email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 409

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2562 02:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17
แบบอักษร

เป็นเพราะไม่รู้ว่าก้องเกียรตินั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้เข้ามาพัวพันและวุ่นวายกับเพื่อนของตนขนาดนี้ เลยทำให้น้อยคิดกังวลแทนเพื่อนสาวไปต่างๆนาๆด้วยความเป็นห่วง

"มื่อนี่เฮาได่อิหยังกินสวยแนหือแตน?"

"ตำบักหุ่งกับขั่วกุ๊ดจี่นิแหล่ว แมนหยัง" แตนตอบเพื่อนสาวแบบซื่อๆ

"แล้วผู้หมวดเผิ่นสิกินนำเฮาได่ติ"

"บ่ฮู่คือกันแต่ว่ามันกะมีซ่ำนี่นั่นเด้ มึงสิไห่กูไปหาแกงช้างใส่ยอดยางยุใสมาไห่เผิ่นกินซั่น" แตนพูดทีเล่นทีจริงกับเพื่อนสาวแบบขำๆ แต่น้อยกลับไม่ขำด้วยเพราะนึกเป็นห่วงผู้หมวดคนกรุงขึ้นมาจริงๆ

"มึงกะเว้าไปเนาะ แขกไปไทยมากะต้องดูแลนั่นตั่วมันจังถืก"

"มันกะแมนความมึงว่ายุแต่ๆๆๆๆ..เฮ้อ!เฮากะมีซำนี่นั่นเด้กะซั่นกะฟ่าวหาฟ่าวเมือป๊ะ บัดท่ามีอิหยังพอได่ชื่อเพิ่มกะจังว่ากันใหม่" จากนั้นเพียงไม่นานนักแตนกับน้อยก็ได้กุ๊ดจี่มามากพอตามความต้องการพร้อมด้วยผักต่างๆที่พอจะหาได้อีกเล็กน้อย จากนั้นก็พากันเดินกลับบ้าน ซึ่งระยะทางนับกิโลนั้นก็ไม่ได้ใกล้นัก กว่าจะเดินถึงบ้านก็เล่นเอาทั้งสองสาวนั้นถึงกับเหงื่อท้วมตัวกันเลยทีเดียว และที่บ้านของแตนนั้น ก้องเกียรติก็ได้มาถึงก่อนหน้านี้ได้สักพักนึงแล้ว พร้อมกับซื้อของกินติดไม้ติดมือมาด้วยอีกหลายอย่าง ทั้งส้มตำ ไก่ย่าง แล้วก็ต้มแซบของโปรดเจ้าประจำ ที่เขาชอบแวะไปทานเป็นประจำอยู่แล้วนั่นเอง

"สวัสดีค่า ผู้หมวด" เมื่อมาถึงเด็กสาวทั้งสองต่างก็ยกมือขึ้นไหว้โดยพร้อมเพียงกันในทันทีที่เห็นหน้าก้องเกียรติ ซึ่งเขาเองก็หันมายิ้มให้ทั้งสองสาวนั้นเช่นเดียวกัน ขณะที่กำลังนั่งคุยกับสน พ่อของแตนเพลินๆอยู่ที่แคร่ใต้ต้นขนุนนั้น

"สวัสดี มากันแล้วหรือ?" ชายหนุ่มทักตอบแบบสบายๆ

"มาแล่วค่ามาพร้อมกับกุ๊ดจี่น้อย นี่เด้เห็นบ่" แตนพูดพลางยกครุถังใส่แมงกุ๊ดจี่ยื่นเข้าไปใกล้ๆให้เขาดู เล่นเอาก้องเกียรติแทบจะกระโดดหลบไม่ทันเลยทีเดียว ชายหนุ่มถอยกรูออกไปยืนห่างๆไปเล็กน้อยพร้อมกับทำหน้าเหยเกด้วยความผะอืดผะอมจนรู้สึกมวนท้อง ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาปิดจมูกของตนเอาไว้แล้วถามเด็กสาวขึ้นมาว่า

"แมงๆๆๆๆกุ๊ดจี่ นี่เหรอแตนอาหารมื้อเที่ยงของเธอ" ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยาย

"กะแมงกุ๊ดจี่นิแหล่ว ข่อยว่าสิเอามาขั่วกินกับตำบักหุ่ง" แตนตอบก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะขำกับท่าทางของเขาที่ดูท่าว่าจะกลัวเจ้าแมลงตัวเล็กๆสีดำนี่เสียเหลือเกิน จนสนต้องปรามขึ้นกับความขี้เล่นของลูกสาวจอมซนของเขา

"อีแตนๆ พอแล่วมึงสิไปแกล้งผู้หมวดเผิ่นเฮ็ดอิหยัง บ่ฮู้จักเด็กน้อยผุใหญ่ ไปๆเอาไปเฮ็ดแนวกินมันสิเที่ยงแล้ว อย่ามัวแต่เล่นยุ" แตนโดนพ่อดุเข้าให้ก็หน้าจ๋อยไปเลย แต่กระนั้นเจ้าหล่อนก็ยังไม่วายหันมาชำเลืองแอบยิ้มอย่างขำๆ พร้อมกับตีสีหน้าทะเล้นใส่เขาอยู่อีกจนได้ แต่ทว่าชายหนุ่มกลับแกล้งทำเป็นไม่สนใจเสียเฉยๆซะอย่างนั้น จากนั้นน้อยก็เอาเจ้าแมลงตัวจิ๋วนั้นไปล้างน้ำทำความสะอาด และซาวน้ำทิ้งเสียสามสี่รอบก่อน เพราะว่าพึ่งจะหามาได้แบบสดๆแล้วเอามาทำกินเลย เพราะฉะนั้นจึงต้องล้างให้สะอาดๆ ส่วนแตนนั้นก็ไปก่อไฟที่เตารอเอาไว้ก่อนแล้ว จากนั้นเด็กสาวก็เดินไปหักเอาหัวตะไคร้ที่ปลูกไว้อยู่หลายกอข้างๆตุ่มน้ำมาสองหัว แล้วเดินเลยไปที่ต้นมะกรูดหลังบ้านที่พ่อของเธอนั้นปลูกเอาไว้ ก่อนที่จะเอื้อมมือขึ้นไปโน้มกิ่งที่อยู่ไม่สูงมากนักนั้นของมันลงมาเด็ดเอากิ่งที่มีใบติดอยู่ราวๆสิบกว่าใบนั้นมากิ่งหนึ่ง จากนั้นก็เอาไปล้างน้ำจนสะอาดแล้วเอาใบมะกรูดมาเด็ดเอาหัวตะไคร้มาหั่นใส่จานรอเอาไว้ แล้วจากนั้นทั้งสองสาวก็ช่วยกันอย่างแข็งขัน น้อยจัดการเทเจ้าแมลงตัวน้อยนั้นใส่ลงในกระทะที่ตั้งอยู่บนเตาไฟร้อนๆ แล้วใช้ทัพพีคนไปคนมา สักพักนึงจึงโรยด้วยเกลือป่นเล็กน้อยแล้วตามด้วยตะไคร้กับใบมะกรูด คนจนได้ที่แล้วจึงเทใส่จานก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย จากนั้นทั้งสองสาวก็ช่วยกันจัดสำรับกับข้าวแล้วยกมาตั้งวงกันที่กลางบ้านทันที ก่อนที่แตนจะเดินไปเรียกพ่อกับแม่ของเธอและก้องเกียรติที่นั่งคุยกันอยู่ที่แคร่ด้านนอกนั้นให้เข้ามาทานข้าวกันได้แล้ว ส่วนต่อนั้นตะลอนๆไปกับเพื่อนๆของเขาตั้งแต่เช้าโน่นแล้ว เหนื่อยก็คงจะกลับมาหาในครัวกินได้เองโดยไม่ต้องห่วงอะไร ที่วงอาหารก้องเกียรตินั่งจ้องมองคั่วแมงกุ๊ดจี่ที่อยู่ในจานอย่างหวาดๆจนแตนสังเกตเห็นเข้าจึงเอ่ยขึ้นอย่างขำขันว่า

"ซิมเบิ่งถ่ำแหมะผู้หมวด แนมเบิ่งซือๆมันบ่แซบเด้ขั่นบ่หยิบเข่าปากนั่น" ก้องเกียรติหันไปมองหน้าแตนยิ้มแหยๆ ยังกับจะบอกว่า ฉันไม่สามารถกินได้จริงๆนะ สนเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นอย่างเข้าใจหนุ่มเมืองกรุงว่า

"ขั่นกินบ่เป็นกะบ่ต้องฝืนดอกครับผู้หมวด คนเก่งกะบ่จำเป็นสิต้องเก่งไปเหมิดทุกอย่างเพื่อไห่คนอื่นย่องว่าเก่งดอก ยุดนไปเดี๋ยวกะกินได้เองนั่นล่ะ อย่าไปหัวซานำเด็กน้อยซุมนี่เลย"

"จริงครับจริง คุณลุงพูดได้ถูกต้องที่สุดเลยฮ่ะๆๆๆ" ก้องเกียรตินั้นยิ้มร่าออกมาได้ทันทีเมื่อรู้ว่ามีกองหนุนอยู่อย่างน้อยก็หนึ่งเสียงแล้ว

"ข่อยบ่ได่คึดสิแกล้งเลาเด้ กะเห็นแนมๆเบิ่งยุเนาะกะวาแมนคึดอยากลองสั่นดอก"

"กินโลดผู้หมวด ลูกผู้ซายคำได่คำนั้น" น้อยเล่นมุขกับเขาขำๆ

"แซบทุกคำ5555" แตนรีบรับมุขต่อจากเพื่อนสาวทันที ก่อนที่ทั้งสองสาวจะหัวเราะขึ้นพร้อมๆกันอย่างขำขันและเฮฮากันไปลำพังสองคนอย่างสนุกสนาน ส่วนเตี้ยนั้นได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับความดื้อและซุกซนของลูกสาวของตนโดยไม่พูดไม่จาอะไรออกมาเลยสักคำเพราะเป็นคนไม่ช่างพูดนัก แต่ก้องเกียรติเองนั้นกลับรู้สึกสนุกสนานไปกับทั้งสองสาวด้วยอย่างไม่ถือสาหาความใดๆ กลับรู้สึกว่าเสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่ดูสดใสน่ารักของสาวน้อยที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเขาในขณะนี้นั้นกำลังทำให้โลกแคบๆใบน้อยนี้ดูสว่างสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้อย่างทึ่งทีเดียว และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้นั้นก็สร้างความแปลกใจให้กับสนอยู่ไม่น้อยเลย ชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของบ้านนั้นแอบสังเกตดูปฏิกิริยาของแขกหนุ่มผู้มาเยือนอย่างไตร่ตรองและรอบคอบตามประสาคนมีลูกสาวโดยทั่วไปเท่านั้นเอง

และแล้วข่าวที่ก้องเกียรตินายร้อยตำรวจโทหนุ่มรูปหล่ออนาคตไกลมาทานข้าวที่บ้านของแตนนั้นก็รู้กันไปทั้งหมู่บ้านหนองเสือชุมชนเล็กๆแห่งนั้นอย่างรวดเร็วแบบปากต่อปาก จนเรื่องไปถึงหูของมะลิเข้าในวันหนึ่ง หญิงสาวนึกโมโหอยู่ไม่น้อยเมื่อรู้ว่ามีสาวๆมาเกาะแกะกับคนที่เธอรักเธอชอบอยู่

"อิหลีเด้เอื้อยมะลิ ขั่นบ่เซือข่อยเจ่าถามอีติ๊กมันเบิ่งกะได่ พวกข่อยเห็นมากับตาจะของเลย"

"แมนความอีแพงมันว่านั่นล่ะเอื้อยตุข่อยเห็นหมวดก้องยุบ้านอีแตนอิหลี" ติ๊กพูดขึ้นพลางหยิบมะยมจิ้มพริกเกลือเข้าปากเคี้ยวกรวมๆอย่างไม่กลัวเข็ดฟัน

"เบิ่งทรงสองคนนั่นสิฮู้จักกันมาก่อนดนแล่วมั้ง เถี่ยวก่อนนี่เฮากะเคยเห็นสองคนนั่นนั่งซ้อนท่ายมอไซค์กันมาเทือนึงแล่วคือกัน" บุญตาพูดขึ้นบ้าง เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าเคยเห็นแตนนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไปกับก้องเกียรติอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อหลายวันก่อน มะลินั่งฟังสิ่งที่เพื่อนๆเล่าให้ฟังด้วยความโมโห ก่อนที่จะคิดอย่างแค้นเคืองใจว่าอีแตนมันมีอะไรดีนักหนากัน คนอย่างหมวดก้องถึงจะคิดไปชอบมันได้

"มันแมนติบุญตาอิหยังโตคือสิไปเห็น แล่วเห็นตอนได๋เห็นยุใส" ข้าราชการสาวถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

"ดนแล้วน่าจะก่อนงานกาชาดอีกมั้ง เห็นนั่งซ้อนมอไซค์กันมาตะทางไปนาพุ้นครูกลอยกะเห็นคือกัน"

"เลาอาจสิไปพ้อมันแบบบ่ได่ตั้งใจ กะเลยใจดีมาส่งบ้านกะได่ หมวดก้องเลาแมนขนาดนั่น สูอย่าไปเข่าใจเลาผิดอีแตนมันขี่ล่ายปานนั่นไผสิไปมักลงหน่ากะดำๆซะล่ะหมวดก้องเลาบ่แนมดอก" มะลิพยายามพูดแก้ต่างให้กับก้องเกียรติเพราะกลัวเพื่อนๆจะเข้าใจเขาผิดไป

"แมนความโตว่านั่นล่ะมะลิ คนคืออีแตนนั่นมันมีดีอิหยังหมวดก้องเลาจังสิไปมัก เทียบกับโตแล่วมันคนล่ะซั่นกันเลย" บุญตาทำเป็นพูดหยอดคำหวานกับเพื่อนทั้งที่ตัวเองนั้นก็นิยมชมชอบในตัวของนายตำรวจหนุ่มอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน..

ความคิดเห็น