PigTr0uble
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 เจ้าชายเอริค

ชื่อตอน : บทที่ 17 เจ้าชายเอริค

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 43

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2563 19:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 เจ้าชายเอริค
แบบอักษร

บทที่ 17

เจ้าชายเอริค

         เคร้ง!!

  เสียงแหลมเล็กของดาบที่ปะทะกันดังสนั่นทั่วสนามฝึก ฉันจับดาบในมือแน่นขึ้นและเริ่มทำการฟาดไปยังหุ่นเหล็กตรงหน้า การตวัดดาบของหุ่นยังคงต่อเนื่องและเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอเพราะมันถูกตั้งค่าให้เคลื่อนไหวได้แค่นั้น

  หัวของหุ่นสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงปะทะของฉันที่ฟาดมันอย่างไม่ยั้งมือ นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ แต่เป็นการฝึกจังหวะรุกและรับของแต่ละฝั่ง

         แปะๆ

  ฉันหยุดมือค้างอยู่กลางอากาศและหันไปมองตามเสียงปรบมือที่ดังมาจากด้านหลัง เสียงหอบหายใจถี่รัวเกิดขึ้นแทบจะทันทีกับรอยยิ้มกว้างของฉันเมื่อเห็นหน้าของแขกผู้มาเยือน ฉันลดแขนลงมาอยู่ข้างลำตัวเพื่อโค้งคำนับท่านอาลูยส์ที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

         “ช่วง 5 เดือนมานี้เจ้าดูพัฒนาขึ้นนะฮันนาห์ สมแล้วจริงๆ ฮ่าๆๆ” ท่านอาเอื้อมมือขึ้นมาตบไหล่ฉันอย่างชอบใจ

         “เพราะท่านอาสอนหนูดีต่างหากละคะ ว่าแต่นี่ยังไม่ถึงเวลาพัก ท่านอามีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ” ฉันฉีกยิ้มเมื่อได้รับคำชม ช่วง 3 เดือนแรกแม้จะทรมานแต่มันก็คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้ การฝึกขั้นต้นของฉันถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ท่ามกลางความวิตกของคนที่บ้าน ร่างกายของฉันแข็งแรงขึ้นมาก แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่มีกล้ามเนื้อหรืออะไรมากมาย เพราะร่างกายที่ยังเป็นเด็ก แน่นอนว่าฉันสามารถจับดาบได้นานขึ้นและยังคงดำเนินการฝึกอย่างสม่ำเสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ท่านอาเริ่มให้ฉันฝึกใช้ดาบต่อสู้กับหุ่นเวทย์ของเขา

         “อามีคนอยากแนะนำให้เจ้ารู้จักน่ะ” ท่านอาพูดและถอยตัวไปด้านข้างเผยให้เห็นเด็กหนุ่มผมสั้นสีทองที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง ดวงตาสีเขียวมรกตสะกดให้ฉันหยุดนิ่งมองเขาไปชั่วขณะ ท่วงท่าการยืนของเขาสง่างามเยี่ยงชนชั้นสูง

         “รู้จักกันไว้นะฮันนาห์ เขาคือเจ้าชายเอริครัชทายาทอันดับสองของอาณาจักรฟาโวเนียส นับตั้งแต่วันนี้เขาจะมาเรียนการต่อสู้เช่นเดียวกับเจ้า” ท่านอาแนะนำตัวเขาอย่างรวบรัดและดันเขามาข้างหน้าเพื่อให้พวกเราทำความรู้จักกันได้ถนัด แม้จะงงกับเหตุการณ์ที่เกิด แต่ฉันก็รีบย่อตัวเพื่อแสดงความเคารพต่อเจ้าชายน้อยตรงหน้า นี่คงจะเป็นน้องชายที่เขาเคยพูดถึง

         “ถวายพระพรองค์รัชทายาทผู้เป็นดั่งสุริยันจันทราของอาณาจักร หม่อมฉันเป็นบุตรตรีของรัฐมนตรีฟาเบียน มีนามว่าฮันนาห์ มาตีเยอเพคะ” ฉันถอนสายบัวแสดงความเคารพ ซึ่งมันขัดกับเสื้อผ้าที่ฉันสวมอยู่ตอนนี้มากนัก

  เจ้าชายเอริคค้อมตัวรับการทักทายของฉันเล็กน้อย ดวงตาของเขาไม่ส่อแววยินดียินร้าย ผิดกับใครบางคนที่มักใช้สายตาเหมือนกันมองฉันอย่างยียวนเสมอ จะว่าไป พักนี้ไม่ค่อยเห็นเขามาป้วนเปี้ยนแถวนี้เลยแฮะ

         “ยินดีที่ได้รู้จัก พวกเราอายุเท่ากัน ไม่ต้องมากพิธีกับข้าหรอก ได้ยินเรื่องของเจ้าจากท่านพี่มาเยอะ หวังว่าพวกเราจะสามารถฝึกร่วมกันได้” มุมปากเล็กกล่าวเสียงเรียบ แต่เขาก็เลือกที่จะยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตร แม้จะเป็นรอยยิ้มที่หากไม่สังเกตก็คงไม่รู้ว่าเขากำลังยิ้มอยู่ แต่มันก็ช่วยทำให้ฉันใจชื้นขึ้นมาก เพราะหากเขาเป็นเด็กที่ถือตัวมันคงลำบากที่พวกเราจะเป็นเพื่อนกัน

         “เจ้าชายหากท่านยังเย็นชาแบบนี้เดี่ยวลูกศิษย์ของกระหม่อมก็กลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้พอดีสิ ฮ่าๆๆ” ท่านอาลูยส์ว่าพลางตบหลังเจ้าชายสองสามครั้ง ทำให้เจ้าชายเอริคนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่ก็เลือกที่จะไม่ตอบโต้อะไร

         “เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านอา เมื่อกี้เจ้าชายก็ทรงยิ้มออกมาให้หนูด้วยนี่คะ”

         “หืม ฮันนาห์ อาว่าเจ้าคงไม่คิดว่าไอการพยายามยกมุมปากขึ้นของเจ้าชายเป็นรอยยิ้มหรอกนะ” ท่านอากล่าวพร้อมมองฉันอย่างขำๆ

  หลังจากนั้น ท่านอาอนุญาตให้ฉันได้พักและเริ่มพูดคุยเหตุผลที่เจ้าชายจะมาเรียนต่อสู้ร่วมกับฉัน พวกเราเดินมาที่พักกันที่ศาลาในสวนของท่านน้าคริสติน่าซึ่งเป็นสวนกุหลาบที่ส่งกลิ่นหอมโชยมาตามสายลมที่ช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย ท่านคริสติน่าก็เหมือนกับแม่ของฉัน พวกท่านเป็นคนชอบดอกกุหลาบ ทำใหสภาพสวนของทั้งสองตระกูลมีการออกแบบที่คล้ายคลึงกัน เพราะรสนิยมของทั้งสองใกล้เคียงกันมากนั่นเอง

         “มันจะดีเหรอคะที่พวกเราไม่พาแอนดรูวกับชาร์ลอทมาด้วย” ฉันนั่งลงและหันไปถามท่านอาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามข้างกันกับเจ้าชายเอริค

         “ไม่เป็นไรหรอก ป่านนี้ทั้งสองคนคงกำลังวิ่งเล่นกันอยู่ในเขตป่าชั้นกลางนู่น ปล่อยให้พวกเขาฝึกอยู่แบบนั้นน่าจะดีกว่า” ท่านอายิ้มเมื่อพูดถึงลูกจอมซนทั้งสอง ช่วง 5 เดือนมานี้สองแฝดพัฒนาฝีมือจนห่างชั้นกับฉันมากขึ้นไปอีก แน่นอนว่าตารางการฝึกของฉันพวกเขาผ่านมันมาตั้งแต่อายุยังน้อย จึงเป็นเหตุผลที่ฉันไม่สามารถร่วมฝึกกับเพื่อนทั้งสองได้ ซึ่งในเขตของป่าแต่ละชั้นจะมีบาเรียที่ท่านอาเป็นคนสร้างไว้เพื่อป้องกันผู้บุกรุกและป้องกันไม่ให้คนที่คิดลองของเข้าไปยังเขตป่าชั้นในซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์เวทย์ที่ท่านอาจับมาขังไว้ในป่าเพื่อใช้ในการฝึก เพราฉะนั้นท่านอาจึงไม่ห่วงว่าลูกๆ ของเขาจะพลัดหลงเข้าไปในป่าชั้นใน และเลือกที่ปล่อยในลูกๆ ของเขาฝึกตามอัธยาศัย

         “นั่นก็จริงนะคะ” ฉันพยักหน้าเห็นด้วย

  จากนั้นท่านอาจึงเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ฉันจะต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสอบ และเรื่องของฝีมือการต่อสู้ของฉันที่อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะเข้าที่เข้าทาง โดยมีเจ้าชายเอริคนั่งฟังอย่างเงียบๆ ไม่ได้พูดขัดหรืออะไร ท่านอาได้พูดถึงความต้องการของเจ้าชายอิธานที่อยากจะให้ฉันได้ฝึกต่อสู้กับคนที่มีฝีมือ ประกอบกับน้องชายของเขาไม่ค่อยมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันมากนัก เขาจึงอยากให้พวกเราทำความรู้จักและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อีกนัยนึงก็คือให้มาทำความรู้จักฉันที่เป็นว่าที่คู่หมั้นของเขานั่นแหละ

         “ตามที่เล่าไป นับแต่นี้ทุกสุดสัปดาห์ เจ้าชายเอริคจะมาฝึกร่วมกับเจ้า วันนี้อาจึงอยากให้พวกเจ้ามาลองเชิงกันสักหน่อย” ท่านอาพูดพร้อมหยิบขนมปังก้อนสุดท้ายโยนเข้าปาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแอนดรูวได้นิสัยการกินแบบนี้มาจากใคร...

         “แต่มันจะดีเหรอคะ มาฝึกกับคนไม่มีพลังเวทย์อย่างหนูไม่น่าจะให้ฝีมือของเจ้าชายพัฒนาได้เลยนะคะ” ฉันพูดพร้อมเหล่ตาไปมองเจ้าชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

         “ข้าไม่มีปัญหาอะไร แม้เจ้าจะไม่มีพลังเวทย์ แต่ข้าคิดว่าการที่เจ้ามาฝึกกับท่านแม่ทัพได้ ฝีมือของเจ้าคงจะไม่ได้แย่อย่างที่ตัวเจ้าคิด” คำพูดของเจ้าชายเอริค แม้จะดูนิ่งเฉย แต่มันไม่ใช่คำโกหก เขาไม่ได้นึกดูถูกอย่างที่ฉันกังวล กลับกันเขาทำให้ฉันรู้สึกมีแรงฮึดขึ้นมาซะอย่างนั้น

         “...ถ้าอย่างนั้น หม่อมฉันขอฝากตัวด้วยเพคะ” ฉันลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางขึงขัง จากนั้น พวกเราทั้งสามจึงเดินกลับไปยังสนามฝึกอีกครั้ง

.

.

.

  แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องไปทั่วคฤหาสน์เออเนส 1 วันแห่งการฝึกจบไปอย่างรวดเร็ว ฝาแฝดเออเนสชาร์ลอทและแอนดรูวเดินออกมาจากป่าด้วยสภาพมอมแมมไปทั้งตัว วันนี้พวกเขาเองก็ฝึกหนักแทบจะทั้งวัน เพราะกับดักที่ท่านพ่อสร้างในป่าชั้นกลางมันโหดหินเอาเรื่อง

         “ฮันนาห์ พวกเรากลับมาละ...แล้ว นี่เธอไหวไหมเนี่ย แล้วเด็กคนนั้นเป็นใครกัน!?” ชาร์ลอทยืนตาค้างมองสภาพลานฝึกตรงหน้าที่ไม่เหมือนลานฝึกอีกต่อไป หุ่นเวทย์สี่ตัวของท่านพ่อมีสภาพเละเทะจนไม่เหลือเค้าเดิม พื้นดินเป็นหลุมบ่อขนาดใหญ่หลายจุด ฮันนาห์เพื่อนของเธอนั่งลงหอบอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ ข้างกันกับเด็กหนุ่มแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก เสื้อผ้าของทั้งสองมีรอยขาดและรอยถลอกอยู่ตามตัว

         “ท่านพ่อคะ!!!” ชาร์ลอทขึงตาตวาดไปหาผู้เป็นพ่อที่ยืนขำกับภาพตรงหน้าอย่างหาเรื่อง เธอรีบไปพยุงเพื่อนรักให้ค่อยๆ ลุกขึ้น ส่วนแอนดรูว แม้เข้าจะงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่ก็เลือกที่จะเข้าไปพยุงเด็กชายแปลกหน้าขึ้นมาด้วยเช่นกัน

         “นั่นสิครับ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ท่านพ่อไม่ได้ทำอะไรพวกเขาใช่ไหม” แอนดรูวก็เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ต้องการคำตอบจากท่านพ่อของเขา

         “ฮันนาห์เธอเป็นไงบ้าง มีแผลถลอกเต็มเลย เจ็บรึเปล่าเนี่ย”

         “ขอบใจนะชาร์ลอท ฉันไม่เป็นไรหรอก” ฉันตอบกลับชาร์ลอทด้วยรอยยิ้มบางๆ การต่อสู้ที่เกิดขึ้นทำให้ฉันเข้าใจได้เลยว่าเชื้อพระวงศ์มีพลังที่ร้ายกาจแค่ไหน ที่สำคัญคือฉัน...ยังมีฝีมือน้อยกว่าเขาหลายขุมเลย

         “พ่อไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ให้พวกเขาลองต่อสู้กันเพื่อดูความสามารถของแต่ละคนก็เท่านั้น พวกเจ้าอย่างกังวลไปเลย ช่วยพยุงพวกเขาทั้งสองเข้าบ้านเถอะ พ่อจะให้หมอมาดูอาการให้” ท่านอาลูยส์ยังคงไม่ตอบคำถามของลูกๆ เมื่อทำอะไรไม่ได้ ฝาแฝดเออเนสจึงจำใจพาทั้งสองคนเข้าไปยังคฤหาสน์ตามคำบอกของท่านพ่อ

 

         “สรุปก็คือเจ้าชายเอริคจะมาร่วมฝึกกับพวกเราใช่มั้ยครับ” แอนดรูวถามหลังจากฟังเรื่องราวจบลง แผลเป็นของฉันและเจ้าชายเอริคหายเป็นปลิดทิ้งจากการรักษาด้วยพลังเวทย์ของหมอ

         “ใช่ พ่ออยากให้ฮันนาห์ได้ลองต่อสู้จึงเป็นเหตุผลทำให้สภาพสนามฝึกของพ่อเละตุ้มเป๊ะแบบนั้น ส่วนหนึ่งคือเจ้าชายเอริค ยังไม่สามารถควบคุมพลังของตนเองได้ 100% ฮันนาห์เอง แม้ฝีมือจะดีขึ้นมาก แต่ก็ยังต้องใช้เวลาฝึกฝนอีกเยอะ การต่อสู้จะทำให้ทั้งสองเข้าใจจุดเด่นและจุดด้อยของตัวเอง”

         “ขอบคุณท่านแม่ทัพ ผมจะจำคำสอนในวันนี้ไว้ครับ นี่ก็เย็นมากแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” เจ้าชายเอริคลุกขึ้นยืนจากนั้นจึงหันมาทักทายพวกเราก่อนจะขอตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว เขาหยุดมองที่ฉันและทิ้งคำพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวก่อนจะขึ้นรถม้าจากไป

         “เจ้าทำได้ดีมาก แล้วพบกันใหม่”

 

         “คนอะไรหยิ่งชะมัด” ชาร์ลอทพูดด้วยสีหน้าแหยๆ

         “เอาหน่า พวกเชื้อพระวงศ์ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคนสักหน่อย อย่างน้อยคนที่เราเคยเจอก็ไม่ใช่แบบนี้แหละนะ” แอนดรูวพูดขำๆ แต่สำหรับชาร์ลอทแล้วจะ คนนั้น หรือ คนนี้ เธอก็ไม่ชอบทั้งคู่นั่นแหละ

         “ไม่เอาน่าชาร์ลอท เขาก็ไม่ได้เลวร้ายสักหน่อย” ฉันยิ้มพร้อมยกมือขึ้นไปกอดแขนเธออย่างเอาใจ

         “เห้อ ก็จริง แล้วฮันนาห์จะกลับเลยรึเปล่า หรือจะทานข้าวด้วยกันก่อน” เธอถอนหายใจแต่ก็ยอมโอนอ่อนตามฉันที่ยืนอยู่ข้างๆ

         “ไม่ดีกว่า เฉันอาจจะกลับเลยกลัวท่านพ่อเป็นห่วงน่ะ นี่ก็เย็นมากแล้วด้วย อ้อ แล้วก็ชุดนี้เดี๋ยวสัปดาห์หน้าฉันจะเอามาคืนนะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมมองชุดที่ตัวเองใส่อยู่ตอนนี้ ตอนกลับไปท่านพ่อคงโมโหอีกแน่นอน

         “ดูท่าข้าคงโดนพ่อของเจ้าสาปส่งอีกตามเคยสินะ ฮ่าๆๆๆ” ท่านอาลูย์ผู้รู้ชะตากรรมหัวเราะอย่างชอบใจ สงสัยจริงว่างานอดิเรกของท่านอาคงจะเป็นการทำให้ท่านพ่อของฉันหัวเสียเป็นแน่

  พวกเราพูดคุยกันอีกเล็กน้อยใช้เวลาไม่นานฉันก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ารถม้าของตระกูลมาตีเยอ คนขับลงจากรถม้า พร้อมคำนับฉันและสมาชิกตระกูลเออเนสอย่างนอบน้อม ตามมาด้วยดาลินที่เปิดประตูออกมาต้อนรับฉัน เธอมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยที่เสื้อผ้าของฉันเปลี่ยนไปจากตอนแรก แต่ด้วยหน้าที่ทำให้เธอยังไม่กล้ามถามอะไรฉันมาก

         “สวัสดียามเย็นค่ะท่านแม่ทัพลูยส์ คุณหนูชาร์ลอทและคุณชายแอนดรูวขอบคุณที่ดูแลคุณหนูของพวกเราเป็นอย่างดีนะคะ”

         “ไม่ต้องโกหกเลยดาลิน คิ้วของเจ้าขมวดเป็นปมไม่ต่างจากฟาเบียนเลย ข้าไม่ได้เอาคุณหนูของพวกเจ้าไปทรมานหรอกนะ ฝากไปบอกฟาเบียนด้วยละว่ามันแค่การฝึกซ้อม ข้าให้หมอมารักษานางอย่างดี ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแน่นอน” ท่านอาลูยส์พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง ดาลินทำได้เพียงตอบรับคำตอบของท่านอาก่อนจะหันมาเตรียมพยุงฉันขึ้นรถ

         “ขอบคุณท่านอาลูยส์มากนะคะ หนูพอจะนึกภาพออกแล้วว่าตัวเองควรจะฝึกฝนเพิ่มเติมตรงด้านไหนบ้าง” ฉันกล่าวขอบคุณท่านก่อนจะก้าวขาขึ้นรถม้า การต่อสู้เมื่อครู่ทำให้ฉันพอนึกภาพรูปแบบการต่อสู้ของอาณาจักรนี้ออกแล้ว บางที บางทีนะ ฉันอาจจะนำความรู้ในโลกเก่ามาประยุกต์ใช้ในการต่อสู้ก็เป็นได้

         “ไม่เป็นไรหรอกฮันนาห์ แต่เจ้าต้องจดจำคามรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ขึ้นใจ และพัฒนาต่อไปนะ อ้อแล้วก็ อาคิดว่าถึงเวลาการฝึกขั้นต่อไปแล้วนะ” ท่านอาพูดพร้อมร่ายเวทย์ควบคุมเล็กน้อยจากนั้นลูกไฟขนาดเล็กก็ลอยเข้ามาอยู่ตรงหน้าฉัน ก่อนที่มันจะหายไปพร้อมกับถุงขนาดย่อมที่ตกลงมาใส่มือฉัน

         “อะ...หนักจัง นี่อะไรเหรอคะ” ฉันใช้สองมือประคองถุงสีดำนั้นขึ้นมาอย่างงงๆ

         “ลองเปิดดูสิ”

  ฉันทำตามที่ท่านอาบอกและรูดเชือกที่มัดถุงออก เผยให้เห็นกระเป๋าหนังสีน้ำตาลที่ถูกม้วนอยู่ เมื่อคลี่ออกมาก็เผยให้เห็นมีดสีเงินวาบวับ 5 เล่ม ที่ส่องแสงล้อกับแสงอาทิตย์ยามเย็นอย่างสวยงาม ที่ปลายมีดถูกสลักด้วยตัวอักษร H สีทองที่เป็นชื่อของฉัน

         “ท่านอาคะ...นี่มัน”

         “ถือว่าเป็นของขวัญจากอาที่หลานเรียนจบการฝึกขั้นต้นก็แลวกันนะ เป็นไง ชอบไหม” ท่านอายิ้มอ่อนโยนพร้อมเอามือมาลูบหัวใจ

         “ชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ หนูจะใช้อย่างดีเลย” ฉันพุ่งเข้าไปกอดท่านอาด้วยความดีใจจนลืมตัว

         “อะ...ฮ่าๆๆๆ หลานชอบอาก็ดีใจแล้ว อาเขียนตารางการฝึกมีดสั้นใส่ไว้ในถุงแล้ว เจ้าลองกลับไปอ่านแล้วฝึกตามนะอาทิตย์หน้า อาจะรอดู” ท่านอากอดตอบท่าทางเก้อเขิน เหมือนคนทำอะไรไม่ถูก

         “ได้เลยค่ะ ถ้าอย่างนั้น หนูขอตัวก่อนนะคะ ไปก่อนนะทั้งสองคน” ฉันหันไปยิ้มให้พวกเขาอีกครั้ง จากนั้นจึงเดินขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลมาตีเยออย่างมีความสุข พร้อมสมองที่เริ่มคิดรูปแบบการต่อสู้ผสมที่ฉันน่าจะเริ่มฝึกฝนในเร็ววันนี้

 

         “แปลว่าการต่อสู้เมื่อกี้ เจ้าชายเป็นฝ่ายชนะสินะคะ” ชาร์ลอทถามขึ้นเมื่อฮันนาห์ขึ้นรถจากไป ความไม่พอใจของเธอคลายลงไปมาก ส่วนตัวแม้จะเป็นห่วงเพื่อนรัก แต่เธอก็แอบเห็นด้วยกับพ่อ เรื่องของการต่อสู้ ต้องมีการบาดเจ็บกันบ้าง ไม่ใช่เรื่อร้ายแรง เธอและแอนดรูวต่างผ่านกันมาแล้วทั้งนั้น

         “อืมมม ว่าไงดีละ ถ้าฝึกอีกหน่อยพ่อว่ามีลุ้นนะที่เธอจะสูสีกับพวกเจ้านะ” แม่ทัพลูยส์พูดทิ้งท้ายด้วยสีหน้านึกสนุก ลูกๆ ของเขามีสีหน้าเต็มไปด้วยคำถามกับประโยคที่เขาพูด แต่สำหรับเขาแล้ว การต่อสู้ในวันนี้มีค่าอย่างมากสำหรับเด็กทั้งสอง และคงมีแต่เขาคนเดียว ที่เข้าใจความหมายที่ตัวเองพูดถึง

         “เอ้า พวกเราก็ไปกินข้าวกันเถอะ ขืนไปช้ากว่านี้แม่ของพวกเจ้าคงจะไล่ตะเพิดพ่อไปนอนนอกห้องเหมือนสองคืนก่อนแน่ๆ”

 

 

 

 

แฮ่!!!

ขอโทษที่มาต่อช้านะคะ ช่วงนี้จัดบ้านอย่างหนัก

ประกอบกับเป็นวันหยุดยาวทำให้ไปเที่ยวต่างจังหวัดฝ่ารถติดจนเหนื่อยเกือบตาย

= =;

ขอบคุณทุกคนที่ยังตามอ่านอยู่นะคะ จะพยายามอัพอาทิตย์ละตอนเหมือนที่เคยทำให้ได้ค่ะ!

มาเอาใจช่วยฮันนาห์ให้ผ่านพ้นการฝึกไปได้ด้วยดีกันนะคะ

แผนการฝึกของเธอจะเป็นยังไงน้า รอติดตามกันนะคะ!!

<3

ความคิดเห็น