zill_rin
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 00

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 159

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2563 21:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
00
แบบอักษร

การทำงานหามรุ่งหามค่ำเเต่ว่าผลตอบเเทนที่ได้กลับมามันช่างไม่คุ้มค่าเงินที่ได้มาน้อยเเสนน้อยนิดนั้นทำเอารินได้เเต่ถอนหายใจพลางก้มมองดูเงินในบัญชีที่มีเพียงหลักหมื่น เเถมไม่ถึงสองหมื่นด้วยซ้ำ

ค่าเทอมที่เเพงเอาการทำเอาเธอต้องทำงาน อย่างหนักเอาจริงๆไม่ถึงขนาดนั้นเเต่นั่นเพราะว่าเธอเกรงใจทางบ้านก็เท่านั้น

ทางบ้านของเธอใช่ว่าจะรวยล้นฟ้าเป็นเพียงชาวเกษตรกรที่อยู่ทางภาคเหนือก็เท่านั้นเเต่เป็นตัวเธอเองที่ดั้งด้นมาเรียนเมืองใหญ่ไม่ดูฐานะของตัวเอง

ไหนจะค่าเทอมที่เเสนเเพง ค่าใช่จ่ายต่างๆก็ เยอะเอาการเป็นเเบบนี้'เธอจะหาเงินได้ยังไง'

ทำเอารินคิดไม่ตก

นั่นเป็นเพราะว่าทางบ้านของเธอพึ่งจะส่งค่าเทอมมาให้ไม่กี่อาทิตย์ก่อนเเต่ไม่รู้ว่าอะไรมาเข้าสิงผลาญเงินนั้นเป็นว่าเล่นจนเกือบจะหมดเเต่ดีที่ไหวตัวทัน

ไม่งั้นอย่าว่าเเต่ค่าเทอม ค่าหอก็คงไม่ได้จ่าย เเถมยังจะมีค่ากินอีก

"โอ๊ย! ทำไงดีเนี่ย" เธอได้เเต่เซ็งขยี้หัวตัวเอง อย่างเเรงไม่ว่าจะยังไงเธอก็ต้องหมุนเงินให้ ทันภายในอาทิตย์นี้

รินเดินออกจากหอพักเก่าๆที่ราคาถูกสุดเเต่ว่าสำหรับเธอเเล้วยังไงมันก็เเพงอยู่ดีนั่นเเหละเธอเพียงมัดผมรวดๆใส่กางเกงกีฬาขาสั้นกับ เสื้อยึดสีขาวเดินออกมาเท่านั้นเเถมท่าทาง การเดินนั่นก็ห้าวได้ใจ เเต่ว่าเธอนั้นเป็นหญิง เเท้จริงๆ

ตรงหน้าหอเก่าๆนี้จะมีร้านข้าวอยู่ร้านหนึ่งเเต่เป็นร้านขายข้าวต้มโจ๊กเท่านั้นเเล้วมันก็ตั้งอยู่ริมถนน

รินเดินเข้าไปในร้านพลางตะโกนสั่งข้าวต้มเสียงดัง"เฮีย! เอาข้าวต้มชาม"เฮียเเกพอได้ ยินเสียงก็พยักหน้าไปทำข้าวต่ออย่างเร่งรีบ

ในเวลาปกติเธอจะทำกินเองเเต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาปกติวัตถุดิบในการทำอาหารไม่มีให้ทำก็ได้เเต่ซื้อกินเท่านั้นเเหละ

ไม่นานก็มีข้าวต้มมาเสิร์ฟ รินตักข้าวต้มเเล้ว มาเป่าค่อยๆกินอย่างหิวโหย

"นี่เเก ทำไมช่วงนี้ถึงได้ใช้เเต่ของเเพง ไหนจะกระเป๋า ไหนเสื้อผ้า รถหรูอีก"เสียง ของหญิงสาวจากโต๊ะข้างๆที่กำลังนั่งคุยกันก็เข้ามาในโสตประสาท

"ก็มีคนเลี้ยงอ่ะ"หญิงสาวอีกคนหนึ่งยิ้มด้วยความอวดว่าตัวเองนั้นมีดี รินอยากรู้ก็เลยเงี่ย หูฟังอย่างตั้งใจ

"เสี่ยหรอ" คำว่า'เสี่ย'จากหญิงสาวอีกคนหนึ่ง ทำให้เธอสนใจเป็นพิเศษถึงจะไม่รู้ว่ามันดียัง ไงหรือว่ามันไม่ดียังไง เเต่ที่รู้ๆคือเสี่ยต้องทำ ให้เธอพ้นวิกฤตนี้เเน่นอน

"เเล้วเธอไปเจอเสี่ยใจปล้ำได้ยังไงกัน"รินยัง คงฟังเสียงสองคนนั้นคุยกันต่ออย่างสนอกสนใจ

"ก็ไปผับหรอว่าคลับสิ ทำเป็นเดินชนนิด หน่อยก็ได้เเล้ว" เธอได้สถานที่เเล้ว เเต่ว่ายัง ไม่ทันได้รู้ข้อมูลอะไรเยอะพวกเขาสองคนก็ คุยเรื่องอื่นซะงั้น

ทำเอารินเลิกที่จะสนใจรีบกินโจ๊กขึ้นหอเเทนพอเข้าห้องก็รีบปิดประตูเเล้วตะโกนอย่างดีใจ

"มีค่าเทอมเเล้วว่อย!" เธอตะโกนอย่างดีใจ อย่างน้อยก็เเค่เสียความบริสุทธิ์ที่เธออุส่าห์ ถนุถนอมก็เเค่นั้น

เเต่สุดท้ายเเล้ว.....

 

"เฮ้อ~" บางทีฟ้าคงไม่อยากให้เธอมาเป็นเด็ก เสี่ยอะไรนั่น

รินถอนหายใจเกือบๆจะสิบรอบเเล้วมั้งถ้าบอกว่าการถอนหายใจทำให้อายุสั้นเธอคงจะ สั้นไปหลายสิบปีเชียว

หลายวันก่อนหลังจากที่เธอได้ยินหญิงสาวสองคนนั้นพูดก็เดินเข้าออกทั้งผับ ทั้งร้านนั่ง ชิวๆ ร้านคาราโอเกะเป็นว่าเล่น เเต่ก็เดินเข้า ได้สักพักก็เดินออกมา

เธอยังทำใจไม่ได้สักนิด ในทีเเรกบอกกับตัว เองว่ามันก็เเค่ความบริสุทธิ์เเต่สุดท้ายกลาย เป็นว่ามันคือความบริสุทธิ์ถ้าเสียไปมันคือการ เปลื้อนในทันที

เเล้วเธอก็ได้เเต่นั่งเซ็งอยู่หน้าร้านคาราโอเกะมองดูเสี่ยพุงพุ๊ยเดินออกมากับสาวสวยสองคนเเถมยังสวยกว่าเธออีก

ถ้าเธอไปหาเสี่ยหละจะได้เสี่ยเเบบไหนกันเเค่คิดก็อยากจะร้องให้เธอต้องเสียให้กับคนเเบบนั้นจริงๆหรอ

วันนี้คงต้องพอเเค่นี้รินปัดชุดเดรสกระโปง บานๆเเต่สั้นเหนือเข่าสีเเดงเเป๊ดให้เรียบร้อย พร้อมกับปัดตูดเพราะกลัวว่าชุดที่เธอยืมมาจะ เปื้อน

ชุดนี้ก็เรียกความไม่มั่นใจซะเเล้ว เสื้อตรง ไหล่รัดจะตายเเถมตรงพุงนั่นอีกคิดจะรัดให้ ตายหรือไงกันนะ

เธอเดินไปก้าวหนึ่งเกือบจะล้มดีที่ทรงตัวไว้ได้อยู่รองเท้าส้นสูงทำพิษชัดๆเกือบจะล้มไปซะ หลายครั้งเเล้ว

 

ช่วงเช้าวันต่อมา...

รินเดินทางไปเรียนด้วยความเร่งรีบในช่วงเช้าส่วนข้าวเช้าไม่ต้องพูดถึง ในสภาพตอนนี้คง ต้องรวบไปกินในช่วงเที่ยงซะเเล้ว

เธอนั่งรถประจำทางไปเรียนเเทนเดินเพราะว่าวันนี้เธอไม่น่าจะทันถ้าเดินไปเเล้วรินก็มาถึง มหาลัย

"ริน" ในขณะที่เธอกำลังจะเดินเข้าไปในตึกก็ มีเสียงหนึ่งเรียกเอาไว้ เพทาย เพื่อนของเธอ เองที่รู้จักกันในช่วงปีหนึ่ง

เพทายเป็นลูกผู้ดี ใส่เเต่ของเเบรนด์เเต่งตัว เก่ง ดูดีอยู่เสมอเเต่ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกอิจฉา อะไรเลยด้วยซ้ำ ทว่าในตอนนี้เธอกลับคิดว่า การเป็นลูกคนรวยมันดีจริงๆไม่ต้องคิดอะไร มากในเรื่องของค่าเทอมค่าหอ

"เป็นอะไร ทำไมทำหน้าเเบบนี้"เพทายถาม คนที่ทำหน้าเศร้าๆ

"ไม่เป็นไร"รินบอกปัดๆเธอไม่อยากจะเอาเรื่องของตัวเองมาทำให้เพื่อนต้องคิดมากอีกคนเเค่เธอคนเดียวก็เกินพอเเล้ว

"ขึ้นไปเรียนกัน" เพทายคว้าเเขนรินเดินขึ้น ไปบนตึก

การเดินด้วยกันเเบบนี้ทำให้เห็นถึงความต่าง ในระหว่างสองคนได้ชัด ความสวยดูมีออร่า กลบตัวรินจนหมด

นั่งเรียนไปได้สักพักความหิวก็ตีตื้นเข้ามากว่า จะถึงเที่ยงทำเอาปวดเเสบท้องไปหมดอาการ ที่เป็นโรคกระเพาะตีเข้ามาซะเเล้ว

นั่นเป็นเพราะว่าเธออดข้าวเช้าเเน่ๆเลย

"เพทาย ไปกินข้าวก่อนเลย" รินทำหน้าปกติ บอกให้เพื่อนตัวเองลงไปก่อน

"เเล้วเธอล่ะ"เพทายเก็บชีทเรียนพลางถามอีกคนที่เหมือนสีหน้าไม่สู้ดีนัก

เเต่ว่ารินกลับทำมือไม่เป็นอะไรพอเพทายลง ไปก็ได้เเต่กุมท้องตัวเองด้วยความปวด

อาการหนักซะเเล้ว เป็นโรคกระเพาะไม่พอก็ มีความเครียดลงอีกอะไรมันจะซวยขนาดนี้กัน เธอได้เเต่สบถอยู่ในใจ

พักอยู่นานกว่าจะลุกออกจากห้องเพื่อที่จะไปห้องพยาบาลเเต่ความไกลของมันทำเอาเธอ จะบ้าตาย

"นี่เธอ เดินระวังหน่อย" รินกำลังจะล้มลงไปก็มีคนมาดึงเเขนเอาไว้ไม่ให้ล้มพร้อมกับจับตัว ของเธอให้ทรงตัวดีๆ

"เป็นอะไร"พอเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของรินก็ช่วย พยุงเอาไว้ รินมองไปที่คนที่ช่วยเธอไว้ก็เจอ กับชายหนุ่มที่ใส่สูทมีภูมิฐานไม่น้อย เเถมยัง หล่อเอาการอีก

"ไม่เป็นอะไรค่ะ"ความน่าเกรงขามของอีกฝ่ายทำให้รินเติมหางเสียงให้สุภาพขึ้นขนาด อาจารย์เธอยังไม่พูดขนาดนั้น

"ไม่เป็นไร เเต่ดูท่าทางของเธอเเล้วน่าจะไม่ ไหวนะ ไปโรงพยาบาลมั๊ย?"ชายคนนั้นถาม ด้วยความเป็นห่วง

"งั้นก็ได้ค่ะ" ไปก็ไปว้า สภาพตอนนี้ปวดท้อง เเบบนี้คงไม่ไหวเเน่นอน

เเล้วชายคนนั้นก็พาเธอไปที่รถรถของเขาดูดี ไม่น้อยรู้ได้เลยว่ารถคันนี้ยี่ห้อหรูราคาเเพง ถ้าได้นั่งก็คงเป็นบุญของเธอ

มองดูดีๆชายคนนี้น่าจะอายุเยอะสักยี่สิบ เเปดจะได้มั้งเเต่ว่าเธออยากจะเรียกลุงซะงั้น

ลุงคนนั้นเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่ง ข้างในรถดูดีกว่าที่คิดไว้ซะอีกมันดูดีจนลืมไปว่าเธอกำลังจะไปไหนเเละเป็นอะไร

รินลืมว่าตัวเองปวดท้องอยู่

"ลุง รถนี้เเพงมั๊ยคะ"คำพูดที่ลืมตัวของรินทำ เอาคนฟังรู้สึกตะหงิดกระตุกตรงคิ้วมือไม้คัน อยากจะตีสักที

เขายังไม่เเก่ซะหน่อยมาดรียกลุงอะไรกัน เเค่ อายุอยู่ช่วงวัยกลางคนก็เท่านั้น

"ผมชื่อภพ"ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเเก้ต่างเเต่ภพก็เเก้ตัวให้กับเขาเอง พอมาเจอเด็กนี่เเล้วมันทำ ให้เขาเสียความมั่นใจไปเลย

"เข้าใจเเล้วค่ะืคุณภพ" น้ำเสียงประชดเเถมดู กวนๆเเถมไม่มีความเจ็บปวดเเฝงอยู่ทำเอาภพขมวดคิ้ว ยัยเด็กนี่เเกล้งเขาหรือเปล่า

"หายเจ็บเเล้วหรอ" ภพถาม

"นั่นสิคะ พอมาเจอรถลุง...เห้ย! รถคุณภพก็ เหมือนจะหายปวดไปเลย เเหะๆ" ว่าพลางยิ้ม เเหยๆให้ทีหนึ่ง ถามมาตรงๆก็ตอบตรงๆ รินเป็นพวกเก็บความลับได้ดีเเต่บางทีก็เป็น เหมือนพวกขวานผ่าซากในคำถามบางเรื่อง

ภพมองดูการเเต่งตัวของยัยเด็กนี่เเต่งตัวซะ เเก่นเเก้ว เสื้อนักศึกษาเหมือนจะหลวมไปนิด กับกระโปรงยาวถึงข้อเท้า มัดผมก็เเสนจะ ธรรมดามัดรวบไว้ข้างหลังเเค่นั้นส่วนหน้าตาก็งั้นๆไม่มีอะไรโดดเด่นเลยสักนิด

"หายเเล้วเเต่ก็ไปตรวจหน่อยมั๊ย" เขาพยายามจะโน้มน้าวให้หญิงสาวตรงหน้าไปตรวจดูสักนิดที่จริงภพอยากจะดูท่าทาง ของเด็กตรงหน้าซะหน่อย

"ขอบคุณค่ะ เเต่ไม่เป็นไร ดูเหมือนเเค่โรค กระเพาะมันกำเริบ หนูลานะคะ" รินไหว้ภพ เเฃ้วเดินออกมาจากรถเดินขึ้นไปบนตึกพลาง คิดในใจว่าเหมือนน้องหนูกับเสียเลยเเต่ความ คิดนี้ก็ถูกสะบัดออกไป ไม่นานเธอก็มาถึงใน ห้องเรียนเข้าไปนั่งให้เรียบร้อยเเต่พอนั่งลงเธอก็นึกอะไรบางอย่างได้

เธอยังไม่ได้กินข้าว

เเต่ว่าในตอนนี้เธอไม่หิวเเล้วทว่ายังไงในวันนี้ เธอต้องกินยากระเพาะเเน่นอน เล่นอดเช้า เที่ยงขนาดนั้น

ไม่นานก็มีคนอื่นๆทยอยเข้ามาในห้องเรียน เเต่ในคลาสนี้เธอกับเพทายไม่ได้นั่งเรียนด้วย กันเพราะเพทายลงอีกตัวหนึ่ง ทำให้รินได้นั่ง คนเดียว

ภพมองดูยัยเด็กคนนั้นขึ้นไปบนตึกนับว่าเด็ก นี่มีมารยาทพอสมควรเขายิ้มน้อยๆในตอนที่ นึกได้ว่า เขาลืมถามชื่อยัยเด็กคนนั้น ภพออก จากรถเเล้วเดินขึ้นไปอีกคนหนึ่ง

พอถึงคลาสเรียนก็มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาทั้งที่ควรเป็นอาจารย์สอนคลาสนี้มาเเต่กลับเป็นลุงคนเมื่อกี้เสียได้เเถมยังมาหยุดตรงหน้าห้องอีก

"สวัสดีนักศึกษา วันนี้ผมจะมาสอนเเทน อาจารย์อริสาที่ลาป่วยไปหนึ่งวัน ผมชื่อว่า กันติภพ เรียกว่าอาจารย์ภพก็ได้"ในตอนนี้ริน รู้เเล้วว่าคนนี้ชื่อว่าภพ เเต่ว่าเธอพึ่งนึกได้ว่าลุง คนนี้เเนะนำตัวตอนอยู่บนรถเเล้วนี่นา

"วันนี้นะครับ เราจะมาเรียนเรื่อง......" อาจารย์ ที่มาสอนชั่วคราวทำเอาเธอฟังเพลิน ลุงคนนี้สอนเข้าใจง่ายมากกว่าซะอีกเเต่อย่าให้อาจารย์อริสารู้เชียวเดี๋ยวเเกด่า

งานเลี้ยงก็ต้องมีวันที่จะเลิกลาคลาสเรียนนี้ก็เหมือนกันในที่สุดก็หมดเวลาลง รินเก็บของ ให้เรียบร้อยรอเพื่อนๆเดินออกไปจากห้อง

เธอเป็นคนนั่งข้างหลังทำให้ต้องเดินออกจาก ห้องเป็นคนสุดท้าย

"เธอ" ภพเรียก

"คะ?"รินตอบรับงงๆว่าอาจารย์เรียกเธอทำไม

"กินข้าวเเล้วหรือไง"

"ลืมเลยค่ะ เเหะๆ" รอยยิ้มเซ่อๆออกมาจากใบ หน้าของรินอีกครั้ง ภพส่ายหน้าไม่พูดอะไร

เดินไปหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ายื่นให้กับเธอเป็นขนมปังกับนมกล่องรินมองหน้าคนให้สลับกับของในมือ"เอาไปสิ"

"ขอบคุณค่ะ" รินไหว้ก่อนรับขนมกับนมมาไว้ ที่มือตัวเอง เดินออกมาจากห้องโดยที่มีอีกคน ยืนมองพลางส่ายหัวให้กับตัวเอง

รินเดินออกมาจากห้องก็มองดูของที่เธอถือเอาไว้อยู่ในตอนนี้เธอไม่ต้องทนหิวเเล้วหละ

รีบเเกะขนมปังเเล้วเดินไปกินไปจนหมดตามด้วยนมกล่องจนอิ่ม

เธอต้องขอบคุณลุงคนนั้น พออิ่มก็เดินไป เรียนวิชาอื่นต่อเเละเเน่นอนว่าเธอกับเพทายก็ ไม่ได้ลงวิชานี้ด้วยกันทำให้เธอสองคนไม่เจอ กันบ่อยนัก

ในที่สุดการเรียนในวันนี้ก็ได้สิ้นสุดลงเสียที พอการเรียนเสร็จสิ้นการทำงานก็ได้เริ่มต้นขึ้นมา

ในช่วงค่ำๆรินอาบน้ำเเต่งตัวด้วยเสื้อสีขาวเปิด ไหล่เอวลอยกับกางเกงยีนต์ขาสั้นที่รัดติ้วมี รองเท้าส้นสูงสีดำที่รับประกันว่าล้มร้อยเปอร์ เซนต์ที่ยืมมาจากเพื่อนคนหนึ่ง

'เพื่อค่าเทอม' รินให้กำลังใจกับตัวเองเเล้วเดิน ออกไปจากห้อง

วันนี้เธอได้มาอีกที่หนึ่งเป็นคลับเเห่งหนึ่งริน มองไปที่หน้าคลับก็มีการ์ดคอยตรวจบัตรดูก็รู้ ว่ามันหรูหราขนาดไหน

รินเดินไปที่ร้านยื่นบัตรให้กับการ์ด เธออายุ 20 พอดี เเต่การ์ดมองหน้าสลับกับบัตรหลาย รอบหน้าเธอเเก่ขนาดนั้นเลยหรือไง

พอเดินเข้าไปข้างในเเสง สี เสียง มาเต็ม ผู้คน ก็เต้นร่าอยู่กันอย่างสนุกสมเเล้วที่เป็นเมือง ศิวิไล รินมองด้วยความตะลึงคนเยอะขนาดนี้ จะไปหาเสี่ยหรือคนเลี้ยงได้ยังไงกัน

เธอมาผิดที่ชัดๆเสี่ยส่วนมากจะไปหาเด็กที่ร้านคาราโอเกะ ตามบาร์ต่างๆเเต่มาดูที่นี่เป็น เเหล่งรวมของวัยรุ่นชัดๆเเบบนี้เธอก็มาเสียเที่ยวสินะ

เข้าไปได้ไม่กี่นาทีเธอก็มาหยุดตรงนอกร้านซะเเล้ว พอไม่มีอะไรก็ได้เเต่เดินออกไปจาก บริเวณคลับเดินตามถนนไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง

รินยังไม่อยากกลับห้องตอนนี้

ไม่รู้ว่าตั้งเเต่เมื่อไหร่เธอถึงไม่มายืนอยู่ตรง สะพานซะเเล้วสะพานพาดข้ามเเม่น้ำสายใหญ่ตรงหน้าเเสงจากเเสงนีออนกระทบลงไปในเเม่น้ำเห็นเเวววาวระยิบระยับ

เมืองใหญ่เเบบนี้ไร้ดวงดาวท้องฟ้ามืดสนิทไม่เหมือนกับจังหวัดของเธอที่ยังคงมีดาวให้เห็น

ลมเอื่อยๆโชยมากระทบลมใบหน้าของรินนั้นได้เรียกบรรยากาศเเห่งความคิดถึงเป็นอย่างดี

เธอรู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำอะไรไม่คิดเสียเงินที่ พ่อเเม่ส่งมาให้โดยที่เปล่าประโยชน์

เเล้วมาตอนนี้ไม่รู้ว่าจะหามาจากไหน ไอ้ครั้ง จะไปเป็นน้องหนูมาคิดดูดีๆนึกถึงใบหน้าของ เสี่ยที่เธอต้องเสียให้ก็ทำใจไม่ได้เสียที

"เฮ้อ~" ยิ่งถอนหายใจก็ยิ่งลำบากใจ ได้เเต่ เอาผมที่ย้อยลงมาทัดหูพร้อมกับลูบเเขนด้วยความหนาว

เลิกเหม่อมองเเม่น้ำเเล้วเดินออกมาจากตรงนั้นเดินตรงฟุตบาตไปเรื่อยๆไม่คิดจะสนใจอะไรนอกจากทางข้างหน้า

เดินไปได้สักพักก็เห็นใครคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถ มอ'ไซต์คันใหญ่สูบบุหรี่มองขึ้นไปบนฟ้าดู คล้ายจะคิดอะไรบางอย่าง

รู้สึกว่ารินจะเคยเห็นคนนั้นพอเดินเข้าไปใกล้ในระยะที่มองเห็นได้ก็รู้ได้เลยว่าเป็นใคร

ลุงคนนั้นเเต่วันนี้ต่างออกไปเขาใส่เสื้อผ้าตามสมัยนิยมเเจ็ตเก็ตหนังเรียบลื่นสีดำกับกาง เกงยีนต์ทำเอาเขาเด็กลงไปหลายปี

เธอต้องผ่านทางนี้อยู่เเล้วเเละที่สำคัญลุงคน นั้นคงจำเธอไม่ได้หรอกเล่นเเต่งตัวเเบบนี้จาก นั้นก็เดินผ่านคนตรงหน้าไป

เป็นภพเองที่เห็นใครคนหนึ่งเดินผ่านไป ใบหน้าด้านข้างคล้ายคนเคยรู้จักใส่เสื้อผ้า น้อยชิ้นอีีก เขามองดูดีๆก็รู้ว่ารู้จักคนๆนี้

รีบทิ้งบุหรี่ลงพื้นก่อนที่จะใช้ร้องเท้าขยี้ให้มันดับก่อนจะเดินตามอีกคนไป"นี่เธอ!" ภพเรียก รินเอาไว้

เธอหยุดชะงักเเล้วหันไปมอง"ไม่กลัวจะโดน ไปลากข่มขืนหรือไง"อีกฝ่ายถามเเล้วเดินเข้า ไปใกล้เธอเรื่อยๆก่อนจะถอดเเจ็ตเกตหนังมา คลุมตัวของเธอเอาไว้

"ขอบคุณค่ะ" รินบอกกับภพที่ตอนนี้เสื้อข้าง ในเป็นเสื้อยึดสีดำธรรมดา เห็นการเเต่งตัว ของคนตรงหน้าเเล้วรินคิดว่าเขาคือคนเดียว กันกับเมื่อตอนเที่ยงหรือเปล่า

"ใส่ดีๆ"น้ำเสียงดุนิดๆจากปากของภพ

ดุอีกเเล้วลุงคนนี้ชอบดุจริงๆรินคิดในใจเเต่ก็ เอาเเขนสอดเข้าไปในเเขนเสื้อรูดซิปให้เรียบ ร้อยดูเเล้วคล้ายกับเด็กที่ใส่ชุดของผู้ใหญ่ จริงๆเล่นคลุมกางเกงขาสั้นของเธอจนมิด

"คิดยังไงถึงใส่เสื้อผ้าเเบบนี้เดินคนเดียว"ภพ ส่ายหน้ากับคนตรงหน้าอันที่จริงเขาไม่ใช่คน หัวโบราณเเต่เสื้อผ้าเเบบนี้มันไม่เหมาะกับเธอ เลยสักนิด

การใส่ชุดเเบบนี้คล้ายกับเธอจะไปเที่ยวที่ สถานบันเทิงมามากกว่าเเต่พอเห็นหน้าตาซื่อๆ เเล้วคิดเเบบนั้นไม่ลง

"ก็จะไปเที่ยวนะสิคะ" เขาคิดผิดเอง

"เที่ยวเเบบไหนของเธอ" ทั้งที่รู้อยู่เเล้วว่าเเต่ง ตัวเเบบนี้เที่ยวที่ไหน เเต่ก็อดถามด้วยน้ำเสียง ที่มีน้ำโหไม่ได้ซะงั้น

รินคิดว่าเธอพูดอะไรผิดหรือเปล่าลุงคนนี้ถึงขึ้นเสียงใส่เเบบนี้เเต่ว่าเธอจึงเลือกที่จะเงียบดีกว่าเเล้วเดินออกมาเสียเฉย

"จะไปไหนของเธอ"ภพเรียกเอาไว้

"ก็จะกลับเเล้วนะสิคะ" ไม่มีอะไรต้องทำเเล้ว จะให้อยู่ที่นี่อีกหรือไงกันเอาเถอะไว้ค่อยเริ่ม ใหม่ก็ได้ ยังไงเธอก็ยังเหลือเวลาอยู่หลายวัน

"ไปทางไหนจะไปส่ง"เสียงที่ออกมาจากภพดู จริงจังไม่น้อย เเต่รินกลับคิดไปอีกทางเริ่มที่ จะสงสัยว่าลุงคนนี้เป็นพวกโรคจิตที่ชอบลาก ผู้หญิงไปข่มขืนหรือเปล่า

เธอเห็นในข่าวเยอะเเยะ มีคดีฆ่าข่มขืนก็เเยะ เเรกๆทำเป็นพูดดีทำดีเเต่สุดท้ายก็เป็นคนไม่ ดีเสียได้

 

.......

 

 

ความคิดเห็น