email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 33

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 379

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มี.ค. 2563 16:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 33
แบบอักษร

เช้าวันนี้เตี้ยตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่เพราะตั้งใจว่าจะไปบุญแห่ข้าวพันก้อน ร่วมกับเพื่อนบ้านซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมบุญของบุญผะเหวดหรือบุญเดือนสี่นั่นเอง (การแห่ข้าวพันก้อนคือประเพณีงานบุญอีกอย่างหนึ่งของคนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือว่าภาคอีสานนั่นเอง เริ่มต้นโดยการรวมตัวกันก่อนไม่ว่าจะเป็นที่วัดหรือศูนย์กลางของหมู่บ้านก็ได้ตามแต่ที่ชาวบ้านในพื้นที่นั้นๆจะกำหนดร่วมกัน โดยมีผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้านกำนันเป็นผู้ประสานงานให้จากนั้นก็จะตัดกิ่งไม้ขนาดพอเหมาะมาหนึ่งกิ่ง เสร็จแล้วชาวบ้านก็จะช่วยกันตกแต่งกิ่งไม้นั้นด้วยขนมนมเนยต่างๆที่จะผูกด้วยด้ายเส้นเล็กๆก่อนแล้วนำไปผูกห้อยติดกับกิ่งไม้อีกทีซึ่งก็รวมไปถึงธนบัตรชนิดต่างๆก็ได้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือข้าวเหนียวที่จะกำให้เป็นก้อนๆขนาดพอดีคำ ที่จะผูกติดกับด้ายแล้วเอาไปผูกติดกับกิ่งไม้ด้วยนั่นเอง ซึ่งในบางพื้นที่หรือบางจังหวัดนั้นก็อาจจะใส่เป็นถาดขนาดใหญ่แบบสวยๆหน่อยก็มีเช่นเดียวกันและในบางพื้นที่นั้นก็อาจจะใส่ข้าวถึงหนึ่งพันก้อนตามจำนวนพระคาถาหนึ่งพันพระคาถา อย่างในเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดกเลยทีเดียวก็มี จากนั้นเมื่อได้เตรียมทุกอย่างจนพร้อมแล้วชาวบ้านก็จะเริ่มแห่บุญข้าวพันก้อนนี้ไปรอบๆหมู่บ้าน และในการแห่นี้ก็จะมีทั้งตีกลองร้องเพลงและเต้นรำกันไปตามถนนหนทางที่เดินไปกันอย่างสนุกสนานทีเดียวโดยจุดหมายปลายทางนั้นก็คือวัดนั่นเอง และการแห่บุญนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มรวมตัวกันตั้งแต่ตีสองไปจนกระทั้งแห่เสร็จไปจบกองบุญกันที่วัดในเวลาฟ้าสางหรือราวๆตีห้าถึงหกโมงเช้าพอดีนั่นเอง)

“แตนๆเอ๊ย! อย่าลืมลุกนึ่งเข่าเด้อ! แม่สิไปเอาบุญนำมูเผิ่นก่อนเด้อ”

“จ้า อิแม่ข่อยตื่นแล้วเดี๋ยวสินึ่งไห่ดอกไปโลด “ แตนงัวเงียตื่นขึ้นมาก่อนร้องตอบแม่ของเธอออกมาทั้งๆที่ยังอยู่ในมุ้งในห้องนอนอยู่เลย และก่อนฟ้าสางในวันนั้นแตนก็จัดการงานบ้านทุกอย่างจนเสร็จสิ้นอย่างเรียบร้อยก่อนที่แม่ของเธอนั้นจะกลับมาจากที่วัดเสียอีก

“อิแม่เดี๋ยวเช่านี่ข่อยสิไปจังหันยุวัดเองเด้อ เจ่าเตรียมโตไปฟังเทศน์ของเจ่าโลดยังกินข่อยกะแกงหน่อไม่ใส่บักบวบกับตำแจวเอาไว่แล่ว ล่ะกะแบ่งไปวัดเอาไว่นำแล่ว” แตนบอกแม่เสียงใสทันทีที่แม่ของเธอกลับมาถึงที่บ้าน

“เอ่อๆ กะดีคือกันก๊ะซั่นกะฟ่าวไปอาบน้ำแต่งโตไห่เรียบร้อบซะไป๊ เดี๋ยวสิไปบ่ทันพระเผิ่น” เตี้ยบอกกับลูกสาวพร้อมกับยิ้มออกมาน้อยๆอย่างพอใจ ลูกสาวของเธอโตขึ้นมากแล้วจริงๆรู้ว่าอะไรควรทำและไม่ควรทำตอนไหนและเมื่อไหร่

“อื่อ เดี๋ยวข่อยสิไห่บักต่อเอามอไซค์ไปส่งกะได่” แตนบอกก่อนที่จะไปเตรียมตัวไปวัดต่อไป และในขณะที่แตนไปทำบุญใส่บาตรถวายข้าวปลาอาหารอยู่ที่วัดร่วมกับชาวบ้านคนอื่นๆอยู่นั้นเตี้ยเองก็จัดการอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่สวยๆอีกรอบแล้วชวนสนผู้เป็นสามีออกไปฟังเทศน์มหาชาติที่วัดด้วยกัน แต่ก่อนที่จะออกจากบ้านไปนั้นก็ต้องรอให้ลูกสาวกับลูกชายกลับมาจากวัดเสียก่อน

“มื่อนี่มีไผสิยูเฝ่าบ้านยุเบาะ ฮึสูสิออกไปแห่กัณฑ์หลอนนำมูเขาเหมิดเทิ่งสองคน” เตี้ยถามขึ้นเมื่อแตนกับต่อกลับมาจากที่วัดมาถึงบ้านแล้ว

“ข่อยไปพวกอ้ายป๋องอ้ายเลื่อนเผิ่นบอกไว่มื่อวานนี่ วาอยากไห่ไปซอยเปลี่ยนกันยามตีกลองตีฉาบตอนแฮกัณฑ์หลอนวาซั่น” ต่อบอกออกมาเป็นคนแรก

“แต่ข่อยบ่ไปใสดอกพวกอีน้อยอีติ๋ม มันกะชวนยุแต่ข่อยหั่นบ่อยากไป” แตนบอกออกมาเบาๆ ซึ่งเตี้ยนั้นก็เข้าใจได้เป็นอย่างดีเพราะรู้ดีว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วนั้นลูกสาวคนโตของเธอก็ไม่ใช่เป็นพวกประเภทที่ชอบเต้นรำทำเพลงอยู่แล้วแม้ว่าแตนนั้นจะชอบร้องเพลงเอามากๆเลยก็ตามที แต่ถ้าจะให้ไปร้องไปรำหน้าฮ่านหรือหน้ากลองยาวตามงานบุญงานรื่นเริงต่างๆเหมือนคนอื่นๆนั้นดูท่าจะไม่ใจกล้าขนาดนั้นได้

“ขั่นบ่ไปใสกะไห่ยูบ้านเด้อ บัดเทือพวกขะเจ่าแห่กัณฑ์หลอนผ่านมาสิได่เฮิดบุญนำเผิ่น” สนบอกขึ้นก่อนที่จะบอกให้เมียเอาเงินให้กับลูกสาวไว้ตามกำลังที่พอมี เพื่อเอาไว้รอทำบุญกับขบวนกัณฑ์หลอนที่จะผ่านมาทางบ้านของตนต่อไป จากนั้นก็เดินนำเมียไปที่วัดเพื่อฟังเทศน์มหาชาติต่อไป วันนี้ทั้งวันนั้นทั่วทั้งหมู่บ้านหนองเสือได้ยินแต่เสียงร้องรำทำเพลงและเสียงโห่หิ๊วกันอย่างสนุกสนานของคนในหมู่บ้านตลอดทั้งวันเพราะวันนี้เป็นวันบุญใหญ่ บุญผะเหวดหรือบุญเดือนสี่นั้นเป็นประเพณีบุญตามฮีตสิบสองของชาวอีสาน ประเพณีบุญผะเหวดสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้าในพระพุทธศาสนา ซึ่งชาวอีสานต่างก็ยึดถือและปฏิบัติต่อกันมาช้านานและอย่างเคร่งครัด เพราะถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ การจัดงานบุญผะเหวดนั้นจุดใหญ่อยู่ที่การเทศน์เรื่องพระเวสสันดรชาดกหรือเทศน์มหาชาติ ที่มีจำนวนทั้งหมด13กัณฑ์นั่นเอง ทั้งนี้ก็เพื่อระลึกถึงพระเวสสันดร พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญเพียรบารมีชาติสุดท้ายของพระองค์ ก่อนจะเสวยชาติและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในภายหลังนั่นเอง แตนนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่แคร่ไต้ต้นขนุนข้างบ้านขบวนแห่ผ่านไปขบวนแล้วขบวนเล่าจนมาถึงขบวนของกลุ่มไผ่กับพวก เลื่อนก็แกล้งเดินเข้ามาแซวเล่นตามประสาเพราะว่าวันนี้นั้นเป็กไปหลายแก้วแล้วนั่นเอง

“แตนมึงเฮ็ดอิหยังยุหนี่ งานบุญม่วนๆคือบ่ออกไปแห่นำมูเขา”

“ขั่นกูไปแล้วไผสิยูบ้านถ่าเพาะบุญนำสูสั่นหือ..?” แตนตอบกลับยิ้มๆ ก่อนที่จะเตือนขึ้นว่า

“อย่าพากันเมาคักหลายล่ะสูนั่น แดดแฮงฮ้อนยุเดี๋ยวสิวิงเป็นลมแดดเด้อ”

“ฮ่วย! มือซั่นนี่แล้วบ่มีย่านดอกซำแดดนี่ซำบายมากหมอฮ่าๆๆๆๆ เอ้าเอาจักเป็กซะเนาะม่วนๆนำกันเฮ้ย” เลื่อนพูดพลางยื่นแก้วเหล้าที่มีน้ำเมาอยู่เพียงค่อนแก้วเท่านั้นให้กับเพื่อนสาว

“กูยุบ้านมึงสิไห่กูกินเฮ็ดหยังบักอันนิ บัดเทือกูฟ้อนยุผุเดียวไทบ้านเผิ่นสิบ่วากูบ้าเบาะฮ่ะๆๆๆ กินโลดสูนั่น” แตนพูดขึ้นขำๆขณะที่มือยังคงถือแก้วเหล้าที่พึ่งรับมาจากมือของเพื่อนหนุ่มในวัยเด็กนั้นอยู่ โดยยังไม่ยอมยกขึ้นจิบแต่อย่างใด แต่มีหรือที่เลื่อนนั้นจะยอมรับแก้วที่ยังไม่ได้ยกซดคืน แตนจึงจำต้องดื่มไปเพื่อไม่ไห้เสียน้ำใจเพื่อนนั่นเอง

“ฮ่าๆๆๆๆสุดยอดเพื่อนฮ่าๆๆๆๆคักหลายๆๆ” เลื่อนหัวเราะเฮฮาไปตามประสาก่อนที่จะเดินเกร่ไปหาเพื่อนๆต่อ ส่วนไผ่ผู้เฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆมาโดยตลอดนั้นให้นึกเป็นห่วงเพื่อนสาวขึ้นมาจึงเดินเข้ามาหา

“ไปแห่นำกันบ่แตน..?”

“บ่ขี่คร้านตากแดด สิถ่าเฮ็ดบุญยุฮ่มนี่ดอกฮ่ะๆๆๆ”

“เว่าไปทั่ว เดี๋ยวกะบาปกินหัวเอาดอกฮึๆๆ”

“เอ๋าขั่นตั่วกะสิบ่บาปคือกันนั่นติเนาะ”

“ตั๋วดีๆกะบ่บาปดอก ขั่นบ่ตั๋วจอกลอกแจกแลกนั่น”

“อะปัดติโท๊ะ ฟังเว่าแมะฮ่ะๆๆๆ”

“ฮ่าๆๆๆอย่ากินหลายๆล่ะเหล้านั่นกองได๋แห่มากะเป็ก กองได๋แห่มากะเป็กบ่ได่เด้อแฮงยูผุเดียวยุระวังนำ”

“อื่อๆ ฝากเบิ่งบักต่อไห่นำแนเด้อไผ่ มันยังน้อยยุอย่าไห่เมาหลายเด้อ”

“อื่อเดี๋ยวสิเบิ่งไห่ดอกแม่พะหยา”

“โอ๊ะๆๆโอ้ย! แฮงเว่ากะคึแฮงคือผุเฒ่าไปหน้าแท่น้อบาดนิ เอ๋ามูเขาย้ายบ่อนแห่ไปแล้วไปแท่แมะ”

“เอ้าไปก่อนสั่น ไปเด้อ”

“เอ้อ..ฝากเบิ่งบักต่อไห่นำเด้อ”

^-^

บ่ายแก่ๆแล้วขบวนกัณฑ์หลอนที่ต่างก็สนุกสนานและเฮฮากันจนเหนื่อยแล้วต่างก็ทยอยพากันแห่เข้าวัดกันไปเรื่อยๆจนครบทุกขบวนและนั่นก็ทำให้วัดบ้านหนองเสือที่เคยดูกว้างขวางนั้นคับแคบลงไปถนัดตาเลยทีเดียว ก่อนที่เสียงจากไมโครโฟนจากทางกองอำนวยการกลางของทางวัดจะดังขึ้น

“ฮะโหลๆ หนึ่ง สอง สาม หนึ่ง สอง สาม สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องชาวบ้านหนองเสือเฮาเด้อออออครับ มื่อนี่นะครับเป็นมื่อบุญใหญ่ของบ้านหนองเสือเฮานะครับ กะคือบุญมหาชาติหรือบุญผะเหวดเนาะครับ พวกเฮาซูผู่ซูคนกะได่มาฮวมบุญฮวมทานนำกันคือเก่าคือหลังคือซุปีที่ผ่านมานะครับ แล้วถ่าไผสิไปแห่ผะเหวดเข้าเมืองนำเผิ่นเด้อครับเด้อกะไห่เตรียมตัวแล้วกะไห่มาโฮมกันได่ล่ะเด้ออออออครับ ตอนนี่ทางผุซอยเผิ่นกะเตรียมการไว่พร้อมเหมิดแล้วนะครับ อีกจักนอยเผิ่นกะสิได่เคลื่อนขบวนล่ะนะครับ แห่ออกไปรับผะเหวดหรือพระเวสสันดรเข่าเมืองกันนะครับ สำหรับยอดเงินที่พ่อแม่พี่น้องแล้วกะลูกๆหลานๆทั้งหลายของเฮานั่นได่ไปแห่กัณฑ์หลอนกันมาในมื่อนี่กะคือสิได่ฮู้ยอดบริจาคกันไปตามที่คณะกรรมการเผิ่นได่แจ้งกับทุกๆท่านไปก่อนหน่านี่แล้วเนาะครับว่าได่อิหยังซำได่แน เอ้าๆๆทางผุซอยเผิ่นแจ้งมาว่า ได่เวลาออกแห่ผะเหวดกันแล้วครับ เชิญครับ เชิญๆพ่อแม่พี่น้องซูขู่ซูคนไปแห่ผะเหวดเข่าเมืองนำกันเด้ออออออครับบาดนิ” สิ้นเสียงจากทางโฆษกที่ประกาศจบลงจากนั้นไม่นานขบวนแห่ผะเหวดก็ออกเดินทางทันที..

ความคิดเห็น