หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Intro 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2563 21:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Intro 3
แบบอักษร

 

หกปีต่อมา...

 

“อ๊ะ อ๊าาา คุณผู้ชายขา เสียบลึกแบบนี้มุกเสียว”

“เธอตอดถี่ขนาดนี้ น้ำฉันจะแตกแล้วนะ”

เสียงครวญครางของคนสองคนดังสลับกับเสียงเนินเนื้อกระทบความแข็งแกร่งออกมาจากประตูห้องพักคนงานแต่หัววัน ที่บ้านพักตอนนี้ไม่มีคนงานอื่นอยู่นอกจากมุกดากับคุณผู้ชายของบ้าน

วารินทร์ในวัยสิบสี่ปี นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ม้าหินหน้าประตูห้อง วันนี้สอบวันสุดท้ายจึงได้เลิกเร็วเป็นพิเศษ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินเสียงแบบนี้ วารินทร์รู้มานานแล้วว่าแม่ของเธอทำงานพิเศษอะไร

งาน...ที่ทำให้ลูกอย่างเธอได้เรียนหนังสือในโรงเรียนเดียวกับลูกชายเจ้านาย

งาน...ที่ทำให้ลูกอย่างเธอมีรถหรูนั่งไปโรงเรียนทุกวัน ถึงแม้ตอนนี้ลูกชายเจ้าของบ้านจะย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยถูกทิ้งขว้างให้ต้องเดินไปโรงเรียนเองแถมยังมีค่าขนมติดตัวให้อีกต่างหาก

 

แอ๊ด..

 

“คืนนี้อย่าลืมขึ้นไปหาฉันนะ อย่าดึกนักละฉันยังไม่อิ่ม”

“ค่ะ คุณผู้ชาย”

บดินทร์เปิดประตูออกมายืนอยู่หน้าห้องพร้อมกับสั่งมุกดาหลังเสร็จกิจ ไม่บ่อยนักที่เขาจะลงมาหามุกดาถึงห้อง เฉพาะบางวันที่เขามีอารมณ์ตอนกลางวันแสกๆ เท่านั้น และเพื่อเป็นการไม่ทำร้ายจิตใจของภรรยาจนเกินไปนักเขาจึงไม่เรียกมุกดาขึ้นไปหา แต่เป็นฝ่ายลงมาหาหญิงสาวเองดีกว่า เพราะทุกค่ำคืนตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขารู้ว่าเรือนผกาไม่เคยนอนหลับสนิทเพราะเสียงครางของเขาเอง

“วา!! ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมวันนี้กลับบ้านเร็วจัง”

มุกดาตกใจไม่น้อยที่หันมาเห็นลูกสาว เธอไม่อยากให้ลูกต้องรับรู้ในสิ่งที่เธอทำ

“นี่วารินทร์เหรอเนี่ย ลุงไม่ได้เจอตั้งนาน โตเป็นสาวขึ้นเยอะเลยนะสวยเหมือนแม่เชียว”

บดินทร์เอ่ยทักขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเด็กสาวยกมือไหว้ ถึงแม้จะอยู่บ้านเดียวกันแต่เขาก็ไม่ได้เจอวารินทร์จริงๆ กว่าจะกลับจากทำงานก็เป็นเวลาที่วารินทร์ใกล้เข้านอนแล้ว อีกอย่างเขาก็สนใจแต่มุกดารอเวลาปลดปล่อยความเสียวยามค่ำคืนเท่านั้น

“ให้มุกเดินไปส่งนะคะคุณผู้ชาย”

“อืม ไปสิ”

มุกดาหันมากอดแขนบดินทร์แล้วเอาเนื้อนุ่มบดเบียดต้นแขน เพื่อดึงดูดความสนใจและเอาตัวเองบดบังลูกสาววัยละอ่อนไว้จากสายตาวาววับที่บดินทร์ไม่คิดจะปิดบัง

ยิ่งนับวันวารินทร์ยิ่งโตขึ้นโตเร็วกว่าเด็กหญิงทั่วไปด้วยซ้ำ อาจเพราะได้ความสูงจากพ่อ และความอวบอิ่มจากแม่

หลังจากที่มุกดาพาคุณผู้ชายของบ้านเดินออกไปจากตรงนั้นแล้ว เด็กสาววัยสิบสี่ก็เดินออกไปนั่งเหม่อลอยมองสระบัวอยู่หลังบ้าน เธออยากออกไปจากที่นี่ใจจะขาดถึงขนาดออกปากชวนแม่ไปอยู่ที่อื่นก็ทำมาแล้ว

 

‘แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนละวา แม่ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าบ้านกับค่าเทอมของวาพร้อมกันนะลูก’

‘วาไม่เรียนก็ได้’

‘อย่าตัดอนาคตของตัวเองสิ วา ยังเรียนไม่จบม.ต้นจะไปทำมาหากินอะไร’

แล้วแม่ก็ไล่ให้เธอไปอาบน้ำเข้านอน พอแม่เห็นว่าเธอหลับก็ค่อยๆ เปิดประตูห้องออกไป

 

“มานั่งทำอะไรแถวนี้” พัชระชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีในชุดนักศึกษา นั่งลงข้างๆ เด็กหญิงที่กำลังนั่งทำหน้าเศร้า

“พี่ภีม”

“ว่าไง การบ้านเสร็จแล้วเหรอ”

“ไม่มีการบ้านค่ะ เพิ่งสอบเสร็จวันนี้”

“อ่อ แล้วเป็นอะไรมานั่งทำหน้าเป็นหมาหงอยอยู่คนเดียว” วารินทร์ย่นจมูกใส่คนที่ว่าเธอเป็นหมา

“วาไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วค่ะพี่ภีม วาสงสารแม่”

พูดออกไปแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูด เพราะแม่ของเธอเองที่ยอมเป็นเมียน้อยพ่อเขา

พัชระไม่ได้แสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ เขาเข้าใจทุกอย่างดีด้วยซ้ำ เข้าใจว่าพ่อเจ้าชู้แค่ไหนที่แม่ของเขาหนีออกจากบ้านไปก็คงเพราะเรื่องแบบนี้ เรื่องอัปยศของพี่น้องที่ใช้สามีร่วมกัน แถมบางวันยังหิ้วเด็กสาวเข้ามาประชดประชันแม่ถึงในบ้าน

ถึงตอนนั้นเขาจะเพิ่งสามขวบแต่กลับจำได้แม่นยำถึงเสียงของพ่อที่ต่อว่าแม่ และน้ำตาของแม่ที่ไหลอาบแก้มทุกวัน มันเป็นเรื่องของความบัดซบที่เกิดภายใต้หลังคาบ้านอารยะปฏิญญาอันแสนกว้างใหญ่ที่เขาไม่เคยคิดจะบอกใคร

“เรียนหนังสือให้จบก่อนสิแล้วค่อยไป”

แม่ของเธอยอมลงทุนเอาตัวเข้าแลกขนาดนี้ ใหม่ๆ เขาเคยเห็นมุกดาแอบนั่งร้องไห้หลังจากที่ให้บริการพ่อเขาอย่างร้อนแรง

“กว่าจะถึงวันนั้นวาคงขาดใจตายก่อน พอพี่ภีมเรียนจบก็ต้องไปเรียนต่อเมืองนอกอีกหลายปี วาคงไม่มีใครให้ปรับทุกข์”

“ใครบอกว่าพี่จะไป เรียนต่อโทที่เมืองไทยก็ได้มหาวิทยาลัยดีดีมีตั้งเยอะแยะ”

“จริงเหรอคะ” วารินทร์หันมามองชายหนุ่มด้วยสายตาเปล่งประกาย

“อื้ม จริงสิพี่เป็นห่วงคุณแม่กับเด็กบ๊องแถวนี้กลัวจะไม่มีใครมานั่งเป็นส้วมให้ระบาย”

ชายหนุ่มหมายถึงเรือนผกาเพราะนอกจากคนเก่าแก่ก็ไม่เคยมีใครรู้ว่าเขามีแม่ที่แท้จริงอยู่อีกคน บดินทร์สั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ใครพูดถึงครองขวัญอีก

“พี่ภีม!! วาไม่เคยเห็นพี่ภีมเป็นส้วมซะหน่อย” แล้วสองคนก็พากันหัวเราะร่วน ชายหนุ่มรู้สึกดีที่ทำให้เธอยิ้มได้

 

หลังจากพัชระเรียนจบก็ไม่ยอมไปเรียนต่ออย่างที่บดินทร์วางแผนไว้ เขาต่อรองขอทำงานที่ธนาคารของพ่อสักระยะ ซึ่งบดินทร์ก็ยอมแต่โดยดีเพราะเห็นว่าอย่างน้อยพัชระก็ได้เตรียมตัวไว้สำหรับการสืบทอดกิจการในวันข้างหน้า

“ตกลงว่าที่แกไม่ยอมไปเรียนต่อเพราะห่วงงานหรือห่วงคนที่ไม่ควรห่วงกันแน่”

บดินทร์ถามขึ้นในมื้อเช้าวันหนึ่งหลังจากที่พัชระเรียนรู้งานที่ธนาคารมาสองปีกว่าแล้ว บ่อยครั้งที่เขาคะยั้นคะยอให้ลูกชายไปเรียนต่อแต่ชายหนุ่มก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด

จนกระทั่งเมื่อคืนเขาเห็นลูกชายคนเดียวสนิทสนมเล่นหัวกับเด็กสาวที่เป็นลูกติดของเมียน้อยเขา

“จะเหตุผลไหนแล้วมันสำคัญยังไงเหรอครับคุณพ่อ”

“ทำไมจะไม่สำคัญแกต้องรับงานต่อจากฉัน แค่ดีกรีปริญญาที่เมืองไทยจะเอาไปเชิดหน้าชูตากับใครเขาได้”

“คุณพ่อก็ใช้ดีกรีปริญญาในเมืองไทยบริหารงานไม่ใช่เหรอครับ”

 

ปัง!!!

 

“ไอ้ภีม!!”

 

เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นบดินทร์โมโหที่ถูกลูกชายคนเดียวยอกย้อน

“ภีม อย่าเถียงคุณพ่อสิลูก” เรือนผกาที่นั่งอยู่ทำได้แค่ห้ามปรามไม่ให้ลูกชายทำให้สามีขุ่นเคืองใจ

“ฉันเห็นนะว่าเมื่อคืนนี้แกนั่งพะเน้าพะนออยู่กับยัยเด็กนั่น ได้มันมากี่น้ำแล้วละถึงตัดใจไปเรียนต่อไม่ได้”

“คุณพ่อ!! จะพูดอะไรให้เกียรติวาบ้างนะครับ อย่างน้อยเห็นแก่แม่ของเธอบ้างก็ยังดี”

“มันมีเกียรติอะไรก็แค่ลูกของเมียคนใช้ ฉันจะเฉดหัวมันสองคนแม่ลูกออกจากบ้านฉันเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าขืนแกยังดื้อดึงไม่ยอมไปเรียนต่อแบบนี้!! แล้วอย่าได้คิดจะเอาไปเลี้ยงดูข้างนอกเพราะฉันจะไม่ให้แกแม้แต่แดงเดียว จำไว้!!”

บดินทร์ลุกออกจากห้องอาหาร เห็นมุกดายืนตัวสั่นอยู่ข้างนอก เขาไม่ได้สนใจความรู้สึกเธอสักนิดเดินผ่านกลับห้องไปหน้าตาเฉย

นับจากวันนั้นก็ผ่านไปเป็นสัปดาห์แล้วที่สองพ่อลูกยังไม่ได้อ้าปากคุยกัน บดินทร์เองก็ไม่ได้เรียกมุกดาขึ้นไปบนตึกอีก

จนกระทั่งคืนนั้นเสียงประตูห้องพักคนงานถูกเคาะรัวจากด้านนอกจนทำให้สองแม่ลูกที่หลับไปแล้วตกใจตื่น

มุกดารีบลุกเปิดประตูจึงเห็นว่าเป็นเพื่อนคนงานหญิงมาเรียกเธอเพราะบดินทร์สั่งให้ไปหาที่ห้องนอนตอนนี้ มุกดารีบเดินออกไปจากห้องเหมือนทุกครั้งที่เคยทำ

วารินทร์ลืมตาในความมืดคืนนี้เธอเป็นห่วงแม่ยังไงไม่รู้ เธอรู้เรื่องที่พ่อลูกทะเลาะกันเพราะสาเหตุมาจากเธอ แต่ก็ไม่วายกลัวแม่จะกลายเป็นผู้รับเคราะห์แทน

นอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมาไม่นานวารินทร์ก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นอนเดินตามแม่ออกไป

 

เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!

 

“โอ๊ย!! ฮือๆๆ คุณผู้ชายขามุกเจ็บ”

ตั้งแต่ที่มุกดาเดินเข้ามาถึงบดินทร์ก็ไม่พูดไม่จาตบเธอซ้ำๆ ไม่ต่ำกว่าห้าทีแล้ว ร่างบางเซถลาลงไปนอนกับพื้นเพราะแรงฝ่ามือคุณผู้ชายของบ้าน

“ลูกเธอมันอยากแรดดีนัก คอยยั่วยวนลูกชายฉันจนไม่ยอมไปเรียนต่อ อย่าคิดว่าอ้าขาให้ฉันแล้วจะให้ลูกสาวมาจับลูกชายฉันอีก”

มุกดาไม่กล้าเถียงเพราะกลัวว่าเขาจะโมโหมากขึ้นกว่าเดิม เอาแต่ร้องไห้แล้วเอามือลูบสองแก้มที่บวมช้ำ

มือหนาจิกเอาผมของมุกดาแล้วเหวี่ยงขึ้นไปบนที่นอน ผ้าถุงที่เธอใส่อยู่เปิดเลิกขึ้นไปถึงเอว บดินทร์จ้องมองเนินเนื้อสวาทไร้เส้นไหมปกคลุม ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีมันก็ยังอวบอูมไม่เปลี่ยน

แต่ครั้งนี้เขาจะไม่ทำเหมือนอย่างที่ผ่านมา เพราะเพิ่งค้นพบเมื่อกี้ว่าการได้เห็นความเจ็บปวดของหญิงสาวมันทำให้เขามีความสุขเพิ่มขึ้นไม่น้อย

บดินทร์ถอดเสื้อผ้าของเขาแล้วก้าวขึ้นเตียงนั่งคร่อมตัวของเธอไว้

 

เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!

 

เสียงตบรัวไม่ยั้งดังพอๆ กับเสียงกรีดร้องของความเจ็บปวด

หน้าห้องวารินทร์ที่เพิ่งวิ่งมาถึง เธอยืนชะงักตัวสั่นเพราะทำอะไรไม่ถูก เมื่อได้ยินเสียงของแม่ที่ดูเจ็บปวดเหลือทน เธอคิดจะเดินไปบิดลูกบิดเพื่อเปิดประตูแต่กลับถูกมือหนาคว้าตัวแล้วปิดปากเธอไว้ วารินทร์พยายามดิ้น

“พี่เองวา”

‘พี่ภีม’ ในความมืดสลัวเธอหยุดดิ้น

“ถ้าพี่ปล่อยมือสัญญาก่อนนะว่าจะไม่ดิ้น ไม่ส่งเสียงดัง” พัชระกอดเธอไว้แน่น

‘.....’ วารินทร์เฉย

“ถึงวาจะอยากเข้าไปช่วยแม่ ก็เข้าไปไม่ได้หรอกประตูห้องถูกล็อกไว้”

แล้วถึงเธอเข้าไปได้ เธอก็จะกลายเป็นเป้าหมายใหม่ทันที ที่พ่อโกรธมากมายขนาดนี้เหตุผลหลักไม่ใช่เพราะเขาไม่ยอมไปเรียน แต่เพราะพ่ออยากได้วารินทร์ต่างหาก เขาจึงต้องอยู่บ้านเป็นจระเข้ตัวใหญ่ที่คอยขวางคลองแบบนี้

วารินทร์ยืนใช้ความคิดไม่นานนัก เสียงตบตีในห้องก็สิ้นสุดลง เปลี่ยนเป็นเสียงครวญครางของหญิงสาวกับชายหนุ่มสลับกัน

น้ำตาของวารินทร์หยดลงบนหลังมือของพัชระ ชายหนุ่มค่อยๆ ลดมือลงจากปากนุ่ม แล้วเปลี่ยนเป็นจูงมือเธอเดินออกไปจากตรงนั้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องพาวารินทร์เดินไปส่งห้อง แต่เคยทำมาแล้วเมื่อครั้งหญิงสาวยังเป็นเด็กน้อยวัยแปดขวบ

คืนนั้นเขาได้ยินเสียงดังมาจากห้องนอนของพ่อ ด้วยความที่เริ่มเป็นวัยรุ่นอยากรู้อยากเห็นจึงเปิดประตูออกมากลางดึกแต่กลับเห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ยืนจ้องประตูห้องนอนพ่อเขาเขม็ง พัชระจึงเปลี่ยนใจพาเด็กหญิงเดินมาส่งที่ห้องพักคนงานแทนเหมือนดังเช่นคืนนี้

ความคิดเห็น