอะไรก็มาหาพี่กับนังเมนี่ได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“ขอบคุณนะคะพี่วี” วารินทร์รู้สึกอุ่นวาบในใจ เธอโชคดีที่มักได้เจอกับมิตรภาพที่ดีเสมอ

“นอนเถอะหลานหลับไปแล้ว พี่ไปก่อนนะดึกๆ มีนัดลูกค้าไว้ สัญญาว่าจะทำเบาๆ เดี๋ยวหลานตื่น”

วีนาขยิบตายุกยิกแล้วเดินออกจากห้องของวารินทร์ไปอาบน้ำแต่งตัว

 

เช้าวันจันทร์อันแสนรถติด กว่าพัชระจะขับรถมาถึงออฟฟิศก็เลยเวลาเข้างานไปหลายนาที พอมาถึงเห็นเลขากำลังตั้งใจเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมช่วงบ่าย เขาไม่ได้ทักทายเธอแต่เดินผ่านเข้าไปในห้องทำงานของเหนือสมุทรเพื่อคุยงาน

“เฮ้ย เหนือฉันขอคุยด้วยหน่อย”

พัชระเปิดประตูห้องเข้าไปถึงกับชะงักเมื่อเห็นเหนือสมุทรกำลังนั่งเล่นอยู่กับเด็กชายบนโซฟารับแขก มีดินสอสีและสมุดวาดภาพกับหุ่นยนต์ตัวเล็กๆ อีกสองสามตัว

“ได้สิครับพี่ภีม พอตเตอร์นั่งเล่นคนเดียวก่อนนะเดี๋ยวลุงทำงานก่อน”

“ได้ครับ”

เหนือสมุทรละจากเด็กชายเดินกลับไปที่โต๊ะ เขาเห็นพัชระมองเด็กชายไม่วางตาจึงเรียก

“นั่งก่อนสิครับพี่ภีม เอากาแฟซักแก้วมั้ย”

“ลูกใคร” พัชระหันไปถามซีอีโอหนุ่มรุ่นน้อง

“ลูกวานะครับ”

“นายว่าลูกใครนะ!!” เขาคิดว่าตัวเองหูฝาดเลยได้ยินผิด

“พอตเตอร์แนะนำตัวกับลุงภีมหน่อยสิครับ”

เหนือสมุทรยิ้มปนขำกับท่าทางของพัชระ เด็กชายลุกขึ้นยืนพนมมือไหว้

“สวัสดีครับคุณลุงภีม ผมชื่อพอตเตอร์เป็นลูกของแม่วาครับ อายุหกขวบแล้ว ขอตามแม่วามาเที่ยวเพราะโรงเรียนปิดเทอม”

คำแนะนำตัวยาวยืดตามประสาเด็กช่างพูด ทำเอาพัชระยืนแข็งค้างมือเขาเย็นเฉียบอย่างที่ไม่เข้าใจตัวเองว่าเพราะอะไร

“พี่ภีม เป็นอะไรรึเปล่าครับ” เหนือสมุทรถามปนขำ

“เลขานายมีลูกแล้ว”

“ใช่ครับ”

ท่าทีไม่แคร์สื่อของเหนือสมุทรยิ่งทำให้พัชระแปลกใจ

“นายรู้มานานรึยังว่าเธอมี...แล้ว” บุ้ยใบ้ไปทางเด็กชายด้วยความงุนงง

“ก็รู้มาตั้งแต่แรก วาเขียนชัดเจนในใบสมัครงานว่ามีลูกแล้วหนึ่งคน”

“แล้วคนอื่นๆ ละ”

ในใจเขานึกไปถึงหน้าเด็กนนท์คนที่คิดจะจีบวารินทร์

“หลายๆ คนที่นี่ก็รู้นะครับ วาไม่เคยปิดบังเรื่องนี้บางทียังซื้อของเล่นมาวางไว้ใต้โต๊ะบ่อยๆ”

“สรุปมีแต่ฉันสินะที่ไม่รู้”

“ฮ่าๆๆๆ คงเพราะพี่ภีมไม่ค่อยได้สนใจวามั้งครับ” มันใช่ซะที่ไหนพัชระแอบแย้งในใจ

ครึ่งเช้าวันนั้นพัชระไม่เป็นอันทำงาน ได้แต่นั่งคิดวนเวียนอยู่ในหัวว่าหญิงสาวไปมีลูกมาตั้งแต่ตอนไหน นอนกับเธอแทบทุกวันมาสองอาทิตย์ก็ไม่เคยได้ยินเธอปริปาก ทรวดทรงองเอวก็ไม่ได้เหมือนคนผ่านการมีลูก หรือว่าเธอจะไปรับเด็กมาเลี้ยงแต่สถานะทางการเงินอย่างเธอก็ไม่น่าเป็นไปได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งวุ่นวายหัวใจไม่สงบเลยทีเดียว

อาทิตย์นั้นทั้งอาทิตย์เหนือสมุทรพาสองแม่ลูกกลับไปด้วย เขาเอาอกเอาใจเด็กชายเป็นพิเศษ พาไปกินข้าวซื้อของเล่นจนวารินทร์ต้องเอ่ยปากห้าม แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นได้ของกลับมาเต็มไม้เต็มมืออยู่ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น