หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 พบท่านประธาน

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 พบท่านประธาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2563 09:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 พบท่านประธาน
แบบอักษร

 

 

เสียงนกร้องที่นอกหน้าต่างทำให้วารินทร์รู้สึกตัวตื่น แค่ขยับเล็กน้อยเธอก็รวดร้าวไปทั้งตัว แต่พอนึกขึ้นได้ว่าลูกชายรออยู่ก็ฝืนตัวลุกขึ้นนั่ง เธอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เวลา แต่โชคดีที่ตื่นมาแต่เช้า วารินทร์ไม่อยากผิดเวลากับลูกชายเพราะรู้ว่าเขาตั้งหน้าตั้งตารอเธออยู่

ก้าวขาลงจากเตียงเหมือนกลางกายจะแตกเป็นเสี่ยง พัชระไม่มีความอ่อนโยนให้เธอแม้แต่น้อย ทั้งรอยขบ รอยจูบ ดูดขยำเป็นรอยแดงช้ำไปทั่วทั้งตัวอย่างไร้ความปรานี

กำลังจะลุกขึ้นยืน สายตาก้มลงมองพื้น เห็นธนบัตรสีเทาหลายใบหล่นอยู่เกลื่อนกระจายบนกองเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของเธอ หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกเหยียบซ้ำ รีบกลืนน้ำตาลงในอก เพราะไม่มีเวลาร้องไห้คนสำคัญกำลังรออยู่

วารินทร์ก้มลงเก็บเงินหลายพันขึ้นมา ในเมื่อเขาให้เธอก็จะรับไว้ไม่ว่าจะเป็นค่าอะไรก็ตาม ลูกของเธอยังเล็กยังต้องใช้เงินอีกมาก

ฝ่ายพัชระยังนอนไม่หลับตั้งแต่กลับถึงคอนโดไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงยังอยากได้เธอซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่เธอก็เคยทำร้ายเขาไว้สาหัสนัก แถมเขายังไม่คิดป้องกัน ทั้งๆ ที่ในรถเขาก็มีถุงยางหลายกล่องเตรียมพร้อมไว้

นั่งอึนๆ อยู่กับขวดเบียร์มาหลายชั่วโมง ได้ยินเสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือ พัชระกดอ่าน

 

‘พี่ภีมคะหมดทริปยุโรปของโยกับที่บ้านแล้วอีกสามวันเจอกันนะคะ’

 

พัชระโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟา เขาลืมไปแล้วว่าโยดาไปไหน ไม่ได้สนใจจำด้วยซ้ำว่าเธอไปกับที่บ้านหรือไปกับใคร เมื่อแสงสว่างในห้องนั่งเล่นเริ่มแยงตาพัชระจึงเดินเข้าห้องแล้วล้มตัวลงนอนหลับเป็นตาย

ตื่นมาอีกครั้งก็บ่ายคล้อย พัชระขับรถออกมากินข้าวแล้วเลยเถิดไปจนถึงหน้าหอพักของวารินทร์

“อ้าวคุณที่มาเมื่อคืนนี่ครับ ผู้หญิงห้องนั้นไม่อยู่หรอก” ยามประจำตึกทักเขาเพราะจำคนกระเป๋าหนักได้

“ออกไปนานรึยัง ฉันนั่งรอแถวนี้ก็ได้”

“ไปตั้งแต่เช้าแล้วครับ กว่าจะกลับก็คงพรุ่งนี้ค่ำๆ”

“รู้มั้ยว่าไปไหน”

“น่าจะกลับบ้านนะครับแต่อยู่ที่ไหนผมก็ไม่รู้ เห็นเป็นแบบนี้ทุกอาทิตย์ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว”

พัชระพยักหน้าแล้วเดินออกจากใต้หอพักขับรถกลับคอนโดทันที ยังมีอีกหลายเรื่องของเธอที่เขาไม่รู้ และเขาก็ไม่สามารถสลัดทุกอย่างออกจากหัวได้ เขาทำไม่ได้จริงๆ

 

“แม่ครับ เมื่อไหร่เราจะได้อยู่ด้วยกัน” ก่อนนอนมีคำถามเดิมจากเด็กน้อยที่เธอยังตอบไม่ได้

“ถ้าแม่ยังหางานใหม่ไม่ได้ ปิดเทอมนี้พอตเตอร์ไปอยู่กับแม่ดีมั้ย”

“จริงนะครับแม่”

“จริงสิครับ”

“แล้วผมจะได้ไปทำงานกับแม่ด้วยมั้ยครับ” วารินทร์หน้าเสียเล็กน้อยเมื่อนึกขึ้นได้

“ได้สิครับ” แต่ก็ดันรับปากลูกชายไปแล้วคงต้องเดินหน้าต่อไป

“ว้าว ดีจังเลยจะได้ไปเที่ยวที่ทำงานแม่แล้ว”

“ดึกแล้วนอนเถอะนะ”

“คืนนี้แม่ต้องนอนกอดพอตเตอร์ทั้งคืนนะครับ”

“ครับ หลับได้แล้วครับเด็กดี”

วารินทร์ได้รับอนุญาตให้นอนที่ห้องชั้นบนกับลูกได้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์สองแม่ลูกจึงได้นอนกอดกันประจำ

 

วันจันทร์เช้าวารินทร์เข้าทำงานตามปกติ เธอไม่สนใจพัชระ ไม่นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขา เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ที่จะต้องมานั้งแคร์กับเรื่องแบบนี้

“พี่เหนือทางโรงพยาบาลส่งสมุดตรวจสุขภาพประจำปีมาให้แล้วนะคะ”

วารินทร์แจ้งเจ้านายหนุ่มทันทีที่เธอเห็นหน้าเขา บนโต๊ะมีกองสมุดผลตรวจสุขภาพหลายเล่ม เธอกำลังเลือกเอาเฉพาะของเจ้านายและตัวเองออก ก่อนเล่มที่เหลือจะถูกส่งไปให้พนักงานตามแผนกต่างๆ

“วาเอามาให้พี่ที่ห้องพี่ภีมเลยก็ได้ครับ พี่ว่าจะเข้าไปคุยงานพอดี ขอกาแฟด้วยนะครับ” เหนือสมุทรยิ้มหวาน

“ได้ค่ะ”

วารินทร์จัดการหยิบสมุดตรวจสุขภาพที่เหลือทั้งหมดใส่ซองเมื่อได้เล่มที่ต้องการแล้ว จึงลุกไปชงกาแฟสองแก้ว วันนี้พัชระมาทำงานแต่เช้า เขายังไม่ได้สั่งอะไรเธอจึงทำไปเผื่อเขาด้วย

“โหปีนี้คอเลสเตอรอลสูงขึ้นเยอะเลย ยูริคก็พุ่ง ตายๆ”

เหนือสมุทรบ่นอุบเมื่อได้รับสมุดเล่มเล็กจากโรงพยาบาลที่วารินทร์ส่งให้

“ก็หัดเข้ายิมซะบ้างสิ ไม่ใช่จ้องทำแต่เรื่องไร้สาระ”

ปากพูดกับเหนือสมุทรแต่สายตามองวารินทร์ที่กำลังยกกาแฟและแซนวิซชิ้นเล็กวางบนโต๊ะทำงาน

“ว่าแต่ผมไหนเอาของพี่มาดูบ้างซิ” เหนือสมุทรถือวิสาสะดึงผลตรวจออกไปจากมือพัชระ

“อะไรเนี่ยพี่ภีม ไม่มีติดตัวแดงเลย เวอร์โคตรๆ โอ้โห สุขภาพเป๊ะมาก แต่เอ๊ะนี่พี่เลือดกรุ๊ปเดียวกับผมเลยนี่นา”

“จริงสิ หายากนะเนี่ยคนเลือดกรุ๊ปเดียวกับฉันเอบีอาร์เอชเนกกาทีฟ”

“ใช่ นี่ที่บ้านก็มีแต่ผมกับพ่อนี่แหละที่กรุ๊ปเลือดนี้”

ส่วนพัชระไม่เคยคุยกับคนที่บ้านจึงไม่รู้ว่ากรุ๊ปเลือดของตัวเองเหมือนใคร จะเหมือนพ่อหรือแม่เขาไม่เคยใส่ใจเรื่องนี้

“พี่เหนือคะ เมื่อสักครู่เลขท่านประธานโทรมาแจ้งว่า ท่านประธานจะเข้ามาที่นี่บ่ายนี้”

“บอกรึเปล่าว่ามาทำอะไร”

“ไม่ได้แจ้งค่ะ”

“ครับวาไปทำงานเถอะ”

เหนือสมุทรไม่รู้มาก่อนเพราะส่วนมากเขาจะอยู่ที่คอนโดไม่ค่อยกลับบ้านนานๆ จะได้เจอพ่อสักครั้ง

“ท่านประธานคงจะเข้ามาดูงาน” พัชระพูด

“ผมว่าคงอยากมารู้จักพี่ด้วย ซีเอฟโอร้อยล้าน”

“โอเวอร์ไป”

“ไม่หรอกพี่ ไม่งั้นคุณพ่อพี่จะอยากให้พี่กลับไปทำงานที่ธนาคารเหรอ นี่ผมยังกลัวพี่ใจอ่อนจะกลับไปถาวรเลย”

“ยังหรอก จริงๆ คุณพ่อก็ยังทำงานได้ แต่เข้าไปไม่ได้แค่นั้น ฉันก็ต้องเข้าไปดูแทนบ้างกินเวลางานบริษัทนาย นี่ยังกลัวจะโดนไล่ออก”

“ผมไม่กล้าหรอกครับพี่ภีม ฮ่าๆๆ”

 

แล้วก็ถึงเวลาได้พบหน้าประธานใหญ่ของบริษัท ธันวา นวพฤกษ์ไพศาล เขาเดินมาหาลูกชายด้วยตัวเองถึงห้องทำงาน

“สวัสดีครับคุณพ่อกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ผมไม่รู้เลย”

“อย่างแกจะรู้อะไร วันๆ สนใจแต่สาวๆ”

“โธ่ คุณพ่อ บริษัทกำไรดีขนาดนี้ ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปทำอย่างอื่นนอกจากทำงาน”

“ไม่ใช่ฝีมือหุ้นส่วนใหม่ของแกหรอกเหรอ”

“สวัสดีครับท่านประธาน” พัชระเอ่ยขึ้นมาเมื่อเขายืนฟังสองพ่อลูกเถียงกันสักพักแล้ว

“เรียกอาก็พอ ไม่ต้องประธงประธานอะไรให้ยุ่งยากหรอก” ธันวารู้สึกถูกชะตากับชายหนุ่มทันทีที่เห็นหน้า

“เห็นมั้ยพี่ภีมผมบอกแล้ว ว่าคุณพ่อผมเป็นพวกคลั่งไคล้อัจฉริยะ”

“ครับคุณอา” พัชระยิ้มน้อยๆ ตามสไตล์เขา

วารินทร์เดินเอาน้ำเข้ามาเสริฟ ธันวาเห็นสายตาลูกชายที่มองหญิงสาว ด้วยความมากประสบการณ์จึงดูออกทันที เหนือสมุทรก็ไม่ได้คิดปิดบังด้วยเห็นว่าเป็นพ่อเขา

“ที่ขยันเข้าบริษัทก็เพราะจะกินไก่วัดนี่เอง” ธันวาพูดหลังจากที่วารินทร์เดินออกไปแล้ว

“น่ารักมั้ยละครับคุณพ่อ”

“ก็ดี แต่คนสวยๆ ส่วนมากมักมีเจ้าของแล้ว ดูให้มันดีดีละ”

“เสืออย่างผมไม่มีพลาดครับคุณพ่อ ผมเฝ้าของผมมาเป็นปีแล้ว”

“อดทนได้ขนาดนั้นเชียว อย่าให้ฉันเห็นเสือร้องไห้วันไหนก็แล้วกัน” แล้วธันวาก็หัวเราะร่วน

พัชระรายงานความคืบหน้าในส่วนงานของเขา พร้อมกับโปรเจคในอนาคต บรรยากาศเป็นไปแบบอบอุ่นอย่างที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เจอในวงการธุรกิจแบบนี้ คงเป็นเพราะส่วนหนึ่งทั้งเขาและประธานบริษัทรู้สึกถูกชะตาซึ่งกันและกันด้วย

แต่ใครจะรู้ว่าในตอนเย็นหลังจากที่ท่านประธานกลับไปแล้ว ความวุ่นวายในชีวิตจะเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อโยดามาหาเขาถึงที่ทำงานหลังจากที่หายหน้าไปเป็นเดือน

“พี่ภีมอยู่มั้ย” โยดาถามวารินทร์ที่นั่งอยู่หน้าห้อง

“อยู่ค่ะ จะให้เรียนว่าใครมาพบคะ”

“ไม่ต้อง ฉันจะเข้าไปเอง”

ถึงโยดาจะไม่เคยมาที่นี่ แต่แค่เห็นสายตาของวารินทร์ก็รู้แล้วว่าพัชระนั่งอยู่ห้องไหน

“เอ่อ เดี๋ยวค่ะคุณ”

วารินทร์ร้องห้ามทันทีหลังจากที่โยดาก้าวขาทำท่าจะเดินไปเปิดประตูห้องของพัชระ

“นี่เธอจำฉันไม่ได้รึไง”

“จำได้ค่ะ แต่ต้องขอโทษที่ดิฉันจำชื่อคุณไม่ได้ อีกอย่างต้องเรียนให้คุณพัชระทราบก่อนว่ามีแขกมาขอพบ”

“ฉัน..ไม่..ใช่..แขก ฉันชื่อโยดาเป็นแฟนเขา จำใส่หัวสมองขี้เลื่อยของเธอไว้ด้วย”

โยดาทำหน้าตาเอาเรื่อง ผิดกับวารินทร์ที่เริ่มหน้าเสียเมื่อได้ยินหญิงสาวประกาศตัวแฟน แล้วโยดาก็เปิดประตูพรวดพราดเข้าไปในขณะที่พัชระกำลังคุยงานทางโทรศัพท์กับผู้จัดการแผนกอื่น เขาไม่ชอบใจนักแต่ก็ยังทำเฉย พัชระวางสายลงในอีกไม่กี่อึดใจ

“จะมีแขกเข้ามาทำไมไม่บอกฉันก่อน” เขาหันไปดุวารินทร์ทั้งๆ ที่รู้จักนิสัยของโยดาดี

“ขอโทษค่ะ แต่ดิฉันถามแล้ว...”

“ไม่ต้องมาแก้ตัวเธอออกไปได้แล้ว”

“เดี๋ยวขอน้ำส้มให้ฉันแก้วนึง”

“ค่ะ”

วารินทร์เดินหันหลังยังไม่ทันออกไปพ้นประตูเมื่อหันกลับมาเพื่อปิดประตูห้องจึงได้เห็นว่า โยดาเดินไปนั่งลงบนตักของพัชระแล้วหอมแก้มชายหนุ่มฟอดใหญ่

“คิดถึงจังเลยค่ะ”

“ทีหลังจะมาหาพี่ก็อย่าทำให้คนอื่นทำงานลำบาก”

“อะไรกันคะพี่ภีม ก็แค่งานเลขายังไงพี่ภีมก็ต้องให้โยเข้าห้องอยู่แล้วจะไปสนใจทำไม”

“ถ้าพี่กำลังคุยงานอยู่กับผู้ใหญ่แล้วโยเกิดพรวดพราดเข้ามามันจะดูเสียมารยาทนะ”

“พี่ภีม!! ก็ได้ค่ะ ไม่เห็นต้องว่าโยขนาดนี้เลย”

“ลงไปจากตักพี่ได้แล้วที่นี่ที่ทำงาน”

“ก็แล้วเมื่อไหร่พี่ภีมจะให้โยไปหาที่คอนโดได้ซะทีละคะ”

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นพัชระรู้ว่าใคร มือที่ว่างหลังจากวางโทรศัพท์จึงยกขึ้นมาลูบไล้บนขาเรียวที่พาดอยู่บนตักเขา พอๆ กับที่วารินทร์เปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมน้ำส้ม

“คืนนี้ดีมั้ย”

นิ้วใหญ่ลากเข้าไปในกระโปรงตัวสั้นแต่คืบ เขี่ยเล่นหยอกเย้ากับเนื้ออูมอิ่ม

“อืมมม พี่ภีมจะรอถึงคืนนี้ไหวเหรอคะ”

ขาเรียวอ้าออกเล็กน้อยเพื่อเปิดทางสะดวกไม่สนใจคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง

วารินทร์ก้มเอาน้ำส้มวางลงที่โต๊ะรับแขก ทำเป็นมองไม่เห็นสิ่งที่ทั้งสองคนกำลังทำ

“เอามาวางตรงนี้สิ ไม่เห็นเหรอว่าแขกนั่งอยู่ตรงนี้”

เขากลัวว่าเธอจะเห็นไม่ชัดว่าเขากับโยดากำลังทำอะไรกัน และเมื่อวารินทร์เดินเข้ามาใกล้ นิ้วใหญ่ก็คืบเข้าไปในเป้ากางเกงตัวจิ๋วเขี่ยเอาติ่งเล็กจนคนบนตักสะดุ้งสุดตัว

“อุ๊ย!! พี่ภีมอย่าซนสิคะ ไหนว่าคืนนี้ไง” ปากร้องห้ามแต่ขาไม่หุบหนี

“ออเดริฟก่อนไงครับ จะได้หายคิดถึง”

“อื้มมม พี่ภีม”

โยดาหัวเราะคิกคักอยู่บนตักแกร่ง ถ้าไม่ติดว่าที่นี่คือห้องทำงาน เธอคงขึ้นคร่อมโยกเองไปแล้ว

วารินทร์เดินใจสั่นออกจากห้อง กลับมานั่งทำงานต่อจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไม่คิดว่าจะต้องมาเห็นภาพแบบนี้ แม้จะปลอบตัวเองว่าระหว่างเธอกับเขาก็แค่ความผิดพลาด แต่ก็ยังอดเสียใจไม่ได้ที่เห็นชายหนุ่มแสดงความรักกับคนอื่น

 

 

 

 

ความคิดเห็น