facebook-icon

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายของเอสนะคะ รัก <3

ต้องห้ามรัก 20 ครอบครัวเดียวกัน 100%

ชื่อตอน : ต้องห้ามรัก 20 ครอบครัวเดียวกัน 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2562 18:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ต้องห้ามรัก 20 ครอบครัวเดียวกัน 100%
แบบอักษร

ต้องห้ามรัก 20 ครอบครัวเดียวกัน 

ตลอดทางที่นั่งรถไปหาพี่แทนบอกตามตรงว่าหัวใจของฉันเต้นแรงมากๆ ความรู้สึกมันอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ มันหลากหลายมาก ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามพี่ป่าด้วยซ้ำเพราะกลัวคำตอบจากปากของเขา นั่งกันเงียบๆ จนเสียงโทรศัพท์พี่ป่าดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมากดรับสาย

“ครับ”

ฉันไม่รู้หรอกว่าใครโทรมาเพราะน้ำเสียงตอบกลับของเขายังคงปกติทุกอย่าง

“ปลอดภัยแล้วครับ กำลังไป… ครับ”

เขาพูดตอบกลับไปอีกประโยคก่อนจะวางสาย ฉันเองก็ไม่รู้ว่าใครโทรเข้ามา ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง แถมร่างกายยังเหนื่อยล้าจากเรื่องที่เจอมาอีก จนผล็อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

หากตอนนี้คือความฝัน ฉันอยากตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่สวยงามกว่านี้…

“น้อง… ชบา” เสียงเรียกดังขึ้นใกล้ๆ กับใบหูเหมือนกำลังปลุกให้ฉันตื่นจากฝันร้าย เปลือกตาทั้งสองข้างค่อยๆ กะพริบเข้าหากันถี่ๆ ก่อนที่มันจะเบิกกว้างรับกับแสงของดวงตะวันในยามเช้า

“อือ…” ฝ่ามือข้างหนึ่งยกมือปิดบังแสงแดดอ่อนๆ ทันที

“ตื่นได้แล้ว ถึงแล้วครับ”

“ที่ไหนเหรอคะ” ฉันว่าพลางขยับตัวลงจากรถพร้อมกับสายตาที่กวาดมองไปรอบๆ “โรงพยาบาลเหรอคะ”

“ครับ”

“พี่แทนเป็นอะไรเหรอคะ ทำไมพาน้องมาที่นี่”

“พี่แทนไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับ พวกเราเข้าไปข้างในกันดีกว่า”

“ค่ะ” พี่ป่าจับมือเดินเข้าไปข้างใน ข้างๆ ก็มีพี่อัฐเดินตามเข้าไปติดๆ ทำไมหัวใจเต้นแรงจัง ความรู้สึกใสตอนนี้มันอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ

เสียงผู้คน เสียงฝีเท้า รอยยิ้มและคราบน้ำตา สถานที่แห่งนี้คือที่รวบรวมความรู้สึกมากมายเหล่านี้สินะ สิ่งที่ฉันอยากเห็นมากที่สุดคือรอยยิ้ม… รอยยิ้มสดใสของพี่แทน

“ชบา”

“แม่” ฉันเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงดีใจ แม่เองก็ด้วย พวกเรารีบเดินเข้าไปสวมกอดกันทันที

“ปลอดภัยแล้วนะ”

“ค่ะ” ฉันกอดตอบแม่จนแน่นแต่กลับรู้สึกได้ถึงหยาดน้ำตาที่เปื้อนหัวไหล่ของตัวเองจนต้องผละออกจากกันถึงได้รู้ว่าแม่กำลังร้องไห้อยู่ “ร้องไห้ทำไมคะ หนูไม่ได้เป็นอะไรแล้ว”

“เปล่าหรอกลูก” แม่ปฏิเสธพร้อมกับมือคู่เล็กที่เช็ดน้ำตาตัวเอง

“ใครเป็นอะไรเหรอคะ ทำไมทุกคนถึงทำหน้าเศร้ากันจัง” ฉันถามพร้อมกับสายตาที่กวาดมองไปรอบๆ บริเวณที่ยืนกันอยู่ซึ่งมีปู่ย่า น้องสาวพี่แทน แม่มะลิ แต่กลับไม่เห็นพี่แทนกับแม่ของเขา “พี่แทนกับแม่ไปไหนเหรอคะ”

“อึก…” ไม่มีคำตอบนอกจากน้ำเสียงสะอื้นของปุยฝ้ายจนย่าต้องเข้าไปสวมกอดแทน

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“แม่พี่แทนเสียแล้ว” คำตอบจากปากของพี่ป่าทำให้ฉันนิ่งอึ้งไปเลย จู่ๆ หยาดน้ำตามันก็ไหลอาบแก้มทันที ความรู้สึกตอนนี้มันเร็วเกินไปด้วยซ้ำ ฉันมองหน้าแม่อึ้งๆ ท่านเองก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

“สะ เสียแล้ว… แล้วพี่แทนล่ะคะ พี่แทนอยู่ไหน น้องอยากเจอพี่แทน” พี่ป่าไม่มีคำตอบให้ฉันนอกจากหันไปมองหน้าปู่

“เดินออกไปสักพักแล้ว ปู่ก็ไม่รู้ว่าไปไหน”

“ชบา!” พอได้ยินคำตอบจากปากของปู่ฉันก็รีบวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้นทันที ป่านนี้ไม่รู้ว่าพี่แทนจะหายไปไหน เขาคงรู้สึกแย่มากแน่ๆ เพราะไม่บ่อยนักที่พี่แทนจะเดินหนีออกไปแบบนี้

“พี่อยู่ที่ไหนกันแน่” ฉันว่าเสียงแผ่วเบาสายตากวาดมองไปรอบๆ จนไปสะดุดเข้ากับสวนด้านข้างของโรงพยาบาลจึงรีบเดินไปดูทันที มุมนี้ไม่ค่อยมีคนแถมยังได้กลิ่นหอมๆ ของดอกมะลิอีกต่างหาก ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ต้องเดินไปตามกลิ่นหอมนั้นจนเจอเข้ากับผู้ชายหนึ่งเขา แผ่นหลังของเขามันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน

หมับ! 

ฉันมั่นใจว่าคนตรงหน้าคือพี่แทนแน่นอนถึงได้เดินเข้าไปสวมกอดเข้าทางด้านหลังทันทีและเหมือนเขาเองจะรู้ว่าคนที่ฉวยโอกาสกอดคือฉันมือหนาถึงได้เอื้อมขึ้นมาจับมือของฉันเอาไว้ แต่มือของพี่แทนกลับสั่นมาก

“หนูขอโทษที่มาช้าไป”

“…” ไม่มีคำตอบใดๆ เอ่ยออกมาจากปากของพี่แทนนอกจากฝ่ามือของเขาที่ออกแรงบีบมือฉันหนักขึ้น ฉันรู้ดีว่าเขากำลังเสียใจ

ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างพวกเราอยู่นานมากจนฉันผละออกจากตัวพี่แทนเปลี่ยนเป็นเดินอ้อมไปนั่งยองๆ ลงตรงหน้าเขา ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำเลยทีเดียว แม้จะไม่มีหยาดน้ำตาไหลออกมาก็ตามและฉันก็เชื่อด้วยว่าคนอย่างเขาคงไม่อ่อนแอให้ใครเห็นอย่างแน่นอน

“คนเก่งของหนู” ฉันพูดพร้อมกับรอยยิ้มมือข้างหนึ่งยื่นขึ้นไปทาบแก้มพี่แทนเอาไว้ เขาได้แต่เงียบแม้ว่าใบหน้าจะมีรอยยิ้มจางๆ ออกมาให้เห็นก็ตาม

“…” พี่แทนยังคงเงียบ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคงเป็นใบหน้าและดวงตาของเขาเพราะตอนนี้มันมีน้ำใสๆ ไหลอาบแก้มจนสัมผัสเข้ากับปลายนิ้วของฉันแทน ไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากอ้อมกอดที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในตอนนี้ได้

“หนูยังคงอยู่กับพี่เสมอนะคะ” ฉันว่าพลางสวมกอดเขาไว้อีกครั้งจนแน่น พี่แทนเองก้กอดตอบ คราวนี้หยาดน้ำตาของเขามันเปื้อนเสื้อที่ฉันใส่อยู่แทน จะว่าครั้งแรกก็ได้ที่เห็นเขาร้องไห้แบบนี้เพราะพี่แทนในสายตาของฉันที่ผ่านมาเข้าไม่แม้แต่จะอ่อนแอหรือร้องไห้ให้กับอะไรง่ายๆ แม้จะเจ็บแค่ไหนเขาก็ยังคงฝืนเก็บน้ำตาเอาไว้ข้างในเสมอ

“แม่ไม่อยู่แล้วชบา… ไม่อยู่แล้ว” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้นมา ฉันรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของเขาอย่างถึงที่สุด “ทำไมแม่ทิ้งพี่ไปเร็วขนาดนี้”

“…” คราวนี้เป็นฉันเองที่เงียบทำได้เพียงกอดปลอบพี่แทนเอาไว้เท่านั้น

เวลาผ่านไปนานพอสมควรจากที่นั่งกอดกันกลายเป็นนั่งข้างๆ และจับมือกันเอาไว้แทน ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคนจนพี่ป่าเดินเข้ามา

“มาถูกได้ยังไงคะ”

“นั่นไง… คนสำคัญที่สุดในชีวิต” พี่ป่าว่าพลางชี้ไปทางต้นดอกมะลิที่ส่งกลิ่นหอมอยู่ในตอนนี้ “รู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ”

“…” ฉันยิ้มแทนคำพูดที่จะเอ่ยออกมาเพราะมันคือเรื่องจริง คงมีแค่พวกเราที่เข้าใจคำพูดของพี่ป่าดี

“และที่สำคัญ… กะจะมาดูพี่แทนร้องไห้สักหน่อย อดเลย” เขายังมีเวลาเล่นอีกค่ะ

“พี่ป่าคะ!” เรียกเขาดุๆ

“พี่โอเคแล้ว” พี่แทนหันมาพูดกับฉันพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะหันไปมองหน้าพี่ป่า “ขอบคุณนะที่พาชบากลับมา เสียใจด้วยที่อดเห็นน้ำตากู”

“ฮ่าๆ” พี่ป่าถึงกับหัวเราะลั่นเลยค่ะ ฉันไม่เข้าใจพวกเขาสองคนเลยจริงๆ เวลาแบบนี้ยังคุยเล่นกันได้อีก แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะมันทำให้พี่แทนเศร้าน้อยลง

“พูดอะไรกันคะ”

“อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้พี่โอเคขึ้นมาได้บ้าง พวกเราเข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ” ฉันหันไปมองหน้าพี่ป่าทันที แต่เขากลับพยักหน้ามาให้แทนฉันเลยต้องลุกเพื่อจะเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับพวกเขาทั้งคู่ หลังจากวันนี้ชีวิตพี่แทนจะเปลี่ยนไปอีกแล้วสินะ

เดินกลับเข้ามาข้างในทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว ตอนนี้พ่อก็มาแล้วด้วยรวมไปถึงลุงอิฐเพื่อนของท่าน ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคนนอกจากมองหน้าสบตากันผ่านความคิด พี่แทนยังคงจับมือฉันอยู่ตลอดเวลา ส่วนงานฌาปนกิจจะจัดขึ้นที่วัดแถวบ้านปู่แทน ฉันไม่รู้ว่ายังมีญาติคนอื่นๆ ฝั่งท่านอยู่หรือเปล่า

ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ไปที่วัดในทันที แต่ก็ยังดีหน่อยที่พี่แทนเองก็พาฉันกลับมาบ้านปู่เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่และพักผ่อน ส่วนที่วัดน้องปุยฝ้ายจะอยู่ช่วยรวมไปถึงคนอื่นๆ ด้วย

“พี่แทน”

“ครับ” ตอนนี้กลับมาถึงบ้านกันแล้ว อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย แต่คงนอนไม่หลับกันหรอก

“ได้นอนบ้างหรือยังคะ”

“พี่นอนไม่หลับหรอก ไหนจะแม่ ไหนจะชบา แต่พอไอ้ป่าโทรมาบอกว่าเจอสถานที่ที่พวกมันจับชบาไปแล้วพี่ก็เบาใจได้บ้าง ขอโทษที่ไม่ได้ไปช่วยนะครับ”

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ตอนนี้น้องปลอดภัยแล้ว” ฉันว่ายิ้มๆ เอื้อมมือไปจับมือพี่แทนมาประสานเข้าด้วยกัน

“ขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้น้องต้องเจอกับเรื่องแบบนี้”

“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว”

“นอนพักเถอะ”

“แต่ว่า…”

“พี่สัญญาว่าจะไม่หายไปไหนอีกแล้ว รอชบาตื่นพวกเราค่อยไปที่วัดพร้อมกัน”

“ค่ะ” ฉันยิ้มพลางทิ้งตัวลงนอนมือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับมือพี่แทนเอาไว้ ส่วนเขานั่งพิงหัวเตียงจับมือฉันเอาไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างคอยลูบหัวให้ มันอบอุ่นมากจนฉันผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

* 

ช่วงเย็นหลังจากที่ตื่นนอน พี่แทนก็พาลงไปกินข้าวก่อนจะพาไปวัด ตอนนี้ที่บ้านไม่มีคนเลยค่ะเพราะไปอยู่ที่วัดกันหมด ฉันกับพี่แทนยังคงจับมือกันอยู่ตลอดเวลาสัมผัสได้เลยว่ามือเขาสั่นมาก ถึงอยากร้องไห้มากแค่ไหนก็คงทำได้แค่เก็บมันเอาไว้ในใจเท่านั้นเพราะเขาไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น

“พี่ไปดูฝ้ายก่อนนะ”

“ค่ะ” น้องปุยฝ้ายยังคงนั่งร้องไห้อยู่ด้านหน้า เรื่องแบบนี้ไม่มีใครทำใจได้เร็วหรอก ขนาดฉันยังอยากจะร้องไห้ตามเลย

ปล่อยพี่แทนให้ไปคุยกับน้องสาว ส่วนฉันเดินกลับไปหาคนอื่นๆ ที่นั่งกันอยู่ด้านหน้า ตอนนี้แขกเริ่มทยอยมาเยอะแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนๆ ของพ่อมากกว่า

“สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้ทุกคนก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ แม่

“เป็นไงบ้างเรา” เสียงลุงเบียร์ถามขึ้น

“ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ” มุมนี้ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากหรอกค่ะ ทุกคนแค่ถามว่าฉันเป็นอะไรบ้างก็เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องอื่นฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพวกท่านคุยอะไรกันเพราะแม่พาเดินออกมาซะก่อน

“มีอะไรจะบอกแม่หรือเปล่า”

“…” ได้แต่นิ่งอึ้งไปกับคำถามของแม่ เสียงหัวใจของฉันเต้นแรงผิดปกติอีกแล้ว แม่ไม่ได้ถามย้ำนอกจากจับมือฉันแล้วมองหน้าแทน แต่มันคือการกดดันที่ร้ายแรงที่สุดเลยก็ว่าได้ “หนู…”

“ไม่ว่าลูกจะทำผิดมากแค่ไหน แม่ก็ไม่เคยโกรธเลยนะ”

“หนูขอโทษค่ะ” ตอนนี้ได้แต่ก้มหน้าต่ำไม่กล้าสบตาแม่ ท่านคงหมายถึงเรื่องระหว่างฉันกับพี่แทนสินะ “ทำไมชบากับป่าถึงชอบทำร้ายความรู้สึกของคนที่ตัวเองรักกันนักนะ”

“เอ่อ…”

“ความรักมันเป็นสิ่งสวยงาม ถ้ารักกันจริงก็แค่จับมือกันแล้วเดินเข้ามาบอกพ่อกับแม่ตรงๆ แม่ไม่รู้หรอกว่าหนูทำแบบนี้เพื่ออะไร แต่หนูคิดว่ามันดีสำหรับพี่แทนแล้วเหรอ”

“หนูขอโทษค่ะ หนูแค่กลัว…”

“หนูกลัวอะไร?”

“ก็…”

“เลิกแกล้งลูกได้แล้วมะลิ” ยังพูดไม่ทันจบเสียงพ่อก็ดังแทรกขึ้นมา พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นท่านยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าพร้อมกับพี่แทนและพี่ป่า

“จะรีบเดินมาทำไมคะ” แม่เงยหน้าขึ้นไปถามพ่อ

“แล้วจะไปแกล้งลูกทำไม” พ่อถามยิ้มๆ

“แค่อยากรู้ว่าจะปิดอีกนานแค่ไหน” แม่ตอบพลางหันกลับมามองหน้าสบตากับฉัน แววตาของท่านดุมากเลยค่ะ แต่ก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนในเวลาต่อมา “แม่ไม่แกล้งแล้วก็ได้”

“แม่คะ”

“แม่มะลิคนดีของป่า มีมุมนี้ด้วยเหรอครับ”

“ป่าน่ะตัวดี” แม่เงยหน้าขึ้นไปมองพี่ป่าอีกครั้ง แต่เขากลับยิ้มให้แทน ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยจริงๆ “เชื้อพ่อแรง!”

“อ้าวมะลิ”

“ชิ!” แม่เบะปากใส่พ่อซะงั้น “แทน มาหาแม่หน่อยสิ”

“ครับ” พี่แทนว่าก่อนจะก้าวเข้ามานั่งยองๆ ลงตรงหน้าของแม่ ยื่นมือขึ้นมาจับมือแม่เอาไว้พร้อมกับรอยยิ้ม

“ทุกอย่างเรียบร้อยกลับไปอยู่บ้านของเรากันนะ พาปุยฝ้ายไปด้วย แม่จะได้มีลูกสาวเพิ่ม”

“ขอบคุณนะครับ”

“พวกเรายังคงเป็นครอบครัวเดียวกันเสมอ… แทนคิดแบบแม่หรือเปล่า”

“ครับ”

ตอนนี้ฉันคงพูดได้เต็มปากว่ามีความสุข แม้ว่าเบื้องหน้าจะเจอกับเหตุการณ์ที่เศร้ามากแค่ไหนก็ตามแต่เพราะยังมีครอบครัวอยู่ ความสุขเลยไม่หนีหายไปไหนอย่างแน่นอน

 

 

--100%--

ยังจบไม่ได้ ก็แค่ช่วยกันก้าวผ่านเรื่องราวแย่ๆ ในวันแย่ๆ

ขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนและติดตามกันเสมอนะคะ

ความคิดเห็น