ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : พ่อกับพี่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 135k

ความคิดเห็น : 139

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 16:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พ่อกับพี่
แบบอักษร

  

  

  

  

  

ตอนที่ 8 

พ่อกับพี่ 

[Mark Masa] 

  

  

  

  

ผมเก็บกระเป๋าของตัวเองแล้วหันไปเช็กของพี่วีอีกรอบ คนที่ทิ้งให้ผมเก็บกระเป๋าอยู่คนเดียวตอนนี้กำลังอาบน้ำอยู่ เข้าไปนานจนผมคิดว่าอีกสักพักเขาคงออกมา ผมกำลังจะกลับบ้าน ตอนแรกแม่บอกว่าให้บินไปพรุ่งนี้ แต่คนที่เสียดายค่าเครื่องบินเขาอาสาขับรถให้ บอกว่าเปลืองค่าน้ำมันแค่ไม่กี่ลิตร ดีกว่าเปลืองค่าเครื่องเยอะ 

เราวางแผนกันจะออกคืนวันเสาร์เช้าๆ อาจจะตีสองหรือตีสาม เพราะพี่วีอยากไปถุงกรุงเทพตอนที่ยังไม่สายมาก จะได้เตรียมตัวทันตอนเย็นด้วย แม้จะแค่ไปกินข้าวเย็นกับพ่อพี่เขาก็บอกว่าอยากเตรียมตัว

“มึงเลือกชุดให้กูแล้วใช่ไหม” พี่วีเดินเช็ดผมออกมา ผมเลยพยักหน้าให้

“เลือกแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรมากป้ะ” ผมถามกลับ

“กูก็อยากดูดีต่อหน้าพ่อของมึง” พี่วีว่า

“ก็ดีตลอดอยู่แล้วไง” ผมบอกกลับ

“เฮ้อ…กูก็กลัวจะทำมึงอายนี่” พี่เขาบอก

“ตลกเหรอ? พี่จะเต้นทุ่งลุยลายต่อหน้าพ่อเหรอ ก็แค่เดินไปกับผมแค่นี้เอง” ผมบอกกลับ พี่วีเลยเดินเข้ามาหา

“ครับ แค่อยู่ข้างๆ มาร์คใช่ไหมครับ” เสียงคนหล่อเริ่มอ่อนลงเมื่อรู้ว่าผมกำลังเอาแต่ใจตัวเอง

“ใช่ ก็แค่ไปด้วยกัน” นิสัยผมแต่เดิมมันชอบเอาแต่ใจ

“โอเค ไปด้วยกันทุกที่เลย” แล้วเขาก็ชอบเอาใจผม

หลังจากที่ผมโพสต์ตอบโต้อาการเรียกร้องความสนใจของเขา เราก็กลับมาที่ห้อง แล้วก็ง้อแบบที่พี่วีอยากให้ง้อนั่นแหละ มันจะจบที่แค่นั้นถ้าพี่วีไม่โพสต์รูปของผมตอนที่หลับอยู่ เหมือนกับครั้งนั้นที่พี่วีง้อผมจากเรื่องพี่พลอย มันเป็นรูปที่ผมหลับแต่ครั้งนี้นอนซุกอกพี่วี คำบรรยายภาพว่า ‘ที่ไม่ชอบทำอะไรหวานๆ เพราะคนนี้หวานที่สุดแล้ว’ หลังจากนั้นไม่นานพ่อผมก็โทรมา ท่านบอกว่ามันเกินไปแล้ว แต่พี่วีกลับตอบไปว่า นั่นมันแค่เศษเสี้ยวความโรแมนติกของเขา ที่พ่อของผมคงไม่เข้าใจ

“มึงว่าพ่อท่านจะฆ่ากูทันทีที่เท้าแตะพื้นบ้านมึงไหมวะ” พี่วีหันมาถามตอนที่กำลังจะออกรถ

“ก็พี่ไปกวนพ่อไว้อะ” ผมบอกกลับ

“ไม่ได้กวน กูก็พูดความจริง”

“…”

“จริงๆ นะ ก็กูเป็นคนโรแมนติกอะ” 

“อือๆ” ผมถอนหายใจออกมาแล้วตอบรับในลำคอ แล้วคนที่บอกว่าตัวเองโรแมนติกก็เริ่มทำหน้าหงอย แต่เขาก็ขับรถออกไปนั่นแหละ

“มึงรำคาญป้ะวะ” พี่วีหันมาถาม

“รำคาญอะไร”

“รำคาญกูเนี่ย เบื่อไหม? กูทำเกินไปหรือเปล่า” พี่วีว่าออกมา เขาไม่ได้มองหน้าผม พี่วีมองตรงไปข้างหน้าเหมือนตั้งใจขับรถมากๆ แต่เชื่อเถอะเขากำลังตั้งใจรอคำตอบจากผม

“พี่คิดมากเหรอ?” ผมหันไปถาม

“รักมากก็ต้องคิดมากสิวะ กลัวมึงไม่รักอะ” พี่วีบอก แล้วผมก็เผลอยิ้มออกมา อือ…เขินนั่นแหละ

ผมไม่ได้ตอบอะไรพี่วี แต่เอนตัวลงพิงหัวไหล่พี่เขาแล้วเล่นโทรศัพท์ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำอะไรแบบนี้เป็น ไม่คิดว่าตัวเองจะมาอ้อนไอ้คนตัวโตๆ ที่ชอบดุ ชอบน้อยใจแบบนี้ได้ ก็อย่างที่รู้ว่าผมมันชอบแบบตัวเล็กๆ อ้อนเก่งๆ แล้วก็สวยๆ หน่อย แต่พี่วีคือตรงข้ามหมดเลย ตรงข้ามทุกอย่าง แล้วที่พลิกมากๆ มันคือผมที่ตัวเล็กกว่า แล้วต้องอ้อนเขา แล้วทุกวันนี้ก็มีคนบอกว่าสวยขึ้นแล้ว

“ผมไม่เบื่อพี่หรอก” ผมบอก 

“เหรอวะ”

“อือ รักมากขนาดนี้จะเบื่อได้ไง” ผมบอกเขาแบบนั้น แล้วพี่วีก็หัวเราะออกมา 

“ถ้าไม่ติดขับรถกูจะถ่ายรูปมึงอัปตอนนี้เลย” พี่วีบอก

 

เราขับรถมาเรื่อยๆ พี่วีไม่มีการพักหรืออะไรทั้งนั้น เขาไม่ได้สลับให้ผมขับด้วย ขับคนเดียวจนเข้ามาในเขตกรุงเทพที่ตอนนี้ก็มีรถแล้ว ก็ธรรมดาแหละไม่ว่าจะเช้า จะสาย มันก็มีรถเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว สำหรับผมเมื่อก่อนมันไม่เป็นปัญหา แต่ตอนนี้เริ่มคิดว่าตัวเองใจร้อนขึ้นแล้วแหละ อาจจะเป็นเพราะตอนอยู่ที่นู้นรถไม่ได้เยอะขนาดนี้ แล้วก็ขับง่ายกว่านี้

 

“เลี้ยวขวานะ”

“ขวาไหนวะ”

“ตรงนั้นเลย” ผมชี้ไปช้างหน้า แล้วพี่วีก็ค่อยหักรถเลี้ยว ก่อนจะขับไปอีกสักพักแล้วก็เลี้ยวรถเข้าหมู่บ้านอีกที

“หลังไหนนะ” พี่วีหันมาถาม

“หลังสุดท้าย ทำไมจำไม่ได้เนี่ย มันจำง่ายจะตาย” ผมว่ากลับ

“ก็อยากให้มึงเตือนความจำ” พี่วีตอบกลับมาแล้วผมก็ต้องทำหน้าเอือม จำได้แต่อยากถามสินะ นิสัยของเขาแหละ เหมือนรู้ว่าผมคิดยังไง รู้ว่าผมรักแค่ไหน แต่พี่วีก็ยังอยากได้ยิน แม้ว่าผมจะทำให้เห็นเขาก็อยากจะได้ยินจากปากอยู่ดี

“คุณหนู~”

“มาร์ค เรียกผมว่ามาร์คไง” ผมบอกกับคนขับรถของพ่อที่ออกมารับเรา

“ครับๆ คุณมาร์คคุณวี เชิญเลยครับคุณท่านกำลังทานกาแฟอยู่ที่ห้องนั่งเล่นครับ”

“คุณแม่ล่ะ” ผมถาม

“อยู่ที่สวนครับ” ผมกำลังจะหันเท้าไปทางสวนแต่พี่วีกลับดึงแขนผมไว้แล้วมองเข้าไปในบ้านก่อน

“ไปไหว้พ่อก่อน”

กี่ครั้งๆ ผมก็ไม่เคยชินที่จะต้องเจอพ่อโดยไม่มีแม่ ไม่ใช่ว่ากลัว ไม่ได้กลัวพ่อแล้ว แต่มันเขินทุกครั้งที่ท่านมองมา เหมือนกับว่าเมื่อก่อนเราไม่เคยปฏิบัติต่อกันแบบนี้ พ่อไม่เคยทำเหมือนอว่ารัก และผมก็ก้าวร้าวกับพ่อมามาก พอมาเป็นตอนนี้ที่พ่อเป็นห่วง ที่พ่อหวง ที่พ่อชอบดุพี่วี ผมก็เลยรู้สึกเขินแปลกๆ

“คุณพ่อ สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้พ่อพร้อมพี่วี แล้วคนที่นั่งทานกาแฟแล้วอ่านหนังสือพิมพ์อยาก็ค่อยๆ วางหนังสือพิมพ์ลง

“ออกมาตอนไหน ทำไมถึงเช้าขนาดนี้” พ่อถามแล้วค่อยมองไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ผมเลยค่อยๆ ขยับเข้าไปนั่งด้วยโดยมีพี่วีมานั่งข้างๆ

“ตีสี่ครับ” พี่วีเป็นคนตอบ

“ขับเร็วอยู่นะ” ท่านว่าออกมาแล้วมองมาดุๆ 

“พี่วีขับรถเก่งมากครับ”

“แต่ฉันก็เป็นห่วงอยู่ดี รถก็ซื้อมาตั้งแพง ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาก็ต้องยุ่งยาก…”

“ห่วงลูกแล้วพูดถึงรถทำไมครับ” พี่วีเอ่ยถามกวนๆ เหมือนทุกครั้งที่พวกเขาคุยกัน ตอนแรกผมคิดว่าคงเป็นวันที่ดี คงไม่มีการกวนอะไรกันแต่เช้าแต่ดูแล้วมันไม่ใช่

“เงียบไปเลยนายน่ะ ไปอาบน้ำพักผ่อนได้แล้ว เจอแม่หรือยัง?”

“โอ้! มาถึงก็มาหาพ่อเลยเหรอคะ” เสียงหวานๆ ของแม่ผมดังอยู่ที่ประตูห้องนั่งเล่น แล้วทุกคนก็หันไปทางนั้น

“คุณแม่สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะวิวิศน์ มาสะด้วย อื้อ~ หล่อขึ้นหรือเปล่าเนี่ยลูกชายแม่” ผมอ้าแขนรับกอดของแม่ แล้วท่านก็กอดไปพลางลูบหัวผมไป 

“อยากกอดเหรอครับ” พี่วีถามพ่อ

“ไม่” แล้วท่านก็นั่งไขว้ห้างเอาหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านต่อ

“ไปกอดคุณพ่อสิลูก” แม่กระซิบบอกผม

“แม่…” ผมไม่เคยกอด จะมากอดอะไรล่ะ 

“ไม่อยากกอดพ่อก็มากอดพี่” พี่วีว่าแล้วอ้าแขนออก เท่านั้นแหละพ่อผมก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาตรงหน้าผมกับพี่วี

“มากอดพ่อ” พ่อว่าแล้วค่อยๆ อ้าแขนออกช้าๆ แล้วผมจะทำอะไรได้นอกจากลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในอ้อมกอดของพ่อแบบเก้ๆ กังๆ

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ” ผมบอกท่านตอนที่กอดท่านอยู่

“อืม” พ่อตอบรับในลำคอแค่นั้น แล้วลูบหัวผมเบาๆ ผมไม่รู้ว่าแม่กับพี่วีทำหน้าแบบไหน แต่เดาได้ว่าแม่ต้องพอใจ ส่วนพี่วีคงท้าทายพ่ออยู่ แต่พ่อผมคงทำหน้านิ่งๆ เหมือนเดิม แต่หัวใจของผมกับพ่อกำลังเต้นแรง คนละแบบกับพี่วีแต่มันก็ตื่นเต้นและมีความสุขมากๆ คล้ายๆ กัน

“ทานข้าวเลยไหมคะ หรือคุณว่ายังไง” แม่ถามหลังจากที่พ่อกับผมผละออกจากกัน

“กินเลย ลูกจะได้พัก เห็นว่าออกมาตั้งแต่ตีสี่”

“เหรอ? แล้วลูกวีขับรถมาคนเดียวเลยเหรอลูก มาสะได้ขับช่วยพี่เขาไหม” แม่ถาม

“พี่วีไม่ให้ขับ”

“ผมขับไหวครับ” พี่วีว่ายิ้มๆ ยิ้มแบบหล่อๆ แบบที่แม่ผมต้องยอมเอาชื่อเข้าทะเบียนบ้านแน่ๆ ถ้าพี่วีขอ อ้อ…แล้วก็ถ้าพ่อผมยอมด้วยอะนะ

“ทีหลังขับช่วยกันนะ เดี๋ยวพี่เหนื่อย”

“โอ๊ย แค่มากรุงเทพสี่ห้าชั่วโมงมันจะไปเหนื่อยอะไร” พ่อว่า

“คุณก็”

“ถ้าเหนื่อยก็ไปกินข้าว มา” พ่อบอกแบบนั้น ผมนึกว่าท่านจะเดินนำไปก่อน แต่เปล่าเลยท่านดึงแขนผมไปด้วย ปล่อยให้พี่วีเดินตามหลังมาอย่างเงียบๆ 

เรารับประทานอาหารเช้ากันอย่างครึกครื้น ผมจะถือว่ามันไม่เงียบแล้วกันเพราะแม่กับพี่วีคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ส่วนพ่อกับผมก็นั่งฟังเงียบๆ มีบ้างที่ท่านหืออือด้วย แต่ก็นั่นแหละ ส่วนใหญ่พ่อจะเป็นคนฟังมากกว่า ส่วนผมก็ตอบคำถามแม่บ้าง แต่ส่วนมากแล้วพี่วีจะเป็นตอบ เพราะผมกับแม่คุยกันอยู่บ่อยๆ 

“แล้วเรื่องงานเอาไง อยากทำที่ไหน” พ่อผมถามพี่วีหลังจากที่เช็ดปากเรียบร้อยแล้ว

“ผมดูๆ ไว้อยู่ครับ ที่ชลบุรี” พี่วีตอบ

“อืม…ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอก” พ่อว่าแล้วมองพี่วี ส่วนคนที่นั่งข้างผมก็มองตอบอย่างสุภาพ ถึงคราวจะจริงจังพวกเขาก็คุยกันเหมือนซีเรียส จนคนที่ลืมเรื่องนี้ไปแล้วอย่างผมรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา 

“ขอบคุณครับ”

“ไกลขนาดนี้ลูกชายแม่จะทำยังไงเนี่ย” แม่ที่สังเกตเห็นหันมาถาม มือสวยลูบหัวผมเบาๆ เหมือนท่านรับรู้ว่าผมไม่ค่อยอยากให้เขาไปเท่าไหร่

“ผมต้องคิดถึงมาร์คมากแน่ๆ ครับ” พี่วีเป็นคนตอบแทน เพราะผมยังเงียบอยู่เหมือนเดิม

“ก็ไปหากันสิ จะซื้อบ้านไว้เลยไหมล่ะ” พ่อว่าแล้วมองมาที่ผม

“คือ…”

“ไปกลับก็ได้ครับ ผมคิดว่ารอให้อะไรมันแน่นอนก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะอยู่นานหรือว่าจะเอายังไง” พี่วีตอบ

“ไปสัมภาษณ์ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องทำ มันจะเสียเวลาทั้งเขาแล้วก็เรา” 

“ครับ”

“ส่วนเราก็ไปๆ มาๆ ก็ได้เนอะ ไม่ไกลหรอกลูก” แม่ว่ากับผม

“ผมไม่ได้อะไร” ผมตอบกลับ ปากบอกไม่ได้อะไร แต่ใจก็อยากซื้อบ้านไว้แบบที่พ่อว่านั่นแหละ

“นั่นสินะ ช่วงนี้ก็เก็บชั่วโมงหวานไปเนอะ” แม่ว่าแล้วยิ้มแซว

“แม่…ไม่ได้หวานสักหน่อย” ผมบอกกลับ

“เหอะ รูปคู่ทุกวัน” พ่อว่าแล้วมองไปที่พี่วี

“โพสต์แบบนั้นมันไม่ส่งผลกับคุณพ่อใช่ไหมครับ ผมหมายถึงเรื่องงานของท่าน การที่ผมคบกับมาร์คมันส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อธุรกิจของคุณพ่อหรือเปล่าครับ” พี่วีถาม แล้วพ่อก็เลยสบตาพี่วีตรงๆ

“ทำไมคิดแบบนั้น” ท่านถาม

“ก็ผม…เป็นผู้ชาย” ผมหันมองพี่วี แล้วก็หันไปมองพ่ออีกที ไม่ใช่ไม่คิดเรื่องนี้ พี่วีเองก็อาจจะคิดเมื่อก่อนพี่เขาเลยไม่ค่อยแสดงออกผ่านทางโซเชียลมากนัก แต่หลังๆ มานี่มันบ่อยจนพ่อทัก พี่วีก็คงจะคิดมากเป็นธรรมดา

“ไม่ อยากทำอะไรก็ทำ” พ่อบอก ผมเลยยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“ขอบคุณครับ”

“แต่น้อยๆ หน่อยก็ดี รูปบนเตียงก็เพลาๆ ลงบ้างก็ดี เดี๋ยวนายตามหวงลูกชายฉันไม่ทัน” 

“แค่กๆ” ผมสำลักออกมา เมื่อได้ยินท่านว่าแบบนั้น แก้มผมเกิดร้อนขึ้นมาเมื่อท่านมองมาที่ผม 

“นี่พ่อตาม…”

“เห็นหมดแหละค่ะ เห็นก่อนแม่ด้วยซ้ำ” แม่ว่าแล้วปรายตามองพ่อ ก่อนจะหันมายิ้มให้ผม 

พ่อรับของหวานมาทานต่อเงียบๆ มองผมกับแม่เงียบๆ แล้วหันไปหาพี่วี พี่วีก็มองสบตากับท่านแล้วค่อยก้มลงกินของหวานของเขาต่อ มื้ออาหารของเราจบลงอย่างง่ายๆ แล้วเราสองคนก็ค่อยขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า คิดว่าจะนอนสักงีบแล้วค่อยลงไปข้างล่างอีก พ่อไม่ได้มีแพลนอะไร หรือแม่มีแล้วไม่บอกพ่อผมก็ไม่รู้ แต่ผมยังไม่รู้ว่าวันนี้จะเป็นแบบไหน ปกติมันต้องอยู่ที่โรงแรมสักที่ มีความวุ่นวายของธุรกิจของพ่อ แต่ปีนี้ท่านบอกว่าอยากอยู่บ้าน

 

“มึงว่าพ่อแซวแรงไปไหมวะ” พี่วีว่าตอนที่เราเข้ามาอยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่พ่อพูดแบบนั้นทั้งผมและพี่วีก็เงียบไปเลย สำหรับผมคือเขิน แต่พี่วีผมไม่รู้ว่ายังไง

“ทำไม”

“กูจะกล้าทำอีกไหมเนี่ย ทำไมหวงมึงขนาดนี้วะ” พี่วีว่าให้ผมได้งง

“หมายถึงพี่หรือพ่อที่หวงผม”

“พ่อสิ หวงมากกว่ากูอีกมั้ง ถ้าหวงมึงกับกูก็คือหวงมากกว่ากูแล้วแหละ” พี่วีบอก

“มันก็ปกติไหมอะ พ่อก็...ต้องหวงผมแหละ” ก็ผมมันลูกคนเดียวนี่ เมื่อก่อนเข้าใจว่าพ่อไม่รัก แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าพ่อรักมาก

“เออ แล้วงี้ถ้าพ่อแม่กูมาขอเขาจะยกมึงให้กูไหมเนี่ย”

“...”

“จริงจังนะ หรือกูจะซื้อบ้านที่ชลบุรีแบบเขาบอก แล้วบอกว่าเป็นเรือนหอดีวะ ถ้าแบบนั้นคือต้องแต่งเท่านั้นอะ มึงห้ามปฏิเสธด้วย”

“...”

“มึงอย่าเงียบสิ กูจริงจังนะ ช่วยกูคิดก่อน”

“นอนสักงีบนะ เดี๋ยวบ่ายๆ แม่มาปลุกไปข้างล่าง” ผมบอกแล้วพยักหน้าให้เขา

“มาร์คคค”

“นอน” ผมบอกแบบนั้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำ

อยากรู้จริงๆ ว่าพี่วีเป็นอะไร อาการอ้อน แล้วก็เพ้อมากเกินไปแบบนี้มันต้องมีสาเหตุ แต่แค่ว่าตอนนี้ผมยังหาสาเหตุไม่ได้ และรู้สึกว่าความคิดพี่เขามันน่าตีมากๆ ก็เถอะ จะมาขงมาขออะไร หนีตามพี่เขาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ

ผมเดินออกจากห้องน้ำหลังจากทำธุระเสร็จ แล้วคนที่บอกแม่ว่าขับรถไหวแบบไม่เหนื่อยก็หลับแบบนิ่งสนิทอยู่ที่เตียง ถึงจะไม่ไกลมากแต่พี่วีก็ขับแบบไม่พัก มันจะเหนื่อยก็ไม่แปลกหรอก ผมเดินเข้าไปสำรวจคนที่อารมณ์เหวี่ยงเหวี่ยงมาแล้วคิดถึงสิ่งที่เขาพูด เรื่องที่ผมจะเบื่อพี่วีไหมหรือเคยรำคาญใจเพราะเขาหรือเปล่า หน้าตาของเขาไม่ได้ทำให้ผมเบื่อสักนิดแม้ว่าจะนอนอยู่ เขาไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเฉยๆ ได้เลยแม้ว่าเขาไม่ขยับ เขาไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกรำคาญหรือไม่ชอบใจอะไรเลย มากกว่านั้น แม้ว่าเขาจะนอนเฉยๆ เขายังมีสามารถทำให้หัวใจผมเต้นแรง

“มานอนกับกู” เสียงเหนื่อยๆ ว่าอย่างนั้น ผมเลยทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เขา

“ไม่อาบน้ำเหรอ”

“จะกอดมึง” ไม่ได้หรอกคำตอบของคำถาม ได้แค่คำพูดอู้อี้แบบนั้นแล้วก็แขนหนาๆ ที่ตวัดเอาตัวผมเข้าหา แล้วจังหวะที่ผมพลิกตัวเข้าไปในอ้อมกอดพี่วี ตาผมก็เหลือบไปเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตู

“พ่อ...”

“อืมมม” พี่วียังไม่รู้ตัวว่าพ่อยืนอยู่ตรงนั้น หรือไม่เขาอาจจะรู้แต่ก็กำลังกวนพ่ออยู่

“จะมาบอกว่าบ่ายสามลงไปทำกับข้าวช่วยแม่หน่อย” พ่อว่าแล้วเดินเข้ามาในห้องของเรา แต่ผมก็ไม่สามารถลุกขึ้นไปคุยกับท่านดีๆ ได้

“ครับ คือ...”

“นอนเถอะ น่าจะง่วงจริงๆ” พ่อบอกแบบนั้นแล้วยืนมองพี่วีที่ซุกผมไม่ปล่อย

“ครับ”

“อืม”

“พ่อ…” ผมเรียกแล้วมองไปที่ท่านอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“อะไร”

“อยาก…ทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ” พ่อเงียบไปเมื่อผมถามแบบนั้น ท่านเงียบอยู่นานมากก่อนจะขยับปากพุดออกมา

“…ไข่ม้วน” ท่านว่าแล้วหมุนตัวกำลังจะออกไป

“พ่อครับ!” ผมเรียกท่านไว้ก่อนที่ท่านจะเดินกลับ แล้วท่านก็หันกลับมามองผม

“อะไร”

“พ่อชอบพี่วีไหม”

“...ก็ดี” นานนับนาทีกว่าพ่อจะพูดออกมา คำว่าก็ดีของพ่อมันไม่ได้มาพร้อมกับความเย็นชาเหมือนทุกครั้ง เพราะผมสบตากับพ่ออยู่ แล้วก็รู้ว่าท่านยิ้มตอนพูดคำนั้น คำว่าก็ดีที่หมายความว่าดี แต่ไม่อยากให้คนที่พูดถึงได้ใจ แต่พ่อผมคิดผิดแล้วล่ะ เพราะแรงกระชับกอดของพี่วีมันแน่นขึ้น บ่งบอกว่าเขารู้ว่าพ่อพูดอะไร แค่ไม่รู้ว่าทำหน้าแบบไหนแค่นั้นเอง

“เขาชอบกู” เสียงแหบว่าข้างหูผม

“พ่อบอกแค่ว่าก็ดี”

“นั่นแหละเขาชอบกู” ถ้าจะรู้จักและทันกันไปทุกคำพูดแบบนี้ มันก็สมควรที่พี่วีจะเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้แล้วไหม เขาควรจะเป็นลูกคุณพ่อมากกว่าผมซะอีก

ผมนอนให้พี่วีกอดอยู่บนห้องต่ออีกสักพักแล้วค่อยลุกลงมาข้างล่าง แม่กำลังเตรียมตัวทำขนม ท่านหันมาหาผมแล้วส่งยิ้มหวานๆ มาให้ เชื้อเชิญให้ผมเดินเข้าไปอ้อน แล้วผมก็เข้าไปอ้อนแม่จริงๆ

“คิดถึงจังเลย” แม่บอกแล้วลูบหัวผมเบาๆ

“ผมก็คิดถึงแม่ครับ” ผมบอกกลับแล้วหอมแก้มท่านเบาๆ

“เห็นพี่เขาบอกว่าทำกิจกรรมหนักเหรอลูก”

“ก็หนักอยู่ครับ แต่ผมก็ไหวอยู่ ว่าแต่…ไปคุยกันตอนไหน” ผมเอียงคอถามแล้วแม่เลยยิ้มให้

“หลายตอนแล้ว”

“ไม่เห็นรู้เรื่อง” ผมว่ากลับ

“แม่จะให้พี่เขาเป็นสายสืบให้ ว่าลูกชายแม่ไปซนที่ไหนไหม” แม่ว่า

“จะซนที่ไหนได้ล่ะ คนนั้นเขาเฝ้าตลอด” ผมว่าพลางคิดถึงหน้าคนที่พูดถึง ตอนนี้กระดิกไปไหนได้ แค่จะออกไปกินข้าวพี่วียังไปด้วยเลย

“พี่เขาบอกแม่ว่ากลัวเราเบื่อ” ผมผละออกมาแล้วมองค้อน ค้อนให้คนที่นอนไม่รู้เรื่องอยู่ตอนนี้และค้อนให้แม่

“เบื่ออะไรล่ะครับ”

“เบื่อที่พี่เขาเฝ้าลูกมากไปไง” แม่ว่า

“ผมไม่เบื่อหรอก”

“ก็บอกเขาหน่อยว่าไม่เบื่อ เขาจะได้รู้” เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ผมหันไปมอง พ่อยืนอยู่ตรงนั้นและกำลังเดินมาทางนี้

“วีเขาคุยกับคุณเหรอคะ”

“ไม่ เขาไม่ได้คุยกับผม แต่จากที่ดูๆ ผมคิดว่าเขาน่าจะกังวลเรื่องนี้” ผมมองพ่อกับแม่ตาปริบๆ โดยเฉพาะพ่อที่มารู้ได้ไงว่าพี่วีกังวล ขนาดผมยังดูไม่ออกเลย

“พ่อกับแม่รู้ได้ไงครับ พี่เขาไม่กังวลอะไรแบบนั้นหรอก”

“อย่าคิดไปเอง” พ่อบอกผมเสียงดุๆ แล้วมองลงมา

“อย่าดุลูกค่ะ พ่อเขาแค่อยากให้เราใส่ใจพี่เขาให้มากขึ้น เพราะพ่อเขาเคยเป็นแบบนั้นมาก่อน” ประโยคหลังแม่กระซิบข้างหูผม

“เคยเป็น?”

“เคยคิดว่าแม่เบื่อ จนเกือบจะปล่อยมือแม่ไปแล้ว” ผมหันกลับไปหาพ่อที่ยังยืนนิ่งอยู่ ท่านไม่เหมือนคนที่จะเป็นแบบนั้น ท่านน่าจะเป็นคนที่ไม่แคร์อะไรเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้

“อย่าคิดแค่หวงไม่หวง คิดให้มากกว่านั้น คิดให้ครบทุกรายละเอียด” พ่อบอกผม 

“ครับ”

“ผม...แค่ไม่คิดว่าพี่วีจะคิดแบบนั้น” ผมบอกออกไป เพราะผมรักพี่วีมาก ไม่มีหรอกวันที่ผมจะเบื่อพี่วี ไม่มีหรอกวันที่ผมจะอยากให้เขาเลิกหวงผม ผมอยากให้เขาพูดบ่อยๆ ด้วยซ้ำ อยากรู้ว่าเขาหวงผมแค่ไหน อยากให้เขาสนใจและตามติดผมตลอดเวลา มันไม่มีเลยความรู้สึกเบื่อหรือรำคาญ เพราะไม่เคยคิดเลยว่าจะมี ผมเลยไม่คิดว่าพี่วีจะคิดแบบนั้น

“แม่ก็รักพ่อมาก ไม่รู้ว่าพ่อจะคิดว่าแม่เบื่อ แต่พ่อเขาก็คิดแบบนั้น”

“ผม...ควรทำยังไงดีครับ”

“ถามพ่อเขาดูสิ ตอนนั้นฉันทำยังไงนะคะ” แม่บอกผมแล้วหันไปถามพ่ออีกที

“คุณพาผมเข้าบ้าน แล้วบอกว่าจะแต่งงานกับผม”

“ห้ะ?”

“คิก!” เสียงหัวเพราะของแม่คือสิ่งที่ยืนยันคำพูดของพ่อได้ดีว่าจริงแค่ไหน ผมไม่เคยรู้ว่าพวกท่านรักกันยังไงหรือผ่านอะไรมาบ้าง เพราะผมไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้กับพวกท่าน อย่างที่รู้ว่าเมื่อก่อนผมก็ใส่ใจแค่ตัวเอง เอาแต่ใจ แล้วก็ไม่สนิทกับพ่อ นี่คือสิ่งใหม่ๆ ของพ่อกับแม่ที่ผมรู้ และผมก็แปลกใจมากๆ ตอนที่รู้ว่าแม่ทำอะไรแบบนั้น

“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่ามาร์คต้องพาผมเข้าบ้าน แล้วขอผมแต่งงานใช่ไหมครับ” พี่วีว่าพลางเดินเข้ามาหาพวกเรา ตาสวยมองมาที่ผมก่อนจะมองไปที่พ่อ แล้วสบตากับพ่อผมแบบนั้น จนพี่เขาเดินเข้ามาใกล้ พ่อผมถึงยิ้มที่มุมปากแล้วพูดออกไปเบาๆ

“ฝันอยู่เหรอ”

“ก็คุณพ่อบอกเองนี่ครับ ว่าคุณแม่ทำยังไง” พี่วีว่ากลับ

“บอกว่าทำยังไง ไม่ได้บอกให้ทำตาม” พ่อผมว่าแล้วมองพี่วีดุๆ ดุแบบที่เมื่อก่อนผมคงกลัวจนโกรธที่พ่อมองผมแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมไม่กลัวแล้ว และพี่วีเองก็ยิ้มตอบพ่อด้วย

ไม่กลัวพ่อผมหน่อยเหรอวะ

“ว้า~ นึกว่าจะได้เป็นลูกเขยคุณพ่อซะแล้ว” พี่วีบอกแล้วเดินมาหาผม 

“อีกไกล” พ่อผมพูดแค่นั้นแล้วเดินออกจากห้องครัว แต่ก่อนจะเดินออกไปผมเห็นท่านสบตากับพี่วี แล้วมุมปากของสองคนนี้ก็กระตุกพร้อมๆ กัน

“อย่าไปถือสาพ่อเขาเลยลูก” แม่ผมบอก

“คำนี้ผมต้องพูดกับพ่อครับ ว่าอย่าถือสาพี่วีเลย”

“อ้าว!”

“ก็พี่ไปกวนพ่อ” ผมบอกกลับ

“ก็พ่อพูดแบบนั้นเอง” พี่วีก็เถียงกลับ

“พ่อก็พูดจริงนั่นแหละลูก” แม่ว่า

“นี่แม่...ทำแบบที่พ่อว่าจริงๆ เหรอครับ” ผมถามกลับ

“ที่พาพ่อเข้าบ้านน่ะเหรอ?”

“ครับ”

“จริงจ้ะ”

“แล้วขอ...”

“ใช่ แม่ขอพ่อแต่งงงานเอง เห็นแบบนั้นเมื่อก่อนพ่อเขาไม่ค่อยกล้ากับบ้านแม่หรอกนะ เพราะคุณหญิงแม่...หมายถึงคุณยายน่ะ ท่านยังคงธรรมเนียมเก่า แล้วก็ยึดอะไรแบบเดิมๆ อยู่ พ่อเขาก็ไม่ใช่ไทยแท้ บ้านแม่ก็ไม่ค่อยอยากให้คบ ตอนนั้นหนุ่มๆ จีบแม่เยอะ แต่แม่ก็มีแค่พ่อคนเดียวนั่นแหละ ช่วงหนึ่งเขาคิดว่าแม่เบื่อเขา แต่ช่วงนั้นแม่มั่นใจแล้วว่ายังไงก็ต้องคนนี้แหละ แม่เลยพาพ่อเขาไปหาคุณตาคุณยาย แล้วบอกคุณตาคุณยายว่าอยากอยู่กับคนนี้...ตลอดไป” แม่เล่าแล้วยิ้มไปด้วย ให้ผมได้นึกภาพตาม

“แล้ว...คุณตากับคุณยายยอมเหรอครับ

“ยอมสิคะ ยอมให้แม่แต่ง แต่กว่าจะยอมรับพ่อจริงๆ ก็นาน พ่อเขาต้องทำหลายอย่าง จนมีทุกวันนี้ เขาบอกเสมอว่าทุกอย่างที่ทำก็เพื่อแม่” แม่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ แล้วมองไปที่พี่วีอย่างมีความหมาย

“คุณพ่อ...เท่จังเลยนะครับ” พี่วีบอก

“เท่ที่สุดเลยจ้ะ”

“พี่ก็เท่แบบพ่อบ้างสิ” ผมพูดกับพี่วี

“ขอแต่งงานก่อนสิ” พี่วีตอบแล้วยักคิ้วให้ผม 

“…” ผมเองก็มองหน้ากลับไปอย่างไม่รู้จะตอบอย่างไร มองไปที่แม่ท่านก็มองมายิ้มๆ

“พ่อเราอยู่ไหนแล้วนะ” แม่ว่าแล้วทำเหมือนมองหาพ่อ แต่นั่นแหละท่านแค่อยากปลีกตัวออกจากตรงนี้ก็แค่นั้น

“ว่าไง ไหนบอกอยากเห็นกูเท่ ขอแต่งงานก่อนสิ” พี่วีว่าแล้วส่งยิ้มหล่อๆ ให้ผม

“พ่ออยู่…” ผมเลือกที่จะเมินคำถามของพี่วีแล้วมองไปที่ประตูห้องครัว ก่อนที่จะพูดจบประโยคผมก็เห็นคนที่เดินออกไปแล้วยืนอยู่ตรงนั้น พี่วีเองก็มองตามผมก่อนที่ตาสวยๆ นั่นจะโตขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

“วิวิศน์! มาจัดสวน!” 

 

 

 

 

 

 

#กลรักรุ่นพี่2 

19/8/2020 

ความอยากเท่เหมือนพ่อตาของพี่วีนี่มันเฮ้ออออยาวๆ ได้เลยนะคะ บางทีก็ชอบเวอร์ชันหลงน้องแคร์น้อง บางทีก็ชอบเวอร์ชันกวนพ่อตาแบบนี้อยู่เหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละค่ะทุกคนจะเรียกพ่อของน้องมาร์คว่าพ่อตาก็ยังเรียกได้ไม่เต็มปากนะคะ เพราะน้องมาร์คยังไม่ขอพี่วีแต่งงานเลยค่า พูดเรื่องแต่งงานแล้วก็ชอบความรักของแม่ที่มีต่อพ่อของน้องมาร์คนะคะ มันน่ารักมากเลยทั้งสองคน ทั้งแม่ที่พยายามจะมีพ่ออยู่ในชีวิตแล้วก็พ่อที่พยายามทำทุกอย่างเพื่ออยู่ข้างๆ แม่ หวังว่าพี่วีกับน้องจะเป็นแบบนั้นนะ อย่างไรก็ตาม ขอให้น้องมาร์คขอพี่วีแต่งงานไวๆ นะคะ 

Twitter : @pflhzt 

Faddist : faddist 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว