email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 37

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 321

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2563 07:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 37
แบบอักษร

“ตอนนี้เรารู้ตัวผู้จ้างวานแล้ว ทางเจ้าหน้าที่กำลังออกหมายเรียกให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาอยู่ครับ ส่วนมือปืนกับคนขับรถนั้น อีกวันสองวันนี้คงจะพาไปทำแผนประกอบคำรับสาระภาพได้ ถ้าหากว่าไผ่อยากจะไปดูเดี๋ยวผมจะโทรบอกวันและเวลาให้แต่ว่า..?”

“ผุหมวดบ่ต้องห่วงดอกคับ ผมเข่าใจดีวาอิหยังเป็นอิหยังผมบ่ได่ติดใจเรื่องที่พ่อใหญ่เผิ่นถืกยิงอีกแล่ว ขอบคุณที่ผุหมวดเป็นฮวงล่ะกะซอยเหลือในหลายๆเรื่องเด้อคับ ขอบคุณคับ” ไผ่ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามสไตล์ของเขาพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณในความเอื้อเฟื้อที่นายตำรวจหนุ่มมีให้กับตนและครอบครัว หลังจากที่ก้องเกียรติกลับไปแล้วพอบ่ายแก่ๆหลังจากที่ช่วยทิดสักจัดการกับงานที่โรงสีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไผ่ก็ขี่มอเตอร์ไซค์คู่ชีพคันเก่งออกไปหาเลื่อนแล้วก็ปื๊ดเพื่อนรักทั้งสองยังที่ๆเคยไปประจำนั่นก็คือที่นาของเลื่อนนั่นเอง แต่ขณะที่ไผ่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์ลัดเลาะไปตามทางเกวียนเพื่อไปนาเลื่อนนั้นเขาก็เจอกับแตนเข้าพอดี แตนกับต่อน้องชายของเธอนั้นกำลังพากันเดินเก็บผักอยู่ริมคันนาในที่นาของตนอยู่สองคนพี่น้อง ไผ่เห็นดังนั้นจึงชะลอรถแล้วหยุดมองก็พอดีว่าต่อนั้นหันมาตามเสียงของมอเตอร์ไซค์แล้วเห็นเข้าพอดีจึงบอกกับพี่สาวขึ้นว่า

“เอื้อยแตนนั่นรถมอไซค์อ้ายไผ่จอดยุนั่น บ่แมนเลามีอิหยังสิเว่านำเจ่าติ” แตนมองตามที่น้องชายบอกก็เห็นไผ่ที่นั่งค่อมอยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์จอดมองอยู่ จึงเอาตะกล้าที่ใส่ผักยื่นให้น้องชายถือเอาไว้ ก่อนที่จะเดินเลี่ยงออกไปหาเพื่อนหนุ่มที่นั่งมองมาทางเธออยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ริมทางนั้นพอดี พร้อมกับตะโกนถามออกไปทั้งๆที่ตัวยังเดินไปไม่ถึงที่ๆเพื่อนอยู่นั้นด้วยซ้ำว่า

“มีหยังไผ่ มึงสิไปใสนิ สิไปนาบักเลื่อนเบาะ?”

“อื่อ..พากันเฮ็ดอิหยังยูแตน”

“หาเก็บผักเม็กไปกินกับป่นปลามื่อแลง”

“ล่ะอิพ่อเผิ่นสิเฮ็ดอิหยังนั่นสั่น สิเลี่ยงปลาเบาะคือขุดหลุมออกมาก้วงแถ่ะ” ไผ่ถามขึ้นเมื่อเหลือบมองไปที่ท้ายนาของเพื่อนสาวเห็นนายสนกำลังเกลี่ยดินที่ขอบบ่ออยู่

“เห็นเผิ่นวาจังซั่นล่ะ เห็นไห่บักต่อค่นหาวิธีการเฮ็ดนาสวนผสมแบบเกษตรพอเพียงตามแบบถิในหลวงเผิ่นเคยสอนไว่ยุ เห็นวาสิเฮ็ดแนวนั่นล่ะ” แตนบอกไปตามที่รู้มาจากพ่อที่เคยคุยไห้ฟังก่อนหน้านี้นั่นเอง

“กะซั่นหม่องลงนาเข่ากะสิหน่อยลงติ๊สั่นฮองทีกะบ่หลายปานได๋เนาะ” ไผ่แย้งขึ้นเพราะก็เห็นๆอยู่ว่าที่นาของแตนนั้นก็ไม่ได้มีเนื้อที่กว้างอะไรมากนัก

“อื่อ..กะสิเป็นแนวนั่นล่ะ เห็นเผิ่นวาเข่ากะสิปลูกตะพอได่กินกะพอวะซั่นพื่นทีถิเหลือกะสิลงผักบัวหัวหอมบักแตงบักถั่วไปเหลือกินกะสิได่ขายนำ พอมีรายได่เพิ่มเติมกันไป”

“คึบ่เซานาขะเจ่าเฮิดนำสั่น ขั่นอยากได่เข่าหลายขึ่น”

“แมนยุแต่สิไปเซานาไผล่ะ? เดียวนิคนบ้านเฮาบ่คอยเฮ็ดไฮเฮ็ดนากันแล่ว ทีของไผติดถนนหนทางพอมีราคาแนกะอยากขายกันเหมิด เห็นตะอิพ่อจ่มวาเดียวนิพวกในเมืองขะเจ่ามีเงินขะเจ่ากะมาซื่อไฮซื่อนาทางบ้านเฮาไปหลายหม่องแล่ว มึงบ่เห็นเบาะนำทางมานิ มีตะสวนยางพาราสวนอิหยังนั่นน่ะถิขะเจ่าเอามาปลูกไว่ กะย้อนบ่ไห่ทีมันว่างนั่นตั่วเห็นบ่” ไผ่ฟังคำพูดของเพื่อนสาวแล้วก็คิดตาม ที่จริงแล้วแตนก็พูดถูกทีเดียว เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ๆนั้นไม่ค่อยชอบที่จะทำไร่ทำนา ตามแบบปู่ย่าตายายหรือบรรพบุรุษแต่ดั้งเดิมกันอีกแล้ว พอเรียนจบออกมาก็คิดแต่จะออกหางานที่สะดวกสบายและทันสมัยทำกัน โดยไม่คิดที่จะหวนคืนกลับมาที่จุดเดิม ที่เป็นต้นตอหรือต้นกำเนิดของชีวิตและครอบครัวอีกต่อไป

“มึงนั่นเด๊ะซั่น เป็นจังได๋แนเรื่องพ่อใหญ่กำนันเผิ่นไปฮอดใสแล่ว เหมิดบ้านเหลือผุชายยุผุเดียวเมือยตี๊มึงบาดทินิ” แตนพูดขึ้นแบบห่วงๆเพื่อนอยู่ ถึงแม้ในใจของเธอจะคิดได้ว่า มันรวยขนาดนั้นคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง! แต่ก็ยังอดถามออกมาไม่ได้อยู่ดีนั่นเอง

“กูมันผุซายมึงสิมาคึดยากนำเฮ็ดหยัง เบิ่งจะของนั่นเถาะอีหวึ่ง”

“อ้าว! บักอันนิแมะไผสิไปยากนำมึงหั่น กูกะเว่าไปซือๆสั่นล่ะ ขั่นบ่อยากไห่เว่าบ่เว่ากะได่สั่น ไปหั่นสิไปใสกะไปโพดโพ”

“เอ๋า! ฮ่าๆๆๆเว่าซือๆกะเว่าซือๆสั่นเดี๋ยวกูสิจดไว่บาดท่าลืม”

“จดเฮ็ดอิหยังกูเว่าสองสามคำนึงมึงกะดาย เสียกระดาษถิ่มซือๆ”

“ไผสิไปจดใส่กระดาษไห่มันเปลือง”

“หือ..?จดใส่หยังสั่นผ่ามือ แขน ขา เสาเถียง”

“ใส่ใจ.. ไปกันเด้ออีหวึ่ง”

“ ? “

“-“ บรื้นนนนน..

“-“ บักอันนิบ่แมนมันปวงไปล่ะเบาะหั่นนิโอ้ย!แดดแฮงฮ้อนๆยุ”

ค่ำวันนั้นหลังมื้อเย็นผ่านไป แตนที่ยังติดใจเรื่องที่ไผ่พูดถึงเรื่องเช่านาไว้ปลูกข้าวอยู่ ก็ได้นำเอาเรื่องนี้มาเล่าให้พ่อกับแม่ของตนฟัง ขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่หน้าจอทีวีดูละครหลังข่าวกันอยู่ ซึ่งก็ทำให้นายสนเห็นคล้อยตามอยู่ไม่น้อยเลย จึงบอกกับลูกสาวว่าจะลองๆหาดูว่าปีนี้มีใครที่คิดไม่อยากจะทำนาบ้างเนื่องเพราะก่อนหน้านี้นั้นทางการก็มีประกาศออกมาอยู่ว่าปีนี้นั้นฝนจะน้อยอาจจะทำให้เกิดฝนแล้งได้ แต่ถ้าทำเป็นแบบนาหว่านก็คงจะพอได้ข้าวอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เขาจะได้ขอเช่าทำนาต่อไป เช้าวันใหม่ก้องเกียรติคิดที่จะแวะไปที่ร้านค้าทางการเกษตร เพื่อหาซื้อเมล็ดผักต่างๆไปฝากแตนที่บ้าน ก็พอดีขี่รถผ่านชุ้มขายของจำพวกเพราะพันไม้ต่างๆ แล้วมองเห็นกิ่งพันธุ์มะม่วงหลายชนิดที่ตั้งวางเรียงรายอยู่ที่หน้าร้านเข้าจึงหยุดแวะเข้าไปดูด้วยความสนใจ แต่พอจอดรถเสร็จยังไม่ทันที่จะเดินเข้าไปในร้าน เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อนชายหนุ่มจึงต้องหยุดรับสายก่อน

“ฮัลโหล..”

“ฮัลโหลก้องขา..”

“วิจิตรา! “ ก้องเกียรติถึงกับอุทานขึ้นมาด้วยความแปลกใจ นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ยินคำเรียกขานเพราะแบบนี้จากปากหล่อน

“ใช่คะวิเอง ทำไมก้องถึงดูท่าทางแปลกใจขนาดนั้นล่ะคะที่วิโทรมาอ่ะ”

“อ้อ..เอ่อ..อะอือก็ๆแปลกใจนิดหน่อยน่ะ แล้ววิมีอะไรอย่างนั้นหรือถึงโทรมานี่น่ะ” ชายหนุ่มถามเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อยเพราะตั้งรับไม่ทันและก็ไม่คิดว่าจะได้รับสายจากอดีตคนรักอีก หลังจากวันที่เขาตัดสินใจจากมาประจำการอยู่ยังที่ห่างไกลเช่นนี้แล้ว

“แหม..ทำไมก้องพูดอย่างนั้นล่ะคะ ก็เพราะวิคิดถึงคุณน่ะสิคะ นี่อย่าบอกนะว่าคุณลืมหน้าวิไปแล้วน่ะใจร้ายจัง”

ความคิดเห็น