ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ทุกคนคือความสุขของเราสัญญาว่าจะเขียนให้ดี แล้วน้อมรับทุกคำติชมของทุกคนนะคะ(แต่อย่าเเรงมาก555) เม้นกันเยอะๆนะคะ

ชื่อตอน : 29ชีวิตใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2563 23:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
29ชีวิตใหม่
แบบอักษร

ร่างของชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นผู้ดีเเห่งประเทศสเปนเดินเข้าคฤหาสน์หรูอย่างคฤหาสน์ซูตานอย่างมาดมั่น คำพูดของผู้เป็นลูกสาวยังดังก้องในหูเขาจนไม่สามารถที่จะนั่งดูดายได้อีกต่อไป 

“มาแต่เช้าเลยนะคุณอีริค เชิญนั่งสิ” ซูตานที่นั่งรอมาได้สักพักกล่าวขึ้น วันนี้เขาคงต้องใช้เวลานานพอสมควรที่จะต้องตกลงเจรจากับทางฝั่งของอีริค 

“ไหนๆผมก็มาแล้วผมไม่อยากให้ท่านเสียเวลาไปมากกว่านี้ผมขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันเรื่องที่เราทั้งสองครอบครัวต่างก็รู้กันดี” สีหน้าเคร่งเครียดที่บ่งบอกความกดดันถูกถ่ายทอดผ่านทางใบหน้าจนไม่สามารถปกปิดมันได้ 

“ใจร้อนจริงๆนะคุณอีริค แต่ถ้าคุณรีบขนาดนี้ผมก็โอเคร แต่มีข้อแม้อีกอย่างที่ผมพึ่งคิดได้ เรื่องที่ดินทางฝั่งตะวันออกยี่สิบไร่ผมขอเป็นสินน้ำใจเพื่ิอแลกกับลูกชายของผมคุณว่าดีไหม” รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นที่มุมปากอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเป็นสีหน้าดั่งเดิม  

ซูตานต้องการที่จะครอบครองที่ดินทางฝั่งตะวันออกมานานพอสมควรเพราะมันคือแหล่งทองคำสำหรับการค้าขายทางด้านอาวุธเถื่อนได้เป็นอย่างดีแล้วอีกอย่างเขาต้องการที่จะประกาศชื่อเสียงของเขาให้เลื่องลือมากกว่าเดิมทางฝั่งตะวันออกเสียด้วย 

“ผมคง..” น้ำลายเหนียวหนืดก้อนเเข็งถูกจุกอยู่กลางลำคอจนพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่ซูตานต้องการเป็นสมบัติเพียงสิ่งเดียวที่เขาเหลืออยู่ 

“ถ้าลำบากใจก็ไม่เป็นไรให้ถือสะว่าเราไม่เคยคุยเรื่องนี้กัน” ซูตานกล่าวขึ้นก่อนจะลุกยืนเต็มความสูง มือหนาคว้าไม้เท้าคู่ใจหวังจะเดินออกไปจากห้อง 

“ผะ ผม.. ผมตกลง แต่มีข้อแม้” 

เสียงของอีริคดึงสติให้ซูตานหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาดั่งเดิม ก่อนที่รอยยิ้มแห่งความสุขจะผุดขึ้นอีกครั้ง 

“แต่อะไรว่ามาสิ” น้ำเสียงที่ฟังดูมีความสุขช่างเป็นเครื่องตอกย้ำความในใจอีกคนได้เป็นอย่างดี 

“แต่ผมต้องได้ใบสมรสที่ทางอลันกับอลิซบรรจงลงลายมือจดกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อนผมถึงจะยอมโอนที่ดินฝั่งนั้นให้” น้ำเสียงหนักแน่นประกาศกล้าวดังลั่นคฤหาสน์หรูจนมีเสียงสะท้อนดังกลับมา 

“หึ ไม่มีปัญหาถ้านายอยากได้ฉันก็จะจัดให้” ซูตานพูดขึ้นก่อนจะทรุดนั่งดังเดิม 

“แบบนี่ผมค่อยโล่งใจขึ้นหน่อยหวังว่าคุณจะทำตามที่พูด” 

“แหม่ ไอ้ผมก็ชอบทำตัวเป็นคนไม่ดีด้วยสินะคุณเลยไม่เชื่อใจ แต่ไม่เป็นไรผมจะตอบแทนให้คุณอย่างสาสมเผื่ิอเป็นทองแผ่นเดียวกัน อาทิเช่นหนี้257ล้านที่คุณติดผมอยู่ผมก็อยากจะยกให้” ซูตานพูดขึ้นก่อนยกยิ้มให้อีกคน เรื่องแบบนี้เขาคิดมานานพอสมควรแล้วว่าสิ่งที่เขาจะได้จากที่ดิน20ผืนนั้นมีค่ามหาศาลมากเพียงใดจึงทำให้การตัดสินใจดูเรียบง่ายขึ้นไม่ผิดสังเกตไปมากนัก 

“คุ..คุณพูดจริงหรอครับ ขอบคุณครับขอบคุณจริงๆ”อีริครีบโค้งคำนับให้กับซูตานจนหมดคราบผู้ดีจากตระกูลดังที่ส่วนใหญ่จะทำตัวหยิ่งผยอง 

“จริงสิครับ ยิ่งคุณรีบเท่าไหร่มันยิ่งดีสำหรับตัวคุณแล้วครอบครัวจริงไหม”  

“เอ่อ ถ้างั้นผมขอตัวลาแต่เพียงเท่านี้เพื่อไปจัดเตรียมงานทางด้านต่างๆแต่ผมขอฝากท่านเรื่ิองของลูกชายของท่านด้วย ผมขอตัว” ร่างใหญ่ลุกขึ้นยืนโค้งตัวให้อีกคนก่อนจะเดินหันหลังออกไปด้วยความเร่งรีบ 

“พวกหิวเงินคิดแต่จะจับคนอื่นสินะ หึ” เสียงพูดดังขึ้นไล่หลังคนที่พึ่งเดินออกไป 

. 

. 

. 

. 

ประเทศไทย 

“โอ้โห้ บ้านใหญ่ขนาดนี้หนูนาคงกลัวผีแย่” เด็กน้อยที่ยืนถือตุ๊กตาตัวโปรดแนบอกอยู่เอ่ยขึ้นด้วยความตกตลึง เธอไม่เคยเห็นบ้านที่ใหญ่โตขนาดนี้มาก่อนจะเห็นก็แค่เพียงบ้านหลังเล็กที่เธอกับแม่เคยอยู่ 

“นี่หนูนาให้มันเบาๆหน่อยลูกที่นี่ไม่ใช่บ้านเราแม่ว่าเรากลับไปอยู่บ้านหลังเดิมเราเถอะแม่ว่ามันดีกว่านี้” มีนาก้มหน้าลงไปกระสิบข้างหูเด็กน้อยกลัวคนที่ยืนขนาบข้างเธอจะได้ยิน แต่ก็คงไม่สามารถหลุดพ้นสายตาเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเธอไปได้ 

“นี่ ที่นี่มันบ้านฉันเธอก็เป็นเมียฉันแล้วหนูนาก็เป็นลูกฉันดังนั้นบ้านนี้ก็เป็นของเธอด้วย” เวลานี้ไม่ว่าเธอจะดื้อรั้นที่จะหนีไปนอนที่อื่นเพียงใดเขาก็จะยื้อเธอให้สุดพลังเหมือนกัน ทั้งๆที่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเอง 

“แต่หนูนาก็คิดเหมือนคุณแม่นะคะ บ้านหลังนี้ดูใหญ่โตเกินไปไม่เหมาะกับหนูหรอกค่ะ” ใบหน้าหวานเศร้าลงนิดนึงเมื่อนึกถึงสถานะของตนเอง 

“ทำไมจะไม่เหมาะล่ะจ้ะ” เสียงหญิงชราเอ่ยขึ้ดังมาจากชั้นบนของบ้าน พลางทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปทางเดียวกัน 

ร่างของหญิงวัยกลางคนที่ยังดูไม่แก่เดินลงบรรไดมาอย่างเชื่องช้าเนื่องจากสุขภาพร่างกายไม่ค่อยจะดี แถมยังต้องคอยมีคนมาประคองเพราะเธอเคยลื่นล้มมาแล้ว 

“คุณนาย!” เสียงมีนาเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา เธอลืมไปเลยว่าบ้านหลังนี้ยังมีคุณนายหรือคุณแพรพรรณอยู่ 

“เป็นไงล่ะตาเคเลนฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าแม่หนูมีนาหน่ะท้องแกก็ไม่เชื่อแม่ยังปล่อยให้เมียหนีหายไปตั้งนานไม่ตามง้อ” เมื่อเท้าแตะพื้นตรงหน้าทั้งสามเธอก็สวดยาวพานโกรธลูกชายที่ปล่อยให้เมียที่ยังสาวและสวยกับลูกสาวที่หน้าตาจิ้มลิ้มออกไปอยู่ข้างนอกเพียงลำพัง ยิ่งคืดก็ยิ่งโมโห 

“โห่วว คุณแม่ครับ คุณแม่อย่ามาว่าผมแบบนี่สิผมตามหาพวกเธอแล้วแต่ก็ไม่พบ” เคเลนรีบวิ่งมากอดร่างผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อนผิดกับคนที่พวกเธอเจอที่โรงพยาบาล 

“ไม่ต้องมาใช้ลูกอ้อนแบบนี้กับแม่เลยนะเพราะแม่ไม่ใช่ผู้หญิงที่แกเลี้ยงไว้ จริงไหมมีนา” เธอหันมาพูดใส่อีกคน 

“จริงค่ะ คุณท่าน” 

“คุณท่านอะไรเรียกแม่สิ หนูต้องมาเสียทุกอย่างเพราะลูกชายแม่หนูต้องเรียกแม่ว่าแม่เข้าใจไหม” ปากบางสีสดเอื้อนเอ่ยอย่างมาดมั่น เธอต้องการมีนามาเป็นลูกสะใภ้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว 

“งั้นก็ได้ค่ะ” 

“ดีมาก แต่คนที่รถพยาบาลมาส่งเธอคือใครกันหน้าตาสะสวยใช่เล่น”  

“คุณท่าน เอ้ยคุณแม่เจอเธอแล้วหรอคะ” 

“ใช่รถพยาบาลพึ่งมาส่งเห็นบอกว่าลูกจ้างพยาบาลมาเฝ้าเลยให้ออกจากโรงพยาบาลจริงไหมตาเคเลน”คุณนายแพรพรรณหันไปถามลูกชายที่ยังคงกอดเอวเธอไม่ห่าง 

“ใช่ครับหนูนากับมีนาขอร้องให้ผมช่วยดูแลเธอครับ”  

“งั้นหรอแม่ว่าอีกสักพักเธอคงตื่น” 

ทั้งสีเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านเพื่อไปเฝ้าดูอาการของคนที่นอนพักฟื้นโดยร่างของแพรพรรณมีเคเลนคอยประคองไม่ห่างแม้เธอจะขอเดินเองเพราะเกรงกลัวว่าเธออาจจะทำให้แผลลูกชายฉีกขาดได้ 

ประตูไม้สักบานหรูถูกเปิดออกก่อนจะพบกับร่างของพิมพ์ประภัสนอนจมอยู่ในผ้าห่ม 

ดวงตากลมเริ่มขยับไปมาเพื่อปรับความเคยชินก่อนจะค่อยๆลืมตา 

“แม่พี่พิมพ์ตื่นแล้ว” เสียงใสดังขึ้นเพราะเธอเป็นคนแรกที่เดินมาถึงเตียง 

หัวของพิมพ์ประภัสขยับตามเสียงเรียกที่ดังมาจากฝั่งขวาแม้จะแปลกใจที่ยังเห็นพวกเธออยู่ 

“นะ น้ำ “ เสียงอันแหบแห้งเปล่งออกมาอย่างทุรักทุเรเนื่องจากไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายชั่วโมง 

“นี่ค่ะ” ผ่านไปไม่ถึง30วิก็มีแก้วน้ำใบโตมาจ่อที่ลิ้มฝีปากซีดเซียว 

แขนเรียวทั้งสองข้างของพิมพ์ประภัสหยัดกายลุกขึ้นด้วยความยากลำบากแม้จะมีเสียงร้องห้ามของมีนาดังขึ้นอยู่ไม่ห่าง 

“พิมพ์พี่ว่าอย่าพึ่งลุกดีกว่า” 

“พิมพ์นอนต่อไม่ได้แล้วค่ะพิมพ์ต้องไปหางานทำ” น้ำเสียงรีบรนผิดแปลกจากคนที่นอนป่วยซมเมื่อกี้ไปมาก 

“ร่างกายแม่หนูยังไม่ดีขึ้นเลยนะแม่หนู” 

“แต่.....” 

ตื้ดดดดด ตื้ดดดด เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูของเคเลนดังขึ้นดึงสติทั้งห้าคนให้กลับมาดังเดิมก่อนที่จะถูกเคเลนกดรับทันทีที่เห็นเบอร์ที่โทรมา 

“ผมขอตัวนะครับ” เคเลนเอ่ยก่อนจะเดินออกจากห้องไป 

“มีอะไรครับคุณเพื่อนหลังจากหายออกไปจากโรงแรมกูไม่คิดจะจ่ายเงินกันบ้างหรือไร” น้ำเสียงยืดยานถูกกรอกใส่ปลายสายตามฉบับของเคเลนเพราะเพื่อนตัวดีหนีกลับทั้งๆที่ไม่จ่ายค่าที่พักสักแดงเดียว 

“กูมีเรื่องให้มึงช่วย” น้ำเสียงจริงจังของอลันทำให้เคเลนหุบยิ้มทันที 

“มีอะไร” 

“มึงช่วยตามหาคนคนหนึ่งให้กูหน่อย” 

“ตามหาทำไมวะ”ด้วยความสงสัยจึงอดไม่ได้ที่จะถามย้อนกลับเพราะเวลาที่อลันให้เขาตามหาใครคนนั้นต้องสำคัญจริงๆ 

“อาทิตย์หน้ากูจะแต่งงาน..” 

“ห้ะไอ้เชี่ยมึงหลอกกูเล่นหรอ”ด้วยความตกใจทำให้เคเลนเผลอตะโกนเสียงดังจนลูกน้องต่างพากันหันมามอง 

“เรื่องจริงและกูอยากให้ผู้หญิงคนนั้นมางานกูมึงช่วยพาเธอมาหน่อย ข้อมูลทุกอย่างกูส่งให้ผ่านเมลแล้ว” 

“มึงเคลียกับกูก่อนไอ้อลัน..ฮัลโล่ ไอ้อลัน” เคเลนยังพูดไม่ทันจบก็ถูกอีกคนวางสายใส่อย่างไม่ใยดี 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว