Pillow_Mellow
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คุณครูพี่มิน ตอนที่ 17 - 100%

ชื่อตอน : คุณครูพี่มิน ตอนที่ 17 - 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2562 19:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คุณครูพี่มิน ตอนที่ 17 - 100%
แบบอักษร

กว่าอาการปวดระบมทั่วร่างกายจะหายเป็นปกติก็ใช้เวลาถึงสามวัน

ไม่เอาอีกแล้ว สภาพเหมือนคนแก่ที่ลุกก็โอยนั่งก็โอยน่ะ แพทเข็ดจนวันตาย คราวหน้าถ้าเจอพวกมันจะวิ่งหนีให้ไวเลย

“พี่มินมาไงอ่ะ” เด็กหนุ่มถามอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าพี่มินมารับตนถึงหน้าโรงเรียนสอนพิเศษ

“ยืมรถต๊อดมา” ความจริงคือมินอยากมารับเพื่อให้แน่ใจว่าแพทจะไม่มีเรื่องเจ็บตัวแบบก่อนหน้านี้อีก

“ต๊อดใจดีจัง แต่ก็ดีละ ไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉลองที่แพทหายดีแล้ว”

“เอาสิ อยากกินอะไร” มินถามก่อนจะเปิดประตูรถและเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ แพทเองก็สอดตัวเข้าไปนั่งข้างคนขับอย่างรู้งาน

“ไว้ไปถึงห้างฯ ก่อนค่อยเลือกร้านได้ไหมพี่มิน”

กว่าจะมาถึงห้างฯ ได้ก็เกือบครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว แพทไม่คิดว่ารถจะติดหนักขนาดนี้

เขาไม่เรื่องมากในการเลือกร้านอาหาร เมื่อเจอร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นร้านแรกก็พาพี่มินเข้าไปทันที จากนั้นก็เปิดเมนูสั่งอาหาร คอยบริการรินน้ำดื่มให้พี่มินเสร็จสรรพ พอก๊วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟก็เริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย ระหว่างนั้นก็พูดคุยกับพี่มินไปเรื่อย

อ่า...เหมือนมาเดทกันเลยเนอะ

“พี่มิน”

“ครับ” ตายไปเลยไอ้แพท พี่เขาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มอ่อนโยนขนาดนี้ ตายไปเลยสิ

“อันนี้ไม่กินเหรอ” อันนี้ที่ว่าคือลูกชิ้นในชามก๊วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างฯ ที่เหลืออยู่ในชามกับบรรดาผักต่างๆ ที่มินยังไม่ได้กิน

“ของดีต้องเก็บไว้กินทีหลังสิ”

“แพทไม่เห็นด้วยนะ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเก็บของที่เราชอบไว้กินทีหลัง”

มินเองก็ตอบเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ไหนแต่ไรแล้วที่เขามักจะเก็บของที่ชอบไว้กินทีหลัง เคยโดนต๊อดแย่งบ้างเหมือนกันแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยเข็ดหลาบซักที

“ถ้าชอบก็กินไปเลยตั้งแต่แรกสิ เก็บไว้ทีหลังเดี๋ยวหมาคาบไปแดกหรอก” ว่าแล้วหมาแพทก็ตักลูกชิ้นในชามพี่มินเข้าปากไปเฉยเลย

เจ้าเด็กนิสัยไม่ดี!

“เป็นหมารึไง”

“พี่มินอยากให้เป็นอะไรแพทก็เป็นได้หมดแหละ”

หยอดขนาดนี้แล้ว ช่วยเขินหน่อยสิครับคุณครูพี่มิน

หลังจบมื้อเย็นมินก็พาแพทไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ เพราะเครื่องเก่าปุ่มกดพังแล้ว เมื่อกดรับสายไม่ได้ มีโทรศัพท์ไว้ก็ไร้ประโยชน์ มินยังแปลกใจที่น้องทนใช้รุ่นเก่ามาได้ตั้งหลายปี ทั้งที่เด็กสมัยนี้ชอบของรุ่นใหม่ยี่ห้อดีๆ กันทั้งนั้น

ความจริงไม่ใช่เพราะแพทไม่อยากได้โทรศัพท์รุ่นใหม่ แต่เพราะเขาแค่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี เห็นคุณค่าของโทรศัพท์แม้มันจะเก่าไปหน่อย แต่ถ้ายังใช้ได้แพทก็คงไม่เปลี่ยน เขารู้ดีว่ามีเด็กอีกมากมายหลายคนไม่ได้ใช้ของฟุ่มเฟือยแบบนี้ด้วยซ้ำ

พี่แพทในวัยเด็กเรียนรู้ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

มินดีใจที่น้องมีสำนึกดี เขาไม่เคยผิดหวังเลยที่ได้รู้จักและได้เป็นคุณครูพี่มินของพี่แพทในตอนนั้น

“พี่มิน ถ่ายรูปกัน”

มินหันไปตามเสียงก่อนจะเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาเมื่อแพทเปิดกล้องหน้าของโทรศัพท์เครื่องใหม่และขยับหน้าเข้ามาชิดเขา

หลังจากนั้นแพทก็มีภาพเซลฟี่คู่กับพี่มินเป็นภาพแรกในเครื่อง และยังใช้เป็นรูปโปรไฟล์ประจำเครื่องอีกด้วย

กลับบ้านเมื่อไหร่จะไปเขียนลงในไดอารี่ว่าวันนี้มีเดทแรกกับพี่มิน 

 

 

 

 

 

 

 

พอหยุดเรียนไปหลายวัน แพทก็ต้องทำการบ้านและตามงานต่างๆ ให้ทันเพื่อนๆ ในห้อง ซึ่งเขาก็หัวหมุนอยู่สองสามวันเลยกว่าจะเคลียร์ทุกอย่างเสร็จ โชคดีที่มีพี่มินคอยช่วยสอนโจทย์การบ้านที่ไม่เข้าใจด้วย

“เซียน” แพทหันไปเรียกเพื่อน หลังจากคุณครูที่สอนในคาบสุดท้ายเดินออกจากห้องไป

“ว่า?”

“ไปร้านเกมกัน” วันนี้แพทอยากรีแล็กซ์หลังจากอ่อนล้ามาหลายวัน

“เมื่อไหร่” ถ้าเซียนเป็นน้องหมาก็คงแสดงอาการหูตั้งหางกระดิกทันที เมื่อได้ยินชื่อสถานที่ที่พวกเขาจะไปกัน

“เสร็จจากนี่ก็ไปเลย”

“กูว่างนะ แต่มึงมีเรียนพิเศษไม่ใช่เหรอ”

“แล้วไง กูไม่อยากไปเรียน” อีกอย่างแพทก็เรียนๆ โดดๆ อย่างนี้จนเป็นเรื่องปกติ และถึงแม้ไม่เรียนเขาก็ยังทำข้อสอบได้เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นจึงไม่คิดว่ามันสำคัญอะไร

“เหี้ยแพท จะท้าอำนาจมืดยายมึงหรือไง”

คุณยายเหรอ เวลาปกติก็ไม่ค่อยจะสนใจกันเท่าไหร่หรอก แต่พอมีปัญหาก็มักตามคุณแม่มาด่าเขาอยู่เรื่อย เป็นอะไรมากมั้ยก็ไม่รู้ แพทโคตรจะไม่ชอบคนแก่ขี้บ่นแบบคุณยายเอาซะเลย

“กูไม่กลัวหรอก อีกอย่างพักนี้เขาก็ไม่ค่อยสนใจกูเท่าไหร่ด้วย”

“อย่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาน่า...”

เซียนรู้เรื่องครอบครัวของแพทจากคำบอกเล่าของเจ้าตัว ปกติแพทไม่ใช่คนที่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง แต่ก็ยอมเล่าให้เซียนฟัง ซึ่งนั่นทำให้กำแพงระหว่างพวกเขาพังทลายลง และกลายเป็นเพื่อนซี้ที่ไม่มีความลับต่อกันจนถึงวันนี้

“สรุปมึงจะไปมั้ย”

“ไปก็ได้ แต่มึงเลี้ยงนะ”

“กูอีกแล้ว”

“มึงก็รู้ว่ากูเก็บตังค์ซื้อกีตาร์ตัวใหม่อยู่นี่หว่า”

แพทจิ๊ปาก ทำหน้าเหมือนไม่พอใจแต่สุดท้ายเขาก็ยอมจ่ายค่าชั่วโมงร้านเกมให้เพื่อนด้วยความเต็มใจอยู่ดี

บางครั้งแพทก็นึกอิจฉาเซียนอยู่หน่อยๆ ที่มันรู้ว่าตัวเองชอบอะไรไม่ชอบอะไร เซียนน่ะชอบมอเตอร์ไซค์ ความเร็วและกีตาร์ ความฝันสูงสุดที่เจ้าตัวพูดถึงอยู่เสมอก็คือการเป็นนักดนตรีมืออาชีพ ต่างจากแพทที่ถึงแม้จะพยายามเรียนหนังสือให้เก่งตามที่ถูกผู้ใหญ่สอนสั่งและยัดเยียดมา แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าความฝันของตนจริงๆ แล้วคืออะไร

ทุกวันที่ใช้ชีวิตตั้งแต่เด็กยันวัยรุ่น เขาหวังอย่างเดียวว่าสักวันจะได้พบพี่มินอีกครั้ง อยากเจอพี่มิน อยากอยู่ด้วยกันไปทุกๆ วัน

ถ้าสามารถบอกคนอื่นได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าพี่มินคือความฝันอันสูงสุดก็คงจะดีไม่น้อย

 

 

 

 

!!!!!  

  

  

  

 

แพทแยกกับเซียนที่ป้ายรถเมล์ตอนเกือบสี่ทุ่ม ซึ่งเวลาเคอร์ฟิวส์ของพี่มินคือสามทุ่ม เท่ากับว่าเขาสายมาแล้วเป็นชั่วโมง พี่มินต้องโกรธมากแน่ แพทมั่นใจ

พอต้องยืนรอรถเมล์คนเดียว แพทจึงล้วงมือถือเครื่องใหม่ซึ่งมีภาพหน้าจอเป็นรูปเซลฟี่คู่กับพี่มินขึ้นมาเช็ก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแค่ดูรูปพี่มินก็ทำให้แพทยิ้มได้ หากไม่นานรอยยิ้มบนใบหน้าอ่อนวัยก็เจื่อนลงเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อพบว่ามีสายเรียกเข้าเยอะทีเดียว ทั้งจากคุณแม่และพี่มิน

แพทไม่แปลกใจที่พี่มินจะโทร.ตาม แต่คุณแม่นี่สิ ร้อยวันพันปีไม่โทร.มา วันนี้กลับโทร.มารัวๆ เป็นกลองชุดเชียว

เอายังไงดี โทร.กลับหาคุณแม่หรือพี่มินก่อนดีนะ

ขณะกำลังครุ่นคิดรถเมล์ก็เข้าจอดที่ป้ายพอดี โทรศัพท์มือถือถูกเก็บใส่กระเป๋ากางเกงอย่างเคย คนบนรถแน่นขนัดถึงแม้จะเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้วก็ตาม ลำพังแค่ประคองตัวบนรถยังยากแล้วไม่ต้องนึกถึงการล้วงมือถือออกมาโทร.หาใครหรอก

ใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะผ่านความทรหดมาได้

ประตูห้องถูกเปิดออก เสียงทีวีลอดผ่านออกมา เจ้าของห้องนั่งอยู่บนโซฟาสายตาจับจ้องไปยังข่าวภาคดึกที่กำลังฉายอยู่

“กลับมาแล้วครับ” เด็กหนุ่มวัยสิบสี่บอกเสียงเบาอย่างคนมีชนักติดหลังพลางก้มเก็บรองเท้าเข้าชั้นอย่างเป็นระเบียบ

“เรียนพิเศษเลิกดึกจังเลยนะ”

“ขอโทษครับ วันนี้เรียนเลิกตั้งแต่สองทุ่มแล้วแต่แพทไปเที่ยวต่อกับพวกไอ้เซียน เล่นกันติดลมไปหน่อย”

“อย่างนั้นเหรอ แต่คุณแม่แวะไปหาแพทที่โรงเรียนสอนพิเศษตอนทุ่มกว่านะ ท่านไม่เจอแพท มันหมายความยังไง” น้ำเสียงเย็นชาของพี่มินทำให้คนฟังชาวาบไปทั้งตัว

กรรมมาแบบติดจรวดเลยแฮะ ร้อยวันพันปีคุณแม่ไม่เคยแวะไปหา แต่กลับไปวันที่แพทโดดเรียนซะงั้น

“เอ่อ...” แพทกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“ไม่ได้ไปเรียนพิเศษใช่มั้ย”

“แพท...” เจ้าของชื่อก้มหน้าลง

“โดดเรียนบ่อยแค่ไหน”

“ไม่บ่อยครับ” ทำใจโกหกพี่มินไม่ได้เลย

“รู้ใช่มั้ยว่ามันไม่ดี”

“รู้”

“แต่ก็ยังทำ”

“ก็ไม่ได้อยากเรียนสักหน่อย มีแต่แม่กับยายที่คิดเองตัดสินใจเอง ไม่เคยถามความเห็นแพทสักคำ”

“แล้วเคยบอกหรือเปล่าว่าตัวเองคิดยังไง”

“บอกไปก็ไม่ฟังหรอก ผู้ใหญ่น่ะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลใบนี้เสมอแหละ”

มินพูดต่อไม่ออกเลย คำพูดของแพทอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เป็นเรื่องจริง

“พี่กำลังฟังแพทอยู่นี่ไงครับ” มินไม่แน่ใจนักว่าต้องรับมือกับเด็กวัยรุ่นอย่างไร เพราะตัวเขาเองก็ผ่านช่วงนั้นมาพอสมควรแล้ว เมื่อเห็นน้องเริ่มขึ้นเสียงอย่างคนมีอารมณ์ เขาจึงจำต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ทั้งที่ตัวเองก็โกรธจะแย่แล้วเหมือนกัน

“พี่มินช่วยอะไรแพทไม่ได้อยู่ดี” เด็กหนุ่มก้มหน้าพูดไม่เต็มเสียงด้วยอารมณ์โกรธ น้อยใจ ปนอยู่กับความรู้สึกผิด

คำพูดที่แพทคิดว่ามันช่างธรรมดา แต่สำหรับมิน ยิ่งได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งเหมือนกับเป็นการย้ำว่าเขาเป็นแค่คนอื่นสำหรับแพทจริงๆ

“อย่างนั้นเหรอ” คนอายุมากกว่าว่าเสียงแผ่วขณะทอดสายตากลับไปมองทีวีที่เปิดทิ้งไว้อย่างเลื่อนลอย

ทั้งที่คิดว่าอาจจะเป็นที่พึ่งให้น้องได้เหมือนตอนที่น้องยังเป็นเด็กแท้ๆ แต่ในความเป็นจริงเขาก็เป็นเพียงคนอื่นเท่านั้นเอง

“โทร.หาคุณแม่หน่อยก็แล้วกัน ท่านเป็นห่วงมาก”

ทีอย่างนี้ทำเป็นห่วง  

แพทรู้ว่าการคิดอย่างนั้นเป็นสิ่งไม่ดี แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ ตั้งแต่มาอยู่กับพี่มิน ช่วงวันแรกๆ แม่ก็โทร.หาอยู่หรอก แต่พอเวลาผ่านไปก็ค่อยๆ ห่างหายจนกลายเป็นห่างเหิน ทั้งที่เวลาผ่านมาไม่นานแท้ๆ แต่แพทกลับลืมไปแล้วว่าความอบอุ่นที่เคยได้รับมันเป็นอย่างไร

เด็กหนุ่มถูกทิ้งให้นั่งลำพังที่หน้าทีวี มองรูปพี่มินที่หน้าจอมือถือ ทำใจอยู่นานทีเดียวกว่าจะกล้ากดโทร.ออกหาคุณแม่ที่พี่มินบอกว่าเป็นห่วงเขานักหนา

แม่ลูกคุยกันไม่กี่ประโยค แม่ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ‘รัก’ แค่นั้น

รักเหรอ? ซึ้งจัง 

แต่ไม่รู้ทำไมแพทถึงไม่รู้สึกถึงความหมายของคำนั้นเลย

 

 

 

 

!!!!!  

  

  

  

 

ความคุกรุ่นยังคงลอยตัวอยู่ในห้องถึงแม้ว่าจะเช้าแล้วก็ตาม มินทำเป็นเมินแพทตอนที่พวกเขาเดินสวนกันหน้าห้องน้ำ

การกระทำนั้นย้ำให้แพทแน่ใจว่าตนโดนโกรธแล้วแน่ๆ แล้วจะทำอย่างไรให้อีกฝ่ายหายโกรธล่ะ

“ต๊อดคิดว่าไง แพทควรง้อพี่มินยังไง” ที่ปรึกษาที่ดีที่สุดตอนนี้ก็คงไม่พ้นต๊อด

“กูจะไปรู้มั้ยล่ะ”

“ต๊อดเป็นเพื่อนพี่มินนะ”

“เพื่อนแล้วไงวะ กูไม่เคยง้อมันหรอก ปล่อยให้หายเอง” แพทเบะปาก นึกค้านสุดชีวิตเรื่องที่ว่าต๊อดไม่เคยง้อพี่มิน

“ต๊อดใช้ไม่ได้เลย”

“ใช้ได้เหี้ยไรล่ะ” พอถูกเซ้าซี้หนักๆ เข้าคนที่กำลังซ่อมรถก็เริ่มโมโห

“ต๊อด”

“อะไรอีก”

“ไม่รู้จริงๆ เหรอว่าแพทต้องง้อพี่มินยังไง”

“ไม่รู้เว้ย!” ต๊อดโคตรเกรี้ยวกราดสมกับเป็นคนเหี้ยประจำซอย และตอนนี้ก็พ่วงตำแหน่งคนโง่ที่ถามอะไรก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เอาไหนจริงๆ

“ต๊อด”

“อะไรของมึงอีกกก”

“ทีหลังก็หัดใส่ใจเรื่องของคนอื่นให้มากกว่านี้หน่อยนะ”

สิ้นคำพูดปุ๊บน้ำในกะละมังก็ถูกสาดมาปั๊บ ยังดีที่แพทเป็นเด็กฉลาดมีไหวพริบจึงหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่ถึงอย่างนั้นรองเท้าก็เปียกน้ำตั้งข้างนึงแน่ะ

ต๊อดเนี่ย ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ

ว่าแต่...แพทต้องง้อพี่มินยังไงเนี่ย

โทร.หาก็ไม่ยอมรับสายด้วย และเพราะเอาแต่นึกถึงคนที่วันนี้ไม่ยอมยิ้มให้กัน การเรียนพิเศษวันนี้จึงไร้ความหมายสุดๆ

 

 

 

 

 

 

 

‘มึงกับไอ้เด็กนั่นมีเรื่องอะไรกันวะ มันดูกังวลมากนะ มึงก็โตแล้วอย่าทำตัวเหมือนเด็กๆ ไปหน่อยเลย’  

คำพูดของต๊อดที่โทรศัพท์มาคุยดังขึ้นในหัว

มินก็ไม่อยากทำตัวเป็นเด็ก แต่คำพูดไม่คิดของแพททำให้เขารู้สึกแย่มากจริงๆ

ในเมื่อเด็กมันก็ไม่คิดอะไรแล้วเขาจะเก็บมาคิดมากทำไม เป็นผู้ใหญ่แท้ๆ แต่กลับงอนเด็กนี่นะ ใช้ไม่ได้เอาซะเลย

 

 

 

[ติดตามตอนต่อไปในเล่มค่ะ] 

ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วมั้งที่พี่มินโกรธเจ้าแพทได้ไม่นานเลย 

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็แพ้ทางน้องมันอยู่ดีอ่ะคนเรา 

ใจแข็งหน่อยสิวะพี่มิน 

 

คุณครูพี่มินตอนนี้จะเป็นตอนสุดท้ายที่อัพลงเว็บแล้วค่ะ 

อย่างที่แจ้งให้ทราบเมื่อตอนที่แล้ว 

แม้เพิ่งมาเจอกันเมื่อไม่นานมานี้แต่ก็ขอบคุณสำหรับความรัก ความเอ็นดูและคอมเมนต์นะคะ 

เราตามอ่านทั้งหมดเลย ใจฟูมากๆ 

ถ้าเป็นไปได้ล่ะก็ ฝากติดตามเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 

และสามารถติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจนะคะ เผื่อปีใหม่มีหนังสือแจก 

รักแหละ รักจริงๆ นะ 

[แจ๊ส] 

#คุณครูพี่มิน 

 

 

ความคิดเห็น