email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอขอบคุณทุกการติดตามและสนับสนุนมากๆเลยนะคะ 🖤

ชื่อตอน : Ep. 21

คำค้น : youaremine ผู้หญิงของแวมไพร์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2562 18:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep. 21
แบบอักษร

ฉันชะงักเท้าที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ และกำลังเดินไปหยิบเสื้อยืดในตู้เสื้อผ้าที่อยู่ภายในห้องนอนของตัวเองทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นแมทเทียสเข้ามาในห้องโดยที่ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

“นายมีอะไรหรือเปล่าแมท” ฉันเงยหน้ามองแมทเทียสที่เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับยกยิ้มบางส่งมาให้อย่างอารมณ์ดี

เมื่อคืนนี้ฉันนอนอยู่ที่ห้องของแมทเทียสทั้งคืน จนแสงแดดสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างที่มีผ้าม่าสีขาวครีมภายในห้องของเขา ฉันถึงได้รู้สึกตัวตื่นและรีบเข้ามาที่ห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย ฉันรู้ว่าแมทเทียสรู้สึกตัวแต่เขาไม่ได้ห้ามอะไรฉันไว้ ก่อนออกมาจากห้องนอนของแมทเทียสฉันเห็นเพียงแค่รอยยิ้มมุมปากของเขาและสายตาคมที่วาววับอย่างเจ้าเล่ห์เท่านั้น ให้ตายเถอะ ดวงตาคมของแมทเทียสทำให้ฉันหน้าร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนของเราสองคนจนฉันต้องรีบออกมาที่ห้องของตัวเองเลยเนี่ย

“ไม่มีอะไร แค่มาตาม ไอ้เฮคกับทุกคนรออยู่ด้านล่าง”

แมทเทียสส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย มีเรื่องอะไรกันน่ะ ทำไมทุกคนถึงต้องมารวมตัวกันที่ด้านล่างแต่เช้าขนาดนี้ ทุกทีวันหยุดแบบนี้กว่าจะตื่นก็เกือบเที่ยวโน่นแหละ

“งั้นนายออกไปรอที่ด้านล่างกับทุกคนก่อนก็ได้ ฉันจะรีบแต่งตัวแล้วตามลงไป” ฉันรีบบอกแมทเทียสแล้วหันมาหยิบเสื้อยืดของตัวเองออกมาสวม

“ค่อยลงไปพร้อมกัน”

“แมท…”

ฉันชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจที่จู่ๆ แมทเทียสก็มายืนอยู่ที่ด้านหลัง แล้วเขาก็โน้มลงมาดมตรงช่วงท้ายทอยของฉันจนปลายจมูกโด่งแตะโดนผิวบริเวณท้ายทอยแผ่วเบา

“หอมจังเฮเลน่า”

ฉันสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อรวบรวมสติ และขยับตัวออกห่างจากแมทเทียสเล็กน้อย ให้ตายเถอะ ยังดีนะที่ฉันห่อผ้าขนหนูรอบตัวเองไว้และใส่กางเกงขาสั้นเอาไว้แล้วเรียบร้อย

“ฉะ…ฉันเสร็จแล้ว เรารีบลงไปกันเถอะ เดี๋ยวทุกคนจะรอนาน”

หมับ!

“เดี๋ยวสิ”

ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เดินออกมาจากห้องของตัวเอง ท่อนแขนแข็งแรงทั้งสองข้างก็โอบรอบเอวบางของฉันเอาไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับแมทเทียสที่โน้มใบหน้าลงมาเกยคางลงที่หัวไหล่ของฉัน

“แต่ว่าทุกคนรอเราอยู่นะ”

“ไม่นานหรอก”

“แมท…อื้อ!”

มือใหญ่จับปลายคางฉันให้เงยขึ้นไปรับจูบดูดดื่มของแมทเทียสด้วยความรวดเร็วจนฉันตั้งตัวไม่ทัน แต่พอมองสบสายตาคมวาววับของเขาฉันก็เผยอริมฝีปากให้ลิ้นเปียกชื้นดุนดันเข้ามาตวัดลิ้นเล็กน้อยฉันอย่างเอาแต่ใจ

แมทเทียสขบเม้มริมฝีปากล่างของฉันอย่างหยอกเย้าพร้อมกับยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างพอใจ เมื่อฉันส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอด้วยความสยิว ฉันขยับตัวหันไปยกแขนทั้งสองข้างของตัวเองรอบลำคอแกร่ง ท่อนแขนแข็งแรงก็โอบกอดรอบเอวบางของฉันแน่นมากขึ้น และลิ้นเปียกชื้นของเขาก็ตวัดดูดดึงลิ้นเล็กไปมาไม่ห่าง จนฉันเริ่มจะหายใจไม่ทันขึ้นมาเล็กน้อยแมทเทียสถึงยอมผละริมฝีปากออก แล้วแลบลิ้นไล้เลียริมฝีปากล่างของตัวเองพร้อมกับสายตาคมจ้องมองมาที่ฉันวิบวับอย่างเจ้าเล่ห์

หมับ

“แผลนาย…”

ฉันที่ใบหน้าร้อนผ่าวต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยทันที ที่ฝ่ามือซึ่งกำลังทาบทับอยู่ตรงช่วงแผงอกกำยำของแมทเทียสไม่รับรู้ถึงผ้าพันแผลที่เคยพันบาดแผลโดนยิงของเขา

“มันหายแล้ว”

เสียงเข้มต่ำพูดออกมาและยิ้มบางส่งมาให้ฉันอย่างอ่อนโยน จากนั้นแมทเทียสก็โน้มลงมาหอมแก้มฉันด้วยความมันเขี้ยวจนฉันต้องยู่หน้ามองเขาเล็กน้อย

“จริงเหรอ แต่แผลนายลึกมากนะ อีกอย่างมันก็แค่ไม่กี่วัน…”

“เพราะเลือดของเธอไงเฮเลน่า มันรักษาได้ดีเยียมเลย”

ฉันกะพริบตาปริบๆ และเงยหน้าสบสายตาคมของแมทเทียสอีกครั้งอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่ แต่พอลองมองลงไปที่บาดแผลของเขาฉันก็ไม่เห็นร่องรอยของพ้าพันแผลภายใต้เสื้อยืดบางๆ ของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

“เลือดของฉันมันทำได้ขนาดนี้เชียวเหรอ”

ฉันขมวดคิ้วมุ่นมากกว่าเดิมเมื่อคิดว่าหากเลือดของฉันที่กิลแบร์ต้องการมันมีพลังขนาดนี้ และถ้าเป็นอย่างที่แมทเทียสเคยบอกเอาไว้ว่ามันอาจจะมีพลังมากกว่าแค่รักษาบาดแผลให้หายได้อย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ หากเป็นอย่างนั้นกิลแบรืคงไม่หยุดแค่นี้แน่…

“ไม่ต้องคิดมากหรอกเฮเลน่า”

ฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้ลงมาที่ผิวแก้มของฉัน ทำให้ต้องเงยหน้ามองสบสายตาคมของแมทเทียสที่ดูอ่อนโยนลงพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง

“แต่กิลแบร์ต้องไม่หยุดแค่นี้ เขาอาจจะกลับมาเมื่อไรก็ได้ และทุกคนจะต้องเจ็บตัวเพราะฉันอีก”

“พวกเราทุกคนไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะ และฉันจะไม่มีวันให้ใครมาทำร้ายเธอได้เฮเลน่า” ฉันเม้มริมฝีปากและมองหน้าแมทเทียสที่ยังคงส่งยิ้มบางมาให้อย่างปลอบโยน

“แมท แต่ว่า…”

“เอาน่า ฉันจะดูแลเธอเอง ตอนนี้ลงไปคุยกับไอ้พวกนั้นก่อนดีกว่า”

ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อีกครั้ง แล้วพยักหน้าหงึกหงักส่งไปให้แมทเทียส เขาโดนจูงมือฉันเดินลงมาด้านล่างของบ้าน และสายตาของฉันก็เห็นทุกคนที่นั่งอยู่ตรงโซฟาหน้าทีวีไม่ได้มีท่าทีกังวลใจอะไรมากมายนัก ยังคงนอนดูหนังกันอย่างอารมณ์ดีอีกต่างห่าง นี่ฉันวิตกกังวลคนเดียวหรือไงน่ะ

“ไอ้แมท” พี่เฮคเตอร์ที่หันมามองทางฉันกับแมทเทียสทักขึ้น โดยโมนาก้าที่นั่งเอนตัวพิงซบแผงอกของเขาอยู่ก็หันมามองพร้อมกับทุกคน

“เรื่องกิลแบร์ว่าไง” แมทเทียสพยักหน้าทักเบาๆ และเดินไปนั่งลงที่โซฟาอีกตัวใกล้ๆ กับพี่เฮคเตอร์โดยดึงมือฉันให้ลงไปนั่งข้างๆ เขาอีกต่างหาก

“มาเรียอยู่กับไอ้กิลแบร์”

ทันทีที่พี่เฮคเตอร์พูดจบ แมทเทียสก็ดูนิ่งไปและสีหน้าดูเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย ทุกคนที่เพิ่งได้ยินต่างก็หันมามองที่ฉันสลับกับแมทเทียสและถอนหายใจออกมาเบาๆ อะไรน่ะ ทำไมพอพูดถึงคนที่ชื่อมาเรียทุกคนต่างทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายกันแบบนี้ล่ะ

 

 

 

 

ความคิดเห็น