Namiko
email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 21

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2563 20:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่3
แบบอักษร

ทั้งคู่ได้เดินมาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง เป็นร้านอาหารที่ดูเรียบง่าย แต่อาหารอร่อย พอเข้าไปข้างในร้านอาหาร พนักงานก็ต้อนรับเป็นอย่างดี

"เชิญค่ะ"

 

รามเทพเลื่อนเก้าอี้ให้สาวิตรีนั่ง ซึ่งดูเหมือนคู่รักมานั่งทานอาหารไม่ปาน

"เชิญครับสา"

 

"ขอบคุณค่ะ แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ก็ได้ค่ะ"

หญิงสาวรู้สึกเกรงใจที่เขาทำแบบนี้ แต่หนุ่มใหญ่ยิ้มพลางกางเมนูบนโต๊ะเพื่อให้เธอเลือกอาหารที่จะสั่ง

"แหม...น่ารักจัง ว่าแต่อยากกินอะไรสั่งเลยครับ"

 

"ค่ะ"

เธอพยักหน้าตอบตกลงและเลือกอาหารมาจำนวนหนึ่ง ส่วนเขาก็เลือกอาหารมาจำนวนหนึ่งเช่นกัน

 

"รอสักครู่ค่ะ"

สิ้นเสียงพนักงานรับออเดอร์เสร็จก็เดินจากไป เหลือเพียงแค่ชายหญิงต่างวัยที่กำลังนั่งมองสบตากันบนโต๊ะเท่านั้น

 

"สาวน้อย สักวันหนึ่งคุณจะเป็นเจ้าสาวและแม่ของลูกผมในอนาคต"

ตาคมทอดมองคนตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่ปรารถนา เขาอยากได้ผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน เพราะเธอตรงสเปคได้ใจเขาจริงๆ

 

"คนอะไรก็ไม่รู้ มองอยู่ได้"

ใบหน้าหวานแดงระเรื่อด้วยความเขินอายทันที เมื่อเขามองหน้าเธอ ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกอย่างนั้น ทั้งที่เขาดูมีอายุมาก เธอจึงหันหน้าหนีเพื่อหลบสายตาเขา จนเขาเอ่ยแซว

"หน้าแดงเชียวนะ"

 

"อย่าค่ะคุณราม"

เสียงหวานเอ่ยห้ามทันที เมื่อเขาทาบมือหนาบนมือบางของเธอ

 

"ทำไมล่ะ"

เขายิ้มที่มุมปากและยักคิ้วในขณะที่มือหนายังคงทาบมือบางอยู่ ด้วยท่าทางการเกี้ยวพาราสีของเขา เธอจึงให้เหตุผลว่า

"มันไม่เหมาะสมค่ะ อีกอย่างฉันนับถือคุณในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งด้วยค่ะ"

 

"จริงเหรอ"

 

"ค่ะ"

 

"ก็ได้"

เขาจึงยอมละมือหนาจากมือบางด้วยท่าทางที่ดูขัดใจเล็กน้อย

 

"มาแล้วครับ"

เสียงพนักงานดังมาแต่ไกล ปรากฏตัวพร้อมอาหารที่ทั้งคู่สั่ง อาหารแต่ละจานค่อยๆเรียงรายกันบนโต๊ะ

 

"อาหารมาแล้ว รีบกินเถอะครับ"

 

"ค่ะ"

พูดจบทั้งคู่ก็ลงมือทานอาหารทันที

.

.

.

หลังมื้อเที่ยงผ่านไปด้วยดี รามเทพเดินมาส่งสาวิตรีที่หอศิลป์ ก่อนไปก็บอกลาเธอ เพราะมีธุระสำคัญ

"ผมต้องไปแล้ว เพราะผมมีประชุมช่วงบ่าย"

 

"ค่ะ เอ่อ...คุณรามคะ"

 

"หืม ว่าไง"

 

"ขอบคุณสำหรับอาหารเที่ยงและเดินมาส่งฉันนะคะ"

ร่างบางเอ่ยคำขอบคุณพร้อมยกมือเรียวทั้งสองข้างไหว้เขา

 

"ยินดีสำหรับคนสวยครับ"

ร่างสูงยิ้มพร้อมขยิบตาให้1ที

 

หญิงสาวเห็นท่าทางของเขาแล้วรีบเดินหายเข้าไปในหอศิลป์ทันที ส่วนหนุ่มใหญ่ส่ายหน้าแล้วยิ้ม ก่อนจะเดินไปยังรถที่จอดอยู่

"เฮ้อ...คุณนี่จริงๆเลย"

.

.

.

เป็นเวลาเย็น สาวิตรีนั่งวาดภาพอยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นแหล่งที่วัยรุ่นนิยมช็อปปิ้ง และนัดรวมกันเป็นจำนวนมาก และเป็นที่ที่เธอมานั่งวาดภาพประจำ ขณะที่เธอนั่งวาดภาพอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามา

ตื๊ด...ตื๊ด...

 

มือเรียววางภาพวาดลง ก่อนที่จะกดรับสาย ปลายสายก็ดังขึ้น ซึ่งในสายนั้นเป็นกานดา แม่ของเธอเอง

"ฮัลโหล สวัสดีค่ะแม่"

 

"สา เป็นยังไงบ้างลูก"

ผู้เป็นแม่ถามด้วยความเป็นห่วง

 

"สบายดีค่ะแม่"

เธอตอบแม่ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

 

"เขาประกาศผลการประกวดภาพวาดวันไหนเหรอลูก"

 

"วันที่1เดือนหน้าค่ะแม่"

 

"ภาพวาดของหนูจะได้ติดฝาผนังหอศิลป์หรือไม่ แต่ถึงยังไงหนูก็ทำดีที่สุดแล้วที่หนูได้ทำในสิ่งที่หนูรัก"

 

"ค่ะแม่"

 

"งั้นแม่ไม่กวนแล้ว วาดภาพเสร็จแล้ว รีบกลับบ้านนะลูก เพราะกลางค่ำกลางคืนมันอันตราย"

 

"ค่ะแม่ แค่นี้ก่อนนะคะ"

 

"จ้ะ"

พูดจบผู้เป็นแม่ก็ตัดสายไป

 

"แม่จ๋า รอก่อนนะจ๊ะ ถ้าหนูเก็บเงินครบเมื่อไหร่ จะซื้อบ้านหลังใหม่ให้แทนบ้านเช่าที่เราอยู่ เราสามคนแม่ลูกจะย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่กัน แต่ตอนนี้หนูขอเก็บเงินไว้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้น้องหายดีก่อน"

เธอคิดอย่างมีความหวังที่จะทำให้ครอบครัวนั้นอยู่สบายขึ้น เธอเหลือเพียงแม่และน้องชายเท่านั้น ส่วนพ่อของเธอนั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอและน้องชายสมัยที่เป็นเด็กแล้ว

.

.

.

รามเทพเลิกงานตามปกติ หลังจากที่เคลียร์เรื่องภายในบริษัทเสร็จ เขาโทรบอกชัยพลไว้ก่อนแล้วว่า เขาจะขับรถกลับบ้านเอง พอเข้าไปในรถก็ขับออกไปจากลานจอดรถเพื่อมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ทันที

.

.

.

รถได้ถูกขับเข้ามาจอดในคฤหาสน์ รามเทพลงจากรถ สวมใส่รองเท้าแตะในบ้านแทนรองเท้าหนังสีดำ เดินเข้าไปข้างในบ้านอย่างอารมณ์ดี พอเข้ามาแล้ว เขายกมือไหว้ทักทายพ่อแม่ที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาด้วยความเคารพ

"สวัสดีครับพ่อกับแม่"

 

เลิศฤทธิ์กับแวววาวรู้สึกแปลกใจที่ลูกชายของพวกเขากลับมาบ้านด้วยสติสัมปชัญญะครบถ้วน ไม่ได้สำมะเลเทเมาเหมือนแต่ก่อน ผู้เป็นพ่อจึงถามลูกชายเป็นคนแรก

"นี่ลูกคิดยังไงถึงกลับมาบ้านเร็ว ปกติลูกจะแวะที่บาร์ก่อนไม่ใช่เหรอ"

 

"นั่นสิ แถมยังยิ้มหน้าบานอีกด้วย"

ผู้เป็นแม่เองก็แปลกใจไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ

 

"ผมคงไปเจออะไรดีๆเข้าน่ะครับ"

เขาไม่รู้จะบอกพ่อแม่ยังไง เลยพูดไปอย่างนั้น

 

"ลูกไปเจออะไรดีๆล่ะ ไหนบอกพ่อกับแม่มาสิ"

แวววาวถามด้วยความอยากรู้

 

"นั่นสิ พ่อก็อยากรู้"

เลิศฤทธิ์แจมด้วยอีกคน

 

"ผมเจอ..."

ขณะที่เขากำลังจะตอบ ไม่ทันไรสมใจก็เดินเข้ามาเชิญทั้งสามไปให้ไปรับประทานอาหารเย็น

"อาหารพร้อมแล้วค่ะ"

 

"ทานข้าวดีกว่าครับ ผมกำลังหิวพอดี"

มือหนาทำท่าลูบท้องเพราะหิว ส่วนพ่อแม่ของเขาอดเสียดายที่ไม่ได้ฟังคำตอบจากเขา แต่ท่านทั้งสองเองก็หิวไม่แพ้เขา จึงเดินไปที่โต๊ะเช่นเดียวกัน

"ว้า...แย่จัง แต่ช่างเถอะ กินข้าวก่อนดีกว่า"

 

พอมาถึงโต๊ะอาหาร ทั้งสามนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมรับประทานอาหารแล้ว รามเทพมองอาหารบนโต๊ะแล้ว น้ำลายหก เพราะมีแต่อาหารที่เขาชอบทั้งนั้น

"แม่ครับรู้ใจผมจริงๆ"

 

"แกงเขียวหวานไก่ ชะอมทอด ของโปรดลูกไง แม่รู้ว่าลูกชอบ เลยให้สมใจทำมาด้วย"

แวววาวตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

"ขอบคุณครับ"

เขายิ้มให้แม่ตอบ

 

"เริ่มทานได้"

สิ้นเสียงเลิศฤทธิ์ ทั้งสามลงมือรับประทานอาหารทันทีด้วยความหิว ระหว่างที่ทานอาหารนั้น แวววาวตักอาหารใส่จานให้สามี

"นี่ค่ะ"

 

"ขอบคุณจ้ะ"

เลิศฤทธิ์ยิ้มพลางตักอาหารให้ภรรยาเช่นกัน

 

"หวานกันเชียวนะ"

รามเทพมองพ่อแม่แล้วยิ้ม ขนาดท่านทั้งสองเข้าสู่วัยสูงอายุแล้ว ยังหวานกันขนาดนี้ ถ้าเป็นตอนสมัยหนุ่มสาวคงไม่ต้องพูดถึง เขามองสักพักแล้วเคี้ยวข้าวต่อ

.

.

.

มื้ออาหารจบลงด้วยดี รามเทพแยกจากพ่อแม่ขึ้นห้องไปอาบน้ำและนอน เพราะพรุ่งนี้เขาต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน ขายาวก้าวขึ้นบันไดจนถึงในห้อง เสียงปิดประตูก็ดังขึ้น

แกร๊ก!

 

หลังจากที่ปิดประตูห้องไปแล้ว เสียงมือถือเขาก็ดังขึ้นเพราะมีสายหนึ่งโทรเข้าที่เครื่องเขา

ตื๊ด...ตื๊ด...

 

มือหนาล้วงหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกง หน้าจอมือถือปรากฏชื่อของคนที่อยู่ในสายคือ สินธุ เขาจึงกดรับสายดังกล่าว แล้วคุยกันตามประสาเพื่อน

"ว่าไงสิน"

 

"ราม นายอยู่ไหนเนี่ย"

 

"ฉันอยู่ในบ้าน ทำไมเหรอ"

 

"นายจะมาที่บาร์ไหม พอดีฉันจองตัวเด็ดไว้ให้นายแล้ว"

 

"ไม่ ฉันไม่ไป แค่นี้นะ"

 

"เดี๋ยว"

ยังไม่ทันที่สินธุจะถามอะไรเขา เขาก็กดตัดสายไป ก่อนที่วางมือถือลงบนหัวเตียง เดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตู

แกร๊ก!

.

.

.

สาวิตรีนั่งแท็กซี่กลับมาที่หอพักแห่งหนึ่ง ซึ่งดูเรียบง่าย ไม่ได้หรูหราอะไร ร่างบางลงจากรถหลังจากที่จ่ายค่าโดยสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กำลังเดินเข้าไปในหอพักดังกล่าว

.

.

.

เธอเดินขึ้นบันไดหอพักชั้นที่2 มือบางหยิบกุญแจห้องจากกระเป๋า ไขกุญแจห้องแล้วเดินเข้าไป เสียงปิดประตูก็ดังขึ้น

แกร๊ก!

 

"เฮ้อ...กว่าจะให้ร้านอัดกรอบส่งลูกค้าได้"

เสียงหวานบ่นอุบด้วยความเหนื่อยล้า เพราะเธอเพิ่งกลับมาจากการส่งภาพวาดให้ร้านอัดใส่กรอบให้ ไม่แค่นั้นพรุ่งนี้ต้องไปเอาภาพที่อัดใส่กรอบเรียบร้อยแล้วที่ร้าน และต้องส่งเป็นพัสดุให้ลูกค้าทางไปรณีย์อีกด้วย เธอวางกระเป๋าเป้ลง หยิบอาหารออกมาทาน เสร็จแล้วร่างบางเดินไปยังห้องน้ำ เสียงปิดประตูดังขึ้น

 

แกร๊ก!

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ร่างบางเดินออกจากห้องน้ำในชุดเสื้อยืดสีชมพูกับกางเกงเลกกิ้งสีเทากำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผม ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหยิบไดร์ออกมาเป่าผม

 

ขณะที่กำลังจะนอนอยู่นั้น เสียงมือถือก็ดังขึ้น

ตื๊ด...ตื๊ด...

 

มือเรียวหยิบมือถือมาดู หน้าจอปรากฏเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยนัก แต่เธอก็กดรับตามมารยาท

"สวัสดีค่ะ"

 

"สา ผมเอง รามเทพไง"

เสียงในสายทักขึ้น ซึ่งเธอรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี คนนั้นจะเป็นใครไม่ได้ นอกจากรามเทพนั่นเอง ชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางเป็นพวกเฒ่าหัวงู และยังเป็นเงาติดตามเธออีกด้วย

 

 

"นี่คุณโทรมาหาฉันได้ไง ทั้งที่ฉันไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์แก่คุณเลย"

เสียงหวานถามด้วยความแปลกใจ

 

หนุ่มใหญ่หัวเราะก่อนจะตอบ

"โฮะๆ ผมขอเบอร์คุณจากเวกน่ะ"

 

"หา!"

สาวิตรีถึงกับอ้าปากหวอ ไม่คิดว่าการเวก น้องชายของเธอจะให้เบอร์แก่หนุ่มใหญ่ อย่างนี้ก็เข้าทางเขาน่ะสิ

 

"ไม่ต้องตกใจ ไหนๆผมก็ได้เบอร์โทรคุณแล้ว คุณก็ได้เบอร์โทรผมแล้ว แฟร์ๆดีนะ"

เขาพูดด้วยท่าทางยียวน

 

"ใครอยากคุยกับคุณล่ะคนบ้า ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว แค่นี้นะ"

เธอกดตัดสายเขาอย่างไม่สนใจ แล้วล้มตัวนอนด้วยความง่วง

.

.

.

ทางด้านรามเทพในชุดเสื้อยืดสีเทากับกางเกงแพรสีน้ำเงินยังไม่ได้คุยกับสาวิตรีต่อจนจบ เขาถึงกับหน้าเหวอที่เธอตัดสายเขา ซึ่งไม่มีผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้กับเขามาก่อน สักพักเขาก็ยิ้มเจ้าเล่ห์

"สาวน้อย เราคงจะได้เจอกันอีกแน่ๆ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น