หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 เผชิญหน้ากับคนในอดีต (NC)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 เผชิญหน้ากับคนในอดีต (NC)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 20k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2563 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 เผชิญหน้ากับคนในอดีต (NC)
แบบอักษร

 

 

เจ็ดปีต่อมา...

 

กลางสี่แยกไฟแดงที่รถติดสาหัสหญิงสาวร่างเล็ก ผมยาวปะบ่า วารินทร์ในวัยยี่สิบห้ารีบวิ่งลงจากรถประจำทางสีแดงเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟฟ้า อุตส่าห์ออกจากที่พักตั้งแต่ยังไม่สว่างหวังจะได้ประหยัดค่าเดินทาง แต่สงสัยว่าไฟเขียวจะไม่ทำงานรถจึงไม่ยอมขยับ

กว่าจะเบียดเสียดผู้คนมาถึงตึกใหญ่ย่านใจกลางเมือง ก็เกือบจะถึงเวลาเข้างานพอดี มื้อเช้าวันนี้คงไม่พ้นกาแฟดำตามเคยเพราะเอาเงินค่าอาหารไปจ่ายค่ารถไฟฟ้าแทนแล้ว

“พี่วา เอาแซนวิชมั้ยครับ”

นนท์เด็กหนุ่มรุ่นน้องเดินถือจานใส่แซนวิชชิ้นเล็กๆ มาวางบนโต๊ะทำงานเธอ

“นนท์กินเถอะ เช้านี้พี่ไม่หิวเท่าไหร่สงสัยเมื่อคืนกินเยอะไปหน่อย”

“ผมอิ่มแล้วสิพี่ ซื้อมาเยอะเกินพี่วาช่วยผมกินหน่อยก็แล้วกัน ผมไปทำงานละ”

วารินทร์มองแซนวิชชิ้นเล็กที่ถูกวางเรียงอยู่ในจาน มันดูไม่เหมือนของเหลือแต่ดูเหมือนของที่มาจากร้านกาแฟราคาแพงใต้ตึกมากกว่า นนท์ตั้งใจซื้อมาให้เธออีกแล้วแต่คงกลัวว่าเธอจะไม่รับเลยพูดแบบนี้

วันไหนรถไม่ติดเธอมาทำงานทันก็มักจะใช้เวลาก่อนเข้างานไปเดินตลาดนัด เมนูประจำสำหรับคนที่ต้องใช้จ่ายประหยัดแบบเธอมีแค่หมูปิ้งหนึ่งไม้กับข้าวเหนียวหนึ่งห่อมื้อเช้าราคาไม่เกินสิบห้าบาทที่อยู่ท้องได้ถึงครึ่งวันเพราะอาศัยดื่มน้ำตามเยอะๆ จากตู้กดน้ำฟรีที่บริษัทมีให้

แต่ถ้าหากวันไหนมาไม่ทันก็ได้กาแฟดำที่ซื้อเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน แต่ระยะหลังมานี้ได้แซนวิชจากนนท์บ่อยครั้ง เขาคงกลัวเธอขาดสารอาหาร

วารินทร์เพิ่งมาทำงานในบริษัทหลักทรัพย์แห่งนี้ได้ยังไม่ครบปี เป็นงานเต็มเวลาแห่งแรกในชีวิตหลังจากเรียนจบ ที่ผ่านมานั้นทำงานไปเรียนไปตลอดสี่ปี ขายไก่บ้าง พิซซ่าบ้างแล้วแต่เวลาจะอำนวย

ถามว่าวารินทร์มีความรู้เกี่ยวกับด้านหลักทรัพย์หรือการลงทุนมั้ยตอบได้เต็มปากว่าไม่มี เธอเลือกเรียนบริหารการจัดการ เพราะสำหรับเธอนั้นมันคือสิ่งที่ง่ายที่สุดแล้ว

แต่พอถึงเวลาต้องหางานทำเข้าจริงๆ ตลาดแรงงานกลับมีคนเรียนจบสายเดียวกับเธอมากมายจนหลายๆ ครั้งก็พลาดงานดีๆ จนเธอเริ่มท้อใจ

ในความโชคร้ายยังพอมีดีอยู่บ้างที่เธอเรียนโรงเรียนเอกชนมาตั้งแต่เล็กทำให้ภาษาอังกฤษเธอแข็งแรงพอสมควร ตอนมาสมัครงานที่นี่ผ่านสัมภาษณ์ครั้งแรกทางบริษัทก็ให้เธอไปสอบภาษาอังกฤษฟรี ได้คะแนนนำโด่งเก้าร้อยกว่าคะแนน

จากนั้นไม่นานฝ่ายบุคคลก็โทรแจ้งเธอว่าให้มาสัมภาษณ์งานอีกครั้งแต่ตำแหน่งที่เหมาะสมกับเธอกลายเป็นเลขาเจ้าของบริษัท วารินทร์ตัดสินใจทันที นาทีนี้งานอะไรก็ได้ทั้งนั้น ภาระของเธอยังรออยู่ข้างหลังอีกเยอะต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลา

“วาครับ รบกวนเข้ามาพบพี่หน่อย”

เสียงเหนือสมุทรเจ้านายวัยสามสิบของเธอเรียกเข้าพบ ถ้าใครได้ยินคงคิดไม่ถึงว่าจะมีเจ้านายที่ไหนพูดจาเกรงใจกับลูกน้องได้ขนาดนี้

“คุณเหนือต้องการอะไรคะ” วารินทร์ถามเจ้านายหนุ่มทันทีที่เปิดประตูเข้ามา

“นั่งก่อนสิครับวา” วารินทร์เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม

“อย่างที่วาทราบว่าตอนนี้บริษัทของเราจะมีผู้มาร่วมลงทุนคนใหม่ และเขาเพิ่งเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยวันนี้ พี่เลยนัดเลี้ยงดินเนอร์เขาก่อนที่พรุ่งนี้จะเข้ามาดูงานก่อนตัดสินใจ พี่อยากให้คืนนี้วาไปกับพี่ด้วย”

“แต่วาไม่ได้เตรียมตัวมาเลยนะคะ”

“พี่ทราบครับผิดที่พี่เองไม่ได้บอกวาล่วงหน้า”

เพราะหลายครั้งที่เขาบอกเธอล่วงหน้า เธอมีอันต้องติดธุระสำหรับนัดกลางคืนทุกที แต่ถ้าเป็นตอนกลางวันวารินทร์ไม่เคยมีปัญหาเพราะเหนือสมุทรสามารถหนีบเธอออกไปได้ทุกเวลา

“เดี๋ยวตอนเย็นพี่จะพาวาไปหาซื้อชุดแล้วกัน”

“เอ่อ แต่ว่า”

“พี่ไม่อยากให้ว่าที่ผู้บริหารคนใหม่ของเรา รู้สึกว่าเราไม่มืออาชีพพอที่จะร่วมลงทุน”

“ค่ะ” วารินทร์ตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเดินออกไปทำงาน

แต่แล้ววันนั้นเหนือสมุทรก็พาวารินทร์ออกไปกินมื้อเที่ยงโดยอ้างเรื่องงาน จากนั้นพาเธอไปเดินห้างสรรพสินค้า หาชุดเสื้อผ้าสำหรับดินเนอร์กับลูกค้าคนสำคัญคืนนี้

ครั้งแรกที่ได้พบกันในวันนัดสัมภาษณ์ เหนือสมุทรก็ตกหลุมรักวารินทร์อยากรับเธอเข้าทำงานทันที ยิ่งเห็นความพยายามในการทำงานของเธอเขายิ่งชื่นชม ยิ่งได้รู้จักนิสัยความเจียมเนื้อเจียมตัวของเธอเขาก็ยิ่งอยากได้มาครอบครอง

หลายครั้งที่เหนือสมุทรพยายามทอดสะพานให้หญิงสาวเดินข้ามมา ยิ่งกลับกลายเป็นว่าวารินทร์ยิ่งระวังตัวมากขึ้น ถ้าหากเป็นผู้หญิงคนอื่นคงรีบไขว่คว้าโอกาสนั้นไว้

“คุณเหนือคะ!!”

วารินทร์ตกใจจนหน้าซีดเมื่อเหนือสมุทรเลี้ยวรถเข้าในโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุง

“เป็นอะไรไปวา พี่แค่จะพาวามาทานข้าวกับลูกค้า เขาพักที่นี่อีกอย่างก็ไม่ไกลจากที่ทำงานเรามาก พี่เลยคิดว่าจองโต๊ะที่นี่เลยก็น่าจะสะดวกดี พี่ไม่พาวามาทำมิดีมิร้ายหรอกน่า” แต่ก็คิดเผื่อมาแล้ว ถ้าเธอสมยอมเขาก็มีห้องพร้อมรอเสียตัว

เหนือสมุทรพาหญิงสาวขึ้นลิฟต์ไปยังภัตตาคารหรูที่อยู่ชั้นบนสุด ที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นสองโซนมีทั้งแบบนั่งตากแอร์เย็นสบาย หรือจะเอ้าท์ดอร์ก็ได้แล้วแต่ความชื่นชอบ ซึ่งเหนือสมุทรเลือกแบบนั่งห้องแอร์ไว้ เพราะไม่อยากเสี่ยงกับอากาศที่ไม่แน่นอนด้านนอกกลัวว่าลมร้อนจะทำให้หญิงสาวที่เขาพามาด้วยไม่สบายตัว

พวกเขามาถึงก่อนแต่ก็รอไม่นานนัก ชายหนุ่มในชุดลำลองเดินมาหยุดอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของหญิงสาว เหนือสมุทรรีบลุกขึ้นยืนยิ้มกว้าง ส่วนวารินทร์ที่ลุกขึ้นตามได้แต่ยืนแข็งค้างด้วยความคาดไม่ถึง

“ว่าไงเหนือมาถึงนานแล้วเหรอ”

ชายหนุ่มตรงหน้าทักทายกับเหนือสมุทรอย่างคนคุ้นเคย เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่มีหญิงสาวแต่งตัวเปรี้ยวจนเข็ดฟันเดินเกาะแขนมาด้วย

“เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่นี้เองครับพี่ภีม”

เหนือสมุทรยิ้มกว้างเพราะเขาไม่ได้เจอตัวพี่ชายคนนี้มาหลายปีแล้วแม้ที่ผ่านมาจะยังติดต่อกันตลอดก็ตาม

“ใจคอเหนือจะไม่ทักโยหน่อยเหรอคะ” โยดาหญิงสาวที่พัชระควงมาทนไม่ไหวต้องยอมเอ่ยปาก

“สวัสดีครับโย สบายดีมั้ย”

“โยอยู่กับพี่ภีมก็ต้องสบายดีสิคะ”

ขณะที่ทั้งคู่ทักทาย ดวงตาของพัชระยังคงมองไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเหนือสมุทร ส่วนวารินทร์หลังจากที่ได้สบตากับพัชระเธอก็หลบสายตาเสมองไปทางอื่น

“ลืมแนะนำไป นี่วารินทร์เลขาของผม”

วารินทร์ยกมือไหว้ทั้งสองคน โยดายิ้มให้ แต่พัชระนิ่งเฉย

“เลขาแน่เหรอเหนือ”

“อื้ม วาเป็นเลขาที่ทำงานได้เก่งที่สุดเลยนะ”

“ก็แค่กินข้าวธรรมดาทำไมต้องพกเลขามาให้วุ่นวาย”

พัชระพูดอย่างไม่แยแส แล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งลงโดยไม่สนใจโยดาจนเธอต้องรีบนั่งลงเก้าอี้ตัวที่อยู่ด้านข้าง วารินทร์สะอึกไม่น้อยกับคำพูดของชายหนุ่ม

“ก็ผมเห็นพี่ภีมบอกว่าจะคุยเรื่องการร่วมทุน”

เหนือสมุทรกับวารินทร์นั่งลง แล้วเริ่มสนทนาธุรกิจ วารินทร์หยิบสมุดโน้ตกับปากกาคู่กายออกมาถือไว้หากมีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมจะได้รีบจด

“ยังไงฉันก็ต้องลงทุนกับบริษัทนายอยู่แล้ว ก็แค่นัดกินข้าวไม่เห็นต้องพาคนนอกมา แต่ก็เอาเถอะไหนๆ ก็พามาแล้ว จะให้ร่วมโต๊ะซักมื้อก็คงไม่ถึงกับล่มจม”

วารินทร์ทำตัวไม่ถูกได้แต่นั่งกำมือแน่นฟังคำพูดจาเชือดเฉือนของคนตรงหน้า

หลังจบมื้ออาหารต่างคนแยกย้าย เหนือสมุทรพาวารินทร์กลับมายังรถเบนซ์คันหรูของตน

“พี่ขอโทษแทนพี่ภีมด้วยนะวา ปกติเขาก็เป็นคนสุภาพ สงสัยวันนี้คงอารมณ์ไม่ดี เพิ่งเดินทางมาถึงอาจจะยังเหนื่อย”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเหนือ วาไม่ได้คิดอะไร”

“พี่เห็นวาทานไปนิดเดียวเอง เดี๋ยวเราไปหาอะไรทานที่อื่นกันนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณเหนือส่งวาแถวป้ายรถเมล์ก็พอ เดี๋ยววากลับบ้านเอง”

เหนือสมุทรมองชุดที่เขาซื้อให้วารินทร์ ถึงแม้มันจะไม่ได้ดูฉูดฉาดเปรี้ยวจี๊ดเท่าโยดา แต่ก็คงปล่อยให้เธอกลับเองไม่ได้

“พี่ว่าชุดนี้คงไม่เหมาะนั่งรถเมล์ เดี๋ยวพี่ไปส่งวาก็แล้วกัน บอกทางพี่มา”

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องเกรงใจครับ สำหรับวาพี่เต็มใจเสมอ”

สายตาของชายหนุ่มทำให้วารินทร์รู้สึกอึดอัดแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป ได้แต่นั่งนิ่งยอมให้เขาไปส่งยังหอพักเล็กๆ ที่เธอเช่าไว้

 

 

@ห้องพักบนโรงแรม

 

“อ๊ะ!! พี่ภีมไหนว่าวันนี้จะนอนพักไงคะ”

โยดาตกใจเมื่อประตูห้องพักปิดลงชายหนุ่มก็จับเธอยืนก้มโค้งลงตรงด้านข้างโต๊ะวางของแบบบิวท์อินหน้าทีวี แล้วจัดการดึงกระโปรงรัดรูปตัวสวยขึ้นไปค้างไว้ที่เอว

“ทำไม หรือว่าโยไม่อยากให้พี่เอา?”

“อยากสิคะ โยอยากให้พี่ภีมเอาโยบ่อยๆ แต่เห็นพี่ภีมบอกว่าวันนี้เหนื่อย”

“ตอนนี้ไม่เหนื่อยแล้ว”

พัชระแหวกจีสตริงของโยดา แล้วปลดตะขอกางเกง งัดเอาแท่งเนื้อขนาดใหญ่ออกมา เขาฉีกซองถุงยางที่ถือเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าห้องจัดการรูดคลุมจนสุดโคนแล้วเสียบแทงทันที

“โอ้วว”

เสียงร้องแหลมเพราะตกใจกับความคับแน่นที่ถูกยัดเยียดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ไม่ถือเป็นอุปสรรคมากนักเพราะร่องสวาทของเธอกำลังผลิตน้ำเมือกลื่นใสออกมามากมายเพื่อเอาใจชายหนุ่ม

ขาเรียวที่ยังอยู่บนรองเท้าส้นสูงปลายแหลมสี่นิ้วรีบกางออกอย่างรู้งาน สะโพกขาวยกแอ่นเพื่อตั้งรับกับบั้นท้ายแกร่งที่กำลังกดกระแทกอย่างเมามันส์

“อ๊าา อ๊าา พี่ภีมขา แรงจังโยจะเสร็จ”

“ตอดแรงๆ เลยนะ พี่จะให้รางวัล อาา”

“อ๊ายยย”

โยดาเปล่งเสียงเมื่อผนังร่องรักบีบตัวแน่น ทำเอาคนที่กำลังซอยอยู่ด้านหลังเสียวซ่านไปด้วย

ชายหนุ่มกดกระแทกอย่างหนักหน่วง หญิงสาวร่างบางก็ยังแอ่นสู้ไม่ถอยควงบั้นท้ายกลมกลึงบดเบียดกับพวงเนื้อใหญ่โต

เครื่องป้องกันอันแล้วอันเล่าถูกโยนลงพื้นบ่งบอกถึงรางวัลที่ชายหนุ่มมอบให้ โยดาถึงกับหมดแรงหลับพับคาอกของพัชระ เพราะความเร่าร้อนของเขาที่ทำให้เธอไปไหนไม่รอดมานานหลายปี

พัชระยังนั่งกรอกเบียร์เข้าปากอยู่ในความมืด ยอมรับว่าความใคร่ที่เพิ่งระบายออกไปนั้นเกิดจากความหงุดหงิดที่ได้เห็นเหนือสมุทรพะเน้าพะนอวารินทร์ เขาจากประเทศไทยไปนานหลายปีไม่เคยคิดว่าจะได้เจอกับวารินทร์ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึง

ครั้งสุดท้ายที่เขาได้เจอเธอ คือวันที่เธอพูดตัดขาดจากเขาแล้วไปเป็นเมียพ่อ คืนนั้นพัชระเก็บข้าวเก็บของออกจากบ้าน แล้วย้ายไปพักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง เขาเมามายไม่ได้สติอยู่นานนับเดือนงานที่ธนาคารก็ทิ้งขว้างไม่ไปทำ จนเรือนผกาทนไม่ไหวต้องไปตามหาโดยดูจากข้อมูลการใช้จ่ายเงินจากบัตรเครดิตที่บดินทร์ให้ลูกชายไว้

พ่อสั่งผ่านแม่ผกาให้เขาเตรียมตัวเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษเพราะไม่อย่างนั้นจะยึดบัตรเครดิตและตัดการใช้จ่ายทุกทางของเขา

พัชระยอมเดินทางไปเรียนต่อแต่โดยดี ไม่ใช่เพราะเรื่องเงินทอง แต่เพราะเขาอยากลืมเธอ อยากตัดเรื่องราวความรักครั้งแรกของเขาออกไปจากความคิด

พัชระไปเรียนต่อปริญญาโทสองปีและไม่ยอมกลับบ้าน อยู่ทำงานที่นั่นต่ออีกถึงห้าปี พัชระได้พบกับเพื่อนคนไทยหลายคน ในจำนวนนั้นคือเหนือสมุทรและโยดา ทั้งสองคนเป็นรุ่นน้องเขาสองปีและเคยเรียนปริญญาตรีที่อังกฤษด้วยกันก่อนจะมาเรียนโทในรุ่นเดียวกับเขา

เหนือสมุทรเป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าของบริษัทเอ็นพีพีหลักทรัพย์ เป็นบริษัทหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่ตอนนี้แตกบริษัทย่อยออกมาให้เหนือสมุทรดูแล

ไม่ต่างจากเขาที่เป็นลูกชายคนเดียวเช่นกัน แต่ต่างตรงที่ว่าเขาไม่คิดจะอยากสานต่อกิจการธนาคารของพ่อ เขาคิดแบบนี้มาเจ็ดปีแล้ว

และที่ตัดสินใจกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ก็เพราะเหนือสมุทรชวนเขามาร่วมลงทุน ส่วนตัวเขาเองก็เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับการใช้ชีวิตในต่างแดนแล้วเช่นกัน

 

 

 

 

ความคิดเห็น