email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 404

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ต.ค. 2562 22:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14
แบบอักษร

"ที่จริงตอนแรกนั่นพวกข่อยสิพากันเอามอไซด์มา แต่พอดีมาพ้ออีแตนยุกลางทางแล้วมันท้วงว่าไปกันหลายคนคือบ่เอากระบะไปนำกันคันเดียวโลด ขี่มอไซด์คนล่ะคันมันอันตรายว่าซั่น พวกข่อยกะเลยกลับไปเปลี่ยนเอากระบะมานี่ล่ะ" เลื่อนบอกพี่สาวของเพื่อนไปตามความจริง

"จังซั่นติ สูสิไปเอานิยายอิหยังกับมันอีแตนนั่น มันกะเว้าไปเรื่อยเปือยนั่นล่ะ แต่บ่มีอิหยังเกิดขึ่นกะดีแล้ว ไปพากันเมือซะเอื้อยสิกลับที่ว่าการไปเฮ็ดงานต่อแล้ว เมือเลยเด้ออย่าไปหาเลาะต่ออีก เรื่องมันยังใหม่ๆยุระวังโตไว่ก่อน" มะลิบอกกับน้องชายและเพื่อนๆของเขา ก่อนที่จะเดินไปขึ้นสามล้อถีบที่จอดเรียงรายกันอยู่ตรงหน้าสถานีตำรวจนั้นเพื่อกลับไปทำงานของตนต่อไป

หลังจากที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานกาชาดคืนนั้นผ่านไปแล้ว ทุกชีวิตในหมู่บ้านหนองเสือแห่งนี้ก็ยังคงดำเนินกันต่อไปเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา อีกไม่กี่วันนี้ก็จะเข้าปีใหม่แล้ว ตอนนี้ข้าวในนาของคนในหมู่บ้านหนองเสือนั้นก็ได้เก็บเกี่ยวกันจนหมดไปทุกแปลงไปแล้ว แตนและเพื่อนๆได้เงินจากการไปรับจ้างเกี่ยวข้าวมาไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ถือว่ามากมายอะไรนักเพราะเดี๋ยวนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นจะจ้างรถเกี่ยวข้าวให้มาช่วยเกี่ยวเสียมากกว่า แต่ทีนี้เนื่องจากว่าทั้งหมู่บ้านนั้นมีรถรับจ้างเกี่ยวข้าวเพียงไม่กี่คันเท่านั้น และแต่ละคันต่างก็มีชาวบ้านมาจองคิววันเกี่ยวกันอย่างยาวเหยียด จึงทำให้มีบางคนรอไม่ได้ต้องไปจ้างคนมาช่วยเกี่ยวกันเอง เพราะถ้าขืนรอรถเกี่ยวนานไปอาจจะทำให้ข้าวที่งอมแล้วร่วงหล่นลงดินทิ้งเสียหายไปเสียก่อนก็เป็นได้

ที่บ้านของนายสนวันนี้ หลังจากที่สมาชิกในบ้านทั้งสี่คนกินข้าวเช้าร่วมกันจนอิ่มหมีพีมันกันเสร็จแล้ว ต่างก็หามุมสบายเป็นของตัวเอง สนเองก็มานั่งสูบยาเส้นพ่นควันปุยๆอยู่ที่แคร่ใต้ต้นขนุนข้างๆบ้านนั่นเอง แตนกับต่อเดินถือตะข้องพร้อมกับย่ามสะพายแหล่งเบี่ยงข้างกับหิ้วครุถังใบขนาดย่อมใบหนึ่งด้วยเดินเข้ามาหาพ่อของตน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

"อิพ่อตุข่อยสิไปขุดกะปูนาเด้อใกล้ๆเพลพุ้นล่ะจังสิมา" แตนบอกพ่อเสร็จแล้วก็หันไปบอกน้องชายที่ยืนอยู่ใกล้ๆว่า

"ต่อ ไปเบิ่งกั๊นน่ะว่าอีน้อยมันแล้วงายล่ะไป๊ สวยหลายเดี๋ยวแดดสิฮ้อนเด้" ต่อรับคำของพี่สาวแล้วก็เดินตรงไปที่บ้านของน้อยที่อยู่ไม่ห่างกันมากนักนั้นทันที เพียงไม่นานหลังจากนั้น แตนกับน้อยก็นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ของต่อมุ่งหน้าสู่ท้องทุ่งนาของตนทันที พอไปถึงต่อก็จัดการจอดรถมอเตอร์ไซด์คันเก่งเอาไว้ที่ข้างๆเสาของเถียงนาที่ปลูกเป็นกระท่อมเล็กๆแบบยกพื้นขึ้นโดยสูงประมาณเมตรกว่าๆได้ ก่อนที่จะเดินไปหยิบเสียบที่พิงอยู่ข้างๆบันใดเถียงนั้นแล้วเดินไปหิ้วครุถังเดินตามหลังของพี่สาวที่เดินลงนาไปกับน้อยก่อนหน้านั้นแล้ว

"น้อยมื่ออื่นโตว่างบ่หมอ เฮาว่าสิซวนไปในเมืองนำกัน ไปบ่" แตนเอ่ยชวนเพื่อนในขณะที่มือก็กำลังใช้เสียมด้ามเล็กในมือนั้นเขี่ยหารูปูใต้กอฟางแห้งไปเรื่อยๆไม่หยุด

"กะไปติ๊ล่ะ ดีคือกันเฮากะกำลังอยากได่เสื้อใหม่งามๆจักโตยุคือกัน ชวนอีติ๋มไปนำเนาะไปหลายคนจังม่วน"

"อื่อ..ชวนกะชวน" แตนเออออไปกับเพื่อน ก่อนที่จะเขี่ยไปเจอรูปูเข้าพอดี จึงนั่งยองๆลงแล้วขุดหาเจ้าปูนาตัวน้อยนั้นทันที

"ระวังนำเด้อแตนบัดท่ามันมีงูดางแหนั่นเบิ่งดี" น้อยเตือนเพื่อนเบาๆพลางตัวเองก็สอดส่ายสายตาหารูปูไปเรื่อย

"ฮูกะปูมันกะสิมีตะกะปูนั่นตั่วเนาะ มันสิมีแนวอื่นยุติ๊ ฮ่าๆๆๆ" แตนพูดล้อเพื่อนสาวขำๆ

"จักล่ะบัดเทือมีอีโอ๊บเหลืองอุยฮุยเหมบยุมูนั่น เอาแบบโตเดียวพอป่นเลยเด้อฮ่าๆๆๆ" น้อยเล่นมุขตามเพื่อนบ้าง ทั้งสองสาวหาปูไปหยอกเย้ากันไปอย่างสนุกสนาน จนเวลาผ่านไปเกือบจะใกล้เที่ยงแล้ว และแม้ว่าจะเป็นช่วงที่กำลังเข้าหน้าหนาวแล้วก็ตามที แต่แสงแดดในตอนที่ตะวันอยู่กลางหัวเป๊ะๆแบบนี้ก็ทำให้ร้อนได้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ความรื่นเริงสนุกสนานในตอนแรกนั้นจึงเริ่มกลายมาเป็นความเหนื่อยและหิวแทน

"น้อยเมือเถาะพอแล้วซำนี่กะหลายแล้ว" แตนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าได้เยอะพอสมควรแล้ว

"พอกะพอกูกะเมือยแล้วคือกัน โฮ้!ยอดผักขี่เหล็กแถวนั้นคืองามแท่ นาไผแตนเฮาไปเก็บได่บ่หมอ ขะเจ่าหวงบ่" น้อยอุทานขึ้นมาอย่างตื่นเต้น เมื่อมองไปเห็นต้นขี้เหล็กชูยอดอ่อนพลิ้วไสวตามแรงลมอยู่เต็มต้นอยู่ตรงคันนา ของที่นาที่อยู่ข้างๆกับที่นาของแตนเข้า

"นาแม่ใหญ่สาตั่ว เผิ่นคือสิบ่หวงดอกมั้งมันมีหลายต้นยุ เฮากะขอเผิ่นเอาไปตะพอกินกะคือสิบ่เป็นหยังดอก" แตนบอกเพราะรู้จักกับยายสาดีและรู้ว่าแกเป็นคนใจดีมีเมตตากับผู้อื่นอยู่ไม่น้อย ว่าแล้วก็เดินนำเพื่อนสาวไปที่ต้นขี้เหล็กที่ปลูกอยู่ริมคันนาของเพื่อนบ้าน ที่มีหลายต้นเรียงรายกันอยู่นั้น แล้วพูดขึ้นดังๆก่อนเก็บผักนั้นว่า

"พ่อปู่แม่ย่า ตายายจ๋า ข่อยขอผักขี่เหล็กไปแกงกินแลงจักหม้อแนเด้อจ้า"

"ขอขี้เหล็กไปแกงจักหม้อแนเด้อจ้า" น้อยว่าตามเพื่อนบ้าง แต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่ปู่ย่าตายายของพวกเธอเคยสั่งเคยสอนมา ว่าไม่ว่าเราจะเอาของของใคร หรือทำอะไรที่ไหนที่เป็นของๆคนอื่นหรือในที่ของคนอื่นนั้น จะต้องบอกกล่าวแก่เจ้าของเขาก่อนทุกครั้งเสมอและถ้าหากว่าเจ้าของเขาไม่อยู่ถ้าเราไปหยิบยืมอะไรมาแล้ว ในวันหน้าถ้าได้เจอกันก็ต้องบอกเขาอีกทีให้เจ้าของเขาได้รู้ว่าเราเคยขอหรือหยิบยืนของเขามานะ (แต่ในกรณีนี้แตนกับน้อยนั้นขอต่อเจ้าที่เจ้าทางและบรรพบุรุษผู้ล่วงลับที่ท่านดูแลปกปักรักษาสถานที่แห่งนั้นอยู่ตามความเชื่อที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายได้เคยอบรมสั่งสอนมา) หลังจากที่ได้ของกินของป่าผักหญ้าต่างๆตามที่ต้องการแล้ว ทั้งสองสาวก็พากันเดินกลับมาที่เถียงนา เห็นต่อกำลังนั่งเหลาง่ามไม้มะขามเพื่อเอาไปทำง่ามหนังสติกอยู่ที่นั่นรออยู่ก่อนแล้ว

"สิเมือล่ะบ้อเอื้อยแตน ข่อยอยากกินเข่าแล้ว" หนุ่มน้อยละสายตาจากสิ่งที่กำลังทำอยู่เงยหน้าขึ้นมาถามพี่สาวของตน

"อื่อ..สิเมือแล้วไปๆเก็บของไห่เรียบร้อยก่อนเอาเสียมไปไว่หม่องเก่ามันเดี่ยวมันสิเสีย คนมักลักกะลักได่ลักดีคือกันไปๆไวๆเข่ามันสิบ่ายแล้วหนิ" แตนบอกกับน้องชาย ซึ่งเด็กหนุ่มก็ทำตามอย่างว่าง่ายเช่นกัน ต่อนั้นรักพี่สาวของเขามากอาจจะเป็นเพราะว่ามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้องเท่านั้นก็เป็นได้ แต่ก็เป็นที่รู้ๆกันในครอบครัวและเพื่อนๆที่สนิทกันอยู่ว่า แตนนั้นเป็นคนที่ดุและค่อนข้างจะมีใจที่เด็ดเดี่ยวมาก มากจนบางครั้งเตี้ยเองก็แอบคิดหนักใจแทนคนที่จะมาเป็นลูกเขยในวันข้างหน้าอยู่ไม่น้อยเลยเพราะนอกจากแตนนั้นจะเป็นคนซื่อแล้วเธอยังเป็นคนที่เถรตรงเอามากๆอีกด้วย..

ความคิดเห็น