หมากเม่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Intro 1 (NC)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2563 15:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Intro 1 (NC)
แบบอักษร

 

@บ้านอารยะปฏิญญา

 

ในคืนฝนตกท่ามกลางเสียงฟ้าร้องสนั่น วารินทร์เด็กหญิงวัยแปดขวบนอนหลับตาปี๋กอดหมอนข้างไว้แน่น เพราะเสียงฟ้าผ่าทำให้เธอตกใจตื่นขึ้นมากลางดึก มองไปหาคนที่นอนด้านข้างกลับมีแต่ความว่างเปล่า

 

เปรี้ยง!! เปรี้ยง!!

 

“ฮือๆๆๆ แม่ไปไหน ฮือๆๆๆ หนูกลัว”

แอ๊ดดดด

 

“มาแล้วลูก วาแม่มาแล้ว”

มุกดาเปิดประตูห้องเข้ามาเนื้อตัวเปียกปอนเธอรีบคว้าผ้าเช็ดตัวที่แขวนผึ่งไว้แถวนั้นมาเช็ดตัวแบบลวกๆ ก่อนก้าวขึ้นไปเหยียบบนที่นอนไร้เตียงขนาดห้าฟุตที่ลูกสาวลุกขึ้นมานั่งแล้วโอบกอดเธอไว้

“ฮือๆๆๆ แม่ไปไหนมาคะ”

วารินทร์ถามผู้เป็นแม่ทั้งๆ ที่ยังสะอึกสะอื้น

“แม่ขึ้นไปทำงานบนตึกใหญ่มา นอนต่อนะลูกแค่ฟ้าร้องเฉยๆ ไม่มีอะไร”

มุกดาสาวสายวัยยี่สิบห้าพยายามกล่อมลูกให้นอนต่อจนกระทั่งเห็นว่าวารินทร์หลับไปแล้ว ถึงได้ลุกขึ้นหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเดิมเดินเข้าห้องน้ำ

เมื่อสองชั่วโมงก่อนหลังจากที่ลูกหลับเธอก็ขึ้นไปทำงานให้เจ้านายบนตึกใหญ่พอได้ยินเสียงฝนตก เธอก็รีบเร่งมือทำงานให้เสร็จ แล้วรีบลงจากตึกใหญ่ลุยน้ำฝนกลับมาที่บ้านพักคนงานเพราะรู้ดีว่า วารินทร์ลูกสาวของเธอกลัวเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่าแค่ไหน

“ซี้ดดดส์ ทำไมแสบแบบนี้”

หลังจากที่เดินเข้าห้องน้ำมุกดาก็ปลดปมผ้าถุงที่ขมวดไว้บนเอวออกแล้วปล่อยให้ผ้าผืนเก่าหล่นลงไปกองเป็นวงกลมอยู่บนพื้น ก้มมองลงไปที่หว่างขา มีคราบสีแดงสดเปรอะเปื้อน คงเกิดจากการที่เธอต้องเร่งมือทำงานเพื่อรีบกลับลงมาหาลูก

มุกดายกขาเรียวขึ้นพาดไว้บนขอบชักโครก พยายามก้มมองว่าสมบัติที่มีติดกายเพียงชิ้นเดียว บวมช้ำแค่ไหน แต่ก็มองเห็นได้ไม่ถนัดนักแม้ว่ารูปร่างของเธอจะผอมบางก็ตาม

เมื่อมองไม่เห็นก็ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจแล้วเปิดฝักบัวให้น้ำไหล มืออีกข้างหันไปหยิบสบู่ก้อนสีขาวมาแล้วยื่นไปใต้น้ำเอามือถูหมุนไปมาจนเกิดฟอง เพื่อใช้ชำระล้างคราบต่างๆ ที่เลอะเทอะเกรอะกรัง

ออกจากห้องน้ำมุกดาหยิบผ้าถุงผืนใหม่กับเสื้อยืดเนื้อบางมาสวมใส่ แล้วล้มตัวลงนอนข้างๆ ลูกสาว นอนมองดวงหน้าเล็กๆ นั่น กำลังใจเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เธอได้มีแรงสู้ชีวิตต่อไป

 

ตั้งแต่จำความได้ มุกดาเป็นเด็กกำพร้าใช้ชีวิตอยู่กับยาย พ่อเป็นใครไม่รู้ส่วนแม่สิ้นใจหลังจากคลอดเธอ คนละแวกบ้านบอกว่าเธอสวยเหมือนแม่ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหน้าแม่เพราะไม่มีแม้แต่รูปถ่ายซักใบ

บางครั้งความสวยงามสำหรับสาวชาวบ้านอย่างเธอก็เปรียบเสมือนภัยร้าย เมื่อสิบปีก่อนเพิ่งเข้าวัยสาวแรกแย้ม เธอถูกชายใจโฉดชั่วดักซุ่มทำร้ายระหว่างทางกลับบ้านหลังเสร็จจากไปขายของในตลาดแทนยายที่กำลังป่วย

มันชำเราเธอหลายครั้งในพงหญ้าข้างทางแล้วพาไปขังไว้ที่บ้านของมันสามวันสามคืนไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน แค่นั้นยังไม่สาแก่ใจมันยังตามเธอกลับไปเจอยายแล้วโยนเศษเงินให้ ก่อนจะลากเธอกลับไปอยู่กับมันอย่างถาวร ทั้งเธอและยายไม่มีทางเลือกไม่มีใครทำอะไรมันได้ เพียงเพราะมันเป็นลูกชายคนเดียวของกำนัน

มุกดาต้องกล้ำกลืนอยู่กับชายใจทรามที่มีอายุมากกว่าเธอสิบปี ทั้งๆ ที่เขาก็มีเมียอยู่ก่อนแล้วแถมยังอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันถึงสามคนไม่นับรวมเธอ

ความสวยสดในวัยแรกแย้มเป็นตัวดึงดูดให้สามีหลงใหลพอๆ กับเรียกเอาความหมั่นไส้จากบรรดาเมียๆ พอพ้นจากสายตาของสามีเมื่อไหร่ชีวิตของเธอก็ไม่เคยสงบสักครั้ง

จนกระทั่งเธอตั้งท้องสภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงส่วนเว้าส่วนโค้งหายไป สามีก็หมดความสนใจและพาเมียคนใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน

ด้วยความที่มีเมียหลายคนทำให้มีปัญหาเรื่องแบ่งวัน ใครเด็ดกว่า ใครใจถึงใจกล้าก็มักได้สามีไปครอง แต่นั่นไม่ใช่ความต้องการของมุกดา เธอได้แต่ก้มหน้าก้มตาเลี้ยงลูก บางคืนก็ได้ยินเสียงครวญครางออกมาจากห้องนอนของสามีที่ฟังแล้วมีมากกว่าสองคนในนั้น ซึ่งเธอไม่เคยคิดอยากจะไปร่วมวง

พอวารินทร์ได้สองขวบยายของมุกดาก็ตาย และอีกปีถัดมาสามีของเธอก็โดนฟ้าผ่าตายใต้ต้นไม้พร้อมเมียน้อยอีกสองคนเพราะมัวไปเสพสมจนวิ่งไม่ทันฟ้าคนอง นั่นนับเป็นวันปลดแอกของมุกดา

จากนั้นเธอพาลูกเดินทางเข้ากรุงเทพเพราะมีชื่นตาหนึ่งในเมียอีกคนของสามีชักชวนตามคำของนายหน้าหางาน ว่าจะทำให้ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นกว่าเดิม เวลานั้นมุกดาไม่ได้คิดอะไรมากเธอไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีความรู้แต่อยากได้งาน ในเมื่อไม่มียายอยู่แล้วจึงตัดสินใจอย่างไม่ลังเลที่จะไปตายเอาดาบหน้า พร้อมเงินติดตัวที่ได้จากกำนันพ่อสามีเพียงน้อยนิด เพราะลูกของเธอเป็นแค่หลานสาวในบรรดาลูกหลานมากมาย วารินทร์จึงไม่เป็นที่ต้องการของญาติทางสามี

ตัวมุกดากับลูกถูกส่งแยกมาทำงานอยู่บ้านหลังใหญ่ที่มีคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายใจดีเป็นเจ้าของบ้าน มุกดามีหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน

จนกระทั่งวันหนึ่งคุณผู้หญิงของบ้านก็หยิบยื่นข้อเสนอใหม่ให้เธอ และนั่นงานพิเศษของเธอจึงเริ่มขึ้น

“มุกฉันกับคุณพี่อยากจะส่งยัยวาให้เรียนหนังสือ นี่ก็ใกล้จะสี่ขวบแล้ว” เรือนผกาคุณผู้หญิงของบ้านเรียกมุกดามาคุยตามลำพังในบ่ายวันหนึ่ง

“มุกเกรงใจค่ะคุณผู้หญิง แค่ให้มุกเลี้ยงลูกได้ มีข้าวมีที่อยู่มุกกับลูกก็สุขสบายมากแล้ว”

มุกดาสำนึกเสมอว่าทำงานแค่แรงเดียวแต่กินอยู่สองคน แถมไม่ถูกหักเงินเดือนก็ถือเป็นบุญคุณท่วมท้น ถ้าจะมาส่งเสียลูกเธออีกคงไม่กล้ารับ

“แล้วมุกไม่อยากให้ลูกมีอนาคตเหรอ”

“เอ่อ อยากค่ะแต่มุกตั้งใจว่าจะรอเก็บเงินอีกสักสองปีแล้วค่อยส่งเรียนโรงเรียนวัดแถวนี้”

“แถวนี้มีโรงเรียนวัดที่ไหนกันมุก ใกล้ๆ ก็มีแต่โรงเรียนเอกชนที่ตาภีมเรียน ถ้าจะไปโรงเรียนวัดก็ต้องนั่งรถไปอีกสิบกว่าโลเชียวนะ”

เรือนผการู้ดีเพราะหมู่บ้านที่เธออยู่มีแต่คฤหาสน์ราคาไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน ไม่ได้อยู่ใกล้กับโรงเรียนวัดหรือเทศบาลที่ไหน

“แต่ว่ามุก...”

“เอาเถอะน่า เอาเป็นว่าให้ฉันกับคุณพี่ช่วยส่งเสียยัยวา อีกหน่อยมุกจะได้สบายมีลูกเลี้ยงดูไง ฉันกับคุณพี่เอ็นดูเราสองคนแม่ลูกมากนะ ฉันชอบคนขยันๆ แบบมุกและก็อยากให้เธออยู่กับฉันไปนานๆ”

“ขอบพระคุณค่ะคุณผกา” มุกดายกมือไหว้

“แต่มีอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอร้องเธอได้มั้ย ส่วนเธอจะตกลงหรือไม่ก็แล้วแต่เธอ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ฉันจะส่งยัยวาเรียนนะ มุกดาตอนนี้เธอมีคนรักรึยัง” เรือนผการู้แค่ว่าพ่อของวารินทร์นั้นเสียชีวิตไปแล้ว

“ไม่มีค่ะ”

“แล้วมีใครที่แอบชอบอยู่ในใจบ้างมั้ย”

“ไม่มีค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันอยากจะขอให้มุกมาช่วยดูแลคุณพี่เป็นบางคืนจะได้มั้ย”

“หมายความว่ายังไงคะคุณผกา” มุกดาไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

“มุกก็รู้ใช่มั้ยว่าฉันเองไม่ค่อย แข็งแรง ปรนนิบัติคุณพี่ไม่ได้ ฉันอยากขอให้มุกมาช่วยดูแลคุณพี่บ้างในบางคืน”

มุกดาเงียบอึ้งกับคำขอของเรือนผกา เธอรู้ดีว่าคุณบดินทร์คุณผู้ชายของบ้านนี้เป็นยังไง มุกดาเคยเห็นเขาควงผู้หญิงเข้ามานอนในบ้านแบบไม่เกรงใจคุณเรือนผกาที่เป็นเมียสักนิด

“ฉันไม่ได้จะบังคับนะ ฉันไม่ได้จะเอาเปรียบ ฉันมีค่าตอบแทนให้ มุกค่อยๆ คิดดูก่อนก็ได้ อย่าเพิ่งปฏิเสธฉัน ส่วนคำตอบจะเป็นยังไง ฉันก็จะส่งยัยวาเรียนหนังสือเหมือนเดิม”

มุกดากลับไปแล้ว เรือนผกายังนั่งถอนหายใจ เธอพยายามทำทุกวิถีทางที่จะยื้อสามีไว้ ยื้อตำแหน่งคุณผู้หญิงของบ้านหลังใหญ่ คุณผู้หญิงของเจ้าของธนาคารเอกชนยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ เธอเคยทำมาแล้วทุกวิถีทางแม้กระทั่งยกน้องสาวให้สามี

เรือนผกาแต่งงานกับบดินทร์เพราะผู้ใหญ่เห็นถึงความเหมาะสม ในขณะที่บดินทร์ก็ไม่ได้มีปัญหาหรือคิดคัดค้านอะไร ด้วยเห็นว่าผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาก็สวยสง่ารูปร่างน่าขยี้ถูกใจ

ครั้นพออยู่กินฉันท์สามีภรรยาได้ครบปีนั้น ความเสน่หาความรักใคร่ที่มีต่อตัวภรรยากลับลดน้อยลงเรื่อยๆ เหตุเพราะเรื่องบนเตียง

“ผกาพี่บอกให้อ้าขากว้างๆ ไง”

บดินทร์กำลังขยับโยกร่างกายแต่ท่อนขาเรียวกลับหนีบเอวเขาไว้เป็นอุปสรรคในการปลดปล่อยอารมณ์

“เอ่อ ค่ะ”

เรือนผกาทำตามคำที่สามีบอกเปิดทางสะดวกให้กระแทกได้ไม่กี่ทีก็มีอันให้ต้องหุบขาลงอีก บดินทร์รู้ดีว่าเธออาย

เรือนผกาถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม ถูกสอนให้รักนวลสงวนตัว เรื่องที่จะให้แสดงออกถึงความต้องการเบื้องต่ำนั้นไม่เคยมีอยู่ในหัวและด้วยความที่สุขภาพไม่แข็งแรงตั้งแต่เด็กจึงต้องอยู่ในสายตาพ่อแม่ตลอดเวลาซึ่งผิดกับน้องสาวคนเดียวของเธอที่ถูกเลี้ยงดูอย่างมีอิสระเสรี

ปีที่สองของการแต่งงานบดินทร์ก็เริ่มไม่กลับบ้าน เรือนผการู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเพราะความบกพร่องของตัวเธอจึงไม่กล้าบอกใครแม้แต่พ่อแม่

จนกระทั่งวันหนึ่งพ่อกับแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุในต่างประเทศ หลังงานศพเสร็จเธอจึงต้องเป็นผู้รับครองขวัญน้องสาวคนเดียวที่เหลืออยู่มาดูแล ที่น่าแปลกก็คือบดินทร์เริ่มกลับบ้านทุกวัน

เวลานั้นครองขวัญที่กำลังอยู่ในวัยสาวสะพรั่งต้องย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมบ้านกับเธอ

หกเดือนหลังจากนั้นบดินทร์ก็เดินเข้ามาบอกเธอว่าต้องการพาผู้หญิงที่เขาเลี้ยงไว้ข้างนอกเข้ามาอยู่ในบ้าน เขาอยากให้เรือนผการับทราบไว้

“ไม่นะคะคุณพี่!! จะทำแบบนี้กับผกาไม่ได้นะคะ ฮือๆๆๆ”

“ทำไมจะทำไม่ได้ ในเมื่อที่นี่เป็นบ้านของฉัน”

“แต่ผกาเป็นเมีย!!”

“เมียที่ให้ความสุขผัวไม่ได้นะเหรอ ฉันไม่หย่ากับเธอก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

บดินทร์เห็นแก่หน้าพ่อแม่แต่งงานยังไม่ถึงสามปีก็รีบหย่ารู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น อีกอย่างอนาคตเขาก็คิดจะลงเล่นการเมืองไม่อยากให้มีประวัติคาวฉาวว่าทิ้งเมียที่เพรียบพร้อมไปเอาเด็กสาวไซด์ไลน์มาเชิดหน้าชูตา

“ผกาจะปรับปรุงตัวนะคะ ฮือๆๆ”

“ฉันให้เวลาเธอมาเป็นปีแล้ว ถ้ามีปัญหานักฉันจะย้ายไปอยู่ข้างนอกเอง เธอพอใจมั้ย” คำพูดบาดใจ เรือนผกาส่ายหน้าทั้งน้ำตา

“ผกาจะทำตัวใหม่ จะทำให้คุณพี่พอใจให้ได้นะคะ ผกายอมทุกอย่างเลย ฮือๆๆๆ”

“จริงนะ” บดินทร์ถามยิ้มมุมปาก เรือนผกาพยักหน้าพร้อมๆ กับที่บดินทร์รูดซิปกางเกงลง

“งั้นอมสิ ใช้ปากของเธอทำจนกว่ามันจะแข็ง”

เรือนผกามองแก่นกายที่ยังนอนสงบราบภายใต้กางเกง เธอค่อยๆ นั่งลงคุกเข่า เอามือดึงกางเกงของสามีลงต่ำแล้วฝืนใจอ้าปากรับเอาตัวตนของสามีไว้ สองมือจับยึดที่หน้าขาแกร่ง

หน้าตาเคลิ้มฝันของบดินทร์ทำให้เรือนผกายิ่งเร่งลิ้นจนกระทั่งแท่งเนื้อในปากเหยียดขยาย แต่พอครั้นปลายลิ้นแตะโดนน้ำเมือกที่กำลังไหลอาบหัวหยัก เธอก็ผะอืดผะอมแล้วอาเจียนออกมาอย่างไม่ไว้หน้าสามี

“แค่กๆๆ แหวะ”

“แล้วอย่ามาโทษว่าเป็นความผิดฉันที่นอกใจเธอ!!”

บดินทร์โกรธจนสีหน้าดำคล้ำ เขาไม่เคยถูกผู้หญิงที่ไหนทำให้รู้สึกเสียหน้าได้มากขนาดนี้ บดินทร์รูดซิปปิดแก่นกายแล้วเดินออกจากห้อง กลับกลายเป็นเรือนผกาที่ถลาเข้ามากอดขาเขาไว้

“ผกาขอโทษ ฮือๆๆๆ คุณพี่อย่าโกรธผกาเลย ผการักคุณพี่มากนะคะ อย่าพาคนอื่นมาแทนที่ผกาเลยนะ ฮือๆๆๆ”

“รักเหรอ หน้าที่บนเตียงแค่นี้เธอยังทำไม่ได้ ก็เชิญนอนกอดทะเบียนสมรสต่อไปก็แล้วกัน”

“แล้วถ้าผกายกยัยขวัญให้คุณพี่ละคะ” ข้อเสนอของเรือนผกาทำให้บดินทร์หยุดชะงัก

“ผการู้นะคะว่าคุณพี่ชอบยัยขวัญ สายตาของคุณพี่มันบอกแบบนั้นมาตลอด”

“แต่น้องสาวเธอมีคนรักอยู่แล้ว” บดินทร์ลองเชิง

“ก็แค่ความรักแบบเด็กๆ เดี๋ยวพอเรียนจบก็ต้องแยกย้าย”

ครองขวัญตอนนี้เรียนอยู่ปีสุดท้าย เรือนผกาเคยเห็นคนรักของน้องสาวซึ่งดูรุ่นราวคราวเดียวกับครองขวัญในงานศพพ่อและแม่ของตัวเอง

“แล้วเธอจะทำยังไงให้ยัยขวัญยอมฉัน”

“คุณพี่ต้องสัญญาก่อนว่าถ้าได้ยัยขวัญแล้วจะไม่พาใครมาอยู่ที่นี่”

“ได้สิ ถ้าเธอทำได้อย่างที่ปากพูดฉันก็จะไม่พาใครมา ให้ฉันกลับบ้านทุกวันหรือนอนกับไม้กระดานอย่างเธอเป็นบางครั้งก็ยังได้”

เรือนผกาไม่คิดว่าคำพูดเสียดแทงจิตใจจะออกมาจากปากของสามี

“แล้วผกาจะบอกคุณพี่เมื่อถึงเวลา”

บดินทร์ยิ้มสมใจแล้วเดินออกจากห้อง ทิ้งให้เรือนผกานั่งหน้าเคร่งเครียดว่าจะทำยังไงกับสิ่งที่พูดไป เธอไม่อยากเป็นม่ายผัวหย่า ทั้งไม่อยากกลายเป็นเมียหลวงแต่จะทำยังไงในเมื่อต้องเลือกสักทาง

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น