email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 26

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 330

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ม.ค. 2563 18:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 26
แบบอักษร

เช้านี้เป็นเช้าวันแรกของสัปดาห์ของต้นปี มะลิลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าเพราะตั้งใจที่จะใส่บาตรทำบุญก่อนไปทำงานนั่นเอง หญิงสาวแต่งตัวเสร็จก็เดินลงมาจากชั้นบนแล้วตรงเข้าไปที่ห้องครัว ซึ่งที่นั่นป้าปุ้ยได้เตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้ลูกสาวเสร็จเรียบร้อยแล้ว

"แม่ข่อยไปใส่บาตรก่อนเด้อ!"

"อื่อ..ของสิใส่บาตรแม่เตรียมไว้ไห่แล้วยกออกไปได่โลด"

"จ้า.." มะลิเปิดฝาชีออกแล้วยกขันเงินมันวาวใบใหญ่ที่มีทั้งขนม นม แล้วก็ข้าวเหนียวนึ่งใหม่ร้อนๆวางเรียงกันอยู่ในนั้นขึ้นมามองดูอย่างพอใจก่อนที่จะยกออกไปยืนรอใส่บาตรพระที่จะผ่านมาทางถนนหน้าบ้านของเธอนั่นเอง

"โฮ้!มื่อนี่อินางมะลิคือตื่นตะเช่าแท่ มาใส่บาตรแทนยายปุ้ยติ๊" ยายบุญมีเอ่ยทักขึ้นขณะที่กำลังยืนอุ้มกระติ๊บข้าวเหนียวใบย่อมรอใส่บาตรอยู่เช่นเดียวกัน

"จ้ายาย.." มะลิตอบยิ้มๆสีหน้าสดชื่นแจ่มใสเพราะอากาศในตอนเช้าๆของวันนี้นั้นกำลังเย็นสบายแบบพอดีๆ แถมยังมีลมพัดมาหน่อยๆพัดเอาไอดินกลิ่นหญ้าที่ต้องน้ำค้างในยามเช้าที่ทำให้รู้สึกดีและสดชื่นมากขึ้นไปอีกหลายเท่ามาด้วยอีกต่างหาก

"เว่ามาแล้วกะออนซอนนำอีเตี้ยมันเนาะ สิได่ลูกเขยเป็นเจ่าเป็นนายนำเขากะบาดนี่ล่ะ" อยู่ๆยายทองสาที่ยืนรอใส่บาตรอยู่ใกล้ๆนั้นก็พูดขึ้นกับยายบุญมี

"ขั่นมันแมนกะคึดว่าเป็นบุญของอีเตี้ยกับบักสนนั่นแหล่ว ที่มีลูกไห่คุณ" ยายบุญมีว่าอย่างนั้นไป

"บุญค่ำบุญชูกะไคแน อีแตนมันกะไคเติบยุเป็นเวียกเป็นงานเป็นตาพ่อแม่ได่กินแฮงนำยุดอก" ยายทองสาว่าตามเพราะใครๆทั้งหมู่บ้านนั้นต่างก็เห็นเป็นประจักษ์กันดีอยู่แล้วว่า แตนนั้นเป็นเด็กดีและขยันขันแข็งมากแค่ไหน มะลิที่ยืนเงี่ยหูฟังทั้งสองยายมาพักหนึ่งแล้วนั้นก็ชักจะอยากรู้ขึ้นมาบ้างแล้วว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่ ดีขนาดไหนเชียวยายทองสากับยายบุญมีถึงได้เชียร์กันออกนอกหน้านอกตาขนาดนี้ หญิงสาวจึงเลียบๆเคียงๆถามขึ้นว่า

"เอ๋า!อีแตนมันมีผุบ่าวล่ะติ๊ยายบุญ ข่อยบ่ค่อยสิได่ยุบ้านกะเลยบ่ได่ข่าว คนบ้านได๋น้อสิได่มาเป็นลูกเขยพ่อสน"

"เห็นบักไหมมันว่าเป็นตำรวจยุในเมืองเฮานี่ตั่ว เห็นว่าเป็นนายฮ้อยมียศมีศักดิ์บ่ค่อยยุตั่วเขาว่า"

"เจ่ากะเว่าไปเนาะยาย ผุฮางผุมีสิได่สิมาเห็นมัน อีแตนนั่นเหมิดมื่อเหมิดเว็นมันกะไปเลี้ยงวัวเลี้ยงควายหัวแดงจีงคีงยุทุ่งพุ้น" มะลิพูดสวนขึ้นมาอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อในสิ่งที่ทั้งสองยายนั้นพูดมานัก แม้ว่าภายในใจของเธอนั้นจะนึกหวาดๆอยู่ว่าจะเป็น..?! เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่ มะลิยืนกรานกับความคิดของตัวเองอย่างไม่สามารถที่จะยอมรับความจริงได้แต่..?

"บ่แมนสิมีเค่ายุเบาะมะลิ เห็นพวกเด็กน้อยเว่ากันยุว่ามื่อวานนี่ กะเห็นเผิ่นไปกินข้าวป่ายุนานำพ่อสนแม่เตี้ยยุว่าชั่น" สาวน้อยนางหนึ่งที่ยืนรอใส่บาตรอยู่ด้วยนั้นยืนยันขึ้น เพราะว่าเธอนั้นรู้เรื่องนี้มาจากเอ๊บ เพื่อนของต่อที่ไปกินข้าวป่าและจับปลามาด้วยกันเมื่อวานนี้มาเล่าให้ฟังนั่นเอง จากคำยืนยันที่ได้รับมาจากหลายๆคนแบบนี้นั้นทำให้มะลิถึงกับเครียดขึ้นมาทันที หญิงสาวเดินหน้าง้ำหน้างอเข้ามาในบ้านหลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเลยไปนั่งซึมกระทืออยู่ที่โซฟาที่มุมหนึ่งของบ้านที่กำนันสุขมักจะใช้เป็นที่ต้อนรับแขกหรือผู้คนที่ไปมาหาสู่อยู่เสมอนั้นนั่นเอง

"เป็นอิหยังคือหน่างอปานแมงระงำแต่เช่าแถะบาดนิ" ป้าปุ้ยผู้เป็นแม่ที่กำลังสาระวนอยู่กับการหุงหาอาหารให้กับสมาชิกในบ้านร้องถามขึ้นเมื่อมองมาเห็นลูกสาวของตนหน้าทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ที่ชุดรับแขกภายในบ้าน

"บ่เป็นหยังดอกสูนไห่คนซือๆ" มะลิตอบขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาแม่ของเธอที่อยู่ในครัวที่ถึงแม้ว่าบ้านของกำนันสุขนั้นจะกว้างขวางมากแต่ทุกๆโซนของบ้านก็เดินทะลุถึงกันได้หมดและมองเห็นได้โดยทั่วถึงกันทั้งบ้านอยู่แล้ว

"หึๆๆๆมาสูนไห่ไผตะเซ่าตะเซียวแท่ กะคือจังบ่ทันได่ออกไปพ้อหน้าไผยุ"

"มันกะหั่นมีหั่นล่ะ แม่เจ่าว่าข่อยเป็นจังได่" อยู่ๆมะลิก็ถามแม่ของเธอแบบนั้นออกมาเอาดื้อๆทำเอาป้าปุ้ยงงไปเหมือนกัน

"อิหยังเป็นจังได๋เว่ายาวๆไปกันน่ะ" ป้าปุ้ยถามคืนยิ้มๆก่อนที่จะหันมาสนใจพูดคุยกับลูกสาวอย่างจริงจังขึ้นกว่าเดิม

"เจ่าว่าข่อยกับอีแตนลูกแม่เตี้ย ไผผุงามกว่ากัน"

"ไปส่องเบิ่งยุแว่นเอาโลด ขั่นเว่าไปหั่นสิว่าย่องลูกจะของฮ่าๆๆๆๆ"

"มันบ่แมนจังชั่นข่อยบ่ได่ถามว่าข่อยงามบ่ แต่ข่อยถามว่าข่อยกับอีแตนไผผุงามกว่ากันชั่นดอก" ลูกสาวคนสวยบอกงอนๆที่เห็นแม่หัวเราะกับคำถามของเธอเหมือนเป็นเรื่องตลกทั้งที่ความจริงแล้วเธอนั้นกำลังซีเรียสมากเลย แต่ยังไม่ทันที่ป้าปุ้ยจะตอบว่าอะไรก็มีเสียงของใครบางคนพูดแทรกขึ้นมาแทนเสียก่อนว่า

"อีแตน.." ทำเอาคนหน้างอหันขวับไปด่าและเอาเรื่องกับคนต้นเสียงนั้นทันที

"บักไผ่บักปอบมึงๆเห็นคนอื่นดีกว่าเอื้อยจะของสั่นติ๊!" หญิงสาวผรุสวาจาออกมาทันทีด้วยความขัดใจที่เจ้าน้องชายตัวแสบของเธอนั้นไปพูดเข้าข้างคนอื่นแทนที่จะอยู่ข้างตัว แต่ไผ่นั้นหาได้สนใจกับคำพูดของพี่สาวของตนไม่กลับเดินดุ่ยๆเข้าห้องน้ำที่อยู่อีกฟากหนึ่งของบ้านไปหน้าตาเฉยเลย

"เซาๆๆอย่าหาจ่มหาป้อยตะเซ่าตะเซียวมันบ่ดี นี่ๆมาข้าวกินปลาตะก่อนมูซะ กินแล้วสิได่ไปเฮ็ดงานเฮ็ดการมาใวๆ" เป็นเพราะไม่อยากจะให้แม่ของตนนั้นต้องมาคิดมากกับเรื่องนี้อีกมะลิจึงไม่คิดที่จะพูดอะไรมากมายขยายความไปให้มากกว่านี้ นอกจากจะคิดเอาไว้ว่าเห็นทีจะต้องลองหยังเชิงถามเรื่องนี้กับก้องเกียรติด้วยตัวเองเสียแล้วเท่านั้น

ส่วนที่บ้านของแตนนั้นในเช้าวันนี้ ขณะที่สี่คนพ่อแม่ลูกกำลังนั่งล้อมวงกินข้าวเช้ากันอยู่นั้น เอ๊บเพื่อนของไผ่ก็มาหาที่บ้านแต่เช้าเช่นเดียวกัน

"ต่อๆ.." เอ๊บเรียกชื่อเพื่อนขณะที่กำลังขึ้นบันใดไปหาข้างบนบ้าน

"หือ..?มึงมาอิหยังตะเช่าแท่บักเอ๊บ มีอิหยัง..?" ต่อถามขึ้นเมื่อเอ๊บเพื่อนของเขานั้นเดินเข้ามานั่งที่ข้างๆวงกินข้าวใกล้ๆเขาแล้ว

"กินงายมาล่ะเบาะหำ มาๆมากินนำกันอีก" เตี้ยเอ่ยชวนขึ้นตามมารยาทของเจ้าบ้านที่ดี

"กินมาล่ะแม่ ต่ออ้ายป๋องเลามาหาคนไปเฮ็ดงานยุร้านซ่อมมอไซค์ในเมืองไปบ่หมอ" เอ๊บตอบเตี้ยแล้วก็หันไปถามต่อทันทีด้วยสีหน้าและแววตาที่ฉายแววยินดีออกมาอย่างเห็นได้ชัดเพราะเขาเองนั้นชอบขี่มอเตอร์ไซค์มากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั่นเอง

"มึงอยากไปติ๊เอ๊บ" ต่อหันมาถามเพื่อนสีหน้าเรียบเฉย เพราะว่าเขาเองนั้นไม่เคยคิดที่จะจากบ้านออกไปทำงานที่ไหนมาก่อนเลยนั่นเอง

"อยากไปยุแล่วไปบ่"

"จักแล้วแต่อิพ่อว่า ไปเฮ็ดยุร้านได๋ เผิ่นฮู้จักกันกับอ้ายป๋องติ๊" ต่อตอบเพื่อนแบ่งรับแบ่งสู้แล้วโยนการตัดสินใจไปให้พ่อคิดแทน

"ร้าน...เลามีมูเป็นช่างยุหั่นพอดีเผิ่นกำลังขาดคนกะเลยไห่อ้ายป๋องซอยหาไห่วาซั้น" เอ๊บบอกตามที่เขารู้จากป๋องมาแต่ว่าต่อนั้นก็ยังคงไม่แน่ใจนักจึงถามต่อไปอีกว่า

"แต่พวกเฮาบ่เคยเฮ็ด ซ่อมกะบ่เป็นขะเจ่าสิเอาติ๊"

"บ่เป็นกะค่อยหัดเอาหัดไปเรื่อยๆเดี๋ยวมันกะเป็นเองนั่นล่ะ บ่มีไผเป็นมาตะก่อนดอกบักพากมึง!ไปเนาะๆ" เมื่อสนเห็นว่าลูกชายของตนนั้นยังลังเลอยู่ผิดกับเพื่อนของเขานั้นที่ดูจะอยากไปเอามากๆเลยจึงเสนอขึ้นมาว่า

"กะลองไปเฮ็ดเบิ่งกะได่ตั่ว ยามนี่กะบ่มีเวียกมีงานอิหยังเฮ็ดยุแล้ว ข้าวปลานาน้ำกะเกี่ยวขึ่นเหมิดแล้ว ไปกะไปขั่นบ่มักฮึบ่ไหวจังเซากะได่ ล่ะเผิ่นไห่นอนพุ้นฮึไปกลับล่ะเอ๊บ"

"อันนั้นข่อยกะยังบ่ทันได่ถามยุอิพ่อ ขั่นตกลงสิเฮ็ดกะจังค่อยคุยนำเผิ่นเอาอีกเทือนึง เดี๋ยวมื่อแลงเลาเลิกงานกลับมาจังไปคุยนำเลายุบ้านกะได่"

"ลองเบิ่งกะได่.." ต่อว่าตามเพื่อน และหลังจากที่ได้พูดคุยกันเอาไว้แบบคร่าวๆแล้วเอ๊บก็กลับบ้านไป แต่พอใกล้เที่ยงก้องเกียรติก็ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่งมาหาแตนที่บ้านพร้อมกับของฝากเป็นขนมเล็กๆน้อยๆติดมือมาด้วย.. 

ความคิดเห็น