โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 3-6 อลิซในดินแดนพิศวง

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-6 อลิซในดินแดนพิศวง

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 194

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-6 อลิซในดินแดนพิศวง
แบบอักษร

 

คนเราเนี่ยแพ้ในคำชมจริงๆ คงเพราะเป็นสังคมที่คิดว่าการถ่อมตัวนับเป็นคุณงามความดีอย่างนั้นล่ะมั้ง ฮีแจเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพียงได้รับคำชมว่าละเอียดอ่อน ก็ถึงกับทำตัวไม่ถูกเสียอย่างนั้น ความรู้สึกยุบยิบๆ ทำให้ฮีแจได้แต่ลูบต้นคอ 

ส่งอลิซเข้าไปในลิฟต์ของโรงแรมแล้ว ก็เดินผ่านออกมาทางล็อบบี้ ตรงล็อบบี้โรงแรมมีทั้งนักท่องเที่ยวและคู่รักอยู่เต็มไปหมด ทั้งฮีแจและจีฮอนที่สังเกตเห็นผู้หญิงที่เอาหน้าอกเบียดแขนของผู้ชายแล้วร้องเรียก “พี่คะ พี่” เลี่ยงออกมาด้านนอกโรงแรมเหมือนกับม้าแข่งที่ถูกบังสายตาทั้งสองข้างเอาไว้ 

“ต่อไปก็เป็นบ้านพี่สินะครับ” 

ฮีแจที่ครุ่นคิดว่ารถไฟใต้ดินยังคงมีอยู่ จะขึ้นรถไฟใต้ดินหรือเอาอย่างไรดี พลันเงยหน้าเมื่อได้ยินคำพูดของจีฮอน เมื่อคิดได้ว่าอีกฝ่ายขยับหน้าเข้ามาใกล้มาก ฮีแจก็นึกถึงหน้าคาบูกิของตัวเอง กระแอม แฮ่มๆ! พร้อมกับเอาผมมาบังไว้ตั้งแต่ช่วงใต้จมูก ฮีแจเริ่มรู้สึกขึ้นในใจอยู่คนเดียวว่ากำลังทำเรื่องไร้ประโยชน์อยู่ 

“เอ่อ ไม่ต้องไปส่งก็ได้ค่ะ ฉันขึ้นแท็กซี่ไปเองได้ ไปแท็กซี่แป๊บเดียวก็ถึงแล้วค่ะ” 

“เดี๋ยวนี้แท็กซี่ก็อันตรายนะครับ” 

จีฮอนที่ขยับไปใกล้ถนนเพื่อจะเรียกแท็กซี่ หันกลับมามองฮีแจที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ 

“ว่าแต่พี่ครับ ทำไมเอาแต่ปิดหน้าแบบนั้นล่ะครับ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า หรือว่าเป็นประเภทที่ดื่มแล้วหน้าแดงแบบนั้นเหรอ” 

“ปะ เปล่า! ชะชอบกลิ่นแชมพูก็เลยทำแบบนี้หรอก” 

ฮีแจคำรามออกมาพร้อมกับเอาผมที่บังหน้าไว้ออก 

“ฮ่าๆ!” 

เสียงหัวเราะกังวานใสของจีฮอนระเบิดออกมาเหมือนกับน้ำอัดลม ฮีแจอยากยืนยันว่าการกระทำของตนนั้นถูกต้อง จึงได้ยกผมขึ้นมาอีกครั้งแล้วขยับไปใกล้ๆ จมูก ผมที่สระก่อนออกมาเจออลิซ ยังคงฟุ้งกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ แม้จะเป็นข้ออ้างที่ยกขึ้นมากะทันหัน แต่ก็ไม่ใช่คำโกหก จีฮอนขยับเข้าใกล้ฮีแจที่สูดหายใจอยู่ข้างๆ แบบเงียบๆ และขยับจมูกไปใกล้ผมของฮีแจ ไหล่ของฮีแจที่ขยับขึ้นลงเหมือนการกำหนดลมหายใจแบบลามาซ[1]พลันชะงักค้าง 

“โอ๊ะ จริงด้วย ผมได้กลิ่นดอกไม้จากพี่” 

จีฮอนทำแบบนี้เสมอ ปักปลายลูกธนูที่เต็มไปด้วยความในใจลงมาโดยไม่มีการเล็ง แต่มันกลับเข้าเป้าอย่างแม่นยำ หากเป็นลูกธนูที่พุ่งมาอย่างแม่นยำ ก็จะจับทิศทางและหลบหลีก หรือหลับตาลงรอคอยวินาทีที่ถูกยิงได้ แต่สำหรับจีฮอนแล้ว เธอไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ ลูกธนูหลายดอกที่บรรจุความในใจไว้ มันค่อยๆ ปักเข้ามา เข้าโอบล้อมฮีแจราวกับจำกัดขอบเขต ด้วยการแสดงออกมาเช่นนั้น พอเปิดช่องว่างในใจแล้วไม่ทันระวัง พอได้สติก็กลายเป็นว่าไม่สามารถหนีออกไปได้แล้ว 

พอเรียกแท็กซี่ได้ ฮีแจจ้องมองจีฮอนที่เปิดประตู ยืนนิ่งรอให้ตนขึ้นไปก่อนอย่างสุภาพบุรุษ จีฮอนนั้นมีสีหน้าไร้พิษสงคล้ายถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ ช่างเป็นค่ำคืนที่สับสนวุ่นวาย 

  

“Hee-jea! Are you crazy?(ฮีแจ เธอบ้าหรือเปล่า)” 

มันสำคัญแบบสำคัญมากๆ เพราะว่าหากในทุกๆ วัน เป็นเสาร์อาทิตย์ เสาร์อาทิตย์ เสาร์อาทิตย์แล้วล่ะก็ สุดสัปดาห์ก็จะไม่ใช่สิ่งที่ปรารถนา ทั้งการไปดูหนังกับเพื่อน หรือใช้เวลาอย่างแนบชิดสนิทสนมกับเตียงนอนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมันก็ยังน้อยไป หากฮีแจกลับมาอยู่ที่สวนสนุกดินแดนแห่งความฝันและความหวัง แล้วตอนนี้ก็เป็นการเจอกันครั้งที่สี่กับอลิซ  

“Are you very fun alice? isn’t it?(อลิซ คุณสนุกมากไหม)”  

นั่นนับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ความจริงที่ว่าฮีแจนั้นสนุกกับเครื่องเล่นเอามากๆ ในสุดสัปดาห์ที่แสนสำคัญ มันช่างไม่ยุติธรรมกับการมาอยู่ในสวนสนุกกับผู้หญิง แต่ก็ไม่อยากชื่นชมเครื่องเล่นที่ชื่นชอบเหมือนชมดูพิพิธภัณฑ์โมนาลิซ่า เพราะมันเป็นการดูถูกเครื่องเล่นอย่างไรล่ะ อลิซที่เป็นฝ่ายขอร้องให้พามาสวนสนุก เป็นประเภทที่ขี้กลัวเอาแต่เล่นม้าหมุนอย่างไม่คุ้มค่าตั๋ว ทุกครั้งที่ไวกิ้งไต่ขึ้นไปถึงยอด อลิซที่นั่งข้างก็เอาแต่กรีดร้องอย่างหวาดกลัวต่างกับฮีแจที่ตะโกนโห่ร้องออกมา เห็นแบบนั้นฮีแจก็ได้แต่ระเบิดหัวเราะเสียงดัง 

การพบเจอกับอลิซครั้งที่สามนั้นคือที่ร้านคาเฟ่ชั้นหนึ่งใต้ตึกบริษัท เมื่อไปซื้อวนิลาลาเต้ หลังจากทานมื้อกลางวัน ก็พบอลิซนั่งอยู่ที่คาเฟ่ กำลังชื่นชมใบหน้าของจีฮอนเหมือนคนที่มาพิพิธภัณฑ์ เยอึนจ้องมองอย่างสงสัยไปยังที่ที่จีฮอนซึ่งกำลังกำลังเตรียมเมล็ดกาแฟโดยไม่สนใจอะไร อลิซ คาอึล และฮีแจพูดตะกุกตะกักด้วยภาษาอังกฤษแบบฟิลิปปินส์ แต่ทั้งที่จะต้องอธิบายอะไร หากก็ปิดปากเงียบ ในตอนนั้น 

อลิซที่ตื่นเต้นกับการเป็นเพื่อนในอินสตาแกรมกับจีฮอน ก็ยกเรื่องสวนสนุกขึ้นมาพูด ถามออกมาว่าสุดสัปดาห์นี้จะไม่ไปสวนสนุกด้วยกันเหรอ ก็คิดว่าคงจะตั้งใจไปเดตที่สวนสนุกกับจีฮอน แต่คนที่อลิซเลือกกลับเป็นฮีแจไม่ใช่จีฮอน 

“คิดซะว่าเล่นกับแม่อยู่สิ อลิซ ลากมาถึงนี่ในช่วงสุดสัปดาห์ ทั้งให้ตั๋วเข้าสวนสนุกแล้วยังทำตัวเป็นเพื่อนให้ขนาดนี้ ก็ต้องใช้ให้คุ้มกับที่เป็นตั๋วแบบไม่จำกัดสิ อย่าเกลียดฉันเลยนะ อลิซ เธอเลือกฉันเองนะ อลิซ” 

เหลืออีกสามวันจะถึงวันที่อลิซเดินทางกลับอเมริกา สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่ได้เจอแม่ แต่ก็ได้รู้จาก ‘Make your wish’ ว่าแม่ ลูกชาย และสามีใหม่มักจะไปเที่ยวสวนสนุกอยู่บ่อยๆ ผู้หญิงผมทองสูงเพรียวที่สะดุดตาเสมอไม่ว่าไปที่ไหน หากไปอยู่กลางฝูงชนก็คงจะไม่ดีนัก อลิซจึงตัดสินใจมาเดตในสวนสนุกแสนรื่นเริงที่ครอบครัวใหม่ของแม่จะมาด้วยแทน และขอร้องให้ฮีแจไปด้วยกัน ที่เธอตอบตกลงไม่ใช่เพราะจีฮอนกำลังจับตามองอยู่หรอกนะ แต่เธอใจอ้อนกับการขอร้องต่างหาก  

 

ทั้งสองนั่งเคียงกันบนม้านั่งจ้องมองไปยังครอบครัวหนึ่งที่ซื้อชูโรสอยู่ อลิซที่รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนยกน้ำแร่ขึ้นดื่ม ทั้งบ่นพึมพำเบาๆ เป็นภาษาอังกฤษที่เหมือนว่าจะเป็นคำด่า ท่าทางนั้นทำให้ฮีแจบ่นออกมาด้วยภาษาเกาหลีที่อลิซไม่อาจเข้าใจ คนที่ทำให้เรื่องราวเป็นแบบนี้ก็คือเธอนั่นแหละ อลิซ เพราะฉะนั้นพอครอบครัวนั้นไปแล้ว ก็จะต้องไปเล่นดรอบทาวเวอร์กับฉัน 

หลังจากนั้นการต่อสู้ในสวนสนุกของฮีแจกับอลิซก็ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งขึ้นเครื่องเล่นเดียวกัน และใช้เวลาในร้านขายของที่ระลึกเหมือนกัน หากครอบครัวนั้นถ่ายรูปกับมาสคอตแรคคูนผู้หญิง ฮีแจกับอลิซก็จะถ่ายรูปกับมาสคอตแรคคูนผู้ชายที่อยู่ใกล้ๆ กัน พร้อมทั้งตามสะกดอย่างไร้สติ 

ครอบครัวนั้นหยุดพัก และกำลังซื้อไอศกรีมกิน เด็กชายที่กำลังนั่งกินไอศกรีมบนม้านั่งกับผู้หญิงที่คอยถือทิชชู่อยู่ข้างๆ เด็กคนนั้น ผู้ชายอีกคนกำลังบันทึกภาพสองคนนั้นผ่านกล้องด้วยความรักใคร่ ท่าทางของอลิซที่มองดูคนทั้งสามที่อยู่ห่างออกไปนั้น มันเป็นท่าทางที่จมอยู่ในความคิดอันอ่อนล้า ประกายแสงอัสดงของพระอาทิตย์ตกดิน ส่องสว่างในแววตาของอลิซ 

“อลิซ วันนี้พอได้เฝ้าดูอยู่ตลอด เลยเห็นว่าอลิซน่ะเหมือนแม่เลยนะ มีดวงตากับรอยยิ้มเหมือนกันเลย You look like your mom.(คุณหน้าเหมือนแม่มากเลยล่ะ)” 

อลิซส่ายหน้าให้กับคำถามที่ว่าไม่ลองเข้าไปคุยเหรอ พลางบอกว่า “ไม่อยากทำลายท่าทางที่มีความสุขนั้น เมื่อมีความสุขก็อยากปล่อยให้เป็นไปแบบนั้น” แล้วก็นิ่งงันราวกับชื่นชมผลงานตามพิพิธภัณฑ์อยู่ 

พอเช็ดปากของเด็กชายที่ทานไอศกรีมจนหมดเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนก็ลุกขึ้นเดินมาทางนี้ ผู้หญิงที่มีรอยยิ้มและดวงตาเหมือนอลิซกำลังยิ้มกว้างเดินเข้ามา แม้อลิซจะไม่ได้คาดหวัง แต่พอพวกเขาเข้ามาใกล้ก็นั่งหลังตรงอย่างตื่นเต้น 

“เจ้าลูกชายอยากกินอะไรเหรอลูก” 

“หมูสามชั้น!” 

“งั้นไปร้านทนซาทนที่อยู่หน้าบ้านดีไหม” 

เด็กชายที่ก้าวกระโดดอยู่ระหว่างพ่อกับแม่เอ่ยตอบตกลง ทั้งสามจับมือกันแล้วเดินผ่านหน้าอลิซกับฮีแจไป 

“เราเหมือนกันเหรอ เพราะว่าเป็นคนในครอบครัว พอเจอกันก็คิดว่าจะสามารถจำได้ทันทีซะอีก ทั้งที่เหมือนกันแบบนี้ ผู้หญิงคนนั้นกลับเดินผ่านฉันไป ถึงจะบอกว่าไม่ได้คาดหวัง แต่ฉันก็เพิ่งรู้ตอนนี้ว่ากำลังโกหกตัวเองอยู่” 

อลิซร้องไห้ออกมาอย่างเงียบๆ 

น้ำตาของคนเราแม้จะทำให้ใครๆ รู้สึกเจ็บปวด แต่ก็ทำให้ให้ใครๆ สับสนด้วย ผู้หญิงผมทองที่กำลังร้องไห้อยู่ในสวนสนุกช่วงสุดสัปดาห์ที่เปี่ยมด้วยความสนุกสนาน เพียงพอให้ดึงดูดสายตา ฮีแจที่กระทืบเท้าอย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรดี รีบร้อนเปิดกระเป๋าค้นหาทิชชู่ แน่ใจว่ามันมีอยู่ในกระเป๋า แต่คล้ายทิชชู่เล่นซ่อนหาอยู่ในกระเป๋าแคบๆ จึงไม่สามารถหาเจอ เสียงสูดน้ำมูกของอลิซที่กำลังร้องไห้ทำให้กระทั่งฮีแจก็ร้อนรนไปด้วย ในตอนนั้นเอง 

“โอ๊ะ?” 

 

 

[1] การหายใจแบบลามาซ คือ เทคนิคการควบคุมการหายใจที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดของคุณแม่ขณะเบ่งคลอด 

ความคิดเห็น