ขอบคุณทุกยอดไลค์ ทุกคอมเมนท์ ทุกเหรียญ ทุกกุญแจ ...... เลิฟ เลิฟ นะคะ

ชื่อตอน : EP2: คู่ปรับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 514

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2563 09:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP2: คู่ปรับ
แบบอักษร

“น้อง ๆ ปลาดุกกับปลาไหลขายยังไงน่ะ” 

“น้องดุกตัวล่ะ 20 บาท น้องไหลตัวล่ะ น้องไหลตัวล่ะ 30 บาทจ๊ะ พี่จ๋า” 

“งั้นพี่เอาอย่างล่ะ 9 ตัว”  

แม่ค้ารูปร่างปราดเปรียวที่ขายปลาปล่อยบนท่าน้ำใกล้วัดเรียบกุลีกุจอตักปลาทั้ง 2 ชนิดให้คนซื้อทันที 

“นี่จ๊ะพี่ ทั้งหมด 450 บาทจ้า”  

“นี่จ๊ะ ไม่ต้องทอน...” หญิงวัยสี่สิบปลายๆ ยื่นธนบัตรสีม่วงให้ ท่าทางการแต่งเนื้อแต่งตัวก็น่าจะเป็นคนมีฐานะอันมีจะกินพอสมควร 

“ไม่ได้หรอกพี่! ต้องทอน...ยังไงห้าสิบบาทก็ต้องทอน นี่จ้า ห้าสิบบาท พี่เอาไปหยอดที่ตู้บริจาคในวัดก็ได้จ้า ได้บุญอีกต่อ พี่ได้บุญหนูก็ได้บุญด้วย” สาวร่างโปร่งบาง ใบหน้าพอเห็นเค้าว่าคมขำ มีเหงื่อซึมออกมาตรงปลายจมูกเรียวเล็กทว่าโด่งเป็นสัน ใบหน้าปิดบังด้วยหมวกปีกกว้าง ผมยาวสีน้ำตาลเข้มถูกรวบตึงเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง เพื่อไม่ให้เกะกะในการทำงาน 

“อืม.... ก็ดีเหมือนกัน..ขอบใจจ้า” แล้วสาวร่างอวบที่ ท่าจะอิ่มบุญด้วยก็ผละไปด้วยรอยยิ้ม 

“สาธุบุญด้วยจ้า...” สายน้ำยิ้มหวานพร้อมอนุโมทนาบุญให้ลูกค้าที่มาอุดหนุน 

“ใกล้หมดหรือยังลูก..... วันนี้ขายดีอยู่นะ สงสัยคนมาขอหวยด้วย พรุ่งนี้หวยออก” เสียงถามอย่างอาทรของผู้เป็นมารดาที่เดินเข้ามาหาที่ซุ้มพร้อมแก้วน้ำแดงใบโต 

“เหลืออย่างล่ะไม่กี่โลแล้วจ๊ะ แม่จ๋า เต่ากับหอมขมหมดไปแล้ว”  

“ดี ๆ เราจะได้กลับบ้านเร็วหน่อย เอ้า...นี่น้ำแดงโซดา” นางวิไล ผู้เป็นมารดายื่นถึงน้ำแดงโซดา เครื่องดื่มโปรดของผู้เป็นลูกสาว  

“ขอบจ้าแม่....” “อ่า... ชื่นใจจัง พลังมดมาแล้ว” หญิงสาวรับมาดื่มทันทีด้วยความกระหาย 

“เอ่อ แล้วแม่ขายพวงมาลัยหมดแล้วหรือจ๊ะ” 

ปากบางดูดน้ำเสร็จก็หันมาถามผู้เป็นมารดาทันที ในวันโกนกับวันพระนางวิไลจะขายพวงมาลัยดอกไม้สดด้วย ส่วนวันอื่น ๆ ก็จะขายแค่สัตว์น้ำไว้ให้คนทำบุญมาซื้อปล่อย  

“หมดแล้ว เมื่อกี้มีคนเหมาไปแก้บนหมดร้านเลย แม่เลยมาเดินมาช่วยริน” 

“โอ้ย... คุณวิไลค่ะ ไปพักเถอะ จ๊ะ หรือไปสนทนาธรรมกับหลวงตาก็ได้ เจ้รินเอาอยู่ นะนะ” 

หญิงสาวดุนหลังผู้เป็นมารดา พร้อมชี้ไปยังศาลาที่หลวงตา ที่ทั้งครอบครัวเคาราพนับถือนั่งสนทนาธรรมกับญาติโยมที่มาทำบุญวันพระอยู่หลายคน เธอไม่อยากให้แม่มายืนตากแดดใกล้ท่าน้ำ เมื่อเช้าก็ต้องไปซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาดตั้งแต่ตีสอง ไหนจะมานั่งร้อยพวงมาลัยหลังคดหลังแข็งอีก ดูสีหน้าก็พอรู้ว่าผู้เป็นแม่ที่มีเค้าความสวยของอดีตนางรำแก้บนอิดโรยพอสมควร

“เอางั้นก็ได้ลูก.... เก็บร้านเสร็จแล้วไปหาแม่ที่ศาลานะ กราบลาหลวงตาแล้วค่อยกลับบ้าน แม่จะได้แวะไปตลาดด้วย น้ำปลา น้ำตาลจะหมดล่ะ เย็นนี้ทำไก่ผัดพริกขิงกัน เห็นเจ้าดินบ่นอยากกินหลายวันแล้ว”

ดินหรือธาตรีพบธรรมลูกชายคนเล็ก ที่ทำงานเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์ที่อู่เรือด่วนเจ้าพระยา ซึ่งเจ้าของอู่ก็เป็นคนเดียวกันกับเจ้าของเรือด่วนเจ้าพระยาที่ได้สัมปทานกับรัฐชนิดที่ว่าผูกขาดเลยก็ว่าได้ สามีนางวิไลก็เป็นพนักงานขับเรือของที่นี่ตั้งแต่พบรักกับเธอ จนแต่งงานมีลูกด้วยกันสองคนคน

“ได้เลยจ้าแม่.... เดี๋ยวก็ขายหมดแหละ คนมาทำบุญเจอยิ้มหวานๆ ของน้ำก็ขี้คร้านจะมาเหมาหมดกะละมัง”

พูดพลางชี้นิ้วเรียวยาวไปที่ใบหน้าคมที่กำลังฉีกยิ้มให้นางวิไลดู หญิงสาวมั่นใจว่าใครได้เห็นรอยยิ้มพิมพ์ใจของตนเองก็จะต้องโดยเธอป้ายยาซื้อเหมาหมดกะละมังแน่นอน

“จ๊ะ... สาวแม่ค้าหน้าหวาน แม่ไปล่ะ” นางวิไลส่ายศรีษะทว่าอมยิ้มให้ลูกสาวคนเดียวที่ตอนนี้กลายมาเป็นแม่ค้าขายปลาปล่อยทำบุญชั่วคราวด้วยความรัก ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปที่ศาลาหลวงตาที่ทั้งครอบครัวนับถือ

 

“อืม.... ตกงาน มาเป็นแม่ค้าขายปลา ขายหอยก็ไม่เลวนะนี่” หญิงสาวบ่นพรึมพรำเพื่อเป็นการให้กำลังใจตัวเอง

“ขายหอยให้พี่ไหมจ๊ะ น้องรินคนสวย” พร้อมเสียงหัวเราะ พร้อมเพียงกันตามมาอีกเสียง เป็นลูกคู่ประสานเสียง

“ไอ้ป๋อง...ขายให้ พ่อ-ง-มึง....”

จากแม่ค้าหน้าหวานพูดจาจ๊ะ กลายมาเป็นสาวห้าวเป้งทันที เมื่อเจอคู่ปรับตลอดการอย่าง “ป๋อง” หรือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของเจ๊เกี๋ยว เจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่ของระแวกนี้ ซึ่งครอบครัวของเธอก็เคยใช้บริการเงินกู้ “ด่วน” มาแล้วเช่นกัน กว่าจะกัดฟันส่งทั้งต้นทั้งดอกได้ครบก็เล่นเอาเลือดตามแทบกระเด็น ตอนนี้หญิงสาวกำชับทุกคนในครอบครัวหรือคนที่สนิทสนมกัน ไม่ให้ไปกู้นี้เงินเจ้เกี๋ยวเป็นอันขาด เป็นตายร้ายดีหรือเดือดร้อนแค่ไหนให้มาบอก เธอจะพยายามช่วยอย่างเต็มที่

“โอ๊ะ โอ๋ น้องรินจ๋า.... ไม่เคยพูดจาค่ะขากับพี่ป๋องเลย..ทีคนมาซื้อปลาล่ะ จ๊ะจ๋าตลอดๆ ใช่ซิ พี่ป๋องไม่ใช่ลูกค้านี่ ถึงอยากเป็นลูกค้า... อยากซื้อปลา.... ซื้อหอ ออ ยอ หอย แทบแย่น้องรินก็ไม่ขาย... น้องรินก็รู้นี่ว่าแพงแค่ไหนพี่ป๋องก็พร้อมจะเปย์หมดหน้าตัก” เสียงคำว่าหอย ลากยาว อย่างเยียวยวนกวนอวัยวะเบื้องล่าง พร้อมลูกคู่สมุนคู่ใจของป๋องอย่าง “อ้น” ก็ขานรับทันที

“ช่าย....จ๊ะน้องรินจ๋า...พี่ป๋องของเราเปย์ไม่อั้น พร้อมโบนัสพิเศษ” อ้นรีบสนันสนุนลูกพี่ใหญ่ทันทีหมายเอาใจ ทว่ากับผิดคาด

“ไอ้อ้น มึง อย่างมาจ๊ะจ๋ากับน้องรินของกู... ไอ้นี่” เสียงแหลมห้วนของป๋องตวาดลูกสมุนอย่างฉุนเฉียวด้วยความหวง

“อ่ะ พี่ ป๋อง ฉันขอโทษ....” อ้นรีบยกมือไหว้ ป๋อง พร้อมน้ำเสียงขอโทษสั่นๆ จนป๋องคลายใบหน้าเครียดลงในที่สุด ที่อ้นมีกินมีใช้แม้ไม่ได้ทำงานทำการอะไรเลย ก็เพราะลูกพี่ป๋อง ดังนั้นจะเป็นการดูมากถ้าไม่ทำให้ลูกพี่ขุ่นเคืองใจ

“ใครก็มาจ๊ะจ๋ากับฉันไม่ได้ทั้งนั้นแหละ นอกจากพ่อกับแม่และน้องชายฉัน....ถอยไป โน้นลูกค้ามาแล้ว... อ๊ะ!!! นั่นจ่าบุญส่งนี่น่า” คำว่าจ่าบุญส่งทำให้ ป๋องและอ้นต้องหันขวับไปตามสายตากลมโตที่ทอดมองไปทันที เพราะคู่ปรับตลอดการเดินพุ่งยื่นเข้ามาใกล้แล้ว

“อ้าว เจ้าป๋อง เจ้าอ้น วันพระมาซื้อปลาไปปล่อยกับเขาเหมือนกันหรือไงนะเรา”

จ่าบุญส่ง สายตรวจอารมณ์ดีประจำท้องที่นี้ เอ่ยทักอย่างคุ้นเคยประสาคนที่ประจำสำนักงานตำรวจนี้มากว่าสิบปี คนระแวกนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ป๋องชายร่างสูงเก้งก้างผู้เป็นลูกพี่ใหญ่ กับ อ้นหนุ่มเตี้ยมะขามข้อเดียวผู้เป็นลูกสมุน ด้วยวีรกรรมอันเลื่องชื่อหลายอย่างของทั้งคู่ ซึ่งแน่นอนไม่ใช่วีรกรรมที่น่าสรรเสริญยกย่องเท่าไหร่นัก กอปรกับเป็นลูกเศรษฐีนีปล่อยเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ ทำให้วีรกรรมอันธพาลของทั้งคู่ ไม่ค่อยมีใครอยากถือสาหาความ เพราะทุกคนรู้ว่าเจ้เกี๋ยวเส้นใหญ่คับพื้นที่นี้

“เปล๊า ฉันแค่แวะมาหาน้องรินเท่านั้นแหละตามประสาคนกันเอง แล้วมันเป็นเรื่องผิดกฎหมายด้วยหรือไง จ่า” แม้จะไม่มีท่าทียียวนเวลาพูดกับจ่าบุญส่ง ทว่าน้ำเสียงติดจะห้วนไม่พอใจอยู่ในที ที่จ่ารุ่นพ่อเข้าเข้าจังหวะในการเกี้ยวสาวที่หมายตามาตั้งแต่ชั้นอนุบาล

“เอ่อ.... ไม่หรอกว่ะไอ้ป๋อง วัดเป็นเขตอภัยทาน ใครมาทำเรื่องไม่ดีในวัดก็คงเป็นคนไม่มีจิตสำนึกแล้วล่ะว่ะ หรือเอ็งว่าไงไอ้ริน”

“ใช่ แล้วจ่า.... เขตอภัยทานถ้ามีอันธพาลมาก่อนกวนก็ไม่มี... เอ... ไม่มีอะไรน๊า...น่าจะไม่มีอะไรนะ ที่จ่าพูดเมื่อกี้ อ้อ... จิตสำนัก เป็นคนไม่มีจิตสำนึก ใช่มั้ยจ่า” ธารินถามจ่าบุญส่งด้วยรอยยิ้มยียวนกับไปเช่นกัน พร้อมสายตามองคู่ปรับตลอดการอย่างป๋องด้วยความสะใจ

“จะว่าอย่างงั้นก็ได้....” จ่าบุญส่งตอบรับ พลางหันไปหาป๋องและตั้ม พร้อมกับคำถามเจ็บๆ คันๆ

“หรือพวกเอ็งว่าไงป๋อง อ้น”

“เอ่อ....คราวนี้ฉันเห็นแก่หลวงตาล่ะจ่า...ฉันไปล่ะ น้องรินจ๋าพี่ป๋องไปก่อนะนะจ๊ะ แล้วเจอกันที่ตลาดนัดถนนคนเดินนะ” ต้นประโยคเสียงแข็ง ส่วนท้ายเสียงป๋องอ่อนเสียงหวาน

“ไม่เจอได้ยิ่งดีนะป๋อง ไปดีมาดีล่ะ” แม้ป๋องจะแก่ว่าสองปี แต่หญิงสาวก็ไม่เคยเรียกพี่ได้ซะที ก่อนจะมาตามร่างอ้วนผอมเดินออกจากร้านของตน แว่วว่ายินอ้นชวนลูกพี่ไปร้านเหล้า ดื่มแก้ช้ำรักแถวๆ ท่าน้ำ

“เอ๋ง...เอ็งสองคนนี่น๊า... กัดกันตั้งแต่เล็กยันโต” จ่าบุญส่งสายหัว

“ก็.... ไอ้ป๋องชอบมาก่อนกวนฉันนี่จ่า ไม่รู้ทำเวรทำกรรมกับมันมาตั้งแต่ชาติไหน มันถึงได้ตามวอแวฉันไม่เลิก”

“นี่เอ็งไม่รู้จริงๆ หรือนังหนูริน ว่าไอ้ป๋องนะมันรักเอ็งชอบเอ็งตั้งแต่เอ็งตัวกระเปี๊ยกแล้ว”

“เอ่อน๊าจ่า..... “

รู้ทำไมเธอจะไม่รู้ ป๋องใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่ แถมที่บ้านยังมีเงินถุงเงินถึงอีก ทำให้มีผู้หญิงมารักมาชอบป๋องหลายคน แต่ก็เห็นแค่ควงเล่นๆ ไม่กี่วัน หรือมากสุดสามเดือน ป๋องก็สะบัดทิ้งแล้ว สุดท้ายก็กลับมาเทียวไล้เทียวขื่นเธอเหมือนเดิม

“น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อนนะนังหนู...” จ่าบุญส่งร้องเป็นเพลงอย่างอารมณ์ดี

“ลุงจ่าจะมาหาหลวงตาไม่ใช่หรอ... แม่ฉันก็อยู่โน้นแหละ... อ่า มีลูกค้ามาแล้วจ่า ฉันจะขายเหมาเลยจะได้ตามไปหาแม่ที่ศาล” หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากจะพูดถึงเรื่องตนเองกับป๋อง ที่ชาวบ้านระแวกนี้รู้กันทั้งคุ้งน้ำ

“เอ่อ..... ข้าไปล่ะ อย่าไปด่าลูกค้าละเอ็ง” จ่าบุญวัยใกล้เกษียณสัพยอกส่งท้าย ก่อนจะพาร่างอ้วนพุงพลุ้ยที่ไม่น่าจะวิ่งไล่ตามคนร้ายทันแน่ เดินผละไป พร้อมเสียงหวานหยดเรียกลูกค้าของธารินดังคล้อยหลัง เมื่อมีลูกค้าเดินเข้ามาที่ร้าน

“ปลาไหมจ๊ะพี่... ปล่อยปลาไหลให้ทุกข์โศกหายไปจ้า....”

ความคิดเห็น