email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2563 10:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1.1
แบบอักษร

 

 

การลบไม่ได้ช่วยให้ลืม

ท้องฟ้าวันนี้ดูสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมาปวีณ์ลืมตาขึ้นมาอย่างสดชื่น เขาอาจจะรู้สึกยังไม่คุ้นเคยกับการที่ตื่นมาคนเดียวบนเตียงกว้างแต่จะต้องไปแคร์ทำไมมันก็แค่ความเคยชินเท่านั้นนี่มันเพิ่งจะผ่านไปแค่สองวันเองนะที่เขาได้กลับมาใช้ชีวิตแบบชายโสดอีกครั้ง เขาควรจะต้องดีใจซีนะถึงจะถูกที่ไม่ต้องมีใครมาบ่นให้รำคาญตั้งแต่ตื่นนอน

ร่างสูงใหญ่ที่ใส่เพียงกางเกงนอนขายาวตัวเดียวหยัดกายขึ้นจากที่นอนบิดขี้เกียจไล่ความง่วงเหงาหาวนอนออกไปก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เรือนร่างของปวีณ์นั้นสุดแสนจะเพอร์เฟคด้วยเป็นคนชอบออกกำลังกายทุกชนิดและใส่ใจกับการดูแลรูปร่างเป็นพิเศษ ปวีณ์มีมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรงไปทุกสัดส่วนทั้งกล้ามท้องที่เป็นรอนชัดเจนวงแขนแข็งแรงด้วยมัดกล้ามช่วงขายาวผิวขาวสะอ้านไร้ตำหนิ ทั้งยังมีใบหน้าหล่อเหลาที่สาวๆ เห็นแล้วหัวใจละลาย ปวีณ์จึงยิ่งรู้สึกคึกคักที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตได้เต็มที่อีกครั้ง

ร่างสูงใหญ่กำยำเคลื่อนตัวไปหยุดยืนส่องกระจกแล้วยิ้มพรายพลางบอกกับตัวเองว่า “ วันนี้ต้องเป็นวันที่ดีของเรา ” ก่อนจะสาวเท้าอย่างกระฉับกระเฉงไปที่ห้องน้ำเพื่อจัดการทำความสะอาดร่างกายผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเรียบร้อยแล้วจึงออกจากห้องนอนพาตัวเองไปที่เคาร์เตอร์ครัวเพื่อเปิดเครื่องชงกาแฟ ครัวของปวีณ์เป็นเพียงครัวเล็กๆ ที่ไม่ได้มีเครื่องครัวมากนักเพราะเขาไม่ชอบทำอาหารส่วนใหญ่จะกินมาจากข้างนอกเสียมากกว่า ภายในครัวจึงมีเพียงเคาร์เตอร์วางเครื่องใช้ที่จำเป็นอย่างเช่นเครื่องชงกาแฟ ไมโครเวฟ ที่เก็บจานชามซึ่งมีเพียงไม่กี่ใบ อ่างล้างจานก็เป็นอ่างเดี่ยวขนาดเล็กที่รวมอยู่ในเคาร์เตอร์ครัว ขนาดในตู้เย็นยังไม่มีของสดประเภทเนื้อหรือผักแช่อยู่เลยมีเพียงเครื่องดื่มและนมเท่านั้นที่ถูกแช่เอาไว้

เสียงเครื่องชงกาแฟดังขึ้นบอกให้รู้ว่ากาแฟของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้วปวีณ์จึงยกถ้วยกาแฟดื่มโดยไม่ใส่นมหรือน้ำตาลแม้แต่ก้อนเดียว เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ปวีณ์จึงหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับสาย

‘ ว่ายังไงไอ้หนุ่ม ’ เสียงห้าวทุ้มเอ่ยทักทายปลายสาย

‘ มึงแต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหม ’ ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

‘ เสร็จแล้ว มึงจะโทรมาเร่งกูทำไม ’ ปวีณ์น้ำเสียงไม่สบอารมณ์

‘ ก็ลูกค้ามาถึงสตูดิโอแล้วแต่ช่างภาพยังมาไม่ถึง มึงจะให้กูบอกลูกค้ายังไงวะ ’ ปลายสายดูจะมีอารมณ์ขึ้นมาบ้าง

‘ กูขี่มอร์เตอร์ไซค์แค่ไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงแล้ว มึงก็คุยกับลูกค้าไปก่อนแล้วกันกูจะรีบไป ’ ปวีณ์รับคำแล้วรีบดื่มกาแฟรวดเดียวจนหมดถ้วย ก่อนเดินไปหยิบกุญแจรถมอร์เตอร์ไซค์หมวกกันน็อคสีดำปลาบพร้อมเป้สะพายหลัง สาวเท้าเร็วออกจากห้องทันที

ปวีณ์เป็นช่างภาพอิสระที่มีฝีมือและค่าตัวแพงพอสมควร เขามักจะรับงานถ่ายภาพทุกอย่างทั้งคน สัตว์ ธรรมชาติแต่ที่ถนัดมากที่สุดคือภาพธรรมชาติเพราะเขาเคยเป็นช่างภาพของนิตยสารท่องเที่ยวฉบับหนึ่งที่ปิดตัวไปแล้ว ตอนนี่เขากับเพื่อนลงทุนเปิดสตูดิโอถ่ายภาพโดยใช้ตึกเก่าของเพื่อนเป็นที่ทำการ

เพียงไม่ถึงสิบห้านาทีรถมอร์เตอร์ไซค์บิกไบค์สีดำของปวีณ์ก็เข้ามาจอดที่หน้าสตูดิโออย่างที่เขาบอกจริงๆ ร่างสูงใหญ่ลงจากหลังรถมอร์เตอร์ไซค์ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปในสตูดิโอ

สายลมอ่อนพัดมาจากแม่น้ำเทมส์ทำให้แพรวารู้สึกเย็นสบายเธอไม่รู้เลยว่าเดินออกมาไกลจากที่พักมากแค่ไหนแล้ว ในตอนนี้เธอหยุดยืนดูวิวแม่น้ำที่ตรงกลางสะพานเวสต์มินเตอร์มองออกไปยังวิวแม่น้ำเบื้องหน้าแล้วถอนหายใจ ถึงบริเวณนี้จะที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดได้ว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของลอนดอนที่มีทั้งพระราชวัง ที่ทำการรัฐสภาอังกฤษแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกหดหู่ในใจของแพรวาลดลงได้เลย กลับกันเธอยิ่งคิดถึงอดีตสามีที่เคยมาเที่ยวที่นี่ด้วยกันมากขึ้นไปอีก แพรวาจำได้ดีเหมือนมันเพิ่งจะผ่านไปได้ไม่นานทั้งที่จริงๆ แล้วเขาและเธอมาด้วยกันตอนที่แต่งงานใหม่ๆ เพื่อฮันนีมูลมันก็ผ่านไปกว่าห้าปีแล้วสองแขนกลมกลึงกอดตัวเองเอาไว้แน่นน้ำใสรื้นขึ้นมาที่ตาคู่สวย แพรวาสูดลมหายใจเข้าเงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำใสนั้นไหลออกมาให้ใครได้เห็น

“ ขอโทษนะคะ ” เสียงแหลมใสของนักท่องเที่ยวดังขึ้นข้างๆ ตัวเธอทำให้แพรวาต้องหันหน้าไปตามเสียงเรียกที่ดังมา

“ มีอะไรให้ฉันช่วยหรือคะ ” แพรวาถามอย่างสุภาพ

“ คุณช่วยถ่ายรูปให้เราสองคนได้ไหมคะ ” เธอพูดภาษาอังกฤษปนสำเนียงจีนฟังดูแปร่งๆ แต่แพรวาก็เข้าใจเธอจึงรับเอากล้องถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวหญิงคนนั่นมาแล้วถ่ายรูปให้เรียบร้อยแล้วจึงส่งกล้องกลับไปให้

“ ขอบคุณมากๆ นะคะ ” นักท่องเที่ยวหญิงรับเอากล้องถ่ายรูปคืนไปและเดินจากไปพร้อมคู่รักของเธอ ดวงตาคู่สวยจึงมองตามไปแล้วถอนหายใจอีกครั้ง

แพรวานึกขึ้นมาได้ว่าเธอเองก็ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลยสักรูปตั้งแต่มาถึงที่นี่ แพรวาจึงหยิบเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเธอขึ้นมามองหาวิวที่คิดว่าดีที่สุดจัดการตารวจดูใบหน้าของตัวเองแล้วจึงบรรจงถ่ายรูปสองสามรูปจัดการนำรูปภาพพวกนั้นอัพโหลดลงในแอพพลิเคชันยอดฮิต เผื่อใครบางคนเข้ามาดูจะได้รู้ว่าเธออยู่ดีมีสุขมากแค่ไหน อากาศในเวลานี้เริ่มเย็นลงทุกทีลมก็พัดมาแรงขึ้นแพรวาจึงตัดสินใจกลับบ้านพักของเธอซึ่งเป็นบ้านของบิดาและมารดาที่ย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ตั้งแต่เธอเรียนชั้นมัธยมปลาย แต่แพรวาไม่ได้ตามมาด้วยเพราะเธอเป็นห่วงปู่กับย่าที่อยู่เมืองไทยเธอจึงเลือกที่จะอยู่เมืองไทยกับพวกท่าน

แพรวากลับมาถึงที่บ้านก็เข้าไปช่วยมารดาเตรียมอาหารเย็นในครัวส่วนบิดาของเธอกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ที่สวนเล็กๆ หน้าบ้าน เวลาใกล้จะค่ำลงทุกทีแล้วไม่นานอาหารเย็นซึ่งเป็นอาหารไทยอย่างง่ายๆ สองสามอย่าง ทั้งสามคนนั่งลงที่โต๊ะอาหารพร้อมหน้าบิดาของเธอก็เริ่มต้นบทสนทนาด้วยความรักและเป็ฯห่วงลูกสาวเพียงคนเดียว

“ วันนี้เป็นยังไงบ้างแพร ลูกไปเดินเที่ยวที่ไหนมาบ้าง ” เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

“ แพรไปเดินเล่นแถวแม่น้ำค่ะพ่อ วันนี้อากาศดีเลยเดินไปได้ไกล ” แพรวาตอบด้วยรอยยิ้มที่พยายามแสดงให้บิดาเห็นว่าเธอมีความสุข

“ ดีลูก อุดอู้อยู่แต่ในบ้านมันน่าเบื่อได้ออกไปเดินเล่นบ้างอารมณ์จะได้ดีขึ้น ” บิดาของเธอยิ้มอย่างรักใคร่

“ พรุ้งนี้ที่บ้านของป้ามาเรียจะจัดปาร์ตี้ที่สนามหญ้าหน้าบ้านเธอให้แม่ชวนลูกไปด้วย ” มารดาของเธอเอ่ยขึ้นบ้าง

“ ค่ะ แพรจะไปค่ะ ” แพรวารับคำมารดา

“ ป้ามาเรียต้องดีใจแน่ๆ ที่แพรจะไปหาแก ” มารดาของแพรวายิ้ม

“ พ่อจะขับรถไปส่งแพรที่นั่นแพรจะได้ไม่ต้องนั่งรถไฟไปเอง ” บิดาของเธอพูดพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

“ ขอบคุณค่ะพ่อ ” แพรวาตักข้าวเข้าปากแต่ลิ้นของเธอไม่ได้รับรู้ถึงรสชาติอาหารเลยสักนิด ตั้งแต่มาถึงที่นี่เธอไม่เจริญอาหารสักเท่าไหร่ถึงมารดาจะทำแต่กับข้าวที่เธอชอบแต่แพรวาก็รับประทานได้เพียงไม่กี่คำเธอก็บอกว่าอิ่มแล้วและขอตัวขึ้นห้องนอน ทำให้ทั้งบิดาและมารดารู้สึกเป็นห่วงอย่างที่สุด

แพรวาเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของเธอเดินตรงไปที่โต๊ะเขียนหนังสือนั่งลงเปิดโน้ตบุ๊คของเธอขึ้นแล้วกดเปิดแอพพลิเคชั่นยอดฮิตที่คนมักจะใช้ลงรูปภาพสวยๆ เพื่ออวดให้โลกได้เห็น รูปภาพภายในอินสตาร์แกรมของเธอถูกลบออกไปกว่าร้อยรูปส่วนใหญ่ที่ถูกลบออกไปเป็นรูปคู่ของเธอและปวีณ์อดีตสามีของเธอ แพรวาไล่ดูรูปภาพที่ยังเหลืออยู่ในนั่นแล้วทอดถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อยก่อนจะใช้ปลายนิ้วชี้กดลบรูปที่ยังเหลือออกจนหมดสิ้น

แพรวานั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสืออีกพักใหญ่กว่าจะลุกขึ้นไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำและจะได้เข้านอน เพื่อจบวันอันเหนื่อยล้าอีกวันของเธอ

 

การถ่ายรูปแต่งงานในวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีอย่างที่ปวีณ์ตั้งใจ ลูกค้าของเขาดูจะพอใจกับฝีมือการถ่ายรูปของเขาเป็นอย่างมาก

“ ฝีมือการถ่ายรูปของคุณปวีณ์ดีมากจริงๆ อย่างที่คุณหมุ่มบอกเอาไว้เลยครับ ” ลูกค้าที่เป็นเจ้าบ่าวพูดขึ้นอย่างพอใจ

“ ครับ ปวีณ์มันเป็นช่างภาพอาชีพ แล้ววันพรุ้งนี้เราจะออกไปถ่ายรูปนอกสถานที่กัน คุณดลจะขับรถไปเองหรือจะไปกับรถตู้ของเราดีครับ ” สรวิทย์ถามอย่างสุภาพ

“ ผมกับแฟนจะขับรถไปเจอพวกคุณที่นั่นครับ ” ลูกค้าของเขาตอบ

“ อ๋อ ถ้าอย่างนั้นเราไปเจอกันที่นั่นเลยนะครับ ”

“ ครับ ” ลูกค้าของเขาตอบแล้วจึงพากันไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

สรวิทย์เดินเข้าไปหาปวีณ์ที่กำลังกดดูรูปภาพที่เขาเพิ่งจะถ่ายเสร็จไป สีหน้าของปวีณ์ดูจะเจื่อนลงแต่ก็แค่ชั่วแวบเดียวเท่านั้นแต่ก็ไม่พ้นสายตาของเพื่อนรักไปได้

“ เป็นอะไรไปวะ คิดถึงภาพแต่งงานของมึงกับน้องแพรรึไง ” สรวิทย์พูดแทงใจของเพื่อนรัก

“ เปล่า ” ปวีณ์ตอบเสียงขรึม

“ เหรอ? ” สรวิทย์ลากเสียงยาวหรี่ตามองปวีณผมอย่างรู้ทันความคิด

“ ลูกค้ากลับไปแล้วเหรอ ” ปวีณ์เปลี่ยนเรื่อง

“ กลับไปแล้ว พรุ่งนี้อย่าสายอีกนะมึง กูขี้เกียจรับหน้าลูกค้า ” สรวิทย์พูดอย่างเอือมระอา

“ กูรู้แล้วหน่า ” ปวีณ์ตอบปัด

“ น้องแพรไปหาพ่อแม่ที่อังกฤษเรอะ? ” สรวิทย์ถามขึ้นมือก็เลื่อนดูรูปในโทรศัพท์เคลื่อนที่

“ ใช่ทำไม? ” คิ้วหนาขมวดเล็กน้อย

“ น้องแพรดูสวยขึ้นเยอะเลย ดูสดชื่นกว่าตอนที่อยู่กับมึงอีก ” น้ำเสียงของเขาแฝงความเสียงเยาะเย้ย แล้วจึงหันหน้าโทรศัพท์ให้เพื่อนดู

“ ก็เหมือนเดิม ” ปวีณ์พูดน้ำเสียงเหมือนไม่สนใจแต่ภายในใจของเขาสั่นแปลกๆ

“ มึงอาจจะเบื่อน้องเขาแล้วแต่กูไม่เบื่อ กูว่าน้องเขาสวยขึ้นมากจริงๆ ” สรวิทย์ยังคงเย้าแหย่ปวีณ์ไม่เลิก

“ มึงจะมาพูดให้ได้อะไรขึ้นมา ” ปวีณ์เริ่มอารมณ์เสีย

“ เปล่า กูก็แค่พูดเฉยๆ ” สรวิทย์ยิ้มเย้าแล้วจึงเดินออกไปจากห้อง ปวีณ์ได้แต่ถอนหายใจฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว