หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 หน้ามืดตามัว (NC)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 หน้ามืดตามัว (NC)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2563 16:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 หน้ามืดตามัว (NC)
แบบอักษร

 

 

“เฮ้ย ไอ้นนท์เดี๋ยวนี้มึงยังซื้อแซนวิชให้พี่วากินอยู่รึเปล่าวะ”

เสียงพนักงานชายคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นขณะนั่งพักกินกาแฟอยู่ในห้องอาหารของบริษัท ที่ถูกจัดไว้ให้สำหรับพนักงานมาผ่อนคลายในบางช่วงเวลาระหว่างทำงาน

“ถามทำไมวะ”

“ก็เห็นพักนี้ดูพี่วาสนิทสนมไปไหนมาไหนกับบอสบ่อยๆ กูหวังดีกลัวมึงจะไม่แค่นก กลัวจะพาลตกงานไปด้วย”

“ถ้าเค้ายังไม่ได้คบกันกูก็มีสิทธิ์ปะวะ” นนท์แสดงท่าทางไม่แยแส

“แล้วมึงว่าจะรอดเหรอ บอสรวยขนาดนี้ผู้หญิงที่ไหนไม่เอาก็โง่แล้ว เผลอๆ เอากันไปหลายรอบแล้วด้วย”

“เฮ้ย!! มึงอย่าปากหมา” นนท์เริ่มหงุดหงิด

“นี่มึงชอบพี่วาขนาดนี้เลยเหรอวะ แซนวิชถูกๆ ของมึงจะสู้อาหารเหลาได้เหรอ”

“มันก็ไม่แน่หรอก ตอนนี้กูยังมีหวังไว้รอให้เค้าคบกันจริงจังกูค่อยถอยก็ยังไม่สาย”

“เออๆ แล้วแต่มึง กูไปทำงานดีกว่า เดี๋ยวโดนหัวหน้าแดกอีก”

แล้วทั้งสองคนก็เดินตามกันออกไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าบทสนทนาของเขามีบุคคลที่สามฟังอยู่ด้วย พัชระมานั่งดื่มกาแฟเปลี่ยนบรรยากาศ เขาไม่ได้ตั้งใจหลบ แต่เพียงแค่นั่งอยู่ชิดตรงมุมห้อง ทั้งสองคนมัวแต่คุยกันจึงไม่ทันเห็นเขา

 

“วาเข้ามาหาพี่หน่อยสิครับ”

“ค่ะพี่เหนือ”

พัชระเดินตามหลังเหนือสมุทรมา ทันเห็นชายหนุ่มยิ้มหวานให้เลขาสาวหน้าห้อง และทันทีที่วารินทร์ปิดประตู เอวบางก็ถูกรวบเข้าจนตัวปลิวปะทะกับอกแกร่ง

“ว้าย!! พี่เหนือปล่อยวานะคะ”

แขนแข็งแรงที่โอบร่างของวารินทร์ไว้ยกขึ้นเล็กน้อย ทำให้ขาเรียวพลอยยืนไม่ติดพื้นไปด้วย จนต้องเอาสองแขนจับไหล่ชายหนุ่มเพื่อกันไม่ให้หน้าอกนุ่มนิ่มแนบชิดกับลำตัวเขา

“เมื่อไหร่จะใจอ่อนซะทีครับ เราเดทกันมาหลายครั้งแล้วนะ”

“เอ่อ พี่เหนือปล่อยวาก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวใครเข้ามาเห็นเข้าจะไม่ดี”

“ใครจะกล้าเข้ามาในห้องพี่ หืม”

“ก็ไม่แน่นี่คะอาจจะมีคนกล้าก็ได้”

“ถ้าลองมีใครเข้ามาพี่จะได้หอมวาโชว์ซะเลย” เหนือสมุทรทำพูดทีเล่นทีจริงแต่วารินทร์ตาโตตั้งท่าจะเอียงหลบ

“ว่ายังไงครับ เมื่อไหร่จะรับรักพี่ วาตกลงเป็นแฟนกับพี่เถอะนะ”

“พี่เหนือคะ เราสองคนไม่มีอะไรเหมือนกันสักอย่าง วากลัวว่าสักวันจะมีปัญหา วายังอยากทำงานที่นี่ไม่อยากให้เราสองคนต้องเดินไปถึงจุดที่มีแต่ความอึดอัดใจ”

“เราอาจจะไปด้วยกันได้ดีก็ได้นะครับ วารู้มั้ยพี่ไม่เคยรู้สึกอยากผูกพันกับผู้หญิงคนไหนเท่ากับวามาก่อนเลยนะ พี่ชอบวามากนะครับ”

สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองเข้าไปถึงนัยตาหญิงสาว เมื่อเห็นว่าเธอกำลังหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย เหนือสมุทรก็อดใจไม่ไหวก้มลงหมายจะหอมแก้มนวล แต่วารินทร์ที่ระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว หดคอเอียงตัวหลบ จมูกโด่งของผู้ชายหล่อเหลาจึงสูดดมเอากลิ่นยาสระผมหอมกรุ่นเข้าไปเต็มๆ

 

แกร๊ก!!

 

“อ้าวขอโทษทีไม่คิดว่ากำลังเล่นฉากเลิฟซีนกันอยู่”

พัชระเปิดประตูเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง เขาทันเห็นภาพล่อแหลม ทั้งสองคนตัวกอดกระชับแนบชิด วารินทร์ยืนเขย่งโถมเนื้อตัวบดเบียดมือโอบบ่าเหนือสมุทร

วารินทร์ตกใจรีบดันตัวออกห่างจากเหนือสมุทรแล้วก้มหน้าก้มตาเดินเลี่ยงออกจากห้องรีบกลับไปทำงานต่อ

“พี่ภีมมีอะไรรึเปล่าครับ ถึงได้เข้ามาตอนนาทีทองแบบนี้” เหนือสมุทรยิ้มอ่อนให้กับความบังเอิญชองพัชระ

“ฉันแค่จะคุยงานนิดหน่อย นึกว่าเลขานายไปเข้าห้องน้ำเลยเดินเข้ามาไม่ได้บอก เอาไว้ก่อนก็ได้นะถ้านายยังไม่เสร็จ!!”

“พี่ภีมคุยงานเถอะครับไว้ผมค่อยรวบไปเสร็จทีเดียว!!” คำพูดสองแง่สองง่ามระหว่างชายหนุ่มเข้าใจกันได้อยู่ลึกๆ

ทั้งสองคนคุยงานกันเรื่องโปรเจคการลงทุนของพัชระ จนกระทั่งใกล้เวลาเลิกงาน เขาจึงกลับออกมาจากห้องของเหนือสมุทร

พัชระตวัดสายตามองไปที่เลขาสาวจนวารินทร์ถึงกับใจสั่น เธอจึงก้มหน้าก้มตารีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเตรียมตัวเลิกงาน แต่เสียงโทรศัพท์หน้าห้องดังขึ้นเสียก่อนอย่างรู้เวลา

“ค่ะพี่เหนือ...คือวันนี้วาไม่สะดวกค่ะขอตัวกลับบ้านนะคะ”

เหนือสมุทรโทรมาชวนเธอกินข้าวแล้วจะไปส่งเช่นเคย แต่เธอไม่อยากไปไหน อยากกลับไปจัดการธุระส่วนตัวมากกว่าพรุ่งนี้จะได้กลับไปหาลูกชายแต่เช้า ถ้าไม่ติดว่าฝนทำท่าจะตกเธอคงนั่งรถตู้กลับนครปฐมเสียตั้งแต่คืนนี้

พัชระได้ยินที่วารินทร์คุยโทรศัพท์ เขาทำเป็นไม่สนใจเดินกลับเข้าห้องไม่ถึงห้านาทีก็กลับออกมาแล้วเดินออกไปจากออฟฟิศ ไม่ได้หันมาพูดอะไรกับวารินทร์แม้แต่คำเดียว

ป้ายรถเมล์คนหนาแน่นกว่าปกติเพราะฝนใกล้ตกคนจึงรีบเดินทาง พอวารินทร์ได้ขึ้นรถฝนก็เริ่มตกหนัก อากาศชื้นแถมรถติดสาหัส ระยะทางไม่กี่กิโลแต่ใช้เวลาเป็นชั่วโมง เธอไม่อยากนั่งรถไฟฟ้าเพราะไม่ได้รีบร้อนอะไร

ลงมาจากรถฝนยังตกปรอย วารินทร์กางร่มเดินมาถึงหน้าหอพักโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น

“สวัสดีค่ะป้าชื่น”

(วาวันนี้จะกลับมั้ย หรือกลับพรุ่งนี้เจ้าแสบมันให้ป้าโทรถาม)

“พรุ่งนี้ค่ะป้าเวลาเดิม วาจะรีบนะคะ พอดีวันนี้ฝนตกหนักกลัวจะดึกค่ะ วาไม่อยากให้ใครรอ”

(จ้า ป้าจะได้พาเจ้าแสบเข้านอนก่อน อ๊ะ นี่จะคุยกับแม่ใช่มั้ย)

(แม่คร้าบบบ) พอตเตอร์ดึงมือป้าชื่นจนได้โทรศัพท์ไปคุย

“ว่ายังไงครับ พรุ่งนี้เจอกันรีบนอนนะ”

(ครับแม่ พอตเตอร์คิดถึงแม่มากนะครับ)

“คิดถึงเหมือนกันครับ ฝันดีนะพอตเตอร์”

(ครับแม่)

วารินทร์เดินขึ้นถึงหน้าห้อง มือล้วงกระเป๋าไปคุยไป พอกดวางสายก็หยิบได้ลูกกุญแจขึ้นมาไขพอดี แต่ระหว่างที่กำลังก้มหน้าก้มตาเธอรู้สึกเหมือนข้างกายมีอะไรบางอย่าง เงยหน้าขึ้นมาก็ทำเอาตกใจจนพวงกุญแจในมือหล่นลงพื้น

“พี่ภีม!!”

พัชระเดินตามเธอขึ้นตึกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คงเป็นเพราะเธอมัวแต่เดินคุยโทรศัพท์จึงไม่ทันสังเกต แถมด้านนอกยังมีเสียงฟ้าร้องเป็นระยะ คล้ายว่าฝนใกล้จะตกหนักอีกครั้ง

พัชระก้มลงเก็บกุญแจบนพื้นแล้วยื่นให้วารินทร์

“ไขประตูสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม”

“พี่ภีม ขึ้นมาได้ยังไงคะ”

“เดินขึ้นมา ฉันบอกให้เปิดประตู”

เขานั่งอยู่ใต้หอพักตั้งนานไม่มีใครสนใจเขาแม้แต่ยามของตึก คงเพราะเห็นเขาขับรถหรูเข้ามาจอดเลยนึกว่ามารอซื้อบริการใครสักคนเหมือนเสี่ยคนอื่นๆ

“ไม่ค่ะ ถ้าพี่ภีมไม่ลงไป วาจะเรียกยาม”

“ไม่มีใครขึ้นมาหรอกน่า ฉันเพิ่งฝากให้เดินไปเฝ้ารถเมื่อกี้เอง”

พัชระให้ไปพร้อมแบงค์พันอีกสองใบกับการได้รับรู้ว่าวารินทร์อาศัยอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว ไม่เคยเห็นพาใครมานอนด้วย มีเพียงรถหรูคันใหญ่มาส่งเป็นบางครั้ง และนั่นก็คงเป็นเหนือสมุทรคนที่เขารู้จัก

“แต่พี่ภีมไม่ควรมาอยู่ตรงนี้”

 

หมับ!!

 

“ทำไมละ” มือหนาดังคีมเหล็กคว้าเอาที่ต้นแขนเล็ก

“เราไม่ควรเกี่ยวข้องกันอีก ระหว่างเรามันจบไปนานแล้วพี่ภีมไม่ควรทำแบบนี้ ถ้าพี่ทำอะไรวา วาจะร้องให้คนช่วย”

“คนอื่นจะนึกว่าเธอมีปัญหากับลูกค้าเปล่าๆ ไม่เชื่อก็ลองดู”

วารินทร์ได้แต่ยืนนิ่ง ไม่ว่าจะผัวเมียตีกันหรือผู้หญิงอย่างว่าทะเลาะกันแย่งลูกค้าก็ไม่เคยมีใครสนใจจะห้ามแม้แต่ยามเฝ้าตึกยังยืนมองเฉยๆ

พัชระดึงเอากุญแจในมือหญิงสาวออกมาแล้วจัดการไขประตูห้องเอง เขาดันวารินทร์เข้าห้องแล้วกดล็อกประตู หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจกับความเอาแต่ใจของเขา

“พี่ภีมจะคุยอะไรก็คุยจะได้รีบกลับไปซะ แต่ถ้าจะชวนวาให้ไปหาคุณบดินทร์ วา..ไม่..ไป..!!” เธอพูดเน้นหนักในคำสุดท้าย

“เธอมันก็เหมือนแม่ ที่ไม่รู้จักบุญคุณคน พ่อฉันให้ที่อยู่ที่กินชุบเลี้ยงเธอสองคนแม่ลูกมาตั้งกี่ปี พอพ่อฉันเจ็บไม่คิดแยแส”

“พ่อของพี่ก็ได้จากแม่วาไปเยอะแล้ว ถ้าพี่ภีมมีธุระแค่นี้ก็กลับไปได้แล้วค่ะ”

วารินทร์จะเดินไปเปิดประตูแต่กลับถูกพัชระดึงแขนไว้

“จะรีบไล่ไปไหนละ ฉันยังไม่ได้เอาเธอเลย”

“พี่ภีม!!”

วารินทร์ตกใจกับคำพูดตรงๆ ของเขา พยายามสะบัดมือเหนียวให้หลุด

“อย่าดัดจริตหวงตัวไปหน่อยเลยน่า ไหนจะไอ้เหนือ ไอ้เด็กนนท์นั่น เอากับฉันอีกสักคนจะเป็นไรไป ไม่ถึงกับสึกหรอก”

เพี๊ยะ!!

 

“วาจะนอนกับใครมันก็เรื่องของวา แต่วาจะไม่นอนกับพี่ภีม ออกไป!!”

วารินทร์ตบพัชระจนหน้าหันด้วยความโมโห เขาเป็นลูกของคนที่เธอเกลียด ที่สำคัญเขาดูถูกเธอ

“ฉันจะบอกไอ้เหนือว่าเธอเคยเป็นเมียพ่อฉัน ดูซิว่ามันจะยังอยากได้เธอมั้ย สวรรค์ที่จะได้มีผัวรวยของเธอพังไม่เป็นท่าแน่”

“พี่ภีมอยากบอกอะไรพี่เหนือก็บอกเถอะค่ะ วาไม่แคร์สักนิด เพราะคนอย่างพวกพี่ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว พวกอารยะปฏิญญาไม่ว่าหน้าไหนก็เหมือนกันหมด!!” น้ำตามันรื้นขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต

“วารินทร์!!”

พลั่ก!!

 

“โอ๊ย!!”

วารินทร์ถูกเหวี่ยงเต็มแรงจนตัวถลาขึ้นไปอยู่บนเตียง

 

แคว่กกกก แคว่กกก

 

เสื้อเชิ้ตตัวสวยถูกฉีกกระชากอย่างไม่ปราณี ยิ่งวารินทร์ดิ้นพัชระก็ยิ่งออกแรงมากขึ้น ไม่ถึงชั่วพริบตาหญิงสาวก็อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ไร้อาภรณ์สักชิ้นติดกาย

พัชระตัวใหญ่แรงเยอะกว่าไม่เถียง แต่วารินทร์ผอมลงกว่าเดิม ไม่อวบอิ่มเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนจึงสู้แรงเขาได้ไม่นานนัก นี่นับว่าโชคดีที่หน้าอกสาวไม่ผอมลงตามไปด้วย

“ถ้าคิดว่าฝืนใจวาแล้วพี่ภีมมีความสุขก็ทำเลยค่ะ!!”

มือของพัชระที่กำลังปลดกระดุมเสื้อตัวเองชะงักไปชั่วขณะ เขาสบสายตากับหญิงสาวที่นอนตาแดงมีน้ำคลอปริ่มอยู่ในดวงตา

“อะไรที่ทำให้เธอหมดความสุขได้ ฉันจะทำทุกอย่างจำไว้”

เสื้อผ้าชุดทำงานถูกสะบัดออกจากร่างของชายหนุ่มตามลงไปกองรวมอยู่ที่เดียวกับเศษเสื้อเชิ้ตของหญิงสาว

มือใหญ่สองข้างบีบเคล้นบนเต้าอวบบีบคลึงจุกเล็กสร้างความเสียวสยิวให้กับหญิงสาว

“ถ้าเธอจะครางแข่งกับเสียงท้องฟ้าฉันก็ไม่ว่านะ”

พัชระยิ้มมุมปากให้กับคนที่นอนน้ำตาไหล วารินทร์ไม่ได้ฟูมฟายเพียงแต่หยดน้ำมันไหลออกจากตาอย่างสุดกลั้น

ริมฝีปากใหญ่ก้มลงครอบครองยอดปทุมเม็ดเล็กดูดดึงสองข้างสลับไปมา ลิ้นสากเลียไล้ไปทั่วจนเต้าทรวงทั้งสองข้างเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย

จูบหนักๆ กดลงที่ริมฝีปากสาวก่อนที่พัชระจะกระถดตัวลงมา ยกขาเรียวขึ้นตั้งชันเข่า แล้วกดปากลงที่กายสาว

 

เฮือก!!

 

วารินทร์เสียวซ่านจนต้องเอามือจิกกำผ้าปูที่นอนเพราะไม่อยากส่งเสียงครางให้ชายหนุ่มยิ้มเยาะ

พัชระดูดหนักลงที่ใจกลาง จนขาของคนตัวบางเริ่มสั่นเขายิ่งได้ใจกดลิ้นคว้านลึก ฟันคมขบเม้มที่กลีบอูม น้ำลายชายหนุ่มผสมปนกับน้ำหวานช่วยกันเคลือบอาบทั่วทั้งโพลงถ้ำ

เมื่ออุ่นเครื่องจนได้ที่แล้วชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งคุกเข่า รูดอาวุธร้ายขึ้นลงแสดงความแข็งแกร่งค่อยๆ โน้มตัวลงมา วารินทร์หลับตาลงยอมรับในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แก่นกายลำใหญ่จ่ออยู่ที่ปากถ้ำ กรีดขึ้นลงตามรอยแยกก่อนจะดันเข้าไปสุดแรง ครั้งเดียวสุดโคน

“กรี๊ดดดดด ฮือออออ”

วารินทร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ถึงแม้จะมีน้ำหวานช่วยนำทาง แต่ด้วยขนาดที่แตกต่างกันมาก บวกกับการห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานมากกว่าอายุลูกชายของเธอ ทำให้ร่างกายที่คับแคบปรับตัวไม่ทันกับความใหญ่โตแข็งแกร่งนั้น ความเจ็บที่แล่นเข้ามาให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการเสียสาวครั้งแรก

 

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ

 

วารินทร์รัวกำปั้นน้อยๆ ทุบเข้าที่บ่าแกร่ง

“อาาาาา”

เขาไม่สะทกสะท้านต่อแรงทุบของเธอ แถมยังส่งเสียงแห่งความพอใจ คล้ายต้องการยั่วโมโห คนที่กำลังถูกโยกช้าๆ ให้ตัวขยับขึ้นขยับลง เสียงลามกดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องแข่งกับเสียงฟ้าฝนที่ตกกระหน่ำยิ่งขึ้นเหมือนเป็นใจ

มือบางสองข้างที่พยายามผลักไสถูกรวบไว้เหนือหัว เมื่อพัชระเห็นว่ามันเริ่มเป็นอุปสรรคสำหรับเขา

“ถ้ายังทุบฉันอีกเธอโดนเอาถึงเช้าแน่”

พัชระปล่อยมือเมื่อแน่ใจว่าเธอไม่กล้าทุบตีเขาแล้ว จากนั้นเอามือข้างหนึ่งสอดไว้ใต้เอวของหญิงสาว ยึดไว้ให้มั่นแล้วรัวบั้นท้ายตอกตรึงไม่ยั้งจนคนที่นอนอยู่เบื้องล่างตั้งรับไม่ทัน

ปึ้กๆๆๆๆๆ ปึ้กๆๆๆๆๆ

 

“ฮือๆๆๆๆ พี่ภีมวาเจ็บ”

 

อกสาวกระเพื่อมไหวตามแรงกระแทกล่อตาล่อใจให้ก้มลงดูดชิม

ยิ่งร่ำร้องให้ปล่อย ยิ่งโอดโอยว่าเจ็บชายหนุ่มก็ยิ่งออกแรงคล้ายจะลงโทษที่ถูกขัดใจ สองขายิ่งถูกฉีกกว้างเพื่อเปิดทางเมื่อเขาต้องการมองเห็นท่อนเอ็นลำโตเคลื่อนไหว

เนื้อแดงบางๆ ที่ดูคล้ายใกล้ขาดกำลังปลิ้นออกตามแรงดึงช้าๆ เร้าอารมณ์คนมองให้ยิ่งฮึกเหิม เหมือนกับว่าตนเองได้เป็นผู้ควบคุม

“ซี้ดดดดส์”

“ฮึก พี่ภีมเมื่อไหร่จะเสร็จวาเจ็บ”

“ทนหน่อยนะ เธอยังต้องแหกอีกหลายยก” ครั้งเดียวไม่พอถ้าเขาต้องการ

เสียงเตียงเหล็กกระทบผนังยังดังต่อเนื่อง ในที่สุดน้ำคาวระลอกแรกก็ถูกปล่อยซัดเข้าสู่กายสาวจนหมดสิ้น ขาที่ถูกดันจนแบะอ้าสั่นระริกทั้งเจ็บทั้งเสียวในคราวเดียวกัน

วารินทร์พยายามลุกขึ้น เมื่อชายหนุ่มปล่อยขาเธอให้เป็นอิสระ

“จะไปไหน”

“วาจะไปอาบน้ำ”

“ใครอนุญาตให้เธอลุก” พัชระมองรอยแยกที่ตอนนี้น้ำขาวขุ่นเริ่มทยอยไหลทะลักออกมา

“แต่วาเหนียวตัว”

“คุกเข่า”

“อะไรนะ”

“คุกเข่าแล้วหันหลังให้ฉัน” พัชระส่งสายตาดุดันจนวารินทร์ต้องยอมทำตาม

พัชระยกก้นขาวขึ้นสูง สองมือน้อยต้องยันกับพื้นที่นอนไว้ เมื่อสะโพกลอยเด่นได้องศา แก่นกายใหญ่ก็ทะลวงเข้าโพลงลึกอีกครั้งทันที

“โอ๊ย!!”

“ซี้ดดดส์”

ความเสียวแล่นผ่านเมื่อได้ท่าที่รัดแน่นยิ่งกว่าเก่า พัชระไม่รอช้ารีบสาวสะโพกเข้าออกอย่างเมามันส์ ไม่สนใจสักนิดว่าเธอจะสุขไปกับเขาหรือไม่ เวลานี้ขอแค่ได้ความสะใจก็พอ

เสียงครางสุขสมของชายหนุ่มดังไปพร้อมกับเสียงเตียงสั่นไหว หญิงสาวยังอยู่ในท่าคุกเข่ามือจับที่หัวเตียงไว้ต้านแรงกระแทก ขาข้างหนึ่งถูกยกสูงขึ้น ท่วงท่าไม่ต่างจากสัตว์ที่พบได้บ่อยตามข้างถนนกำลังถูกบังคับให้รับเอาท่อนลำอันใหญ่โตไว้

พัชระยังตักตวงความสุขแบบไม่คิดที่จะหยุดพัก เขาทำกิจกรรมรักต่อเนื่องถึงสี่ชั่วโมง จนเห็นว่าวารินทร์เริ่มอ่อนล้าทนไม่ไหวเขาจึงลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า

วารินทร์นอนหันหน้าเข้ากำแพงหลับสนิทไปทันทีด้วยความอ่อนเพลีย พัชระหยิบเงินออกจากกระเป๋าแล้วโยนลงไปที่กองเสื้อผ้าของเธอ หมายให้รู้ว่าเป็นค่าอะไร

ก่อนออกจากห้องเขาเดินไปหยิบโทรศัพท์วารินทร์ในกระเป๋าออกมากดดู เขายังคาใจที่ได้ยินเธอบอกคิดถึงใครบางคนตอนคุยโทรศัพท์แต่เขาได้ยินไม่ถนัดเพราะมีเสียงฟ้าร้องแทรก

ชายหนุ่มลองเดารหัสผ่านอยู่หลายครั้งก็ยังเข้าไม่ได้ จึงตัดใจโยนโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเธอไว้ตามเดิมแล้วเดินออกจากห้องโดยไม่ลืมล็อกประตูให้

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น