หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ชีวิตในหอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ชีวิตในหอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2563 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ชีวิตในหอ
แบบอักษร

 

 

กึกๆๆๆๆ กึกๆๆๆๆ

 

“อ๊าาาา อู้ว ซี้ดส์”

เสียงดังจากห้องด้านข้างที่มีเพียงผนังซีเมนต์บางๆ กั้น วารินทร์ได้ยินมันเกือบทุกคืน แต่ก็ไม่ชินเสียที

หลังลงจากรถของเหนือสมุทรวารินทร์เดินตามหลังวีนาสาวสวยประจำตึกที่ทำงานอยู่ในร้านเหล้า วันนี้คงเป็นวันหยุดเธอที่ร้านถึงมีเวลาหาลำไพ่พิเศษแต่หัววันแบบนี้ วีนาไขกุญแจห้องข้างเธอและพาผู้ชายวัยคราวพ่อเดินเข้าห้องไปด้วย

วารินทร์ไม่ได้สนใจกับสิ่งที่เห็นเพราะเห็นจนชิน เธอเดินเข้าห้องน้ำพอกลับออกมาก็ได้ยินเสียงพอดี คงเป็นเสียงเตียงของวีนาที่ดังกระทบผนังแบบรัวๆ เมื่อใกล้เวลาเสร็จกิจ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น วารินทร์มองที่ช่องตาแมวก่อนเปิดประตูให้

“ว่าไงคะพี่วี”

“พี่หาเพื่อนกินส้มตำยามดึก” วีนาถือวิสาสะเดินเข้ามาอย่างไม่ต้องรอให้เชื้อเชิญ

“นังวี แกไม่เห็นหัวฉัน!!” เสียงของสาวประเภทสองแผดตามหลังมาลั่นๆ

“อ้าว นังมานพแกเดินตามฉันมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“อีเหวียง!! นี่แกอย่ามาเรียกชื่อนี้นะ!!” สาวสองยังเอาเรื่องเรียกชื่อเดิมของวีนาสมัยอยู่ต่างจังหวัดบ้าง

“ก็ได้ๆ นังเมนี่แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก็ตั้งแต่ตอนที่แกยืนส่งพ่อขึ้นรถนั่นแหละ มัวแต่แรดๆ จนไม่เห็นฉัน”

“อ้าว อีนี่เรียกลูกค้าประจำกูให้มันดีดีหน่อย แก่แต่จัดว่าเด็ดนะมึงทิปหนักเป้าตุง” วีนาเอามือตีกระเป๋ากางเกงขาสั้นดังป้าบๆ

ทั้งวีนาและเมนี่เดินเข้ามาถกเถียงกันในห้องของวารินทร์อย่างไม่สนใจเจ้าของห้อง จนกระทั่งส้มตำถูกเทลงจานได้กลิ่นปลาร้าหอมนัวนั่นแหละ

“พอๆ แยกย้าย ฉันหิวส้มตำ”

“อ้าว อีกระเทยไบโพล่า”

วารินทร์เห็นทั้งสองคนเถียงกันเป็นเรื่องปกติ ทั้งคู่เคยเล่าว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็กตอนนั้นมานพหรือเมนี่ยังแต๊ปไม่เป็นด้วยซ้ำ วีนาหรือเหวียงก็ยังไม่ได้มีอาชีพพิเศษแบบนี้

ปีนี้ทั้งสองคนอายุยี่สิบแปด ชวนกันเข้ากรุงเทพมาตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่นผ่านอาชีพหลากหลายจนมาเจอเส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง

“วาใครมาส่งเหรอ” วีนาเลียบเคียงถามขณะที่เพื่อนอีกคนกำลังดูดปูในจานอย่างเมามัน

“เจ้านายวาเองค่ะ” วารินทร์เอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูส่งให้เมนี่

“หล่อน่าปล้ำมากเลยนะ แถมรวยอีกต่างหากเขาจีบวาด้วยใช่ป่ะ”

วีนาเห็นตอนที่ชายหนุ่มเปิดกระจกรถโบกมือ วารินทร์ยิ้มนิดๆ เธอไม่กล้าพูดเต็มปากเพราะรู้ตัวว่าไม่ดีพอให้โอ้อวด

“เงียบแบบนี้แสดงว่าเรื่องจริง เสียดายฉันมาไม่ทัน”

“รีบคบเลยวา เผื่อจับพลัดจับผลูได้เป็นผัวถาวรสบายทั้งชาติ ปล่อยท้องไปเลยก็ได้”

“นี่ๆ แก แนะนำแต่ละอย่าง เกิดเขาไม่รับเป็นพ่อขึ้นมาจะทำยังไง ฉันนะเป็นผู้ชายมาก่อนรู้สันดานกันดี”

“ตอนนี้แกก็ยังเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ”

“เอ๊ะอีนี่!!” เมนี่ทำงานในผับย่านกลางกรุงแต่ช่วงนี้รายได้ไม่ค่อยดีลูกค้าน้อย ความฝันที่จะได้เฉาะยังคงต้องรอต่อไป

“วาไม่ได้คิดอะไรกับเขาหรอกค่ะ”

“อ้าววว” อีกสองคนร้องขึ้นมาพร้อมกัน

“เขาคงไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับวา รูปหล่อพ่อรวยแบบนั้น”

“มันก็ไม่แน่หรอกนะ” เมนี่พูด

“อืมใช่ วาอนาคตดีไม่เหมือนพวกพี่ซะหน่อย จะหางานดีดีทำยังยากเลย” วีนาพูด เมนี่พยักหน้าเห็นด้วยหงึกๆ

วารินทร์หน้าสลดลงเล็กน้อยแล้วรีบปรับกลับมาเป็นเหมือนเดิมจนไม่มีใครทันสังเกตเห็น อนาคตที่คนอื่นมองว่าดี เธอต้องแลกกับอะไรๆ ในชีวิตตั้งหลายอย่าง ไม่มีใครรู้

“อย่างน้อยวาก็มีความรู้มีวุฒิการศึกษาติดตัว ผู้ชายมันต้องให้เกียรติบ้างละน่า ดูอย่างนังกระเทยนี่สิ ยังจับเอ็นหรูๆ ได้ตั้งหลายครั้ง”

วีนาหมายถึงเมนี่ที่บางครั้งก็ได้เจอคนเงินถุงเงินถังที่มีรสนิยมเดียวกัน

“ก็ไม่บ่อยหรอกแก บางทีใส่สูทผูกไทมาอย่างดีแต่ตอนเอากันหันก้นให้ฉันซะงั้น ฉันเลยต้องถกกระโปรงเด้ามัน พอน้ำแตกมันก็ไป ไม่คิดเอาฉันบ้าง ถ้าไม่ติดว่าทิปหนักคงโดนฉันถีบแล้ว”

“แต่ยังไงวาก็ดีกว่าพวกพี่อยู่ดีแหละ อย่างพี่เองจะกลับไปทำอาชีพแบบปกติก็ไม่รู้จะเริ่มจากอะไร”

 

วีนาเคยเล่าให้ฟังว่าเธอถูกพ่อเลี้ยงหนุ่มข่มขืน

 

‘มันอ่อนกว่าแม่พี่สิบปี ไอ้ชั่วนั่นมันแอบเอาพี่ตั้งแต่ขนยังไม่ขึ้น ไอ้เราก็คิดว่าแม่ไม่รู้ที่ไหนได้พอป่องขึ้นมาก็พาไปรีดลูก แถมคืนนั้นยังได้เสียงกินของเผ็ดกันทั้งคืน พอหายดีพี่เลยชวนนังเมนี่พากันหนีแต่ดันซวยซ้ำ โดนไอ้นายหน้าหางานกับพวกข่มขืน แล้วมันก็ส่งไปอยู่อาบอบนวด พี่เลยต้องจำใจยอมให้นาบ พอร้านเจ๊งพี่ก็มาอยู่ร้านเหล้านี่แหละ ไอ้ที่ตามมาเอาถึงที่นี่ก็ลูกค้าเก่าร้านนวดทั้งนั้น’

 

วีนาเคยนั่งเบอร์ตองอยู่หลายปี สร้างรายได้ไม่น้อย แต่ก็ต้องแลกกับความเสื่อมโทรมของร่างกาย

 

“อืม อร่อยมากเลยแก”

“อีเมนี่!! กินคนเดียวเกือบหมดเลยนะ”

“ก็พวกแกมัวแต่ฝอย โทรลงไปสั่งใหม่สิรอบนี้ฉันจ่ายเอง เอารสนี้เลยนะ”

“เออๆๆ แกเลี้ยงไก่ฉันด้วยนะตั้งแต่เย็นฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย”

“มัวแต่ขายของเก่าอยู่สิแก เงินก็ได้ยังงกอีก แล้ววาละเอาไรมั้ยพี่เลี้ยง”

“ไม่เอาค่ะ วาอิ่มแล้ว”

วารินทร์ชอบเวลาที่ทั้งสองมานั่งคุยในห้องเธอ มันทำให้เธอได้ฟังเรื่องราวแปลกใหม่ แถมยังไม่เครียดเพราะสองคนนี้มีความสามารถพิเศษคุยเรื่องเครียดให้กลายเป็นเรื่องตลกได้

หอพักที่เธออยู่มีคนทำงานกลางคืนอยู่เยอะ มีร้านค้าหลายร้านเปิดแบบโต้รุ่ง ไม่ต้องกลัวว่าจะอด แต่กลัวไม่มีเงินพอให้ซื้อกินมากกว่า

“แล้ววันนี้แกไม่ต้องทำงานเหรอนังเมนี่ ถึงมีเวลามานั่งซัดส้มตำกับพวกฉัน”

“ฉันไปแล้วแต่อยู่ๆ ก็ไม่มีอารมณ์จะทำงาน เด็กใหม่ๆ เยอะแยะ ฉันคงเก่าสำหรับที่นี่ไปแล้ว”

วันไหนที่มีนักเที่ยวน้อยเมนี่มักไม่ค่อยได้งาน เมนี่ทำงานเป็นเพื่อนนั่งคุยกับแขก ถ้าใครถูกใจก็สามารถพาเธอไปคุยต่อในที่ส่วนตัวได้ ความฝันของเมนี่คือการได้ไปทำงานโชว์ที่พัทยา และหาสามีฝรั่งสักคน แต่เก็บเงินมาหลายปีก็ยังไม่พอค่าเฉาะ เพราะเธอไม่ใช่คนมีต้นทุน ที่ทำหน้าทำนมมาได้ก็เก็บออมเอาเองล้วนๆ

“แกก็หาที่ใหม่สิ ไม่ก็เปิดกิจการใต้ต้นมะขามเองซะเลย”

“ระดับฉันไม่ต้องลงไปแย่งตอกับพวกผีมะขามหรอกย่ะ เนี่ยจะหาว่าเม้าท์ เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ฉันบอกแกว่าโดนหิ้วอ่ะจำได้มั้ยๆ” เมนี่บิดตัวไปมาทำท่าเขิน

“อือๆ จำได้จะเล่าก็รีบเล่าอย่ามัวทำดัดจริต”

“จิ๊ อีนี่ สงสัยเขาจะติดใจ เขาชวนฉันไปเที่ยวพัทยาอะแก เขาบอกว่าที่บ้านทำงานโชว์อยากพาฉันไปดู คนอะไรไม่รู้งานก็ดี รูปหล่อบ้านรวย” เมนี่ทำหน้าเคลิ้มฝัน

“มิน่าละ วันนี้ถึงไม่มีใจจะทำงาน ไว้ใจได้รึเปล่าแก ไม่ใช่เอาแกไปกระทืบนะ”

“โอ๊ย จะมากระทืบฉันเรื่องอะไรละ ถ้าจะเอาไอ้นั่นฟาดปากก็ว่าไปอย่าง”

แล้วลิ้นสากก็แลบออกมาลากไล้ขอบปาก พร้อมกับแววตาวาววับอย่างคนมีจินตนาการ เล่นเอาทั้งวีนาและวารินทร์อดขนลุกไม่ได้

“แสดงว่าคนนี้เขาเป็นคนเด้าแกสินะนังเมนี่”

“โอ๊ยอย่างแซ่บอ่า ฉันยังนึกถึงตอนที่โดนลูกบอลของเขากระแทกอยู่เลย อ๊าาา”

“อี๋ นังบ้า!!”

นั่งคุยออกรสออกชาติสักพักส้มตำก็ขึ้นมาส่ง แต่กินไปไม่ถึงครึ่งทาง โทรศัพท์ของวีนาก็ดังขึ้นเป็นลูกค้าขาประจำของเธออีกคนโทรมา

“โอ๊ยวันนี้วันอะไรทำไมขายดี นี่ฉันไปก่อนนะ ต้องรีบไปแปรงฟันเอากลิ่นปลาร้าออกก่อน”

“เออๆ แกไปเถอะแปรงให้สะอาดๆ ละ เดี๋ยวลูกค้าจะสับสน อันไหนรูล่างรูบนแทงผิดแทงถูกพอดี”

วีนาไม่ต่อความยาวรีบออกจากห้องเพราะกลัวจะกลับไปอาบน้ำเตรียมตัวไม่ทัน

“แล้ววาละไม่มีอะไรมาเล่าให้พี่ฟังบ้างเหรอ ฟังแต่พวกพี่คุยกันไม่เบื่อรึไง”

“ไม่หรอกค่ะพี่เมนี่ ชีวิตวาไม่มีอะไรหวือหวา วาชอบนั่งฟังพวกพี่คุยกันสนุกดี”

“วามีอะไรก็เล่าให้พวกพี่ฟังได้นะ เผื่อจะได้ช่วยเหลือกัน เอาละรีบๆ กินเถอะเดี๋ยวนังวีมันร้องอู้อ้าจะพาลกินไม่ลง ไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามันจะแหกปากให้โอเวอร์ทำไม”

แล้วไม่นานนักก็เป็นอย่างที่เมนี่ว่า โชคดีที่ทั้งสองคนกินเสร็จแล้วไม่งั้นเสียงจากห้องข้างๆ คงเผ็ดกว่าส้มตำในจานเป็นแน่

กลางดึกวารินทร์หลับไปแล้ว แต่ต้องตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงเตียงสั่นกระทบผนังจากห้องข้างๆ ดูท่าวันนี้วีนาจะขายดีอย่างปากว่าจริงๆ

ไม่จบแค่นั้นยังมีเสียงซี้ดซ๊าดดังขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง จนวารินทร์นอนไม่หลับต้องลุกขึ้นไปอาบน้ำดับความร้อนรุ่มในใจ

การอาบน้ำไม่ได้ช่วยบรรเทา เมื่อผิวกายยังคนร้อนรุ่มเมื่อผู้จ่ายน้ำใจดีจ่ายน้ำอุ่นฟรีทั่วกรุง มือบางที่กำลังถูไถในส่วนเนื้อหนังอ่อนนุ่มค่อยๆ แหวกกลางกลีบกุหลาบ เพียงแค่สัมผัสภายนอกน้ำหวานที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลทะลักจนเรียวขาเปียกลื่นต้องอาบน้ำใหม่อีกหน

วารินทร์เสร็จธุระออกจากห้องน้ำ เสียงกิจกรรมจากห้องข้างๆ ก็สงบไปแล้ว ถึงเวลาที่เธอจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เสียที

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น